ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 125 จิตแห่งพงไพร
ทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้ว ทั้งความรู้สึกหดหู่ เป็นกังวล และความเป็นห่วง
เสินเทียนผู้ถูกเยว่ฉีแกล้งกลับมายืนหอบข้างกายหญิงสาวแล้ว อีกฝ่าย
ขอร้องขอให้ช่วยหยุดเจ้าสัตว์ร้ายที่วิ่งตามหลังเขาเสียที
เยว่ฉียึกยักอยู่นานก่อนจะปล่อยอีกฝ่ายไป คนถูกปล่อยตัวถึงกับทิ้งตัวลง
พื้น หอบหายใจเหนื่อยหอบ
“เสินเทียนเจ้าเป็นถึงผู้ฝึกปราณขั้นแปดกลับเหนื่อยมากขนาดนี้เพียง
เพราะเล่นกับสัตว์อสูรตนหนึ่ง” เสินเทียนเงยหน้ามอง
“เยว่ฉี สัตว์อสูรของเจ้าใช่สัตว์อสูรระดับต่ำหรือ? หากใช่ข้าคงไม่มีสภาพ
เช่นนี้!!”
“ดูเหมือนเจ้ายังพอมีแรงเล่นกับเจ้าเสือของข้าอยู่”
“พอเลย!! ข้าไม่เอาแล้ว ข้าเหนื่อย!!”
นางส่ายหัวยิ้ม ๆ
“พูดเรื่องเจ้าดีกว่า ข้าได้ยินว่าเจ้าได้จิตแห่งพงไพรมาหรือ? ข้าขอดูได้
หรือไม่?”
เยว่ฉีพยักหน้ายื่นหลังมือไปให้
เสินเทียนขยับตัวขึ้นมามองใกล้ ๆ ยื่นมือออกไปคิดจะสัมผัสมือสหาย แต่
กลับถูกฝ่ามือหนาฟาดลงมาก่อน
“ดูแค่ตา อย่าได้เอามือมาจับ” เสียงเย็น ๆ เหนือศีรษะทำชายหนุ่มเบะ
ปาก
“ข้าแค่จะดู!!”
“ดูได้แต่ห้ามแตะต้องภรรยาข้า”
“ลั่วอี้ข้าไม่ได้ชื่นชอบภรรยาเจ้า!!”
“…” บุรุษหนุ่มไม่พูดอะไรออกมาอีก แต่ใช้สายตาประมาณว่า อย่าแตะ
ต้องนางมองเสินเทียน
ชายหนุ่มรู้สึกไม่ยุติธรรมขึ้นมาทันที
ไหล่ทั้งสองข้างห่อเหี่ยว ถึงกระนั้นความต้องการอยากรู้อยากเห็นก็ได้
นำพาสายตาเขามาหยุดที่ลวดลายหลังฝ่ามือ
“นี่คือจิตแห่งพงไพรสินะ”
“เจ้ารู้จักหรือ?”
เสินเทียนเงยหน้าขึ้น หยักยิ้มตอบ
“ข้าไม่รู้จัก”
“…” เยว่ฉี
พูดไม่ออกไปชั่วขณะ ไม่รู้จักแล้วเหตุใดเจ้าถึงได้พูดออกมาราวกับรู้จักดี
เล่า!!
“จิตแห่งพงไพร คือ สิ่งวิเศษที่คงอยู่ระหว่างมนุษย์และเทพ พวกเขามี
ตัวตนอยู่เสมือนเทพองค์หนึ่ง แต่กลับใช้ชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ มีความนึกคิด
ความรู้สึก และชื่นชอบมนุษย์ จิตแห่งพงไพรเรียกอีกอย่างว่า คำพูดโลก รอบรู้
ทุกเรื่องราวของโลก ความเป็นไป สิ่งที่ควรอยู่และไม่ควรอยู่” หมิงเทียนหลิน
สบสายตาน้องสาว
“ตอนที่น้องได้รับมาได้ยินเสียงอะไรหรือไม่?”
