ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 142 เรื่องราวต่อจากนั้น
“ภรรยา !!”ชายหนุ่มประคองคนเข้าหา ก้มหน้ามอง
ใบหน้าไร้สีเลือด ริมฝีปากซีดเผือด และเสียงลมหายใจที่หยุดลง
หานลั่วอี้ตกตะลึง พลิกฝ่ามือนางขึ้นมาสัมผัสชีพจร ใต้ข้อแขนบริเวณนั้น
การเต้นของหัวใจ
ไม่มีแล้ว
เขาสัมผัสชีพจรของนางไม่ได้ ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเต้นของหัวใจ
“ภรรยา? ภรรยา!!” หานลั่วอี้ดึงคนรักเข้ามากอดแน่น ปล่อยผ่านพลังของ
ตนเข้าไปในร่างของนาง นำพาพลังปราณเข้าไปเติมเต็มปราณกำเนิดภายใน
กาย
ไม่มีแล้ว…ปราณกำเนิดที่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ฝึกปราณ ที่ตรงนั้น
เหือดแห้งลงไปไม่เหลือแล้ว
“ภรรยา เจ้าอย่าทำเช่นนี้สิ อย่าได้ล้อข้าเล่นเช่นนี้” น้ำเสียงสั่นเครือ อ้อม
กอดสั่นไหว ไหล่ทั้งสองข้างกระเพื่อมขึ้นลงอย่างไม่อาจห้าม
ถึงกระนั้นเขายังพยายามส่งพลังเข้าไปเติมเต็มในกายนางให้ได้มากที่สุด
คนอื่น ๆ ตามมาแล้ว พวกเขามองสถานการณ์ไม่นานก็เข้าใจ
ดวงตาผู้มาใหม่แดงระเรื่อ
“ละ…ลั่วอี้” เสียงสั่น ๆ ดังขึ้นไม่ไกล ทว่าไม่อาจทะลุเข้าไปในหูชายหนุ่ม
ได้ ปากเขาเอาแต่พึมพำเรียกคนในอ้อมกอด ประคองร่างที่ค่อย ๆ เย็นชืด
เอาไว้สุดฤกษ์
“ไม่จริงใช่ไหม? ไม่จริงใช่ไหม เจ้าไม่ได้จากข้าไปไหน เราสัญญากันแล้วว่า
จะไปใช้ชีวิตให้มีความสุข แล้วเหตุใดเจ้าถึงไม่ลืมตาขึ้นมาเล่า ลืมตาขึ้นมาสิ”
“เยว่ฉี ได้โปรดลืมตาขึ้นมา ข้าไม่อยากรู้สึกสูญเสียอีกแล้ว” สองมือสั่น ๆ
ประคองใบหน้าไร้สีเลือด จ้องมองดวงหน้าหลับสนิท พร้อมริมฝีปากหยักขึ้น
“ภรรยา เจ้ากำลังมีความสุขใช่หรือไม่ ตอนนี้เจ้าเพียงแค่กำลังฝัน อีกไม่
นานเจ้าจะลืมตาขึ้นมาใช่หรือไม่”
ริมฝีปากสั่นเทาประทับลงบนหน้าผากลม เปลือกตาปิดสนิท แก้มซีดไร้สี
เลือด จมูกโด่งรั้น ก่อนจะบรรจงจูบลงบนกลีบปากเย็นชืด
หานลั่วอี้ดึงคนรักเข้ามากอดแน่ เอ่ยเสียงเบา “ภรรยา เรากลับบ้านกันเถิด
บ้านแสนสงบที่เจ้าเคยวาดหวังไว้” ชายหนุ่มก้มลง ประคองคนในอ้อมกอดขึ้น
อุ้ม
มือทั้งสองข้างปล่อยทิ้งลงข้างตัว ชายหนุ่มก้มมองหยักยิ้มมุมปากเล็กน้อย
สายตาอ่อนโยนทั้งที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา
“ภรรยาเจ้าเหนื่อยมากใช่หรือไม่ ไว้พักจนหายเหนื่อยแล้ว เจ้าต้องตื่น
ขึ้นมาบ่นข้าที่ทำตัวไม่ดี เผลอร้องไห้ออกมาด้วยนะ”
หมิงเทียนหลิน หมิงโจวเยว่ หวังหรูอี้ รวมไปถึงสหายทั้งสอง ไม่ว่าใครต่าง
ดวงตาแดงก่ำกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะหวังหรูอี้ นางยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียง
สะอื้น ไม่ได้เข้าไปขัดขวางหรือห้ามปลามไม่ให้หานลั่วอี้พาบุตรสาวของนางไป
นางมองชายผู้นั้น สามีที่กำลังแตกสลายเพราะการจากไปของภรรยา
“หึ…สมควรแล้ว ในเมื่อนางฆ่านายน้อย นางตายไปก็สมควรแล้ว!!”
