ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 122 เรื่องราวเมื่อเจ็ดปีก่อน
“ท่านพ่อจับตัวมันมาได้แล้วใช่ไหมเจ้าคะ?”
“ใช่ ลูกไม่ต้องกังวล อีกไม่นานมันจะไม่อยู่ให้ลูกรกหูรกตาลูกอีก จากนี้จะ
ไม่มีใครมาแย่งในสิ่งที่ควรจะเป็นของลูก”
“ท่านพ่อใจดีที่สุดเลยเจ้าค่ะ!”
เสียงคุ้นเคยดังขึ้นหน้าประตูห้อง เด็กสาวตัวน้อยวัยสิบขวบนอนสลบบน
พื้นเย็นเฉียบ ขยับร่างกายรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่เด็กสาวนึกถึงคือ พี่ชาย
ร่างกายเล็กมอมแมมขยับก้าวไปใกล้ประตู มีแสงเพียงเล็กน้อยลอดผ่าน
เข้ามาพอให้มองเห็นสภาพของห้องได้
ภายในห้องทั้งเย็นและอับชื้น เป็นห้องเล็ก ๆ ไม่มีอะไรเลย นอกจาก
หยากไย่และฝุ่นคละคลุ้ง เหมือนห้องที่ไม่มีการใช้งานมานานมากแล้ว
ร่างกายเย็นเฉียบจากการนอนบนพื้นเย็น ๆ ทำเอาร่างเล็ก สะท้านเพราะ
ความหนาวเหน็บ
มือเล็กป้อมยกขึ้นทุบประตูสองสามครั้งเอ่ยออกไปด้วยเสียงแหบพร่า
“ใครอยู่ข้างนอก เปิดประตูให้ฉีเอ๋อร์ที”
“…”
“ท่านพี่ ฉีเอ๋อร์ติดอยู่ในนี้ ช่วยฉีเอ๋อร์ด้วย” สองมือเล็กป้อมพยายามทุบ
ประตูบานใหญ่ตรงหน้า ส่งเสียงตะโกนก้อง
เด็กน้อยในห้องเล็กแคบเริ่มรู้สึกหวาดกลัว เมื่อสักครู่นางยังได้ยินเสียงพูด
คุยอยู่เลย เหตุใดตอนนี้เสียงเหล่านั้นถึงไม่มีแล้ว
ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินจิตใจเด็กน้อย แสงสว่างเล็กน้อยที่เล็ดลอดเข้ามา
ไม่ได้สร้างความอบอุ่นให้เลย
ภาพสุดท้ายก่อนจะหลับไป เด็กน้อยจำได้ว่ามีกลุ่มคนเข้ามาในเรือ จากนั้น
ก็เกิดการต่อสู้กัน ท่านพี่ปกป้องนางสุดชีวิต แต่ด้วยกำลังที่น้อยกว่าจึงพ่ายแพ้
เด็กน้อยใจไม่ดี ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยประสบเรื่องราวน่าหวาดกลัวเช่นนี้
เด็กตัวน้อยยังตะโกนขอความช่วยเหลือ ร้องตะโกนต่อไป แม้เสียงจะเริ่ม
เหือดหาย ลำคอเจ็บปวด ทว่ายังคงส่งเสียงร้องต่อไปอย่างมุมานะ สองมือ
ยกขึ้นทุบประตูหวังว่าจะมีใครได้ยิน
เป็นเช่นนั้นนานหลายชั่วยาม จนร่างกายเริ่มทนไม่ไหว
“ท่านพ่อเสียงด้านในเงียบหายไปแล้ว ลูกขอเข้าไปดูได้หรือไม่เจ้าคะ?”
“…” อีกฝ่ายเงียบคล้ายกำลังครุ่นคิด
“ตกลง พ่อจะเข้าไปด้วย”
“ท่านพ่อใจดีที่สุดเลยเจ้าค่ะ”
บานประตูเปิดออกแล้ว สิ่งที่สะท้อนเข้าสู่ดวงตาอิดโรยคือใบหน้าชอบใจ
ของเด็กสาวคนหนึ่ง
“หมิงเยว่เหริน น้องมาช่วยพี่หรือ? ท่านอาก็ด้วย” เด็กสาวมีความสุขมาก
ที่เห็นคนคุ้นเคย จนลืมสังเกตสีหน้าพึงพอใจแฝงไปด้วยความรังเกียจ
หมิงเยว่เหรินถอยหลังห่างเยว่ฉี ไม่ยอมให้จับตัว เด็กน้อยวัยแปดขวบยก
มือขึ้นดันหน้าผากอีกฝ่าย
“สภาพเป็นเช่นนี้แล้วยังไม่เข้าใจอะไรอีก โง่เสียจริง” คนถูกผลักมีอาการ
มึนงง หันหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ
“น้องหมายความเช่นไร?” ศีรษะเล็กยังคงรู้สึกสับสน
“หมายความว่าเจ้าจะไม่ได้กลับไปพบครอบครัวอีกแล้วอย่างไรเล่า อย่าโง่
ไปหน่อยเลย!!” ไม่ว่าเปล่า หมิงเยว่เหรินก้าวเข้าไปใช้เท้าเหยียบบนตัวอีกฝ่าย
ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ พร้อมเอ่ย
“หมิงเยว่ฉี ตั้งแต่คำทำนายของเจ้าออกมาชีวิตข้าก็แย่ลง แต่หลังจากนี้
ชีวิตข้าจะต้องเต็มไปด้วยความสุขในทุก ๆ วัน”
เด็กสาวยังคงสับสน ถึงกระนั้นก็หาใช่คนที่จะยอมให้ใครรังแก ร่างกายที่
แทบจะไร้เรี่ยวแรงผลักหมิงเยว่เหรินออกห่าง
คนถูกผลักกะทันหันถอยหลังออกไปหลายก้าวเกือบจะล้มก้นกระแทกพื้น
ดีที่หมิงโจวฮ่าวเข้ามารับไว้ทัน
“ลูกพ่อ!” ชายสูงวัยตกใจมากเมื่อเห็นลูกสาวถูกผลัก ฝ่ามือใหญ่ยื่นออกไป
ตบหน้าเด็กสาวอย่างแรง
“กล้าดียังไงถึงทำร้ายลูกข้า!!”
