ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 124 หินติดตามเกิดการสั่นไหว
ความรู้สึกคุ้นเคยทำอาการระแวดระวังที่ควรจะมีลดลง ฝ่ามือยื่นเข้าไป
สัมผัสใบสีอ่อนซึ่งโบกสะบัดทักทายอยู่ตรงหน้า
เมื่อฝ่ามือสัมผัสถูกใบข้างต้น ต้นไม้โดยรอบพลันเกิดการเปลี่ยนแปลง
ต้นอ่อนที่เมื่อสักครู่พลิ้วไหว โน้มใบอีกฝั่งลงบนนิ้วหญิงสาว ต้นไม้โดยรอบ
ขยับถอยห่าง ก่อนจะโน้มกิ่งก้านลงมา ราวกับกำลังทำความเคารพอยู่
“นะ…นี่มันอะไรกัน?” เยว่ฉีกวาดตามองโดยรอบด้วยความรู้สึกระแวง
สงสัย เหตุใดต้นไม้เหล่านี้ถึงเป็นเช่นนี้ได้
เหมือนมีความคิดเป็นของตนเอง
ต้นไม้มีชีวิตเช่นนั้นหรือ? …
ความสงสัยของเยว่ฉีไม่ได้รับการอธิบาย ต้นไม้อ่อนตรงหน้าโน้มใบอีกใบลง
มาวางบนหลังมือ
พลันเกิดเสียงขึ้นในหัว
‘เด็กในคำทำนาย ช่วงชีวิตแสนอาภัพ อีกไม่นานเรื่องทุกอย่างจะกระจ่าง
จับมือกับคนสำคัญของเจ้าให้มั่นแล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไป’
“เด็กในคำทำนาย?” หญิงสาวงุนงง จำได้ว่าในป่ามีนางคนเดียวไม่ใช่หรือ
แล้วเสียงที่ได้ยินมาจากที่ใดกัน
‘ไม่คิดว่าจะพบพาน เรียกว่าเป็นดั่งวาสนา ส่วนหนึ่งของข้าอยู่ในตัวเจ้า’
“หมายความเช่นไร”
‘เด็กน้อย อีกไม่นานทุกอย่างจะสิ้นสุด เจ้าจะพบพานความสุขอย่างแท้จริง
อย่าลืม…จับมือเขาให้มั่น คนที่ให้ได้ทุกสิ่งแม้สิ่งนั้นจะเป็นลมหายใจก็ตาม’
“เจ้าพูดอันใด? หมายถึงสิ่งใดกันแน่!!”
‘พรจากข้าจะคอยช่วยเหลือเจ้า’
“เดี๋ยวสิ!! อย่าเพิ่งไป!!” ความรู้สึกของนางบอกว่าสิ่งนั้นหายไปแล้ว
ความอบอุ่นจากปลายนิ้วก็หายไปด้วยเช่นนั้น
เมื่อหันกลับมามอง ต้นอ่อนตรงหน้าหายไปแล้ว แสงสีทองงดงามเคลื่อน
ตัววนรอบฝ่ามือก่อนจะหายเข้าไปในร่างกาย
ความอบอุ่นสายหนึ่งโอบล้อมทั่วร่างพาให้รู้สึกดี แสงสว่างงดงามส่อง
สะท้อนออกมาจากร่างกายก่อนจะหายไป
“เด็กในคำทำนาย? อีกไม่นานทุกอย่างจะจบลง?”
“หมายถึงเรื่องของข้าหรือ?” เยว่ฉีมึนงงทั้งยังสงสัย แต่เรื่องที่พอจะ
สามารถนำมาปะติดปะต่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ก็มีเพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้น
ที่บอกว่า อีกไม่นานทุกอย่างจะกระจ่าง อาจจะหมายถึงเรื่องของบุรุษ
ลึกลับผู้นั้น รวมถึงสาเหตุที่เขาต้องการตัวนาง
“โอ๊ย!!”
