ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 14 พบคนคุ้นเคย
เยว่ฉีตอบรับออกมาอย่างไม่ใส่ใจ “อ๋อ ตระกูลหาน” ก่อนจะก้าวแยกตัว ออกไป คนตระกูลนี้อยู่ให้ห่างหน่อยเป็นดี เดี๋ยวจะถูกเชื้อนิสัยเสียลามมาเปื้อน ตัว
“เจ้าจะไปไหน ข้ายังไม่อนุญาตให้เจ้าไป” หานลั่วเหมยเดินตามยื่นมือมา กระชากแขนเยว่ฉีเต็มแรง เด็กเล็กมักมีแรงมาก นับประสาอะไรกับหานลั่ว เหมยที่เป็นผู้ฝึกปราณขั้นสอง ส่วนเยว่ฉีเป็นเพียงคนธรรมดาที่ร่างกายยังบำรุง ได้ไม่เต็มที่
เด็กสาวเพียงกระตุกมือเยว่ฉีก็แทบหงายหลังต้องรีบก้าวถอยหลังเร็ว ๆ กลับไป
ความฉุนเฉียวพลันผุดขึ้นในใจ เยว่ฉีใช้แรงที่มีกระชากมือกลับคืนมา
“เสียมารยาท !!ข้าไม่ใช่ขี้ข้าของเจ้าที่คิดจะกระชากลากถูหรือขึ้นเสียง อย่างไรก็ได้ ในจวนตระกูลหานเจ้าอาจจะทำกิริยาหยิ่งยโส ยกตนใหญ่โตเพราะ ผู้อื่นเขาหวาดกลัว แต่ไม่ใช่กับข้า ข้าไม่ใช่คนของตระกูลเจ้าที่คิดอยากจะขึ้น เสียงก็ทำ อยากจะดุด่าก็ด่า”
คนเขาไม่อยากยุ่งด้วยจะเข้ามาในสายตาให้รู้สึกระคายตาไปทำไม
น้ำเสียงที่เยว่ฉีเอ่ยออกไปไม่ถือว่าเบา เรียกความสนใจจากผู้คนโดยรอบได้ เป็นอย่างดี เหตุการณ์ตรงหน้าเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีคนกล้า แข็งข้อกับตระกูลหาน
สายตายามเยว่ฉีมองตรงไปยังเด็กสาวตรงหน้าไม่ต่างจากมองขยะไร้ค่าชิ้น หนึ่ง สายตาดูแคลนไม่สนใจทำให้ความโกรธเกรี้ยวพุ่งขึ้นสูง
ตอนแรกนางต้องการเข้ามาหาเรื่องด้วยอยากรู้ว่าสตรีที่ตบแต่งกับพี่ชาย ต่างมารดาของนางไปหาเงินมากมายมาจากที่ใด เพราะนางจำที่มารดาบอกได้
ว่า บิดามอบเงินให้บุรุษน่ารังเกียจผู้นั้นเพียงหนึ่งตำลึง แต่ดูจากข้าวของที่นาง ซื้อแล้วต้องไม่ต่ำกว่าสองตำลึง !!
เด็กสาวที่ไม่เคยต้องพบเจอกับการดูหมิ่น ขึ้นเสียงสักครั้งยังไม่เคยมีหรือจะ ทนได้ ความโกรธและอับอ้ายพุ่งขึ้นสูง หานลั่วเหมยรวบรวมพลังปราณไปที่ฝ่า มือ หวังจะซัดเข้าใส่เยว่ฉี แต่ยังไม่ทันจะได้ออกท่าก็ถูกมือหนึ่งหยุดเอาไว้ก่อน
“อย่าได้คิดแตะต้องสตรีผู้นี้ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าเสียใจไปตลอดชีวิต” น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ซึ่งการข่มขู่ ทว่ากลับทำให้นางขนลุก หลั่งเหงื่อเย็นออกมา
หานลั่วเหมยคิดจะหาตัวช่วยแต่คนคุ้มกายที่ยืนอยู่ไม่ไกลกลับหมดสติไป หมดแล้ว
นางเป็นเพียงผู้ฝึกปราณขั้นสอง ส่วนคนคุ้มกายเป็นถึงผู้ฝึกปราณขั้นสี่ ถึง กระนั้นยังแพ้ให้กับชายลึกลับผู้นี้ ถึงหานลั่วเหมยจะหยิ่งยโสแค่ไหนแต่ก็รักตัว กลัวตาย
นางสะบัดแขนที่ถูกจับออกก่อนจะยกมือชี้หน้าด่าเยว่ฉี ไม่กล้าสบตาบุรุษ ซึ่งอาบไปด้วยบรรยากาศน่ากลัว
“ข้าจะจำเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เอาไว้ ข้าจะบอกท่านพ่อให้ไปจัดการกับพวก เจ้า”
“เชิญ หากเจ้าไม่กลัวว่าชีวิตจะพินาศ” คนถูกขู่สะดุ้ง นางยังจำคำพูดของ หมอดูท่านนั้นได้ดี
นางตัวสั่นถึงอย่างนั้นก็ยังพยายามรักษาหน้า จึงไม่แสดงออกว่าหวาดกลัว ก่อนไปยังมิวายหันไปตะคอกด่าผู้คนโดยรอบ
เยว่ฉีมองตามหลัง คนบ้านนี้คงอยู่ร่วมกันไม่ได้จริง ๆ ทั้งที่นางไม่ได้ไปหา เรื่องพวกเขาก็มาหาเรื่องเสียเอง
“ขอบคุณท่านมาก” เยว่ฉีหันไปกล่าวขอบคุณบุรุษลึกลับที่ออกมา ช่วยเหลือ หากเขาออกมาไม่ทันเกรงว่าพลังนั้นคงทำให้นางบาดเจ็บสาหัส ต้องอย่าลืมว่าเยว่ฉียังเป็นคนธรรมดา !!เจอพลังของผู้ฝึกปราณซัดเข้าให้ไม่ ต้องบอกว่าบาดเจ็บมากถึงขั้นไหน เยว่ฉีก็จินตนาการออก “เป็นเรื่องที่ข้าสมควรทำ เช่นนั้นข้าขอตัว” เยว่ฉีพยักหน้ามองตามหลัง บุรุษหนุ่มซึ่งไม่รู้ว่าไปซ่อนตัวอยู่ที่ใดแต่กับออกมาช่วยเหลือนางได้ทันท่วงที มองไปไม่นานแผ่นหลังก็หายวับไปจากการรับรู้ของสายตา “พลังปราณสุดยอด !!” เยว่ฉีพึมพำเบา ๆ หันหลังเดินไปยังจุดหมายแรก เกือบไม่ได้ซื้อเนื้อกลับบ้านแล้วไหม เมื่อไม่มีความครื้นเครงชาวบ้านขามุงก็แยกย้าย ถนนสายนี้ก็กลับไป ครึกครื้นราวกับเมื่อสักครู่ไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น