ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 132 ไม่ถูกไม่ควร
“จะทำร้ายนางข้ามศพข้าไปก่อน!!”
“หึ…รักกันดีเหลือเกิน” หมิงเทียนหยางเอ่ยพร้อมเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนกล่าว
“รู้อะไรไหม? วิญญาณมนุษย์จะหอมหวานที่สุดเวลาใด?”
หานลั่วอี้ไม่คิดจะต่อความยาวกับอีกฝ่าย ปล่อยกระบวนท่าออกไปทันที
หมิงเทียนหยางรู้ทัน ปัดป้องการโจมตีและโต้ตอบกลับมา เขามองสีหน้า
จริงจังของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกชอบใจ ตื่นเต้นยินดี ราวกับเข้าใจความรู้สึก
ของมนุษย์ทั้งที่ความจริงแล้วไม่เข้าใจเลยสักนิด สิ่งที่มันเข้าใจมีเพียงความ
กระหายอยากเท่านั้น
กลืนกินจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ กลืนกินความสามารถของผู้คน และกลืนกิน
ความหวาดกลัว
ยิ่งในตัวคนผู้นั้นมีพลังงานด้านลบมากเท่าใด มันจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นมาก
เท่านั้น
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังประมือกันอยู่ คนที่เหลือก็หาทางเข้าสนับสนุน
เยว่ฉียืนอยู่แนวหลัง แผ่พลังจิตออกไปโดยรอบ เชื่อมต่อดวงตาเข้าด้วยกัน
อีกครั้ง
การเชื่อมต่อพลังจิตกับผู้คนมากมายเช่นนี้กินพลังนางไม่น้อย แต่เพื่อความ
ปลอดภัยและการต่อสู้ที่เข้าขากันนางจำเป็นต้องทำ
นางไม่อยากให้เกิดการสูญเสียมากเกินไป
เมื่อสายตาเชื่อมต่อ สิ่งที่หานลั่วอี้เห็นพวกเขาก็จะเห็นด้วย ทำให้มองเห็น
ช่องว่างที่พอจะเข้าไปแทรกในการต่อสู้ของผู้ฝึกปราณขั้นเทพ
ไท่ซางเคลื่อนไหวก่อนใคร เขายังรู้สึกขายหน้าจากการกระทำแสนโง่เขลา
ครั้งแรกและต้องการกู้หน้ากลับคืนมา ชายหนุ่มเตะเท้าพุ่งตัวเข้าใส่อีกฝ่าย ง้าง
ค้อนในมือขึ้นสูงแล้วตวัดลงไป
คนที่ต่อสู้อยู่ก่อนแล้วกระโดดถอยหลังออกมาหนึ่งจั้ง ปล่อยให้อีกฝ่ายเข้า
ไปแทนที่ จากนั้นสร้างคมมีดวายุที่มองไม่เห็นขึ้นมา บังคับพุ่งเข้าใส่หมิงเทียนห
ยาง
คนอื่น ๆ ก็ไม่น้อยหน้า ผลัดเปลี่ยนกันเข้าโจมตีเป้าหมาย
‘เหลนเอ๋ย…เจ้าต้องทำลายเจ้าสิ่งนั้น’
“ท่านปู่ทวดหมายถึงม่านพลังหรือเจ้าคะ?”
