ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 19.2 คำขอของภรรยา
เขาลอบมองสีหน้าภรรยาด้วยกลัวว่าคำพูดเมื่อสักครู่จะทำนางเจ็บปวด แต่ พอเห็นว่านอกจากใบหน้าแดงระเรื่อ นัยน์ตาเป็นประกายตรงหน้าก็ไม่มีคลื่น อารมร์ใดอยู่เลย
“ข้าไม่แน่ใจว่าตอนร่างกายไม่แข็งแรงจะสามารถตรวจสอบได้หรือไม่” คำตอบนางยิ่งทำให้เขาประหลาดใจ ความกังวลในตอนแรกกับคำตอบสวนทาง กันไปไกลลิบ
ความรู้สึกกังวลหายไปจนหมดสิ้น ได้แต่มองใบหน้างดงาม
“นั่งลงก่อนแล้วพลิกฝ่ามือทั้งสองของเจ้ามาตรงหน้าข้า” เยว่ฉีพยักหน้า ทำตาม ความรู้สึกไม่พอใจตอนแรกหายไปหมดแล้ว
เพราะนางไม่ได้ไม่พอใจตั้งแต่แรก แต่เขินมาก !!
คิดดูว่าใบหน้าหล่อ ๆ เผยยิ้มมุมปากมองมาด้วยสายตาอ่อนโยน เอ่ย ประโยคหวานหยอกล้อ เป็นใครบ้างไม่เขิน
ถึงใครจะไม่เขินแต่นางเขิน !!
“หลับตา หายใจเข้าออกสบาย ๆ หากรู้สึกอันใดก็อย่าได้ปฏิเสธข้าจะส่ง พลังปราณเข้าไปตรวจสอบพลังในร่างกายเจ้า” เยว่ฉีทำตาม หายใจเข้าออก สม่ำเสมอ
หานลั่วอี้มองภรรยาผู้ว่าง่าย นางงดงามขึ้นมากพาให้หัวใจรู้สึกเปรี้ยวฝาด
ภรรยาเป็นคนยิ้มแย้ม เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย เขากลัวว่าจะมี บุรุษไม่หวังดีเข้า มาดึงนางออกห่าง ภรรยาที่ไม่มองคนเพียงรูปลักษณ์ภายนอกหาได้ไม่ง่ายเลย จะไม่ให้เขารู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อยได้อย่างไร
ฝ่ามือหนาทาบทับลงบนฝ่ามือเล็กกว่า เขาปรับลมหายใจให้เข้ากับจังหวะ หายใจของภรรยา หลับตาลงส่งผ่านพลังปราณจากฝ่ามือเข้าสู่ฝ่ามือนาง
พลังสายหนึ่งแล่นผ่านเส้นประสาท เคลื่อนไปที่ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่จุดใต้สะดือ ซึ่งเป็นจุดสำหรับกักเก็บพลังปราณ
หานลั่วอี้ใช้เวลาไม่นานก็พบคลื่นพลังซึ่งอยู่แถวใต้สะดือ เขาบังคับพลังให้ ขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม ยังไม่ทันจะได้ตรวจสอบว่าเป็นพลังสายไหน พลัง ของเขาก็ถูกพลังในร่างภรรยาผลักออกมาอย่างแรง
มือหลุดออกจากกัน เขาหลุดออกจากการตรวจสอบ ภาพสุดท้ายที่เห็น ก่อนจะถูกดีดออกมาคือ ปราณสีทองสดใส
หากอยากจะเป็นผู้ฝึกปราณพวกเขาต้องมีปราณกำเนิดปรากฏอยู่ในร่าง ก่อน
ปราณกำเนิดของผู้ฝึกปราณจะเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกปราณที่ เก่งกาจมาแค่ไหน ในตอนที่ตรวจสอบคุณสมบัติการฝึกปราณ สีของปราณ กำเนิดที่แสดงออกมามักจะเป็นสีขาวเสมอ
แต่ยังมีปราณกำเนิดอีกสีหนึ่ง ปราณกำเนิดพิเศษที่มีเพียงผู้ได้รับเลือก เท่านั้นถึงมีสิทธิ์ครอบครอง !!
