ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 135 เรื่องราวเกือบสองร้อยปี
“ไม่คิดว่าจะได้พบใบหน้าคุ้นเคยเช่นนี้”บุรุษผู้มาใหม่กล่าวออกมา ใน
น้ำเสียงมีความประหลาดใจและเย้ยหยันอยู่หลายส่วน
เขากวาดตามองพื้นที่โดยรอบ มีคนคุ้นหน้าคุ้นตาหลายคนมากทีเดียว
ทำเอาคิดถึงเรื่องเกือบสองร้อยปีที่แล้ว วันนั้นเป็นวันที่ตระกูลเขาถูกลบทิ้ง
ไป
เมื่อนานมาแล้ว ดินแดนระดับสูงมีตระกูลสูงสุดอยู่ด้วยกันทั้งหมดห้า
ตระกูล บรรดาห้าตระกูลสูงสุดมีหนึ่งตระกูลที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่
กว่าสี่ตระกูลที่เหลือ สี่ตระกูลต่างเคารพและยกย่องตระกูลนี้กันมาก จนกระทั่ง
วันหนึ่ง
ตระกูลอัน ซึ่งถือเป็นตระกูลสูงสุดเริ่มทำบางสิ่งที่ไม่อาจให้อภัยได้
ด้วยเป็นตระกูลเก่งกาจทางด้านวิชาคาถา พวกเขาเริ่มศึกษาและค้นคว้าสิ่ง
ที่ไม่สมควรซึ่งเรียกว่า ความเป็นอมตะ ผู้ฝึกปราณแม้จะได้ชื่อว่าเป็นผู้มี
พละกำลังแข็งแกร่งและอายุขัยยืนยาวแต่พวกเขาหาใช่คนที่มีชีวิตอนันต์ เมื่อ
ถึงช่วงเวลาหนึ่ง ชีวิตของพวกเขาจะจบสิ้นลงไม่ต่างคนธรรมดา เพียงแต่ชั่ว
ชีวิตของพวกเขามีเวลายาวนานแตกต่างกันไปตามแต่ความสามารถ และผู้ฝึก
ปราณขั้นตำนาน จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างน้อยหนึ่งพันปี
ทว่า ผู้นำตระกูลในตอนนั้นไม่ได้ต้องการมีอายุขัยเพียงหนึ่งพันปี เขา
ต้องการชีวิตอันเป็นนิรันดร์
ชายผู้นั้นเริ่มวางแผนกระทำบางอย่างโดยที่ผู้นำสี่ตระกูลที่เหลือไม่รู้ ทุก
อย่างดำเนินไปอย่างเงียบงันจนกระทั่งเกิดข่าวลือแปลก ๆ ขึ้นมา
ผู้ฝึกปราณและนักหลอมโอสถเริ่มหายตัวไปอย่างลึกลับ นับวันจำนวนนัก
หลอมโอสถซึ่งมีอยู่เพียงน้อยนิดจะยิ่งลดน้อยลงไป มีผู้พบเห็นศพปริศนาถูกทิ้ง
อยู่ตามที่ต่าง ๆ มากขึ้น สภาพศพไม่น่าดูราวกับถูกทารุณอย่างนักก่อนตาย
ผู้ฝึกปราณ และนักหลอมโอสถมากมายเริ่มรวมตัวกัน ขอให้ห้าตระกูลใหญ่
ตรวจสอบเรื่องนี้ มีหลายคนเห็นด้วยและคัดค้านข้อเรียกร้องของคนนอก
จนเวลาล่วงเลยผ่านไป…
ในช่วงแรกคนที่หายไปมีเพียงผู้ฝึกปราณหรือนักหลอมโอสถธรรมดาไม่มี
พื้นเพอันใด นานวันเข้าคนที่มีพื้นหลังหรือลูกหลานผู้ดีมีอำนาจได้เริ่มหายตัวไป
เช่นเดียวกัน
พวกเขาเหล่านั้นจึงเริ่มเคลื่อนไหว ส่งกำลังออกสืบข่าวและตามหาว่าใคร
กันที่กล้ากระตุกหนวดเสือ
เรื่องราวในครั้งนี้เริ่มขยายใหญ่ขึ้น ผู้คนมากมายเริ่มออกมาแสงตัวและตาม
หาบุคคลคนที่หายตัวไป และเมื่อเวลาผ่านไปประมาณสองปี ทุกอย่างจึงถูก
เปิดเผย
พื้นที่ใต้ดินขนาดใหญ่ถูกแบ่งแยกออกเป็นห้องต่าง ๆ หลายสิบห้อง ภายใน