‘ใช่…เมฆสีม่วงเหล่านั้นคือพลังของเจ้านั่น วิชาต้องห้ามนี้เป็นของตระกูลห
มิง ความพิเศษของมันคือจะค่อย ๆ ดึงพลังของทุกสิ่งภายในม่านพลังออกมา
แล้วรวมไว้เป็นจุดเดียว เมื่อใดก็ตามที่สิ่งนั้นก่อรูปใหญ่ขึ้นจนปกคลุมไปทั่ว
ด้านบนพวกเจ้าจะไม่มีโอกาสหนีให้ออกไป’
“ท่านปู่ทวดเหลนเข้าใจแล้ว” นางพูดคุยกับหมิงเหยาเสร็จก็หันเหความ
สนใจมาที่สัตว์อสูรของตน
“เจ้าเสือ ช่วยข้าหน่อยนะ” หญิงสาวยกมือขึ้นลูบแผงคอสัตว์อสูรของตน
กระโดดขึ้นขี่หลังแล้วทะยานขึ้นเหนือพื้น
หมิงเทียนหยางเห็นแล้ว ชายหนุ่มหยักยิ้มมุมปาก ดวงตาวาวโรจน์
ดูเหมือนนางจะรู้ถึงความอันตรายของม่านพลังนี้สินะ แล้วจะทำอันใดได้
หากไม่มีวิธีที่เหมาะสมไม่ว่าใครก็ไม่สามารถทำลายเจ้าสิ่งนั้นได้ ยกเว้นจะ
สังหารมันเสีย
ทว่าดูแล้ว เจ้าพวกนี้อาจจะไม่มีโอกาสนั้น แม้คนทั้งกลุ่มจะมีโอกาสกำจัด
มัน แต่จะทันก่อนสิ่งนั้นจะสมบูรณ์หรือไม่?
แค่คิดก็สนุกแล้ว
“สายตาแกไม่เหมาะสมรู้ใช่ไหม?” หานลั่วอี้เอ่ย ดาบวายุในมือถูกตวัด
เฉือนดวงตาทั้งสองของศัตรูที่บังอาจจดจ้องภรรยา หมิงเทียนหลินที่คอย
สนับสนุน แทงดาบเข้าไปยังจุดตายใต้สะดือ ทว่าอาวุธวิญญาณระดับเซียนของ
เขากลับทำได้เพียงแทงลึกผ่านส่วนสีดำเข้าไป
ไม่สามารถแทงทะลุผ่านแกนพลัง
“หึ…โง่เขลา โง่เขลากันทั้งหมด!” สัตว์ร้ายเผยบรรยากาศคุกคาม
ระเบิดพลังออกมา หันศีรษะไปด้านหลัง คว้าจับมือหมิงเทียนหลินไว้ แล้ว
เหวี่ยงอีกฝ่ายลงพื้น ก่อนจะยกเท้าเหยียบซ้ำลงไป
ชายหนุ่มรีบหมุนตัวหลบ พอลุกขึ้นมาได้ก็พุ่งตัวเข้าหาอีกครั้งพร้อมดาบสั้น
ในมือ ดาบเล่มแรกซึ่งแทงออกไปตอนนี้ปักอยู่ที่หลังญาติผู้พี่
หมิงเทียนหยางเอื้อมมือไปด้านหลังหักดาบซึ่งเป็นอาวุธระดับเซียน
ออกเป็นสองส่วนแล้วโยนทิ้ง พร้อมปลดปล่อยเถาวัลย์สีดำออกมาพุ่งเข้าหาทุก
คนรอบตัว
ปัดป้องการจู่โจมของคุณชายหมิงที่กระโดดเข้าใส่ ระหว่างนั้นก็หันหลัง
กลับไปหาคนที่บังอาจตัดดวงตาของมันจนศีรษะครึ่งหนึ่งพับไปด้านหลัง
“คนรักเยว่ฉี มาสนุกกันหน่อยไหม? หากเจ้าเป็นอันใดไป ภรรยาที่กำลังหา
วิธีช่วยผู้อื่นอยู่ของเจ้าจะทำสีหน้าเช่นไรนะ” พูดทั้งที่ศีรษะยังพับอยู่ เมือกสีดำ
เชื่อมศีรษะบนล่างเอาไว้ด้วยกัน ค่อย ๆ รักษาบาดแผลให้กลับมาคงเดิม
“ใครจะเล่นกับแกกัน!!” หานลั่วอี้กัดฟันโกรธจัด คิดจะใช้เขาทำให้นาง
เสียใจเช่นนั้นหรือ? ใครจะไปยอม
สิ่งที่เขาไม่ต้องการเห็นมากที่สุดคือ น้ำตาของนาง!!