“น้องได้ยินว่า อีกไม่นานเรื่องราวทุกอย่างจะกระจ่าง และพบพานความสุข
ทั้งที่พูดออกมาเช่นนี้แต่กลับไม่ยอมบอกเรื่องอื่น ๆ”
“จิตแห่งพงไพรคือตัวตนพิเศษไม่ต่างจากเทพในตำนาน มีกฎที่ต้องรักษา
จึงไม่อาจบอกกล่าวทุกอย่างให้ฟังได้ ทำได้เพียงบอกใบ้เท่านั้น”
“น้องเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจ แม้จะยังกังวลถึงตัวตน
ของคนพวกนั้น แต่พอได้ฟังคำยืนยันเรื่องจิตแห่งพงไพรก็พอจะทำให้รู้สึกดี
ขึ้นมาบ้าง ต้นไม้ประหลาดบอกเอาไว้ไม่ใช่หรือ เมื่อทุกอย่างสิ้นสุด นางจะมี
ความสุข
“น้องบอกว่าความทรงจำกลับมาแล้ว อีกทั้งยังมีบุรุษลึกลับผู้หนึ่ง”
“เจ้าค่ะ บุรุษผู้นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลักพาตัวในครั้งนั้น”
หมิงเทียนหลินครุ่นคิดก่อนเอ่ย
“คงเป็นคนเดียวกับที่ช่วงนี้ท่านอาติดต่อด้วย เพราะเริ่มมีการเคลื่อนไหว
ของเหล่าชายชุดดำทันทีหลังจากท่านอาติดต่อไปไม่นาน พี่กำลังให้คนสืบอยู่ว่า
คนพวกนั้นเป็นใคร แม้ตอนนี้จะยังตามสืบไม่ได้ แต่พี่เชื่อว่าอีกไม่นานคนพวก
นั้นจะต้องโผล่หัวออกมา”
“ตอนนี้คนพวกนั้นคงกำลังรีบร้อนตามตัวเจ้าอยู่”
“น้องก็คิดเช่นนั้นเจ้าคะ” นางไม่ได้บอกว่า จัดการคนทั้งหมดไปแล้ว บอก
ออกไปเพียงว่าโชคดีที่หนีรอดมาได้หลังจัดการหมิงเยว่เหริน
หมิงเทียนหลินมองสีหน้าน้องสาว ดูเหมือนจะมีบางเรื่องที่นางไม่ได้บอก
กล่าวออกมา ถึงกระนั้นเขาก็ไม่คิดซักไซ้ แล้วเอ่ยถามออกมา
“น้องบอกว่าพบจิตแห่งพงไพรงอกขึ้นมาบนก้อนหินนี้ใช่หรือไม่?”
“ใช่เจ้าค่ะ หลังลวดลายปรากฏขึ้นหลังฝ่ามือ ต้นไม้ก็หายไป” เอ่ยตอบ
ออกไป ก่อนจะเอ่ยถาม
“คงไม่ใช่ว่าด้านล่างมีอะไรใช่ไหมเจ้าคะ?” หญิงสาวหรี่ตามอง ก่อนจะ
ได้รับสายตาอ่อนโยนจากพี่ชาย
“ท่านพี่จริงหรือเจ้าคะ?” ถามย้ำอีกครั้งพร้อมลุกขึ้นยืน
“ลั่วอี้ทำลายหินก้อนนั้น” หานลั่วอี้ไม่เอ่ยถาม มองหน้าอีกฝ่ายเล็กน้อย
ก่อนจะลุกขึ้น จากนั้นซัดหมัดลงบนก้อนหินที่ตนนั่งอยู่
หินแตกละเอียด กลิ่นหอมอ่อน ๆ กำจายออกมาทันที
ใต้หินมีแสงสีเขียวเหลือบทองสะท้อนออกมา พอก้มมองจึงเห็นว่าด้านล่าง
มีสายน้ำถูกซ่อนเอาไว้ แถมใต้น้ำยังมีบางหินก้อนเล็ก ๆ คอยให้แสงสว่างอีก
ด้วย
กลิ่นหอมนี้คล้ายกลิ่นหอมที่ได้จากบ่อแห่งชีวิต
“ลั่วอี้กลิ่นหอมนี้?” หญิงสาวเอ่ยถามสามีต้องการการยืนยัน
“ภรรยาเจ้าเข้าใจถูกแล้ว” เมื่อได้รับการยืนยันแล้ว เยว่ฉีจึงแผ่พลังปราณ
เข้าไปสำรวจด้านล่าง
นางสัมผัสอันตรายจากด้านล่างไม่ได้เลย ปลายทางของเส้นน้ำคือบ่อน้ำ
ขนาดใหญ่ มีหินเรืองแสงก้อนเล็กก้อนน้อยกระจายไปทั่ว
“ลงไปกันเถิด” คนกล่าวคือหมิงเทียนหลิน เขารู้จักบ่อน้ำเช่นนี้จากบันทึก
ของตระกูล
บ่อน้ำเรืองรองสีเขียวอมทอง ปรากฏขึ้นใต้ต้นจิตแห่งพงไพร คือสิ่งที่