กรงขังปิดสนิทมีนักหลอมโอสถและผู้ฝึกปราณถูกขังอยู่ด้านใน พวกเขาขังโดย
ที่ไม่ได้รับแม้กระทั่งอาหาร ถูกมัดมือมัดเท้า ภายในห้องที่ได้มีการวางอาคม
สกัดกั้นการใช้พลัง
พวกเขาจะถูกขังอยู่ในห้องขังประมาณเจ็ดวันก่อนจะถูกนำตัวไปขึ้นแท่น
กรีดเลือดและควักเอาแกนพลังออกมาทั้งที่ยังมีชีวิต แกนพลังที่ได้มาจะถูกกลั่น
ให้กลายเป็นของเหลวด้วยวิธีพิเศษของตระกูลอัน ก่อนจะผสมรวมเข้ากับเลือด
ของคนผู้นั้นและสกัดออกมาเป็นเม็ดยาขนาดเล็ก
คนที่ทำหน้าที่กลั่นเม็ดยาคือนักหลอมโอสถ พวกเขาถูกสะกดจิตให้ทำตาม
คำสั่ง
การจะได้ยามาหนึ่งเม็ด นักหลอมโอสถต้องพยายามห่อหุ้มแกนพลังเอาไว้
แล้วทำให้กลายเป็นของเหลว ก่อนจะนำไปรวมกับเลือด ขั้นตอนนี้ต้องมีสมาธิ
และใช้พลังจิตไปมากเพื่อไม่ให้แกนพลังสลายหายไปและกลายเป็นของไม่มี
ประโยชน์ ระหว่างที่ผสมเลือดกับแกนพลังเข้าด้วยกันแล้วสกัดส่วนที่ดีที่สุด
ออกมาเป็นเม็ดยาถือว่าเป็นส่วนที่ยากที่สุด นักหลอมโอสถหลายคนเสียชีวิต
จากขั้นตอนนี้ พวกเขาจึงได้จับนักหลอมโอสถจำนวนมากมาไว้ใช้งาน
สิ่งที่พวกเขาทำคือ เม็ดยายืดชีวิต ผู้ที่กินเข้าไปจะมีชีวิตยืดยาวออกไป
หลายสิบปี ตามความเข้มข้นของระดับยาที่หลอมออกมาได้
เมื่อเรื่องนี้ถึงหูของผู้นำตระกูลทั้งสี่ รวมถึงเหล่าผู้มีอำนาจมากมาย
แผนการกวาดล้างตระกูลจึงเริ่มต้นขึ้น
ตระกูลทั้งสี่ทำหน้าที่เป็นแกนนำกวาดล้างตระกูลอัน บุกรุกเข้าไปภายใน
ตระกูล สังหารทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้นคว้าและปล่อยตัวผู้เสียหาย
มีหลายคนถูกสะกดจิตจนไม่อาจกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ จึงต้องตัดใจจบ
ชีวิตพวกเขาเสียตอนนั้น ดีกว่าปล่อยให้ใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน
เปลวเพลิงลุกโชติช่วงดั่งแสงอาทิตย์ยามอัสดง ทุกพื้นที่ภายในตระกูลอัน
ถูกทำลายไม่เหลือเค้าเดิม คืนนั้นตระกูลอันถูกกวาดล้างจนสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียง
เศษซากความยิ่งใหญ่ที่บ่งบอกว่าเคยเป็นหนึ่งมาก่อน
ไกลออกไปนับร้อยลี้
“พ่อบ้านปล่อยข้า ปล่อยข้า!! ข้าจะกลับไปหาท่านพ่อ!!” เด็กชายตัวน้อย
วัยสิบขวบปี ถูกพ่อบ้านอุ้มพาดบ่าหลบหนีออกมาจากเส้นทางลับของตระกูล
เขาคือทายาทรุ่นหลังเพียงคนเดียวของตระกูลอัน ดวงตาเต็มไปด้วยหยดน้ำสี
ใสของเด็กชายจดจ้องไปยังแสงสว่างอันห่างไกล จุดนั้นคือบ้านของเขา คือทุก
สิ่งทุกอย่างของเขา
เขาดิ้นรนให้หลุดออกจากบ่าพ่อบ้าน แต่พ่อบ้านที่เป็นถึงผู้ฝึกปราณขั้น
เซียนกลับไม่ปล่อยให้เขาเป็นอิสระเลย