หมิงเยว่เหรินพอหายตกใจก็หันสายตามองใบหน้าเยว่ฉีซึ่งปรากฏรอยแดง
ขึ้นมา
เด็กสาวตัวน้อยถูกตบจนเลือดไหล ใบหน้าชามากกว่าเดิม สมองมึนงงไป
ชั่วคราว ก่อนน้ำตาจะไหลออกมา
“ฮึก ฮืออออ!! เจ็บ ท่านอาท่านตบข้าทำไม!!” เด็กสาวใช้แรงที่มีอยู่ลุกขึ้น
ยืนก้าวเข้าไปคิดจะทำร้ายอีกฝ่าย ทว่าแรงเด็กมีหรือจะสู้แรงผู้ใหญ่
สองมือเล็ก ๆ ที่ยังใช้พลังไม่ได้ยกขึ้นหวังทุบท่านอา
หมิงโจวฮ่าวดวงตาวาวโรจน์ เหยียดยิ้มมุมปาก ยกมือขึ้นตบหน้าเยว่ฉีอีก
ครั้ง พร้อมกระชากเด็กน้อยเหวี่ยงออกไปไกล
“อึก ฮึก ฮือออ” เยว่ฉีถูกเหวี่ยงออกไปกระแทกเข้ากับกำแพง ก่อนจะ
หล่นลงพื้น เด็กน้อยถึงกับกระอักเลือดออกมา หน้าอกจุกแน่น หายใจไม่
สะดวก
อ้าปากพังพาบมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย
มองสายตามุ่งร้ายตรงหน้า
เด็กสาวตัวน้อยเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาแล้ว
หมิงเยว่เหรินสะใจมาก เมื่อเห็นสภาพพี่น้องร่วมสายเลือด ก้าวเท้าเข้าไป
ใกล้ โน้มหน้าลงพูด
“ท่านพี่ เป็นเพราะท่านทำข้าตกใจท่านพ่อจึงสั่งสอนท่าน ท่านอย่าได้โกรธ
แค้นเลยนะเจ้าคะ” ไม่ว่าเปล่ายังยัดบางอย่างเข้าไปในปากเยว่ฉี
เป็นยาที่ช่วยรักษาความเจ็บปวด
จะปล่อยให้ตายตอนนี้ไม่ได้ เพราะคนพวกนั้นไม่ยอม ทว่าแค่สร้าง
บาดแผลหรือความกลัวนั้นย่อมทำได้
เยว่ฉีถูกสองพ่อลูกทรมานนานหลายชั่วยาม ทั้งถูกทุบตี ทำให้เจ็บปวด ถูก
ขังอยู่ในห้องมืด ๆ
เด็กสาวดิ้นรนเพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอด พร้อมความหวาดกลัวที่เริ่มกัดกิน
จิตใจ
หลังจากนั้นไม่นาน เด็กสาวผู้ร่าเริงก็เปลี่ยนไป
ยามได้ยินเสียงหรือเห็นหน้าสองพ่อลูก จะเกิดอาการตื่นตระหนก
หวาดกลัว ต้องการหลีกหนีเสียทุกครั้ง
ความหวาดกลัวถูกจารึกในใจดวงน้อย ความเจ็บปวดที่ถูกมีดกรีดตาม
ร่างกาย ถูกทุบตีไม่หยุด ถูกเตะ ถูกสาดน้ำเย็น ๆ ใส่
ตลอดเวลาเด็กสาวเรียกร้องหาครอบครัวเสมอ หวังว่าพวกเขาจะมา
ช่วยเหลือ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านล่วงเลยไปนานแค่ไหนก็ยังอยู่ที่เดิม
“เด็กอยู่ที่ใด” น้ำเสียงไม่คุ้นเคยดังขึ้นไม่ไกลออกไป เยว่ฉียังคงถูกขังใน
ห้องเดิมเหมือนวันแรกที่เข้ามา
พอได้ยินเสียงไม่คุ้นเคยร่างกายเล็กจึงเริ่มถดตัวถอยห่าง ขยับเข้าไปชิดมุม
หนึ่งของห้อง
“อยู่ด้านใน”
“ยังไม่ตายใช่ไหม?”