“…” หานลั่วอี้หันมาสบตาอีกฝ่าย ซัดพลังเข้าใส่จนอีกฝ่ายลอยไปกระแทก
ก้อนหินด้านหลัง
หานลั่วอี้ก้าวมายืนตรงหน้าครอบครัวภรรยา
“ละ…ลั่วอี้” เสินเทียนเอ่ย หานลั่วอี้หันไปมอง
“เจ้ามีอันใดจะพูดหรือ?”
“คือ…ข้า…” น้ำเสียงอีกฝ่ายทั้งขาดหายทั้งไม่มั่นใจ หลุบสายตาลงมองคน
ในอ้อมกอด
“นางเพียงหลับไปเท่านั้น อีกไม่นานก็ฟื้นแล้ว”
“เจ้าจะไปที่ใดหรือ?”
“สถานที่สงบ ๆ สักที ในดินแดนนี้” เขาตอบเพียงเท่านั้นแล้วหันหน้าไป
เผชิญหน้ากับครอบครัวภรรยาอีกครั้ง
“ข้าจะพานางไปพักผ่อน หลังนางดีขึ้นแล้วจะพามากราบไหว้พวกท่าน”
หวังหรูอี้มองบุตรสาวในอ้อมกอดบุตรเขย นางทรุดตัวเข้าหาสามี ก้มหน้า
ซุกอกเขากลั้นเสียงสะอื้นไห้
“ลั่วอี้ เยว่ฉีมีเกาะส่วนตัวของนางอยู่เจ้าพานางไปที่นั่นสิ ข้าเก็บเอาไว้ให้
นางตั้งแต่ที่นางเกิดมา” หมิงโจวเยว่ยื่นแผ่นป้ายแสดงความเป็นเจ้าของให้ชาย
หนุ่ม
“ที่เกาะนั้นไม่ได้มีอะไรมากมาย มีเพียงบ้านหลังเล็กหลังหนึ่งข้างลำธาร
และป่าไผ่ คงเหมาะให้พวกเจ้าได้พักผ่อน”
“ขอบคุณท่านพ่อ” ชายหนุ่มยอมรับน้ำใจจากอีกฝ่าย ในเมื่อเป็นเกาะของ
ภรรยา เช่นนั้นอาจจะเหมาะให้เขาไปพักผ่อนก็ได้
“ขาดเหลืออะไรบอกข้าได้ทุกเมื่อ และหากว่า…” กล่าวถึงประโยคนี้
สายตาก็หลุบมองคนในอ้อมแขน “หากว่านางฟื้นแล้วช่วยส่งข่าวหาข้าด้วย”
“ขอรับ”
“ลั่วอี้ ฝากดูแลน้องสาวข้าด้วย” หานลั่วอี้พยักหน้ารับ มองคนที่เม้มปาก
แน่น พยายามอดกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา
“เช่นนั้นข้าไปแล้วนะขอรับ ที่เหลือฝากพวกท่านด้วย”
เขาไปแล้ว จากไปพร้อมความรู้สึกหนักอึ้งที่หล่นทับคนหลายคน
ในใจครอบครัวหมิง พวกเขาต้องการจัดงานให้บุตรสาวอย่างถูกต้องตาม
พิธีกรรม แต่เมื่อมองคนที่สูญเสียภรรยาไป ดวงตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
ท่าทางแตกสลายพวกเขากลับรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก
ชายผู้นี้คนที่สามารถเรียกได้ว่าครอบครัว นอกจากภรรยาแล้วก็มีเพียง
น้องชายคนหนึ่ง อีกทั้งน้องชายคนนั้นก็ไม่ได้อยู่ข้างกาย ยามจิตใจอ่อนแอ
เช่นนี้ จะให้พวกเขาฝืนดึงคนมาและปล่อยให้จากไปได้เช่นไร
ความรู้สึกของการสูญเสียพวกเขาเข้าใจเป็นอย่างดี จึงอยากให้เขาได้มีเวลา
ทำใจยอมรับมัน
“ภรรยาบ้านหลังนี้ไม่เลวเลยใช่หรือไม่?” หานลั่วอี้มาถึงเกาะส่วนตัวของ
ภรรยาแล้ว เกาะแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่มากแต่กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น
ทั่วทั้งเกาะถูกปกคลุมด้วยม่านพลังขนาดใหญ่และแข็งแกร่ง ต้องใช้ป้ายในการ
ผ่านเข้ามา