“นายน้อยท่านกลับไปไม่ได้แล้วขอรับ นับจากนี้นายน้อยต้องใช้ชีวิตให้ดี
พร้อมกับบ่าวนะขอรับ แล้วหลังจากนั้นท่านต้องแก้แค้นแทนนายท่านให้ได้”
“ไม่!! พ่อบ้านปล่อย ปล่อยข้า ข้าจะกลับไปหาท่านพ่อท่านแม่และท่าน
ปู่!!” เสียงเด็กชายบีบหัวใจชายชราเหลือเกิน ตนทำงานที่ตระกูลอันมานาน
เห็นนายน้อยมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ในสายตาพ่อบ้านนายน้อยไม่ต่างจากหลาน
เขาคนหนึ่ง
ตนไม่ได้ต้องการให้นายน้อยเจ็บปวดเช่นนี้เลย แต่หากปล่อยกลับไป ลม
หายใจของนายน้อยคงหมดลง
“นายน้อยเชื่อบ่าวสักครั้ง นายท่านทั้งสองทำเช่นนี้เพราะต้องการให้นาย
น้อยมีชีวิตต่อไป ท่านต้องมีชีวิตต่อไปเผื่อในส่วนของพวกท่าน”
“พ่อบ้านปล่อยข้ากลับไป ปล่อยข้ากลับไปหาท่านพ่อ ปล่อยข้ากลับไปหา
ท่านแม่!!”
“ฮึก ฮือ พ่อบ้าน ปล่อยข้า…”
ดวงตาพร่ามัวจ้องมองแสงสว่างราวแสงอาทิตย์ยามอัสดงทั้งที่เป็นคืนเดือน
มืด หัวใจเด็กน้อยปวดหนึบเกินจะทานไหว
เขาได้เห็นบ้านเรือนถูกไฟเผาทำลาย เสียงกรีดร้องของผู้คน และการปะทะ
กันของผู้แข็งแกร่ง
บ้านที่อยู่มาตลอดไม่มีแล้ว ไม่มีกระทั่งอ้อมกอดอบอุ่นของผู้ให้กำเนิด
เสียงเรียกรักใคร่จากริมฝีปากของพวกท่าน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ อย่าทิ้งข้าไป” เด็กชายตัวน้อยร่ำไห้จนไร้เสียง ลำคอ
แหบแห้งเจ็บแสบไปหมด ก่อนจะสลบไปเพราะเหนื่อยล้า
ภายในถ้ำแห่งหนึ่ง มองจากด้านนอกเหมือนเป็นถ้ำปกติ ลึกเข้าไปด้านใน
ผ่านม่านพลังพิเศษจะมองเห็นว่ามีคนอาศัยอยู่
ทุกอย่างถูกเพิ่มเติมเข้ามาหลังนายบ่าวทั้งสองลงหลักปักฐานแล้ว ด้วยไม่
สามารถอาศัยอยู่ในสถานที่ซึ่งห้อมล้อมไปด้วยผู้คนได้ พวกเขาจึงต้องใช้ชีวิต
เช่นนี้
นายน้อยตระกูลอันใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะทำใจจากการสูญเสียได้
ระหว่างนั้นเขาได้รับการช่วยเหลือจากพ่อบ้านชราอยู่เสมอ จนกระทั่งวันเวลา
ผ่านไปนับสิบปี เด็กชายตัวน้อยเติบโตขึ้นมาเป็นบุรุษรูปงาม ทั้งยังมีหน้าตา
คล้ายผู้เป็นบิดาถึงแปดส่วน
“พ่อบ้านสิ่งนี้คือ?” ชายหนุ่มภายใต้ผ้าคลุมสีดำยื่นมือไปหยิบสมุดเล่มหนึ่ง
จากมือเหี่ยวย่น
“เป็นสิ่งที่นายท่านมอบให้บ่าวก่อนจะสั่งให้บ่าวนำตัวนายน้อยออกมา
ขอรับ”
สิ่งของในมือคือข้อมูลการค้นคว้ามากมายของผู้เป็นบิดา รวมไปถึง
หน้ากระดาษหน้าหนึ่งซึ่งถูกฉีกออกมาจากหนังสือเล่มใดก็ไม่ทราบ ในนั้นเขียน
ข้อความเอาไว้ว่า
ในอดีตมีผู้ที่เกิดมาพร้อมพลังอันแข็งแกร่ง เขาถูกทำนายให้กลายเป็นผู้
ยิ่งใหญ่เหนือคนทั้งปวง คนคนนั้นจะได้รับโชควาสนาและความสามารถอันยาก
