ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 20 หน้าร้าน
เช้าวันต่อมาเยว่ฉีเดินทางเข้าเมืองอีกครั้ง ครั้งนี้นางพกความมั่นใจมา
มากกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา ทั้งยังคาดหวังว่าจะสามารถได้หน้าร้านที่ดี
“ท่านคงเป็นคนสำคัญของชายผู้นั้นจริง ๆ ” เสินเทียนเอ่ยยิ้ม ๆ คนผู้นั้น
ถึงขั้นออกคำสั่งให้เขาหาหน้าร้านให้ ไม่จำเป็นต้องใหญ่มากเพียงให้การ
คุ้มครองเป็นพอ
ดูสิ ถึงขั้นออกคำสั่งให้ใช้เบื้องหลังร้านค้าซินซินดูแลความปลอดภัยจะบอก
ว่าไม่ให้ความสำคัญได้อย่างไร
“ท่านหาหน้าร้านให้ข้าได้หรือไม่?” เยว่ฉีไม่สนใจคำพูดเขา หานลั่วอี้จะให้
ความสำคัญนางมากน้อยเพียงใดนางย่อมสัมผัสได้ด้วยตนเอง
“ได้ ท่านรอข้าสักครู่ ข้าจะพาไปดูหน้าร้าน” หานลั่วอี้ไม่เคยทำให้นาง
ผิดหวังจริง ๆ หน้าร้านที่นางหามาหลายวัน พอเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ
เพียงวันเดียวก็ได้มาแล้ว
เสินเทียนบอกกล่าวลูกน้องคนสนิทว่าตนจะออกไปนอกร้านชั่วครู่ให้เขา
ดูแลร้านให้ดี ก่อนจะพานางเดินออกมาทางหน้าร้าน ถึงอย่างไรก็คิดจะใช้
เบื้องหลังร้านค้าซินซินช่วยเหลือเช่นนั้นก็ปล่อยให้ผู้คนเห็นว่าทั้งสองคนอยู่
ด้วยกันไปเลย
ร้านซินซินเป็นร้านค้าหยกวิญญาณและเครื่องมือวิญญาณ เป็นร้านค้าสอง
ชั้นแบ่งแยกระดับลูกค้าชัดเจน ลูกค้าทั่วไปจะซื้อขายสินค้าที่ชั้นหนึ่งส่วนลูกค้า
เงินหนาจะได้รับการดูแลที่ชั้นสอง คุณภาพของสินค้าขึ้นอยู่กับกำลังการซื้อ
ของลูกค้าคนนั้น ๆ โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นลูกค้าระดับใด
เสินเทียนมีใบหน้าหล่อเหลา อบอุ่น รูปร่างสูงเพรียวอย่างลูกผู้ดี ให้
ความรู้สึกเหมือนชายหนุ่มใจดีร่าเริงแตกต่างจากหานลั่วอี้ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น
บรรยากาศรอบตัวเขาก็ยังคงดึงดูดสายตาผู้คนได้เป็นอย่างดี
เกิดมาหล่อและมีภูมิหลังดีไม่แปลกที่จะได้รับความนิยม สตรีนางน้อยจะ
ชื่นชอบเสินเทียนนางก็ไม่รู้สึกอันใด แต่ทำไมถึงได้มองมาที่นางด้วยสายตา
เช่นนั้น?
อิจฉา? อยากจะบอกว่าสามีนางมีเสน่ห์ดึงดูดมากกว่าบุรุษผู้นี้อีก !!
เยว่ฉีได้แต่คิดในใจไม่เอ่ยออกมา นางส่ายหัวกลอกตามองบนกับสายตาแม่
นางน้อยทั้งหลาย
ใช้เวลาเดินไม่นานเสินเทียนก็พาเยว่ฉีมาถึงหน้าร้าน จะบอกว่าใช้เวลา
เดินทางไม่นานก็ไม่ได้ เพราะตัวร้านตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้านค้าซินซิน ถึงหน้า
ร้านจะไม่ได้ใหญ่มากมีขนาดประมาณสี่จั้ง แต่ก็เพียงพอต่อความต้องการของ
นาง
ภายในร้านคล้ายว่าเคยเป็นร้านอาหารมาก่อน มีโต๊ะอยู่สี่ชุด และจุดคิดเงิน
ด้านหลังร้านมีบ่อน้ำและเตาทำอาหารสามเตา
“เป็นเช่นไรบ้าง”
“ดีมากไม่เล็กไม่ใหญ่ ถูกใจข้า”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ท่านจะจัดการหน้าร้านเลยหรือไม่? ข้าจะได้ให้คนมา
จัดการ”
“รบกวนท่านด้วย ข้าไม่ค่อยรู้จักร้านรวงในเมืองเสียเท่าใด แล้วหน้าร้าน
จะใช้เวลานานหรือไม่?”
