ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 134 คนที่เฝ้ารอคอย
นางทำอันใดลงไป!!! จูบสามีต่อหน้าคนมากมายเนี่ยนะ อ๊ากกกกก เขินจน
อยากจะมุดดินหนีแล้ว!!
“ภรรยาเป็นอันใดไปหรือเหตุใดถึงเอาแต่ก้มหน้า” หานลั่วอี้ก้มหน้ามอง
คนข้างกาย ชายหนุ่มหยักยิ้มมุมปากเล็กน้อยให้กับท่าทีเขินอายของภรรยา
เขาเห็นว่าแก้มนวลแดงปลั่งลามไปถึงใบหู แต่ทำทีเป็นมองไม่เห็นเอ่ยถาม
ออกไป
“…”
“ภรรยา?” เอ่ยเรียกออกไปอีกครั้งด้วยความสงสัย
เยว่ฉีเม้มปากแน่นไม่เอ่ยตอบ
บุรุษผู้นี้รู้ว่านางขัดเขินแต่ยังทำทีเป็นไม่เห็น ชอบใจเหลือเกินที่เห็นนางไม่
กล้าสู้หน้าเช่นนี้
เขินก็เขินอยากเอาคืนก็อยากเอาคืน นางจึงยื่นมือไปทางสามี
หานลั่วอี้เหลือบสายตามองมือที่ส่งออกไปคิดจะยื่นมือไปกุมมือภรรยา
ทว่ามือนั้นกับยื่นผ่านมือเขาไปจับที่ข้างเอวแล้วบิดแรง ๆ
“ท่านอย่าแกล้งข้าให้มากนัก ไม่เช่นนั้นข้าจะเอาคืน” ชายหนุ่มหลุดขำ
เสียงเบา แรงที่ผ่านนิ้วมาไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บเลยสักนิดเดียว
ฝ่ามือหนาวางลงบนมือข้างนั้น ยึดมาจับไว้ก่อนจะยกขึ้นแนบริมฝีปากลง
ไป
“ภรรยา อย่าได้ข่มขู่นักเลย ข้าหวาดกลัวเหลือเกิน” น้ำเสียงหงอยเหงา
ของเขาไม่ได้เข้ากับใบหน้าที่กำลังกลั้นยิ้มอยู่เลย สายตาหานลั่วอี้บ่งบอกว่ามี
ความสุขมากกับสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้
เยว่ฉีหมั่นไส้แต่ทำอะไรไม่ได้ ร่างกายของอีกฝ่ายหลังระดับเพิ่มขึ้นดูจะ
ทนทานมากกว่าเดิมหลายเท่า!!
นึกแล้วก็อยากจะอ้าปากแล้วงับไหล่สักทีให้หายโมโห
“ภรรยาไม่บอกจริงหรือข้าปวดใจเหลือเกิน”
อยากรู้เสียจริงว่าบุรุษผู้นี้ไปร่ำเรียนการแสดงออกเช่นนี้มาจากที่ใด เหตุใด
นับวันถึงได้ดูเชี่ยวชาญยิ่งนัก
หญิงสาวไม่คิดจะปล่อยให้เขาแกล้งต่อไปอีกแล้ว ดึงมือกลับมายกมือขึ้น
กอดอกจ้องหน้าเขา
คนถูกจ้องหน้าเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย รอคอยว่าภรรยาจะพูดอะไร
“…”
“ภรรยา?”
“เจ้าสองคนจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานหรือไม่? หากยังไม่มาพวกข้าจะไป
ก่อนแล้ว!!” เสินเทียนตะโกนกลับมา เขาอยู่ห่างจากทั้งสองคนประมาณสิบจั้ง
ทิ้งสองคนนี้ให้เดินตามหลังไม่ทันไร ก็ยืนหยอกล้อกันอีกแล้ว มันทำไมนัก!!
อดใจไม่แสดงความรักต่อกันสักชั่วยามไม่ได้เลยหรือ
“เสินเทียนเจ้ากำลังอิจฉาข้ากับสามี จึงเอ่ยขัดขึ้นมาใช่หรือไม่?” ตอนแรก
ยังไม่พอใจเขา ทว่าพอถูกคนนอกเอ่ยถาม จึงเปลี่ยนไปรังแกอีกฝ่ายแทน
“เหอะ…ข้านะหรือ? เจ้าฝันไกลไปแล้ว ข้าเพียงกลัวว่าการกระทำของพวก
เจ้าจะทำให้พวกเราเดินทางได้ช้า!!”