จะหยั่งถึง หากมันผู้ใดต้องการครอบครอง หวังจะกลืนกินพลังที่ว่านั้น จะต้อง
ตระเตรียมเมล็ดพันธุ์ให้สมบูรณ์ ทำให้เมล็ดพันธุ์พบเจอกับความยุ่งยาก
เจ็บปวดทุกข์ทรมานมากมาย เมื่อเมล็ดพันธุ์เติบใหญ่จนสมบูรณ์ ช่วงเวลาแห่ง
การครอบครองจะมาถึง
กลืนกินเลือดและพลังเพื่อเติมเต็มความต้องการของเจ้า
เมื่อพลังทั้งสองหลอมรวมเข้ากับกายเนื้อ เจ้าจะได้พลังที่แม้กระทั่งพระเจ้า
ยังหวั่นเกรง
นอกจากเนื้อความในจดหมาย ยังมีข้อมูลเส้นสายต่าง ๆ รวมไปถึงแหวน
มิติที่เก็บของวิเศษมากมายเอาไว้
ชายหนุ่มจ้องมองข้อความบนกระดาษ รวมไปถึงลายมือของบิดาด้วย
ความรู้สึกอาวรณ์
ท่านพ่อข้าคิดถึงพวกท่านเหลือเกิน
ก่อนดวงตาของชายหนุ่มจะเปลี่ยนไป เขาสลัดความรู้สึกคิดถึงออกไป หยัก
ยิ้มมุมปาก เขาต้องการมันอยู่พอดีพลังที่มากพอจะใช้แก้แค้น
แม้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อความในกระดาษจริงเท็จมากน้อยเพียงใด ทว่า
ขอแค่มีโอกาสก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
เด็กชายตัวน้อยเติบโตมาพร้อมความรู้สึกต้องการแก้แค้น เขาเริ่มเสาะ
แสวงหาและจัดตั้งกองกำลังของตนขึ้นมาอย่าเงียบเชียบ ค่อย ๆ กลืนกินผู้คน
เรื่อย ๆ ไม่ให้ใครรู้ ศึกษาวิชาคาถา และเริ่มครอบครองโลกใต้ดินซึ่งเต็มไปด้วย
พวกเน่าเฟะทั้งหลาย กระจายกองกำลังออกไปสอดส่อง สืบค้นความ
เคลื่อนไหวของเป้าหมายทั้งหมด
รอวันที่จะชอนไชและกลืนกิน
จนกระทั่งวันหนึ่ง มีบุรุษสูงวัยผู้หนึ่งเข้ามาว่าจ้างให้กองกำลังของเขา
ทำงานชิ้นหนึ่งให้ หลังได้ทำการตรวจสอบเป้าหมาย ชายหนุ่มถึงกับกลั้นยิ้ม
เอาไว้ไม่อยู่
เจอแล้ว เด็กในคำทำนายตามแผ่นกระดาษที่ท่านพ่อมอบให้
ในใจชายหนุ่มรู้สึกลิงโลด เขาใช้เวลาเกือบสองร้อยปีในการตามหา ไม่คิด
ว่าในที่สุดจะพบแล้ว ทั้งยังถูกส่งเข้ามาให้ถึงมือ
เขาตกลงรับงานว่างจ้างบุรุษสูงวัยผู้นั้น นำตัวเด็กน้อยออกไปและทิ้งโยน
ทิ้ง เพื่อเตรียมการให้เมล็ดพันธุ์เหมาะสมที่สุด
ทว่าเขาชะล่าใจไป ไม่คิดว่าคนที่ตนเตรียมไว้สำหรับตามติดจะคลาด
สายตาจากเด็กคนนั้น ชายหนุ่มเดือดดาลหลังได้รับข่าว ทั้งที่หากทุกอย่าง
เป็นไปตามแผน อีกไม่กี่ปีทุกอย่างที่เขาวางไว้จะต้องบรรลุผล
ใครจะไปคาดคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปนางจะกลับมาสู่อ้อมกอดเขาอีกครั้ง
ครั้งนี้เขาจะต้องไม่พลาด จะต้องช่วงชิงมาให้ได้
เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังที่จะใช้กำจัดคนพวกนั้น เขาต้องการพลังที่แม้กระทั่ง
พระเจ้ายังต้องหวั่นเกรง!!