เหมาะสมสำหรับผู้ฝึกปราณเพราะอัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณมากมาย ยากจะ
หยั่งถึง
หากใครค้นพบอย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเป็นอันขาดมิเช่นนั้นความ
วุ่นวายจะบรรลุขึ้นมา
หมิงเทียนหลินกระโดดลงไปในน้ำเป็นคนแรก แม้จะบอกว่าเป็นน้ำ แต่
ความจริงแล้วกลับเป็นพลังวิญญาณอัดแน่นจนก่อตัวกลายเป็นของเหลว
เกิดขึ้นจากพลังซึ่งกระจายออกมาของจิตแห่งพงไพร
เห็นหมิงเทียนหลินกระโดดลงไปแล้ว คนที่เหลือจึงกระโดดตามลงไป หลัง
สัมผัสกับน้ำ ไม่ว่าใครล้วนตะลึงงัน
พลังอ่อนโยนสายหนึ่งโอบล้อมพวกเขาเอาไว้ พอหลับตาซึมซับ พลังในกาย
พลันเพิ่มสูงขึ้น
“คงได้เวลาเพิ่มพลังขึ้นมาอีกขั้นแล้ว” หมิงเทียนหลินหันหลังกลับมาเอ่ย
เขาเดินนำหน้าคนทั้งหมดไปตามทางเดิน ก่อนจะพบกับบ่อน้ำซึ่งมีขนาด
ใหญ่กว่าสายน้ำใต้ก้อนหิน
กวาดตามอง มีความกว้างราวสี่จั้งได้
บริเวณนี้คือจุดกึ่งกลางของพื้นที่ทั้งหมด
“นะ…นี่คือ บ่อน้ำจิตวิญญาณทั้งหมดเลยหรือ?” ปากเสินเทียนอ้าออก
ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
“ใช่แล้วคุณชายเสิน ทั้งหมดคือพลังวิญญาณ”
“ข้าเคยคิดว่าคงไม่มีความโชคดีใดของเยว่ฉีที่จะทำให้ข้าตกใจได้อีกแล้ว
แต่หลังจากข้าวางใจได้ไม่นานนางกลับทำให้ข้าตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า!!”
ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหัว ตนอยู่ในดินแดนลับหลายวัน ไม่ได้ค้นหาของวิเศษ
ใด เพราะเร่งรีบตามหานาง ไม่คาดคิดเลยว่าการเดินทางด้วยความเร่งรีบจะพา
เขามาพบสิ่งที่วิเศษเกินกว่าจะจินตนาการได้
“บ่อขนาดนี้คงเพียงพอให้ทุกคนฝึกปราณพร้อมกัน” หมิงเทียนหลินเอ่ย
‘ศิษย์เอ๋ย สัตว์อสูรของเจ้า ให้พวกมันได้แช่น้ำในบ่อด้วย’
‘เจ้าค่ะท่านอาจารย์’ หญิงสาวเอ่ยกับหมิงเหยาในใจ ก่อนจะหันไปหา
หานลั่วอี้
“ลั่วอี้นำสัตว์อสูรออกมาด้วย ที่ว่างถึงเพียงนี้คงเพียงพอสำหรับสัตว์อสูร
ของทุกคน” สัตว์อสูรย่อและขยายขนาดได้ พื้นที่กว่าสี่จั้งเพียงพอแน่นอน
กล่าวจบก็หันไปหาหมิงเทียนหลิน
“ท่านพี่มีความเห็นเช่นไรเจ้าคะ?”
“ฉีเอ๋อร์พูดถูกต้อง นำสัตว์อสูรออกมาด้วยให้สัตว์อสูรได้ฝึกปราณไปพร้อม
กัน”
สอบถามคนทั้งหมดแล้ว ไม่มีใครเห็นต่างความคิดของนาง จากนั้นพวกเขา
ก็นำสัตว์อสูรของตนออกมา
สัตว์อสูรเมื่อสัมผัสบ่อน้ำวิญญาณต่างมีท่าทีตื่นเต้น โดยเฉพาะหมาป่าเพลิง
ผลาญของเสินเทียน ท่าทีของมันกระตือรือร้นทั้งยังตื่นเต้นกว่าใคร
เยว่ฉีมองหมาป่าเพลิงผลาญ ในใจพลันเกิดความคิดว่า นิสัยเหมือนเจ้าของ
ไม่มีผิด
จากนั้นคนทั้งหมดก็ปล่อยสัตว์อสูรของตนทำความรู้จักกับสัตว์อสูรตนอื่นๆ
แล้วเริ่มฝึกปราณไปพร้อมกัน
ภายในป่าแห่งนี้สงบสุขมาก แตกต่างจากด้านนอกที่ตอนนี้ปั่นป่วนไปหมด
เพราะข่าวการเสียชีวิตของหมิงเยว่เหริน
ลูกหลานหนึ่งในสี่ตระกูลสูงสุดของดินแดน