“เหอะ มาดูกันว่าเจ้าจะเดินทางช้าเพราะข้าจริงหรือไม่!!” หญิงสาวพูดเป็น
มั่นเป็นเหมาะ กระโดดขึ้นหลังสามีก่อนเอ่ยออกมาว่า
“ลั่วอี้ไปเลย ท่านจะต้องไปถึงที่หมายก่อนสหายท่าน!!” หานลั่วอี้หันไป
มองความมีชีวิตชีวาในสายตา เยว่ฉีกอดคอสามีด้วยแขนข้างหนึ่ง แขนอีกข้าง
กำเข้าหากันแล้วชูขึ้นสูง
ชายหนุ่มส่ายหัวยิ้มเอ็นดู สอดมือใต้ข้อพับขา หันไปใช้สายตามองเสิน
เทียน
“เอาสิ ข้าจะได้รู้ว่าตนเองห่างชั้นกับเจ้ามากน้อยแค่ไหน” ไม่ว่าเปล่าชาย
หนุ่มย่อตัวลงหน้าหวานเว่ย
“หวานเว่ยขึ้นมาข้าจะแบกเจ้าไปเอง!!” หวานเว่ยมองชายหนุ่มด้วยสีหน้า
ปั้นยาก ยกมือขึ้นฟาดลงไปกลางหลัง
“นางชอบกลั่นแกล้งท่าน ท่านก็จะเอาด้วยหรือ เลิกเล่นแล้วยืนขึ้น” เมื่อ
หญิงสาวไม่เล่นด้วย เขาจึงยืดตัวขึ้น
“หวานเว่ยเจ้าไม่เห็นต้องจริงจังถึงขั้นนี้ ข้าเพียงหยอกล้อกับสหาย”
“ท่านหันหลังกลับไปดูก่อนเถิด ดูว่าตอนนี้สตรีผู้นั้นอยู่ในท่าใด” เขาหัน
กลับไปมอง พลันเห็นว่าเยว่ฉีลงมายืนข้างกายสามีแล้ว
“เสินเทียนเจ้านี่สมแล้วจริง ๆ ! รับนี่ไป” นางพูดพร้อมโยนโอสถให้เขา
“รางวัลสำหรับเจ้าที่เล่นตามความต้องการของข้า!!” สิ่งที่นางโยนให้
นอกจากโอสถสำหรับเลื่อนขั้นแล้วยังมีอาวุธวิญญาณระดับเซียนรวมอยู่ด้วย
“ข้าหวังว่าอีกไม่นานเจ้ามีพลังมากพอจะทำให้เจ้านั่นแสดงพลังที่แท้จริง
ออกมาได้”
“เยว่ฉีขอบใจเจ้ามาก!!” ความขุ่นมัวเล็กน้อยในใจชายหนุ่มหายไป
หมดแล้ว ตอนนี้เขารู้สึกมีความสุขมากเมื่อได้รับของวิเศษและโอสถระดับสูง
เยว่ฉีส่ายหัวยิ้ม ๆ เงยหน้ามองสามี
“ลั่วอี้” ชายหนุ่มเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม แต่นางกับยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกให้เขา
ก้มหน้าลงมา และเมื่อระดับสายตาของทั้งสองคนใกล้เคียงกัน เยว่ฉีจึงเอ่ย
ขึ้นมาว่า
“ข้ารักท่าน”
ได้พูดออกไปแล้ว พูดออกไปอย่างตั้งใจไม่ใช่พลั้งเผลอ
“ข้ารักท่านและหวังว่าเราสองคนจะได้อยู่ด้วยกันเช่นนี้ไปอีกนาน ๆ ” นาง
ยิ้ม เป็นรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนกว่าครั้งไหนในสายตาเขา
หัวใจบุรุษหนุ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ มองมือที่ยื่นมาประสานนิ้วเข้าด้วยกัน
“ชีวิตข้าโชคดีที่ได้พบท่าน”
ไม่รู้ว่าเพราะได้เห็นเหตุการณ์ที่เขาเกือบจะหายไปตลอดชีวิตหรือไม่ นาง
จึงมีความคิดอยากจะพูดในสิ่งที่ต้องการให้เขาได้รับรู้ออกไป
ให้ได้รู้ว่านางรักเขามากจริง ๆ และไม่ต้องการให้เขาหายไปไหน
นัยน์ตาสีดำวูบไหว ความรู้สึกมากมายไหลผ่านดวงตาตรงหน้าก่อนจะ
