ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 29 ความสามารถเพิ่มพูน
เพราะมัวแต่สนใจเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่เยว่ฉีจึงสัมผัสความผิดปกติหลัง
เลื่อนขั้นไม่ได้ ตอนนี้หัวใจซึ่งเคยเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาทุเลาลงแล้วเหลือ
เพียงอาการใจเต้นเช่นยามปกติ
พลังที่เพิ่มขึ้นมาเยว่ฉียังมิอาจควบคุมได้ด้วยไม่ใช่คนในโลกนี้ พลังจิตของ
นักหลอมโอสถจึงแผ่ออกไปทั่วพื้นที่ก่อนสัมผัสกับอะไรบางอย่าง สิ่งนั้นให้
ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนเคยสัมผัสมาก่อน
ใบหน้างดงามถอยห่างจากแผงอกแกร่ง หานลั่วอี้ซึ่งเฝ้ามองอยู่ตลอดกำลัง
จะเอ่ยถามว่า หายเขินอายแล้วหรือ กลับต้องเปลี่ยนคำพูดเมื่อเห็นว่าคิ้วรวย
สวยขมวดเข้าหากันแน่น
“มีอันใดหรือ”
“ข้าสัมผัสอะไรบางอย่างได้” ไม่ว่าเปล่าหญิงสาวก้าวลงจากตัวสามี เป็น
ฝ่ายนำพาเขาออกไปพื้นที่ว่างหลังบ้านภายในกำแพง
กำแพงสร้างใหม่ด้านหลังห่างจากตัวบ้านประมาณหนึ่งจั้ง บ้านหลังใหม่
ของพวกเขาสร้างเสร็จเมื่อหนึ่งวันก่อนซึ่งทันก่อนเยว่ฉีจะเลื่อนระดับพอดี
รูปแบบบ้านเป็นอย่างที่ต้องการ ในส่วนของกำแพงก็สร้างสูงจากพื้นหนึ่ง
จั้ง ลานบ้านเล็ก ๆ ถูกทำความสะอาดและมีการปลูกพืชผักเอาไว้เล็กน้อย
จุดสำคัญคือใต้ต้นไม้ใหญ่มีการปรับพื้นดินให้เรียบแล้วนำแคร่หลังน้อยมาตั้งไว้
ใต้ต้นไม้
เยว่ฉีผละออกห่างจากหานลั่วอี้เดินไปหยิบจอบซึ่งวางพิงตัวบ้านมาถือ หา
มุมที่คิดว่าใช่ มือทั้งสองข้างจับตัวด้ามไว้แน่นยกง้างไปด้านหลังแล้วเหวี่ยง ฉึบ
ปักลงดิน
เยว่ฉีเริ่มขุดดินไปเรื่อย ๆ หานลั่วอี้ถามว่าต้องการหาอะไร ทว่าภรรยาไม่
เอ่ยตอบจึงมองนางเงียบ ๆ
ผ่านไปประมาณครึ่งเค่อ หลังขุดได้เพียงเดินการลงจอบบนพื้นครั้งนี้กลับมี
เสียงคล้ายตัวจอบกระทบของแข็ง
เยว่ฉียิ้มกว้าง ค่อย ๆ ขุดดินรอบ ๆ เจ้าสิ่งนั้นออกก่อนจะอุ้มหินแข็ง ๆ
ก่อนหนึ่งขึ้นมา
หานลั่วอี้ประหลาดใจแล้ว มิใช่ว่าภรรยาเคยอุ้มหินลักษณะนี้เข้าบ้านมา
ก่อนหรือ มาตอนนี้ก็เจอหินคล้ายกันอีกแล้ว
ไม่ใช่เพียงก้อนเดียวหลังเยว่ฉีแน่ใจแล้วว่าตนเข้าใจถูกก็ใช้จอบขุดสิ่งที่ฝัง
อยู่ใต้ดินออกมา
สองก้อน…
สามก้อน…
สี่ก้อน…
ก้อนหินยังคงถูกหยิบขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงก่อนที่สิบหก
หินแต่ละก้อนมีขนาดประมาณครึ่งฉื่อ วางกองร่วมกันสูงประมาณครึ่งจั้ง
เยว่ฉีนำจอบไปเก็บตามเดิม เดินกลับมาก้มลงหยิบหินก้อนหนึ่งขึ้นมายื่นให้
สามี
“ท่านผ่าดู” มุมปากหานลั่วอี้ปรากฏรอยโค้ง คงมิใช่ว่าภรรยาพบหยก