นั่นคือปราณกำเนิดของนักหลอมโอสถ
ปราณกำเนิดของนักหลอมโอสถ ปราณกำเนิดของพวกเขาจะเป็นประกาย แสงสีเหลืองสดใส ยิ่งสีเหลืองใกล้เคียงกับสีทองมาเท่าไหร่ ก็ยิ่งหมายถึงว่า คุณสมบัติสำหรับเป็นนักหลอมโอสถสูงมากเท่านั้น
และปราณที่เขาเห็นเมื่อสักครู่ คล้ายสีทองมากกว่าสีเหลือง เป็นสีทอง ประกายสดใสงดงามมาก
“เป็นเช่นไรบ้าง?” เยว่ฉีเอ่ยถามทั้งที่ยังไม่ลืมตา นางไม่กล้าลืมตาขึ้นมา ก่อนเพราะกลัวว่าจะทำให้การตรวจสอบผิดพลาด
“ลืมตาได้แล้ว…” ทันทีที่ภรรยาลืมตา หานลั่วอี้จึงเอ่ยต่อ “เจ้ามีคุณสมบัติ ในการเป็นนักหลอมโอสถมากกว่าเป็นผู้ฝึกปราณ”
“นักหลอมโอสถ?” เยว่ฉีใช้เวลาย่อยคำพูดสามีชั่วครู่ ก่อนจะเข้าใจ แววตา สับสนเปลี่ยนเป็นเบิกกว้าง ยกมือขึ้นปิดปาก
“นักหลอมโอสถหรือ !?”
“ใช่ ใจเย็น ๆ แล้วนั่งลงก่อน” หานลั่วอี้ยิ้มให้กับการแสดงออกของนาง ตกใจถึงขั้นต้องลุกขึ้นยืน ปากอ้าค้าง ดวงตาแทบถลนออกมา ทั้งที่การกระทำ ออกจะน่าเกลียดแต่ในสายตาเขากลับน่ารักน่าเอ็นดูมาก
“ทะ…ท่านบอกว่าข้ามีคุณสมบัติเหมาะสมกับการหลอมโอสถ” ใจเย็นลง แล้วแต่ยังพูดติดขัดอยู่ หานลั่วอี้ดึงภรรยาลงนั่งบนโต๊ะ พร้อมกล่าว
“ใช่ แต่เจ้าห้ามบอกใครเรื่องนี้ให้ผู้อื่นรู้ หากมีคนถามก็บอกออกไปว่าเจ้า สามารถฝึกปราณได้เป็นพอ” เยว่ฉีพยักหน้าตกลง
นางย่อมรู้ว่านักหลอมโอสถหายากมากแค่ไหน หลัวหรูเคยอธิบาย ความสำคัญให้นางฟังคร่าว ๆ แล้ว และนางก็เป็นนักหลอมโอสถหายากที่ว่าทั้ง ยังไม่มีภูมิหลังแข็งแกร่ง หากเรื่องที่นางเป็นนักหลอมโอสถกระจายออกไป ชีวิตต้องตกอยู่ในความวุ่นวายเป็นแน่ เยว่ฉีไม่ต้องการเช่นนั้น
นางยังไม่พร้อมรับมือความวุ่นวายซึ่งอาจบานปลายใหญ่โตถึงขั้นเกี่ยวข้อง กับความเป็นความตาย
ในโลกนี้ไม่ว่าเรื่องอะไรล้วนสามารถเกิดขึ้นได้ จะฆ่าคนโดยไร้เหตุผลไม่สน กฎหมายบ้านเมืองก็ทำได้ ขอเพียงมีภูมิหลังแข็งแกร่ง
“เจ้าไม่ต้องกลัว ตราบใดที่ข้ายังอยู่ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำอันตรายต่อ เจ้า” เยว่ฉีเงยหน้ามองสายตาและน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง แววตากังวลระคน หวาดกลัวถูกคำพูดประโยคนี้ช่วยลบล้างให้มลายหายไป
โน้มตัวเข้าหาหน้าอกอบอุ่นทั้งที่เขินอาย
“ขอบคุณท่าน ข้าเชื่อว่าท่านจะปกป้องข้าได้” นางเชื่อเช่นนั้น เชื่อในตัว บุรุษที่ยื่นมือเข้ามาหาเพียงแค่เห็นว่านางกำลังหวาดกลัว