ชายหนุ่มระเบิดพลังของผู้ฝึกปราณขั้นเทพออกมา แรงระเบิดมากพอจะทำ
ให้คนที่มีลำดับขั้นฝึกปราณต่ำกว่าเข้าใกล้ไม่ได้
พื้นที่รอบตัวทั้งสองคนมีเถาวัลย์สีดำล้อมกรอบอยู่ พรรคพวกคนอื่น ๆ
ล้วนถูกเถาวัลย์ขวางกั้นไม่ให้เข้าไปใกล้
“ข้าจะคอยดูว่าจะแน่สักแค่ไหน” ไม่ว่าเปล่าหมิงเทียนหยางเปลี่ยนวิถีและ
ความเร็วการโจมตี เส้นแส้สีดำและร่างกายขยับเข้าใกล้ชายหนุ่มากขึ้นเรื่อย ๆ
หานลั่วอี้ใช้ดาบปัดป้องการโจมตี แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถปัดป้องได้หมด
เขายังคงกวาดตามองไปโดยรอบจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ตรงหน้าพร้อมมอง
หาทางหนีทีไล่ไปจากตรงนี้
ต้องยื้อเวลาจนกว่าเจ้าสัตว์สองตนนั้นจะพร้อม!!!
ชายหนุ่มรู้ว่าพละกำลังของทั้งคู่แตกต่างกัน แต่ก็ใช่ว่าจะยอมอยู่เฉยปล่อย
ให้ถูกทำร้าย
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม หานลั่วอี้ยังคงติดพันอยู่ภายในเถาวัลย์แห่งนี้ ไม่มีใคร
ผ่านเข้ามาได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งหมิงเทียนหลิน
“ข้าเริ่มเบื่อหน่ายเสียแล้ว”
ด้านนอก
หลายคนล้วนร้อนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้านใน ภาพจิตเชื่อมต่อที่มองเห็นเริ่ม
เรือนร่าง เพราะเยว่ฉีต้องจดจ่ออยู่กับการทำลายม่านพลัง ทำให้พลังถูกดึง
กลับไปโดยไม่รู้ตัว
การทำลายม่านพลังเป็นสิ่งที่เป็นไปได้มากกว่าการล้มเจ้านี่ อย่างน้อยหาก
ทำลายได้แล้วก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาในการต่อสู้อีก
ทว่านางคงไม่รู้ ในความไว้ใจอันมากล้นที่มีให้กันจะนำมาซึ่งความเจ็บปวด
“หานลั่วอี้!!!” เสียงร้องตกใจของคนด้านล่างดึงนางที่มัวจดจ่ออยู่กับการ
ทำลายม่านพลังให้หันไปมอง
ภาพที่เห็นไกลออกไปปะทะเข้าสู่สายตา สามีที่ยืนประชันหน้ากับหมิง
เทียนหยางที่หน้าอกของเขามีมือข้างหนึ่งแทงทะลุไปด้านหลัง
“ลั่วอี้!!!” เสียงร้องก้องกังวานแทบขาดใจ
สีหน้าเยว่ฉีซีดเผือดขึ้นมาทันที บังคับเจ้าเสือวิ่งเข้าใกล้ พร้อมปลดปล่อย
พลังสายฟ้าออกมาทำลายปราการสีดำที่บังอาจขวางกั้นคนทั้งคู่
บนหลังมือเกิดเป็นแสงสีเขียวเหลืองก่อนจะโอบล้อมไปทั่วร่าง ดวงตาแปล
เปลี่ยนเป็นสีเหลืองสดใสเปล่งประกาย
ร่างกายล่องลอยขึ้นเหนืออากาศ ทั้งที่รูปร่างใช่แต่บรรยากาศกลับไม่ใช่
ฝ่ามือสีทองถูกยกขึ้นก่อนวางลง สิ่งมีชีวิตน่ารังเกียจถูกความกดดันอัน
มากกว่ากดมันลงบนพื้น
“อึก…เจ้า!!!” สีหน้าอีกฝ่ายเป็นกังวล ร่างกายทุกส่วนแนบกับพื้น คิดจะ
เงยหน้าขึ้นมายังยาก
“เหตุใดจึงไปอยู่กับสตรีผู้นี้!!”
