ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 30 ค้นหาเม็ดเงิน
“ไม่คิดว่าจะมีวันที่น้องเยว่มาชวนข้ากับพี่เฟิงขึ้นเขาก่อน” หลัวหรูเอ่ย
หยอกเย้า
เยว่ฉียิ้มกว้าง “ต่อไปข้าคงได้รบกวนพี่ทั้งสองคนบ่อย ๆ ในหมู่บ้านมีเพียง
พวกท่านที่ไม่รังเกียจครอบครัวข้า”
ฟังคำเด็กสาวทั้งคู่พลันหลุดขำออกมา
“เมื่อก่อนอาจเป็นเช่นนั้นแต่ตอนนี้มีน้อยหนักที่ครอบครัวใดในหมู่บ้านจะ
รังเกียจพวกเจ้า ถึงตอนนี้จะไม่มีงานให้ทำแต่พวกเขาล้วนคิดว่าเงินในมือ
ครอบครัวเจ้าไม่น้อย”
“จริงอย่างที่พี่หลัวว่า ทุกวันนี้บางครั้งข้าออกจากบ้านมักได้รับสายตาเป็น
มิตรมากกว่าตอนย้ายเข้ามาใหม่ ทำเอาทำตัวไม่ถูกได้แต่ยิ้มกลับไป”
ถึงตอนนี้ชาวบ้านเหล่านั้นจะทำทีว่ารู้สึกดีต่อครอบครัวนางแต่เยว่ฉีก็ไม่ได้
รู้สึกดีกับพวกเขา คนจำพวกที่มีความคิดแค่ว่า คนพวกนั้นคบไว้ย่อมมี
ประโยชน์ นางไม่อยากจะข้องเกี่ยวสักเท่าใด
ทั้งสามคนกำลังเดินขึ้นเขาไปด้วยกันพร้อมตะกร้าแบกหลัง วันนี้เยว่ฉีไม่ได้
ขึ้นเขามาเก็บสมุนไพรแต่เอ่ยปากชวนคนทั้งสองมาเป็นเพื่อนตามหาก้อนหิน
หยกวิญญาณ
ทว่าหญิงสาวไม่ได้บอกว่าจะมาเก็บหยกวิญญาณบอกเพียงว่า ช่วยขึ้นเขา
มาเป็นเพื่อนได้ไหม ทั้งสองคนก็ตกลงทันที
นางยังไม่ทันจะได้อธิบายอะไรให้ฟังก็เลือกตอบตกลงไปก่อนแล้ว ทำเอา
เยว่ฉีอดรู้สึกอบอุ่นในใจไม่ได้
เมื่อวานเยว่ฉีโดนสามีฝึกหนักจนดึกดื่น เช้าวันต่อมานางแทบจะลุกขึ้นจาก
เตียงไม่ไหว เพราะเหนื่อยล้าจากการใช้พลังจิตมากเกินไปยังดีที่ผู้อาวุโสบอกให้
นางดื่มน้ำแห่งชีวิตเข้าไปอึกหนึ่ง หลังดื่มเข้าไปความเหนื่อยล้าก็หายไปทันที
นอกจากจะช่วยให้พลังปราณเพิ่มขึ้นยังมีคุณสมบัติช่วยให้ร่างกายกลับมา
แข็งแรง
ช่างเป็นน้ำที่สารพัดประโยชน์เสียจริง
เดินขึ้นเขาครั้งนี้ใช้เวลาน้อยกว่าครั้งก่อนมาก เดินขึ้นเขามาไม่นานยังไม่
ทันได้รู้สึกเหนื่อยทั้งสามคนก็เดินมาถึงจุดที่เยว่ฉีสะดุดก้อนหิน
เยว่ฉีหยุดเดินหันไปมองทั้งสองคนยิ้ม ๆ
เรื่องของครอบครัวเฟิงนางได้ปรึกษาสามีแล้ว
“พี่หลัว พี่เฟิง ข้าไว้ใจพวกท่านถึงได้ชวนขึ้นเขามาด้วยกันและข้ายังหวังว่า
ข้าจะเชื่อใจคนไม่ผิด” ทั้งสองคนไม่เข้าใจว่าเหตุใดเด็กสาวตัวน้อยถึงได้พูดจาก
แปลก ๆ ทว่ายังไม่ทันจะได้เอ่ยถามหญิงสาวก็หลับตาลง
เยว่ฉีหลับตาลงควบคุมพลังจิตที่ถูกผนึกไว้ให้แผ่ขยายออกไป เพราะเป็น