“ไม่ต้องกังวล ข้าเพียงเล่นด้วยเล็กน้อย ไม่ได้ทำอันใดเกินเลย”
อีกฝ่ายหัวเราะในลำคอ ก่อนเสียงก้าวเท้าจะใกล้เข้ามา
ประตูถูกเปิดออกแล้ว เด็กสาวในห้องถึงกับสะดุ้งเพราะหวาดกลัวว่าจะ
โดนทำร้ายอีกครั้ง ดวงตาหวาดระแวงเหลือบขึ้นมองผู้มาใหม่
พร้อมคุดคู้ร่างกายแนบชิดกำแพงมากยิ่งขึ้น
คนตรงหน้าร่างกายสูงใหญ่ กลิ่นอายรอบตัวเต็มไปด้วยบรรยากาศอันตราย
เสียงทุ้มแหบของเขาเอ่ยขึ้น
“เด็กน้อย ก่อนจะโชคดีคนเราย่อมต้องลำบากกันทั้งนั้น เจ้าเองก็จงคิดว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความโชคร้าย ก่อนโชคดีจะตามมาทีหลัง”
เด็กสาวขยับตัวเข้าชิดกำแพงห้องมากขึ้น ดวงตาซึ่งเคยสดใสตอนนี้เต็มไป
ด้วยความหวาดกลัว หวาดระแวง ร่างกายเล็กมอมแมม ตามผิวเต็มไปด้วย
บาดแผล
สภาพเด็กน้อยไม่ต่างจากสัตว์เล็กที่ถูกทารุณจนหวาดระแวงทุกสิ่ง
“จะ…จะทำอะไร” ถึงอย่างนั้นก็ยังสามารถเอ่ยถามออกไปได้
“เจ้าหนู สมกับเป็นเด็กในคำทำนาย หวาดกลัวถึงขนาดนี้แต่ยังสามารถ
เอ่ยถาม ทั้งยังกล้าเผชิญหน้ากับข้าด้วยดวงตาสั่นกลัว”
กล่าวจบ ฝ่ามือเขาก็ยื่นมาตรงหน้า เข้าใกล้เด็กสาวตัวน้อยมากขึ้น เยว่ฉี
ต้องการหลบฝ่ามือที่ยื่นเข้ามาใกล้ แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง ได้แต่นั่งนิ่งปล่อย
ให้ทุกอย่างดับมืดลง
แล้วภาพทุกอย่างก็ตัดไป
เด็กสาวหลับสนิทได้สติขึ้นมาอีกครั้ง พบว่าตนกำลังถูกบุรุษผู้หนึ่งแบกพาด
ไหล่ เดินลัดเลาะไปตามป่า ก่อนหูทั้งสองข้างจะได้ยินเสียงน้ำตก อากาศยาม
เย็นที่ชวนให้ขนหัวลุก
คนแบกนางหยุดเดินแล้ว
เขาจับเด็กน้อยบนไหล่ขึ้น แล้วทิ้งลงหน้าผาสูง
ร่างกายเล็กรู้สึกวูบโหวงไร้ซึ่งที่ยึดเหนี่ยว สองขาสองแขนยื่นออกไปคว้าจับ
อากาศขณะร่วงหล่นลงไปในน้ำตก
“เจ้าจงมีชีวิตรอดกลับมา เมื่อถึงคราวนั้นข้าจะมารับเจ้าอีกครั้ง ผู้หญิงของ
ข้า” เสียงบุรุษผู้นั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง พร้อมรอยยิ้มมุมปาก
เด็กสาวมองสีหน้าเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย และความรู้สึกกลัวสุดขีด
จากส่วนลึกในจิตใจ
ไม่นานร่างกายเล็กก็ร่วงหล่นสู่ผืนน้ำ
เด็กน้อยพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำ ถีบขาไม่ให้จมลงไป ทว่าไม่ว่า
จะพยายามมากแค่ไหนก็ไม่สามารถเอาชนะความโกรธเกรี้ยวของสายน้ำได้
ร่างกายยังคงถูกพัดพาห่างออกไปไกลเรื่อย ๆ
สุดท้ายก็จมลงไปในน้ำ พร้อมสติที่เหือดหาย รู้สึกตัวอีกทีก็ถูกพ่อค้าทาส
จับมาเลี้ยงดู
ตอนนั้นเยว่ฉีจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนจะตื่นขึ้นมาในร้านพ่อค้าทาสไม่ได้
เลย จำได้เพียงว่าตนเองชื่อเยว่ฉี
เด็กน้อยใช้ชีวิตในเรือนพ่อค้าทาสอยู่หลายปี ก่อนจะถูกซื้อตัวมาแต่งงาน
กับหานลั่วอี้