อาการเจ็บแปล๊บบริเวณหลังมือดึงความสนใจให้หันสายตาไปมอง
สัญลักษณ์บางอย่างปรากฏขึ้นบนหลังมือ เป็นภาพต้นไม้เล็กถูกเถาวัลย์พัน
เกี่ยว
สัญลักษณ์ที่เกิดขึ้นหลังต้นไม้อ่อนตรงหน้าหายไป
“คงเป็นเรื่องดีใช่ไหม?” ปลายนิ้วสัมผัสบนสัญลักษณ์ สัญลักษณ์ที่เหมือน
ไม่มีอะไรพลันส่องแสงขึ้นมา
เยว่ฉีตกใจรีบชักมือกลับ แสงสีทองหายไปแล้ว?
“แปลกมาก คงต้องขอให้ใครสักคนอธิบายเรื่องนี้ให้ฟังเสียแล้ว”
เยว่ฉีหันหลังกลับไปมองสัตว์อสูรของตน เสือเขี้ยวดาบยังคงหมอบอยู่บน
พื้น สายตาจดจ้องนาง
‘เจ้านาย ท่านสุดยอดมาก!!’
“หมายถึงอะไรหรือ?”
‘ข้าไม่คิดว่าจะมีคนสามารถหลอมรวมกับจิตแห่งพงไพรได้’
“จิตแห่งพงไพร?”
‘ใช่แล้ว จิตแห่งพงไพร ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เจ้าแห่งป่าไม้ทั้งปวง พวกเขา
รอบรู้ทั้งยังชื่นชอบมนุษย์ แต่ไม่ว่าจะมีความชื่นชอบรักใคร่ต่อมนุษย์มาก
เพียงใด ก็ไม่เคยมีใครได้รับความรักถึงขั้นหลอมรวมเข้าด้วยกัน’
“ของดีสินะ”
‘ยิ่งกว่าดีอีก!! ต่อจากนี้ท่านสามารถสื่อสารกับต้นไม้ได้ทุกต้นบนโลกใบนี้
ทั้งยังสามารถเดินทางผ่านต้นไม้ทุกต้นได้ ยังไม่มีเพียงเท่านี้ความสามารถใน
การฝึกฝนของท่านจะเพิ่มขึ้น ก้าวผ่านขีดจำกัดที่มนุษย์พึงมี กลายเป็นตัวตน
ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง!!’
“อ่า…” เยว่ฉีไร้คำพูดไปชั่วขณะ สาเหตุหลักที่จิตแห่งพงไพรหลอมรวมเข้า
กับนางคงเพราะในตัวนางมีต้นไม้แห่งชีวิต ในเมื่อเป็นสิ่งมหัศจรรย์เช่นเดียวกัน
คงจะเรียกร้องหากันเป็นแน่
ถึงอย่างไรก็รู้แล้วว่ามีประโยชน์ เช่นนั้นก็ถือว่าได้รับของดีมากมาแล้วกัน
เยว่ฉียกหลังมือขึ้นมองสัญลักษณ์บนหลังมือ ครั้งนี้อารมณ์ในดวงตาเปลี่ยน
จากความสงสัยใคร่รู้เป็นความยินดี
“ข้าหวังว่าเจ้าจะช่วยข้าได้มากมายในอนาคต” รอยยิ้มอบอุ่นผุดผายขึ้น
บนใบหน้า ทำเอาเสือเขี้ยวดาบมองจนตาพร่าเบลอ
เจ้านายของตน พอมองดี ๆ แล้วเป็นมนุษย์ที่งดงามไม่น้อย แม้ความรู้ที่มี
จะน้อยไปบ้างก็ตาม
‘เจ้านายจะไปที่ใดต่อ?’