วิญญาณอีกแล้ว? เช่นนั้นคงจะเรียกว่าเป็นคนโชคดีมาก
ไม่ผิดจากที่คาด หลังหานลั่วอี้ใช้พลังปราณผ่าหินออกเป็นสองชิ้น ใจกลาง
ของก้อนหินมีหยกสีเหลืองอ่อนถูกฝังเอาไว้
“ภรรยาทำให้ข้าประหลาดใจได้อยู่เสมอ” ประโยคหยอกเย้าของเขาไม่ได้
ทำให้เยว่ฉีหน้าแดงเท่าคำเรียก ภรรยา
จะห้ามก็ไม่ได้ใช่ไหมในเมื่อนางเป็นภรรยาเขาจริง
เยว่ฉีเม้มปากกลั้นรอยยิ้มขัดเขินทำทีเป็นก้มลงหยิบหินก้อนใหม่ขึ้นมา แต่
หานลั่วอี้เห็น
เห็นว่าใบหูเนียนสวยแดงระเรื่อ…
“ลั่วอี้ก้อนนี้” เยว่ฉียังคงส่งหินให้สามีผ่าก้อนแล้วก้อนเล่า ไม่เอ่ยคำพูดใด
มากกว่านั้น ไม่ใช่ว่าไม่ต้องการพูดด้วยเพียงแต่นางกลัวว่าเขาจะทำให้ต้องเขิน
อายอีก
เหตุใดนับวันสายตาที่สามีมองมาถึงได้แพรวพราวเป็นประกายระยิบระยับ
สื่อนัยบางอย่าง
ร่างนี้พึ่งจะอายุสิบหกยังถือว่าเด็ก!?
เอ่อ…ถือว่าเมื่อสักครู่นางไม่ได้คิดอันใด
ทั้งสองคนคนหนึ่งยื่นก้อนหินให้อีกคนทำหน้าที่ผ่าหินผ่านไปไม่นานก้อน
หินสิบห้าก้อนแรกถูกผ่านำหยกวิญญาณออกมาทุกก้อน ทุกครั้งที่ผ่าออก
มาแล้วพบหยกวิญญาณชายหนุ่มได้แต่ประหลาดใจไม่หยุด
ผ่านมาสิบห้าก้อนจากความประหลาดใจ แปลกใจก็เปลี่ยนเป็นความสงสัย
ว่าภรรยาตัวน้อยของเขาสัมผัสหยกวิญญาณได้อย่างไร
“ก้อนสุดท้ายแล้ว” เยว่ฉีเอ่ยพร้อมมองหินในมือเขาไม่วางตา
หานลั่วอี้สัมผัสถึงสายตาที่มองมา ชายหนุ่มส่ายหัวอมยิ้มให้ท่าทางน่ารัก
นั่น หญิงสาวใบหน้างดงามนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้า เท้าคางบนฝ่ามือดวงตาเป็น
ประกายระยิบระยับจ้องมาด้วยความคาดหวังระคนอยากรู้
ชายหนุ่มก้มลงมองก้อนหินในมือ หยกวิญญาณด้านในคงจะมีความพิเศษ
บางอย่างซ่อนไว้เป็นแน่มิเช่นนั้นเยว่ฉีคงไม่ทำสายตาเช่นนี้
ชายหนุ่มวางมือลงบนก้อนหินเหมือนที่ผ่านมา ใช้พลังผ่าหินขนาดครึ่งฉื่อ
และพอแหวกหินออกจากกันสีที่สะท้อนเข้าสู่ดวงตากลับทำให้เขาต้องเบิกตาโต
ผ่านไปชั่วอึดใจหานลั่วอี้ถึงหาเสียงตนเองเจอ เขาต้องกะพริบตาอยู่หลาย
ครั้งจึงยอมเชื่อว่า ตนไม่ได้มองผิดไป
“หยกวิญญาณสีน้ำเงินทั้งยังเข้มมาก”
“เป็นเช่นไรบ้างถูกใจท่านหรือไม่” เยว่ฉีพูดยิ้ม ๆ คล้ายรู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่อยู่
ด้านในมีคุณสมบัติเป็นเช่นไร
หานลั่วอี้หยิบหยกวิญญาณสีน้ำเงินงดงามขนาดประมาณกำปั้นผู้ใหญ่
ขึ้นมาดูใกล้ ๆ เป็นสีน้ำเงินสวยงามสม่ำเสมอกันทุกด้านไม่มีส่วนด่างพร้อยใด ๆ
หากนำออกไปขายต้องได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนตำลึง
“ภรรยาความสามารถของเจ้า” เขาไม่อาจเก็บความสงสัยได้อีกแล้ว ครั้ง
แรกยังเท่าใด ครั้งที่สองก็เพียงคิดว่าคงเป็นเรื่องบังเอิญ