“คำทำนายนับพันปี อีกไม่นานจะถึงช่วงสุดท้าย หาใช่สิ่งที่เจ้าสามารถยื่น
มือเข้ามายุ่ง”
“ข้าทำตามสิ่งที่ชายผู้นี้ต้องการ ข้ามาเพื่อล้างแค้น”
“ทุกสิ่งล้วนมีกฎเกณฑ์ อย่าได้แทรกแซงความเป็นไปของมนุษย์”
“อึก…ข้าจะไม่ไปที่ใดทั้งนั้น ทุกสิ่งอย่างจะยังคงอยู่ตราบชั่วนิรันดร์” ว่าจบ
ก็ปล่อยพลังเข้าใส่หญิงสาว
เถาวัลย์สีดำนับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นไปบนฟ้า แต่ไม่ว่าจะพยายามโจมตีเข้าไปมาก
แค่ไหน การโจมตีของมันกลับไปไม่ถึง
เยว่ฉี? วาดมือกลางอากาศป้องกันการโจมตีทั้งหมด
มือข้างหนึ่งถูกยกขึ้น เส้นแสงสีทองพุ่งออกไปสี่ทิศทางจับม่านพลังสีม่วง
เอาไว้ ดึงลงมา
ม่านพลังแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ก้อนเมฆสีม่วงแสนอันตรายเมื่อไร้ปราการ
คอยรักษาก็เริ่มคลายตัวออก
ความมีชีวิตชีวาถูกส่งคืน
เจ้าสิ่งน่ากลัวเดือดดาล
อีกแล้ว อีกครั้งแล้ว ทั้งที่มันมีโอกาสกลับคืนสู่พื้นมนุษย์ ไม่คิดว่าเจ้าสิ่งนี้
จะมาขัดขวางมันอีกแล้ว!!
“เจ้า!! ข้าจะอยู่ จะไม่ยอมกลับไปยังที่แห่งนั้นอีกแล้ว!!”
“ทุกสิ่งล้วนคงอยู่ในที่ที่ควรอยู่ ณ ที่แห่งนี้หาใช่ที่ของเจ้า”
หมิงเทียนหยางถูกเยว่ฉี? ใช้พลังบีบคอให้ลอยขึ้นเหนือพื้น มันจับแสงสี
ทองที่โอบรอบคอ พยายามงัดมือออกพร้อมโจมตีเข้าใส่อีกฝ่าย
พลังยังไม่แข็งแกร่งพอ ไม่แข็งแกร่งพอจะต่อต้าน
“พลังของเจ้า ค้นพบมันแล้วสินะ ศะ…” ยังไม่ทันที่หมิงเทียนหยางจะได้
กล่าวต่อ แก่นพลังกลางกายก็ถูกดึงออกมา พร้อมบีบทำลายไม่เหลือสิ้นดี
เมือกสีดำที่ก่อตัวเป็นรูปร่าง เมื่อไร้ซึ่งแกนกลางก็เริ่มละลายแล้วหยด
แหมะลงบนพื้นดิน ทุกส่วนที่ถูกตัดขาดเริ่มสลายหายไป หลงเหลือไว้เพียง
ร่องรอยของการต่อสู้
เยว่ฉีร่อนตัวลงมายืนข้างกายสามี ในดวงตาไร้ความรู้สึกมีคลื่นอารมณ์
บางอย่างวาบผ่าน
“บุรุษผู้ให้ได้แม้ชีวิตเอ่ย ยังไม่ถึงเวลาของเจ้า”
ฝ่ามือสีทองวางลงบนหน้าอกเป็นรู นำพาความมีชีวิตชีวามากมายเข้าสู่กาย
ที่เริ่มเย็นเฉียบ
นางยืดตัวขึ้นหันไปหาเสือเขี้ยวดาบของตนยกมือขึ้นวางลงบนศีรษะ แนบ
หน้าผากเข้ากับหัวใหญ่โต
“ฝากที่เหลือด้วย” แล้วแสงสีทองจากร่างกายนางพลันหายไป เหลือไว้
เพียงความเงียบงัน