“ข้าว่าจะตามหาพรรคพวกของข้า พวกเราเข้ามาพร้อมกันห้าคน แต่ตอนนี้
พลัดหลงกันอยู่”
‘เจ้านายให้ต้นไม้ช่วยตามหาได้ วางศีรษะบนต้นไม้แล้วดึงภาพที่พวกมัน
เคยเห็นออกมา ท่านจะพบว่าพวกเขาอยู่ที่ใด’
อ่า…สื่อสารกับต้นไม้คือการพูดคุยสินะ แถมยังสามารถใช้ต้นไม้เป็นดั่ง
ดวงตาค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ด้วย
ในจังหวะที่หญิงสาวกำลังจะลองใช้ความสามารถใหม่ของตน
หินสื่อสารและหินติดตามในแขนเสื้อพลันสั่นไหว
คงไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถใหม่แล้ว
“ลั่วอี้” เสียงสดใสลอดผ่านหินสื่อสารออกไป
“ภรรยาเจ้าอยู่ที่ใด ข้าคล้ายสัมผัสถึงเจ้าได้แล้ว แต่ไม่ว่าจะมองหาเท่าใดก็
หาไม่พบ” เสียงเขาเต็มไปด้วยความกังวล
หญิงสาวก้มมองกำไลติดตาม พบว่านางกับสามีอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่สิบจั้ง
“เจ้าอยู่กับคนอื่น ๆ หรือไม่?”
“ใช่ พวกเราทั้งหมดพบกันแล้ว จึงมุ่งหน้าตามหาเจ้า ทั้งที่คิดว่าพบเจอ
แล้วแต่กลับไม่พบ ราวกับว่าเจ้าถูกบางอย่างบดบังทำให้ไม่อาจเข้าใกล้”
“ฉีเอ๋อร์ พี่กับสามีเจ้าช่วยกันคลายคาถาแล้ว เพราะคิดว่าตกอยู่ในคาถา
ลวงตา แต่กับทำลายคาถาไม่ได้ เจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่?”
“ข้าสบายดี พวกท่านอย่าได้กังวล ข้าขอทำบางอย่างสักครู่”
แล้วการสื่อสารก็สิ้นสุดลง
เยว่ฉีแนบศีรษะลงบนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง หลับตาลง ลองใช้พลังจิตสัมผัส
เข้ากับต้นไม้ตรงหน้า ไม่นานภาพก็ปรากฏขึ้นในหัว
พวกเขาอยู่ไม่ไกลจากนางมากนัก ที่ไม่สามารถเข้ามาหาได้ เป็นเพราะ
คาถาลวงตาจากพลังของจิตแห่งพงไพร และเมื่อนางมารับช่วงต่อจึงสามารถ
สัมผัสพลังเหล่านั้นได้
ม่านพลังที่กั้นขวางไว้ ทั้งแข็งแกร่งและทรงพลัง นางยังนึกแปลกใจว่า เจ้า
เสือน้อยพาเข้ามา ณ ที่แห่งนี้ได้อย่างไร บางทีตัวถ้ำอาจจะเชื่อมต่อกับสถานที่
แห่งนี้ตั้งแต่ต้น หรือไม่จิตแห่งพงไพรก็เป็นคนอนุญาตให้นางเข้ามาเอง
ต้นไม้เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ฝั่งหานลั่วอี้ขยับตัวหันหลังเข้าหากัน กวาดตาระวังอันตราย มองต้นไม้ที่
ขยับเคลื่อนไหวซ้ายขวา เปิดเผยทางเดินให้พวกเขาได้เข้าไป
ปลายทางของทางเดิน คือสตรีที่เขาคิดถึงมาตลอดหลายวัน
“เยว่ฉี!!” หานลั่วอี้จ้องมองใบหน้าภรรยา ใบหน้านี้ รอยยิ้มนี้ที่เขาอยาก
เห็นมาหลายวัน
“ข้าคิดถึงเจ้า ทั้งยังกังวลว่าเจ้าจะเป็นอันใดไป” พริบตาเดียว ร่างกายสูง
ใหญ่ก็มาหยุดตรงหน้า ดึงคนเข้าไปกอดแน่น
เยว่ฉีถูกดึงไปกอดชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะเผยยิ้มออกมา ยกมือขึ้นสวมกอด
เขา
กลิ่นกายนี้ ความอบอุ่นนี้ ความรู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดสองวันที่ผ่านมา ใน