มองเห็นว่านัยน์ตาเขาแดงก่ำขึ้นมาในที่สุด
ชายหนุ่มรู้สึกตื้นตันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความอบอุ่นมากมายโอบล้อม
ไปทั่วหัวใจ กลายเป็นความรู้สึกอบอุ่น
ฝ่ามือหนาผละห่างดึงภรรยาเข้ามากอด กระซิบคำหวานข้างหู
“ข้ารักเจ้า รักเจ้ามากถึงขั้นที่หากไม่มีเจ้า ข้าคงอยู่ไม่ได้” คนถูกกอดซบ
หน้าเข้ากับไหล เผยยิ้มยินดี
“ข้าเช่นกัน”
เหลืออีกไม่กี่วันก็จะถึงเวลาเดินทางออกจากดินแดนลับแล้ว นอกจาก
เหตุการณ์นั้นที่พวกเขาได้ประสบพบเจอ ช่วงเวลาหลังจากนั้นคนทั้งห้าไม่ได้
พบเจอเรื่องตื่นเต้นใด ๆ อีกเลย
สาเหตุหลักคงจะมาจากกลุ่มของพวกเขามีขนาดใหญ่ ทั้งยังมีผู้ฝึกปราณ
ขั้นเทพอยู่ในกลุ่มถึงสองคน การเดินทางตามหาของวิเศษจึงราบรื่นมากขึ้น
และแล้วช่วงเวลาสุดท้ายของดินแดนลับก็มาถึง ท้องฟ้าที่หลายวันมานี้นิ่ง
สนิทไร้ซึ่งสิ่งรบกวนใด ๆ เกิดคลื่นลมขึ้นอีกครั้ง ดึงดูดสายตาผู้คนมากมายให้
หยุดมอง
เหนือขึ้นไปบนท้องนภา ท้องฟ้าเกิดคลื่นลมขึ้นเป็นวงกว้างหลายจุดทั่วท้อง
นภา ก่อนช่องว่างรูปวงกลมจะปรากฏขึ้น เปิดทางให้ผู้คนได้ออกไป
‘เหล่าผู้แสวงหาซึ่งพลังและของวิเศษถึงเวลาที่พวกเจ้าต้องออกจากที่แห่ง
นี้แล้ว นับจากนี้อีกสองชั่วยามภายในดินแดนลับจะทำการกวาดล้างผู้ที่ยังคง
อยู่’
เสียงไม่ทราบที่มาดังก้องไปทั่วพื้นที่ทั่วดินแดนลับ เมื่อเสียงนั้นสิ้นสุดคง ผู้
แสวงหาโชควาสนาหลายคนต่างเร่งรีบค้นหาของวิเศษก่อนช่วงเวลาสุดท้ายจะ
มาถึง
“ออกมาแล้วสินะ รู้สึกเหมือนยังใช้เวลาไม่คุ้มเลย” หญิงสาวถอนหายใจ
พร้อมเอ่ย ไม่พอยังหันหลังกลับไปมองประตูดินแดนลับ
นางยังรู้สึกว่าใช้เวลาได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร ของวิเศษที่ได้มาแม้จะบอกว่ามี
ค่า แต่ก็ไม่มากพอให้รู้สึกตื่นเต้นมากขนาดนั้น นอกจากสัตว์อสูรตนหนึ่งกับจิต
แห่งพงไพรนางก็ไม่พบความวิเศษใดที่ชวนให้ใจเต้นได้ถึงขนาดนั้นเลย
“ภรรยาดินแดนนี้ยังมีสถานที่อีกมากให้ไปค้นหา”
“ก็จริงของท่าน ลั่วอี้ท่านต้องไปกับข้า”
ชายหนุ่มเผยยิ้มมุมปาก “เป็นเช่นนั้น ไม่ว่าที่ใดข้าจะไปกับเจ้า”
“แต่ไม่ใช่ชาตินี้”เสียงหนึ่งดังขัดประโยคสนทนาของคนทั้งคู่
กลุ่มคนที่ออกมาพร้อมเยว่ฉีต่างหันไปมองยังทิศทางเดียวกัน ตรงหน้าพวก
เขาออกไปไม่ไกล มีคนในผ้าคลุมยืนอยู่ ท่าทางเขาดูสบาย ๆ
ไม่สิ…บรรยากาศรอบตัวเขาผิดปกติเล็กน้อย
“เยว่ฉี คนของข้า ข้ามารับเจ้าแล้ว”
เขาพูดพร้อมยกมือขึ้นยื่นมาทางหญิงสาว ริมฝีปากที่โผล่พ้นผ้าคลุมออกมา
หยักยิ้ม
นางจำรอยยิ้มและน้ำเสียงนี้ได้ที
“เจ้า คนเมื่อตอนนั้น!?”