เพียงนักหลอมโอสถขั้นหนึ่งทำให้ระยะทางที่สามารถขยายพลังจิตออกไปได้นั้น
ไม่กว้างมากนัก เพียงห้าจั้งเท่านั้น
หญิงสาวหลับตาขยายพลังออกไปเรื่อย ๆ ให้พลังได้สัมผัสใบไม้ พื้นดิน
ต้นหญ้า แล้วสะท้อนเข้าสู่สมอง
ผ่านไปประมาณครึ่งเค่อในที่สุดก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง เยว่ฉีก้าวเดินไปตาม
ทางที่สัมผัสพลังนั้นได้ทั้งที่หลับตา
ทั้งสองคนรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง แต่ไม่เอ่ยถามสิ่งใด ทำเพียงเดินตามหลังไปติด
ๆ คอยสอดส่องอันตรายซึ่งอาจจะปรากฏขึ้นกะทันหัน
หญิงสาวเดินตามทางลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ก้าวหลบต้นไม้ พุ่มหญ้าได้อย่าง
เหมาะเจาะ การกระทำของเยว่ฉีไม่นานทั้งสองคนก็เข้าใจ
ความสามารถนี้ เป็นของนักหลอมโอสถ!!
นักฝึกปราณจะสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหว พลังปราณ และจิตมุ่งร้ายจาก
ที่ไกล ๆ ได้แต่ไม่สามารถแผ่พลังขยายออกไปเพื่อตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ โดยรอบ
ได้
แตกต่างจากนักหลอมโอสถ พวกเขาจะมีความสามารถในการกวาดพลังจิต
ออกไปสำรวจพื้นที่โดยรอบ พลังจิตเหล่านั้นจะทำหน้าที่คล้ายดวงตาที่สาม
คอยตรวจสอบสิ่งกีดขวางและสะท้อนเข้าสู่จิตนึกคิด
ทั้งสามคนเดินออกจากเส้นทางเดินขึ้นเขาปกติเข้าสู่ป่าประมาณหนึ่งลี้เยว่ฉี
ก็หยุดเดิน บริเวณนี้หากใช้สายตาคนปกติมองเข้ามาจะเห็นเพียงป่าปกคลุมไป
ทั่ว มองไม่เห็นทั้งสามคน
เยว่ฉีลืมตาขึ้นแล้ว นัยน์ตาฉายแววจริงจังไร้การล้อเล่นจ้องมองคนทั้งสอง
ไม่ต้องให้คนตรงหน้าเอ่ยปาก หลัวหรูก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน “น้องเยว่
ในเมื่อเจ้าไว้ใจข้ากับพี่เฟิงบอกความลับยิ่งใหญ่นี้ให้รู้ ข้ากับพี่เฟิงขอสัญญาด้วย
ชีวิตว่าจะไม่บอกใครเรื่องที่เจ้าเป็นนักหลอมโอสถ”
นางพูดจริง ทั้งนางและสามีต่างมองเด็กสาวตรงหน้าเหมือนน้องสาว
ปฏิบัติต่อนางด้วยความจริงใจเสมอมา
อีกทั้งเด็กสาวตรงหน้าก็ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างดี ทั้งยังมอบหลายสิ่งหลาย
อย่างให้มากกว่าครอบครัวนางจะสามารถตอบแทนได้
“ขอบใจพวกพี่มาก” เยว่ฉีพูดพร้อมรอยยิ้มที่สะท้อนไปถึงดวงตา
“น้องเยว่ ที่เจ้าให้ข้ากับพี่เฟิงนำจอบมาด้วย เจ้าให้พวกข้านำมาทำอะไร
หรือ?” เมื่อสักครู่คล้ายเด็กสาวกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง หลังพูดคุยเรื่อง