ที่สุดก็คลายลงก่อนจะสลายไปหลังถูกสวมกอด
“อ่ะ…แฮ่ม ข้าเข้าใจว่าพวกเจ้าคิดถึงกัน แต่ช่วยอธิบายให้ข้าหายสงสัยได้
หรือไม่ เหตุใดเจ้าถึงควบคุมต้นไม้พวกนี้ได้” เสินเทียนเอ่ยขัดบรรยากาศหวาน
ชื่นระหว่างสามีภรรยา
เยว่ฉีเอี้ยวหน้าออกจากตัวสามี มองผ่านไปด้านหลัง หยักยิ้มมุมปาก
สายตาเจ้าเล่ห์
“ข้าไม่บอกเจ้า” กล่าวจบก็หันหลังจูงมือหานลั่วอี้เข้าไปในป่า ปล่อยเสิน
เทียนทิ้งไว้ข้างหลัง
“เดี๋ยวสิ!!” เสินเทียนเอ่ยเรียก จังหวะเดียวกับต้นไม้รอบข้างเคลื่อนกลับที่
เดิม เขาจึงต้องรีบก้าวตามหลังไป ด้วยกลัวว่าจะพลัดหลงกับสหายอีกครั้ง
เข้ามาด้านในแล้วชายหนุ่มยังคงไม่ละความพยายาม ใช้สายตาจ้องหน้าเยว่
ฉี ทว่าอีกฝ่ายก็ไม่คิดจะพูดความจริง หันไปถามสารทุกข์สุกดิบกับสามีและ
พี่ชายหน้าตาเฉย
เสินเทียนยังคงจ้องอีกฝ่าย จ้องให้รู้ว่าตนจะไม่ไปไหนจนกว่าจะรู้เรื่อง
ปลายสายตาเยว่ฉีเหลือบมองอีกฝ่าย มุมปากยกโค้ง
“เจ้าเสือไปเป็นเพื่อนเล่นกับบุรุษผู้นั้นที” เยว่ฉีเอ่ยยิ้ม ๆ ชี้มือไปทางเสิน
เทียน
ชายหนุ่มสงสัยทว่าไม่นานก็กระจ่าง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเสือเขี้ยวดาบ
ตัวหนึ่งลุกขึ้นยืนพร้อมย่างเท้าเข้ามาใกล้
“ยะ…เยว่ฉี เจ้าตัวนะ…นี้มัน!!”
“ใช่ สัตว์อสูรตนใหม่ของข้า หวังว่าเจ้าจะสนุกที่ได้เล่นกับมันนะ” ว่าจบก็
ฉีกยิ้มให้ ไม่สนใจสีหน้าสหาย
“ภรรยาระหว่างห่างกันเกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นหรือ?” สองสามีภรรยานั่งข้าง
กันบนโขดหิน หมิงเทียนหลินยืนพิงต้นไม้อยู่ไม่ไกลจ้องมองทั้งสองคน
ส่วนหวานเว่ยหันไปให้ความสนใจเสินเทียนที่กำลังเล่น? กับเสือเขี้ยวดาบ
“ข้าพบหมิงเยว่เหริน นางใช้ความสามารถบังคับผู้ฝึกปราณเข้าไปในถ้ำ ไป
เป็นอาหารของสัตว์อสูรตนนั้น” พูดพร้อมมองสัตว์อสูรที่ว่า
“แล้วเรื่องต่อจากนั้นเล่า? เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นหรือไม่?” สีหน้าบุรุษหนุ่ม
เต็มไปด้วยความกังวล เขากังวลว่าภรรยาจะบาดเจ็บ
“ข้าไม่เป็นอันใดเพียงแต่…”กล่าวจบก็หันมาทางหมิงเทียนหลิน อีกฝ่ายจึง
เอ่ยขึ้นมาว่า
“ฉีเอ๋อร์ เจ้าพูดออกมาเถิด”
เยว่ฉีเม้มปาก ความรู้สึกนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ พอคิดภาพสี
หน้าและสัมผัสอ่อนนุ่ม ร่างกายถึงกับสั่นไหวขึ้นมา
“ข้า… ข้าฆ่านาง”
“…” เกิดเป็นความเงียบขึ้นชั่วขณะ ทุกอย่างพลันหยุดเคลื่อนไหว มีเพียง
สายลมพัดพาไปให้ได้ยินเสียง
เยว่ฉีใจเต้น พวกเขาคงไม่คิดว่านางใจคอโหดเหี้ยมใช่ไหม? นางฆ่าคนทั้ง
คน แถมอีกฝ่ายยังเป็นคนที่มีสายเลือดเดียวกัน
“เยว่ฉี…ฉีเอ๋อร์” ฝ่าเท้าขยับเข้ามาในครรลองสายตา นางเงยหน้าขึ้นมอง
เป็นหมิงเทียนหลินที่ก้าวเข้ามาใกล้
“ไม่เป็นอันใดใช่ไหม? น้องไม่บาดเจ็บใช่หรือไม่?”