“ดีใจที่เจ้าจำข้าได้” สิ้นสุดเสียงของเขา หานลั่วอี้ หมิงเทียนหลินและ
สหายอีกสองคนรีบก้าวมายืนด้านหน้านางทันที
“คิดว่ากำลังคนแค่ไม่กี่คนจะหยุดข้าได้จริงหรือ? อ่อนหัดเสียจริง”
ก่อนจะกล่าวขึ้นอีกประโยค
“พวกเจ้ากำลังขวางทางข้าอยู่!!” กล่าวพร้อมก้าวเท้ามาด้านหน้า แรง
กดดันของเขาทำผู้ฝึกปราณโดยรอบทรุดลงกับพื้น ทุกครั้งที่เขาก้าวเข้ามาแรง
กดดันที่สัมผัสได้ยิ่งรุนแรงขึ้น
แรงกดดันมหาศาลส่งผลให้ผู้ฝึกปราณที่มีความสามารถน้อยกว่าไม่อาจ
ต่อต้านได้
“คนของข้า ถึงเวลาที่เจ้าต้องไปกับข้าแล้ว”
ชายคนนั้นก้าวมายืนตรงหน้าเยว่ฉี ปลายนิ้วหนาสัมผัสปลายคางบังคับให้
นางเงยหน้าขึ้น
“เจ้าเติบโตมาอย่างดงาม ทำเอาข้าหวั่นไหวไม่น้อย”
“ยะ…อย่าได้คิดจะนำ…ตะ…ตัวภรรยาข้าไป” หานลั่วอี้เอ่ย ชายหนุ่มยัง
สามารถบังคับตนเองให้ยืนได้ แต่การเคลื่อนไหวยังเชื่องช้า
“หึ…หาใช่เรื่องของเจ้า” ไม่ว่าเปล่า พลังสายหนึ่งไร้ซึ่งที่มาตัดแขนชาย
หนุ่มขาดออกจากกัน
“อ๊ากกก!!!”
“ลั่วอี้!!” หญิงสาวรีบก้าวเข้าไปประชิดคนรักทันที นางไม่ได้รับแรงกดดัน
จากพลังของอีกฝ่าย จึงสามารถขยับร่างกายได้ รีบหยิบโอสถและน้ำแห่งชีวิต
ให้สามีกลืนลงคอ
“เจ้าต้องไปกับข้า ล่ำลาคนของเจ้าครั้งสุดท้ายเสีย”
เยว่ฉีตวัดสายตาหันกลับไปมอง “ฝันไปเถอะ ต่อให้ต้องตายข้าก็จะไม่ไป
กับเจ้า”
“ดี ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะปากเก่งไปได้อีกนานเท่าใด!!”
ไม่ว่าเปล่า ฝ่ามือเขาถูกยกขึ้นพร้อมดาบนับร้อยที่ปรากฏขึ้นมา
“หากชายผู้นี้ตายไป เจ้าจะยังทำเป็นเก่งได้อีกไหม” เขาตวัดมือลง ดาบ
ทั้งหลายพุ่งเข้าหาคนทั้งคู่ทันที
แต่ก่อนที่ดาบจะได้เข้าประชิด ประกายแวววาวสายหนึ่งพลันเข้ามา
ขวางทางดาบเอาไว้เสียก่อน
“คิดว่าข้าจะยอมให้เจ้าทำร้ายคนตระกูลข้าหรือ!!”