สำคัญกันจบแล้วหลัวหรูจึงเป็นฝ่ายเอ่ยถาม
“พี่หลัว พี่รู้หรือไม่ว่าพลังจิตของนักหลอมโอสถทำอันใดได้บ้าง”
“รู้ สามารถตรวจสอบหาพืชวิญญาณและหยกวิญญาณได้ แต่เรื่องหยก
วิญญาณยังไม่มีการยืนยันว่าจริงดังข่าวลือหรือไม่ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็น
ตาที่สามเพื่อมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวในระยะไกล”
เยว่ฉียิ้ม พี่หลัวรอบรู้มากจริง ๆ บางทีนางก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทั้งสองคนเป็น
เพียงชาวบ้านธรรมดาจริงหรือ “พี่ทั้งสองใช้จอบขุดดินบริเวณนี้ออกมาให้หมด
ข้ามีค่าจ้างให้พวกท่าน”
“น้องเยว่เรื่องแค่นี้ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าหยิบเงินออกมา ข้ากับพี่หลัวยังมี
เงินอยู่ในมือไม่น้อย เรื่องแค่นี้ข้าเต็มใจทำให้”
“ขอบคุณน้ำใจของพี่ทั้งสอง” ในเมื่อหลัวหรูพูดออกมาขนาดนี้แล้วนางก็
ไม่คิดปฏิเสธน้ำใจ เอ่ยยอมรับออกไปยิ้ม ๆ
ทั้งสองคนรวมถึงเยว่ฉีช่วยกันขุดดินบริเวณที่พูดออกไปเมื่อสักครู่ จุดนี้เป็น
ที่ราบเรียบมีต้นหญ้าเล็ก ๆ ขึ้นประปรายล้อมรอบไปด้วยพุ่มไม้และต้นไม้สูง
ใหญ่ พื้นที่ที่ต้องขุดดินกว้างประมาณหนึ่งผิง บนพื้นที่หนึ่งผิงแบ่งออกเป็นสาม
ส่วน ขุดกันคนละส่วนระหว่างขุดทั้งสามก็พูดคุยกันไปเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องไร้สาระ
และเรื่องมีสาระ รวมไปตอนนี้เยว่ฉีเป็นนักหลอมโอสถขั้นใด
“ข้าเป็นนักหลอมโอสถขั้นหนึ่งเมื่อวาน ลั่วอี้ช่วยเหลือข้าหลายอย่างตอน
เลื่อนขั้น”
“เจ้ามีสามีดี ถึงขาเขาจะเป็นเช่นนั้นแต่ข้าสัมผัสได้ว่าเขาจริงใจต่อเจ้า”
เยว่ฉีหน้าแดง เม้มปากเล็กน้อย
“ข้าเองก็สัมผัสถึงความจริงใจจากคนผู้นั้นได้ หลายเรื่องที่ข้าไม่รู้ล้วนได้เขา
ช่วยเหลือ”
“พวกเจ้าสองคนเหมาะสมกันมากยามข้าเห็นทั้งสองคนยืนเคียงข้างกัน ข้า
รู้สึกได้ว่าพวกเจ้าเกิดมาเพื่อกันจริง ๆ” หลัวหรูไม่ได้เอ่ยประจบต้องการให้เยว่
ฉีรู้สึกดีแต่นางรู้สึกเช่นนี้อย่างที่พูดจริง ๆ
เยว่ฉีย่อมรับรู้ความจริงใจจากคำพูดนั้นจึงพยักหน้าขึ้นลง ยามคนไม่พูดก็
ไม่เป็นอันใด แต่พอคนนอกพูดว่าพวกเขาเหมาะสมกันก็ไม่อาจเก็บความเขิน
อายที่มีไว้ได้
หญิงสาวคิดจะเอ่ยตอบกลับไปแต่ยังไม่ทันที่เสียงจะขึ้นมาถึงลำคอก็ได้ยิน
เสียงดัง เปร้ง!! ขึ้นมาเสียก่อน
เสียงของแข็งกระทบกันเรียกความสนใจจากคนทั้งหมด เป็นเฟิงซิ่วที่ขุดถึง