หญิงสาวพยักหน้าเอ่ย
“ข้าไม่บาดเจ็บ แต่ข้าฆ่านางไปแล้ว”
“ไม่เป็นอันใด พี่เชื่อว่าน้องมีเหตุผลที่ทำลงไป น้องสาวพี่เป็นคนมีเหตุผล
น้อง…ช่วยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังได้หรือไม่?”
หมิงเทียนหลินย่อตัวนั่งลงตรงหน้าน้องสาว ให้ระดับสายตาต่ำกว่า
เขาเพียงต้องการให้นางรู้สึกสบายใจเท่านั้น และอย่าได้รู้สึกผิด
เยว่ฉีเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง ข้ามเรื่องสำคัญอย่างการปล่อยให้หมิง
เหยาเป็นคนช่วยเหลือ ก่อนจะหนีเข้ามาอยู่ในถ้ำ
“จากนั้นข้าก็หลุดเข้ามาอยู่ด้านใน แล้วได้รับบางอย่างมา” กล่าวจบก็ยก
หลังมือให้ดู
“สัตว์อสูรตนนั้นบอกน้องว่าสิ่งนี้คือ จิตแห่งพงไพรเจ้าค่ะ” หมิงเทียนหลิน
จ้องมองสัญลักษณ์ต้นไม้ถูกเถาวัลย์โอบล้อมด้วยความรู้สึกซับซ้อน ก่อนเผยยิ้ม
ออกมา
“น้องได้รับของดีมาจริง ๆ”
“ท่านพี่ไม่โกรธข้าหรือเจ้าคะ?” นางไม่ได้ถามถึงเรื่องจิตแห่งพงไพร แต่
ถามเรื่องที่ลงมือฆ่าหมิงเยว่เหริน
“น้องพี่ลองคิดให้ดี หากน้องไม่ทำบางทีน้องอาจจะไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ สิ่งที่พี่
เสียใจมีเพียงอย่างเดียวคือ ปล่อยให้มือของเจ้าเปื้อนเลือด”
“…”
ไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะรู้สึกเช่นไรดี เพราะนางไม่เคยรู้สึกผิดที่ลงมือฆ่าเด็กคน
นั้นเลย
แต่พอได้มาเผชิญหน้ากับคนสำคัญ และคนที่มีสายเลือดเดียวกันก็เกิดรู้สึก
ไม่ดีขึ้นมา กลัวว่าพวกเขาจะผิดหวังในตัวนาง ทว่าหลังได้สบสายตาอบอุ่นและ
หวงแหน ความรู้สึกไม่ถูกต้องพลันสลายหายไป
“ขอบคุณท่านพี่”
“เด็กโง่ สิ่งที่พวกเขาทำกับเจ้าคือต้องการฆ่าเจ้าให้ตาย ในเมื่อกระทำต่อ
ผู้อื่นก็ควรเตรียมใจที่จะถูกเอาคืน อย่าได้รู้สึกผิด เพราะหากเจ้าไม่ลงมือ คนที่
จะตายจะเป็นเจ้าแทน” เขากอดน้องสาวแนบอก
ความกังวลที่เก็บเอาไว้ถูกโยนทิ้งไปหมดแล้ว
ใช่แล้ว นางเข้าใจมาตลอดไม่ใช่หรือ โลกใบนี้หากใจอ่อนหรืออ่อนแอก็จะ
ตกเป็นเหยื่อให้คนอื่นเหยียบย่ำ