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่
ก้อนหินทั้งสิบหกก้อนผ่าออกมาเป็นหยกวิญญาณระดับกลางไปแล้วสิบห้า
ก้อน ส่วนก้อนสุดท้าย คือระดับสูงที่สุดทั้งยังคุณภาพสูง
ไม่ให้ประหลาดใจได้อย่างไร ไม่ให้สงสัยคงไม่ได้แล้วจริง ๆ
“ลั่วอี้ เป็นความสามารถของข้าที่พึ่งได้รับหลังจากเลื่อนขั้นแล้ว” พอได้ฟัง
คำสารภาพจากริมฝีปากบวมเจ่อ หัวใจชายหนุ่มพลันกระตุก
ภรรยาวิเศษเหลือเกิน…
ในทวีปหลงเหริน มีข่าวลือเกี่ยวกับความสามารถพิเศษของนักหลอมโอสถ
อยู่สองเรื่อง เรื่องแรกนักหลอมโอสถบางคนจะมีคุณสมบัติสัมผัสได้ถึงหยก
วิญญาณแต่นั่นก็เป็นเพียงข่าวลือ ไม่เคยมีผู้ใดพิสูจน์ว่าข่าวเป็นจริงหรือเท็จ มี
เพียงข่าวลือที่ว่านักหลอมโอสถมักจะสัมผัสถึงพืชวิญญาณได้ดีกว่าผู้ฝึกปราณ
เท่านั้นที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นความจริง เพราะเรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์แล้ว
เหมือนอย่างผู้อาวุโสหมิงที่สามารถสัมผัสถึงพืชวิญญาณได้ทั้งที่เหลือเพียง
จิตวิญญาณ
นักหลอมโอสถจึงถือเป็นผู้ฝึกปราณที่มีความพิเศษมาก พวกเขาเกิดมา
พร้อมกับพลังจิตที่เหมาะสมกับการค้นหาความก้าวหน้า
อย่างเช่นที่เยว่ฉีเป็น
“สามารถรับรู้สีด้านในก้อนหินได้ด้วยหรือไม่” เยว่ฉีเบิกตาโต ชายหนุ่มผู้นี้
ฉลาดเฉลียวโดยแพ้
เพียงการแสดงออกแตกต่างจากเดิมเล็กน้อย เขากลับสามารถคาดเดาได้
หลายอย่าง
“ไม่ชัดเจน เพียงเลือนราง ตอนที่ข้าเลื่อนขั้นข้าเพียงสัมผัสได้ถึงพลังอบอุ่น
สายหนึ่งถูกฝังอยู่ใต้ดินบริเวณหลังบ้าน แต่พอใช้มือสัมผัสก็สามารถเห็นสีด้าน
ใน”
“ความสามารถของเจ้าให้คนรู้น้อยหน่อยเป็นดีที่สุด” เยว่ฉีพยักหน้า นาง
เริ่มเข้าใจหลาย ๆ เรื่องโดยที่เขาไม่ต้องบอกมานานแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังคง
เชื่อฟังทุกอย่างที่สามีกล่าว หานลั่วอี้หวังดีกับนาง นั่นคือความนัยจากคำเตือน
“ลั่วอี้พรุ่งนี้ข้าว่าจะขึ้นเขา ท่านจำหินก้อนแรกที่ข้าเจอได้หรือไม่”
“จำได้” เขามองตามภรรยาที่ลุกขึ้นยืน หยกทั้งหมดวางอยู่บนหน้าตักชาย
หนุ่ม
“ข้าว่าพรุ่งนี้จะลองไปตรวจสอบบริเวณนั้นดูอีกครั้ง ในเมื่อข้าสามารถ
สัมผัสได้ถึงหยกวิญญาณเช่นนั้นควรจะใช้ความสามารถนี้หาเงินเข้าบ้านสัก
ก้อนใหญ่” น้ำเสียงยามเอ่ยเต็มไปด้วยสนุกสนาน ถึงจะไม่สามารถเห็นใบหน้า
ภรรยาได้เพราะนางยืนอยู่ด้านหลัง แต่เขาก็นึกออกว่าตอนนี้นางมีสีหน้าเช่นไร
“เจ้ายังควบคุมพลังได้ไม่เชี่ยวชาญ คืนนี้ข้าจะสอนเจ้า” หากเยว่ฉีควบคุม
พลังได้ทันทีบางทีหยกวิญญาณพวกนี้คงไม่ถูกค้นพบ
“ได้ ข้าตามใจท่าน”