ก้อนหินด้านล่างก่อนใคร อีกฝ่ายเงยหน้าหันมาทางเยว่ฉี เลิกคิ้วสงสัย
นางเดินเข้าไปใกล้ ใช้จอบขุดก้อนหินรอบ ๆ แล้วนำก้อนหินขนาดครึ่งฉื่อ
ขึ้นมาถือ
เอาจริง เยว่ฉีประหลาดใจทุกครั้งที่เห็นก้อนหินเหล่านี้ เพราะมันมีขนาด
ใกล้เคียงกันหมดทุกก้อนแต่สิ่งที่ถูกซ้อนอยู่ด้านในกลับแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ
โชควาสนา
หญิงสาวเคยเอ่ยถามสามีแต่เขากลับให้คำตอบมาเพียงว่า ไม่มีใครรู้ว่าเหตุ
ใดก้อนหินซึ่งเก็บซ้อนหยกวิญญาณถึงได้มีลักษณะเช่นนี้ สุดท้ายก็ไม่สามารถไข
ข้อข้องใจสำหรับความสงสัยนี้ เยว่ฉีได้แต่คิดเอาเองว่า คงเพราะพลังรอบตัว
ของหยกวิญญาณดูดหินรอบ ๆ เข้ามาจนกลายเป็นหินก้อนหนึ่งจึงทำให้ขนาด
ที่ออกมาใกล้เคียงกัน เพราะตัวหยกวิญญาณมีขนาดประมาณสองชุ่นหรือหนึ่ง
กำปั้นผู้ใหญ่เหมือนกันทุกก้อน
“พี่หลัวลองผ่าดู” เยว่ฉียื่นหินในอ้อมกอดให้หลัวหรูไม่รู้ว่านางสามารถผ่า
หินได้อย่างหานลั่วอี้หรือไม่ แต่เป็นผู้ฝึกปราณเหมือนกันคงสามารถทำได้?
หลัวหรูยื่นมือมาหยิบก้อนหินไปถือเอาไว้ วางมือลงแล้วใช้พลังผ่าก้อนหิน
ออกมาดูผลปรากฏว่าหินมีเพียงรอยร้าวเล็กน้อย ต้องใช้พลังมากขึ้นอีกสัก
เล็กน้อยถึผ่าหินออกจากกันได้
เมื่อหินถูกจับแยกออกจากกันสิ่งที่สะท้อนเข้าสู่ดวงตาก็ทำทั้งสองตกใจส่ง
เสียงอุทานออกมา
“หยกวิญญาณ!!”
“ชู่…พี่ทั้งสองเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวมีคนได้ยิน” ทั้งสองรีบยกมือปิดปาก เมื่อ
สักครู่ที่เห็นว่าสิ่งใดอยู่ใจกลางก้อนหิน ดวงตาทั้งสองคู่แทบจะถลนออกมา
“น้องเยว่เจ้าทำได้เช่นไร?”
เยว่ฉียิ้มบางเอ่ย “พี่หลัวไม่ใช่ท่านบอกว่านักหลอมโอสถมีความสามารถ
ตามหาหยกวิญญาณหรือ”
อ่า…จริงอย่างที่นางเข้าใจ ความสามารถของนักหลอมโอสถน่าอิจฉามาก
จริง ๆ แต่เมื่อความสามารถนั้นปรากฏอยู่บนตัวเด็กสาวคนนี้ นอกจากจะไม่มี
ความอิจฉาแล้วยังรู้สึกยินดีให้กับความโชคดีของนาง
“เจ้าเป็นเด็กมีวาสนาจริง ๆ …คงไม่ใช่ว่าใต้ดินทั้งหมดนี้คือพื้นที่ของหยก
วิญญาณใช่ไหม”
เยว่ฉีพยักหน้ายิ้ม ๆ “เป็นเช่นนั้นและนี่คืองานใหม่ของพวกพี่”
ทั้งสามคนมองหน้ากันก่อนจะยิ้มกว้าง
งานใหม่นี้ไม่ใช่มีความพิเศษมากกว่างานแรกหรือ ไม่รู้ว่าต่อจากนี้เด็กสาว
ตรงหน้าจะนำความประหลาดใจใดมาให้ทั้งสองคนได้พบเจอ ตอนนี้พวกเขาได้
แต่คาดหวังถึงความประหลาดใจต่อจากนี้