เสินเทียนมองนาง ทั้งที่ถามคำถามเขาแต่กับไม่มองหน้า เดินสำรวจร้านไม่
หยุด “ไม่เกินสองวัน ต้องการปรับปรุงส่วนใดเป็นพิเศษหรือไม่”
“ไม่มีเป็นพิเศษแค่ทำให้ดูสะอาดน่าเข้าเป็นพอ ส่วนเรื่องป้ายหน้าร้านท่าน
ช่วยหาไม้ให้ข้าสักแผ่น”
“ท่านจะเขียนชื่อร้านเองหรือ?” เยว่ฉีหันไปยิ้มให้อีกฝ่ายที่เผยสีหน้าสงสัย
“ข้าจะขอให้สามีช่วยเขียนให้ ท่านไม่เห็นหรือว่าลายมือเขางดงามมาก
เพียงใด”
เสินเทียนมองนางอย่างอึ้ง ๆ ไม่คิดว่าจะใช้สามีเขียนตัวอักษรให้ แม้ไม่
อยากจะเชื่อแต่หากเป็นนางคงสามารถทำให้หานลั่วอี้ยอมเขียนให้เป็นแน่ ทั้งที่
ปกติเขาแทบจะไม่ยอมเขียนตัวอักษรให้ผู้ใด
“ฝากท่านด้วย พรุ่งนี้ข้าจะเข้ามาดูอีกที”
ถึงจะพูดเช่นนั้นแต่หลังจากนั้นเย่วฉีกับตัดสินใจไปเลือกซื้อของเข้าร้าน
ก่อน นางเดินไปยังร้านขายข้าวที่ไปครั้งแรก ครั้งนี้ลูกจ้างร้านเป็นกันเองกับ
นางมากกว่าตอนแรก เดินออกมาต้อนรับนางด้วยความนอบน้อม เยว่ฉีจัดการ
ซื้อถ้วยชามละตะเกียบสำหรับใช้ในร้านอาหารอย่าละยี่สิบชุด ตะหลิว ทัพพี
ช้อนตักน้ำแกง และหม้อ ตะกร้าใส่ผักและของจำเป็นอื่น ๆ อีกหลายอย่าง
วันนี้นางจ่ายเงินออกไปก้อนโตถึงสิบหกสองตำลึง ตอนควักเงินจ่ายออกไป
เยว่ฉีรู้สึกปวดใจไม่น้อยแต่เมื่อคิดว่าหลังจากวันนี้จะได้คืนกลับมามากกว่าเดิมก็
พอจะทำใจได้
ของที่ซื้อวันนี้เยว่ฉีนำไปฝากที่ร้านซินซินก่อนเพราะร้านยังต้องมีการ
ปรับปรุงต่อเติมเล็กน้อยยังไม่เหมาะจะนำของไปวาง
เรื่องค้าจ่ายใช้ในการต่อเติมเยว่ฉีได้มอบให้เสินเทียนไว้ก่อนแล้ว ส่วนเรื่อง
ค่าเช่าหน้าร้านถึงเขาบอกว่าไม่ต้องจ่าย แต่เยว่ฉีก็เกรงใจเกินกว่าจะรับมาเฉย
ๆ หลังพูดคุยกันหลายประโยคก็ตกลงถอยกันคนละก้าว ลดค่าเช่าร้านลง
ครึ่งหนึ่ง เยว่ฉียังบอกว่าจะมอบอาหารที่นางทำให้อีกฝ่ายวันละมื้อ
ตอนแรกเสินเทียนไม่คิดอะไรและต้องการปฏิเสธแต่พอคิดว่าเป็นร้าน
ภรรยาหานลั่วอี้จึงตอบตกลง
หลังซื้อของใช้เข้าร้านแล้วจากนี้ก็คือผักและเนื้อที่จะใช้ในการทำอาหาร
เยว่ฉีเดินไปติดต่อร้านแผงลอยว่าสามารถสั่งจองผักได้หรือไม่ นางจะมารับทุก
เช้าในอีกสองวันต่อจากนี้ พร้อมทั้งชี้บอกว่าร้านอยู่ที่ใด
แม่ค้าร้านขายผักเห็นว่านางดูคุ้นเคยกับเถ้าแก่ร้านซินซิน จึงตอบตกลง คน
ที่มีภูมิหลังยิ่งใหญ่คงไม่โกหกนาง และเพื่อไม่ให้มีการหลอกลวงเกิดขึ้นเยว่ฉีจึง
ได้ทำสัญญาซื้อขายกับแม่ค้าร้านขายผักและนางยังทำเช่นเดียวกันกับเจ้าของ
ร้านขายเนื้อ
ร้านกำลังต่อเติมอยู่ เยว่ฉีกลับบ้านพร้อมสีหน้าเบิกบานในมือถือไม้แผ่น
หนึ่งมาด้วย ถึงจะหนักไปหน่อยแต่ยังพอให้ถือกลับมาได้
หานลั่วอี้สัมผัสได้ว่าภรรยากลับมาแล้วจึงออกมาต้อนรับ พอเห็นว่านางถือ
ของหนักเข้าบ้านจึงใช้พลังปราณช่วยยกของให้
เยว่ฉีเบิกตากว้าง แต่พอรู้ว่าใครยื่นมือเข้ามาช่วยอารามตกใจก็เปลี่ยนเป็น
รอยยิ้มมีความสุข เดินสาวเท้ายาว ๆ เข้ามาใกล้
“เรื่องร้านเป็นเช่นไรบ้าง”
“ราบรื่นดีมาก ประมาณสองวันจะเปิดร้าน” หานลั่วอี้พยักหน้าแล้วก้มลง
มองของในมือ
“ป้ายหน้าร้าน ข้าอยากให้ท่านเป็นคนเขียน ถึงอย่างไรร้านนี้ก็ถือเป็นร้าน
ของเรา ท่านควรมีส่วนร่วมด้วย”
“ได้ ข้าจะเขียนให้เจ้าคิดชื่อร้านไว้แล้ว?”
“ข้าคิดไว้แล้ว ชื่อร้านเยว่ลั่ว”
พอได้ฟังชื่อร้านมุมปากหานลั่วอี้พลันโค้งขึ้น แววตายิบหยีลงเล็กน้อย