เมื่อเข้ามาแล้วจะพบกับบ้านหลังเล็กเพียงพอต่อการใช้ชีวิตสำหรับสองคน
ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังภูเขาลูกใหญ่ มีทุ่งกว้างประมาณหนึ่งลี้ ป่าไผ่ล้อมรอบอยู่ไม่
ไกล และลำธารหลังบ้าน ต้นลำธารมีน้ำตกส่งเสียงเสนาะหูไม่ไกลออกไป
ชายหนุ่มเดินเข้ามาในบ้าน ใช้พลังกำจัดฝุ่นมากมายภายในบ้านจนสะอาด
หน้าต่างห้องเปิดออกแล้ว แสงแดดลอดผ่านเข้ามาสะท้อนให้ภายในห้องดู
อบอุ่น
“ภรรยา ข้าอยากให้เจ้าลืมตาขึ้นมาดูทิวทัศน์ตอนนี้ด้วยกันจริง ๆ ภาพที่
มองผ่านหน้าต่างดงามและอบอุ่น เช่นเดียวกับความรู้สึกของข้ายามมีเจ้าข้าง
กาย”
หานลั่วอี้วางคนในอ้อมกอดลงบนเตียง ลมหายใจยังคงเรียบสนิทเช่นเดิม
เขาจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ภรรยา ใช้ผ้าเช็ดตามใบหน้าและลำตัว
“ภรรยาเจ้าชอบหรือไม่? หากเจ้าพักเหนื่อยจนพอแล้ว หลังตื่นขึ้นมาเห็น
ทิวทัศน์นี้เจ้าจะทำสีหน้าเช่นไรนะ” ฝ่ามือหนาใช้ผ้าเช็ดหลังมือให้ จับมือนาง
ขึ้นมาวางข้างแก้ม
“ภรรยา…” ชายหนุ่มเม้มปาก สำรวจใบหน้าภรรยาที่ถึงแม้จะดูดีขึ้น
มาแล้ว แต่ก็ยังไร้สีเลือด
เขารู้ดี รู้ว่านางไม่หายใจแล้ว รู้ว่าปราณกำเนิดแห้งเหือดไปแล้ว รู้ว่าหัวใจ
บริเวณอกด้านซ้ายไม่เต้นแล้ว
เขารู้ดี รู้ว่านางได้จากเขาไปแล้ว
รู้ดียิ่งกว่าใคร…
น้ำตาซึ่งเหือดแห้งไปแล้วไหลออกมาอีกครั้ง ฝ่ามือสั่น ๆ จับมือภรรยามา
คลอเคลียข้างแก้ม สัมผัสเย็นเฉียบยิ่งตอกย้ำความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น
“ภรรยา พวกเราสัญญากันแล้วมิใช่หรือ ช่วงเวลาหลังจากนี้ที่ไม่มีเจ้าข้า
ควรทำเช่นไรดี ในเมื่อเหตุผลหลักของการมีชีวิตอยู่ไม่มีแล้ว”
“เพราะข้าปกป้องเจ้าได้ไม่ดี เพราะข้าไร้ความสามารถ เจ้าถึงได้เป็นเช่นนี้
เจ้ากำลังลงโทษข้าอยู่ใช่หรือไม่ ลงโทษที่ข้าอ่อนแอ ทุกอย่างเป็นเช่นนี้เพราะ
ข้าอ่อนแอเอง”
เขาซบหน้าลงบนหลังมือเย็นเฉียบ ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมา ก่อนผละออก
บรรจงริมฝีปากลงบนหลังมือ
“ภรรยา เจ้าลืมตาขึ้นมาอีกครั้งได้หรือไม่ ครั้งนี้ข้าสัญญาว่าจะดูแลเจ้าให้ดี
จะแข็งแกร่งขึ้นให้มาก แข็งแกร่งถึงขั้นที่ว่า ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถมาทำร้ายเจ้า
ได้”
“ภรรยา เหตุใดถึงเลือกจะจากข้าไปเล่า” หานลั่วอี้ยืดตัวขึ้น ชายหนุ่ม
จุมพิตลงบนหน้าผากมน ก้าวขึ้นไปบนเตียงดึงคนรักเข้ามาในอ้อมกอด กอด
นางแล้วหลับตาลง
ซึมซับความรู้สึกและกลิ่นอายจากร่างกายเย็นเฉียบ
“ภรรยา ข้าหวังว่าเมื่อข้าลืมตาขึ้นมาอีกครั้งข้าจะได้พบรอยยิ้มและคำ
ทักทายของเจ้า”