ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 33.1 ความจริงของแผนการ
อดีต
“ท่านแม่มาหาลูก!!” เด็กชายตัวน้อยวัยหกขวบฉีกยิ้มกว้างดีใจที่มารดามา
หา ท่านแม่ไม่ค่อยมาหาเขาเท่าใดนัก จึงมีน้อยครั้งที่เด็กน้อยจะได้เห็นหน้า
หานลั่วซานวิ่งเต็มความเร็วเข้าไปใกล้ด้วยขาสั้นป้อม ดวงตากลมโตเต็มไป
ด้วยประกายสดใส สองแขนอ้าออกต้องการบอกว่า ‘ท่านแม่กอดข้า’ แต่
มารดากลับไม่ทำเช่นนั้น นางเพียงยิ้มบางจับไหล่บุตรชาย
“ลั่วซานหากลูกวิ่งเข้ามาหาแม่เช่นนี้แม่จะล้มเอานะลูก” น้ำเสียงอ่อนโยน
ติดห่างเหิน มุมปากยิ้มแต่ดวงตากลับไม่เป็นเช่นนั้น
แรงจากเด็กจะทำให้นางล้มได้อย่างไร ที่มู่ฉิงเย่พูดออกไปเพียงไม่ต้องการ
กอดหานลั่วซาน
“ท่านแม่ลูกขออภัย” น้ำเสียงเด็กน้อยเบาหวิวด้วยคิดว่าตนคงทำให้มารดา
ผิดหวังอีกแล้ว หานลั่วซานจึงก้มหน้าชิดออก ท่าทางสำนึกผิด
มู่ฉิงเย่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่เผยแววตาไม่พอใจ
บุตรชายคนเล็กไม่ได้เรื่องสักอย่าง ฝึกปราณก็ไม่ได้ ทั้งยังหัวอ่อนไม่ทันคน
นางไม่ชอบหานลั่วซาน เทียบกับบุตรทั้งสองคนเด็กคนนี้ถือเป็นความผิดพลาด
เดียวในชีวิตนาง
“ไม่เป็นไรคราวหลังแค่ระวังก็พอ” เด็กชายตัวน้อยได้ยินคำปลอบโยน
อย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน หัวใจดวงน้อย ๆ ที่โหยหาความอบอุ่นพลันพองโต
ท่านแม่มาหาข้า ทั้งยังมาหาข้าเพียงผู้เดียว ไม่มีท่านพี่ทั้งสอง
หานลั่วซานมีความสุขเมื่อคิดว่า ท่านแม่มาหาตนคนเดียว ความรู้สึกหดหู่
เมื่อสักครู่พลันสลายไปจนหมด เงยหน้าฉีกยิ้มให้มารดา
ดวงตามู่ฉิงเย่วูบไหวยามมองสายตาใสซื่อตรงหน้า เด็กคนนี้ไม่ว่าอย่างไรก็
ผิดพลาด ทั้งที่เป็นเด็กน่ารักถึงเพียงนี้แต่ทำไมถึงฝึกปราณไม่ได้!!
น่ารักน่าเอ็นดูแล้วอย่างไร ฝึกปราณไม่ได้ก็ไร้ค่าอยู่ดี
มู่ฉิงเย่ไม่คิดจะอยู่กับบุตรชายนานเกินไป จึงรีบเอ่ยสิ่งที่ต้องการ
“ลั่วซาน แม่เห็นว่าเจ้าสนิทกับพี่ใหญ่มานานแล้ว พี่ใหญ่ช่วยเหลือเจ้า
หลายอย่างเจ้าไม่คิดอยากจะตอบแทนพี่ใหญ่บ้างหรือ”
เด็กชายตัวน้อยกะพริบตาปริบ ๆ คิดตาม เมื่อถึงประโยชน์ที่ว่า ตอบแทน
พี่ใหญ่ หัวเล็ก ๆ พลันผงกขึ้นลง
“ลั่วซานอยากตอบแทนพี่ใหญ่อยากให้พี่ใหญ่มีความสุข!!” หานลั่วซาน
ตอบกลับเสียงหนักแน่น พี่ใหญ่ใจดีช่วยเหลือตนหลายอย่าง เด็กน้อยจึงอยาก
ตอบแทนความใจดีของพี่ใหญ่
แต่ไม่ว่าจะถามออกไปมากเท่าใดพี่ใหญ่ก็ตอบกลับมาเพียงว่า
แค่ลั่วซานน่ารักสดใสเช่นนี้ก็ถือเป็นการช่วยพี่ใหญ่แล้ว
เด็กน้อยจึงไม่รู้ว่าควรตอบแทนพี่ใหญ่เช่นไร
“เช่นนั้นลั่วซานนำสิ่งนี้ไปให้พี่ใหญ่ดื่ม หากพี่ใหญ่ดื่มเข้าไปแล้วไม่ใช่เพียง
พี่ใหญ่จะดีใจ แม่เองก็ดีใจลั่วซานอยากให้แม่ดีใจด้วยใช่ไหม?” นางยิ้ม
ยามเอ่ยประโยคล่อลวง มู่ฉิงเย่ยิ้มอ่อนโยนออกไป เด็กชายตัวน้อยเห็น
รอยยิ้มอบอ่นจากมารดาหัวใจพลันพองโตมีความสุข
“ลั่วซานอยากให้พี่ใหญ่และท่านแม่มีความสุข” หากท่านแม่มีความสุข
เพราะเขา ท่านแม่อาจจะมาหาเขาบ่อย ๆ
เด็กชายตัวน้อยคิดเช่นนั้น
“แต่ลั่วซานห้ามบอกพี่ใหญ่นะว่าแม่เป็นคนเอามาให้ลั่วซาน ลูกต้องบอก
ว่าบังเอิญไปได้ยินว่าสิ่งนี้มีประโยชน์ต่อพี่ใหญ่ สัญญากับแม่แล้วแม่จะรักลูก
พร้อมทั้งกอดลูกบ่อย ๆ ”
เด็กชายตัวน้อยได้ยินคำพูดมารดาตอนแรกก็เกิดลังเล
พี่ใหญ่บอกว่า หากถามอะไรให้ตอบตามจริงห้ามโกหกพี่ใหญ่ แต่หากเขา
บอกพี่ใหญ่มารดาก็จะไม่มากอดเขาอีกใช่หรือไม่ ถึงท่านแม่จะสำคัญแต่พี่ใหญ่
ก็สำคัญไม่แพ้กัน
เด็กชายตัวน้อยขมวดคิ้วคิดหนักกำลังจะเอ่ยถามอีกครั้ง มู่ฉิงเย่ที่เห็นว่า
หานลั่วซานเกิดอาการลังเลรีบพูดออกไปอีกหนึ่งประโยค พร้อมทรุดตัวลงกอด
หานลั่วซาน
“ลั่วซานลูกไม่อยากได้อ้อมกอดแบบนี้จากแม่อีกหรือ? แม่กับพี่ใหญ่ไม่ค่อย
ถูกกัน หากพี่ใหญ่รู้ว่าแม่บอกให้ลูกน้ำสิ่งนี้ไปให้พี่ใหญ่ดื่ม พี่ใหญ่อาจจะไม่
พอใจ ถึงตอนนั้นลั่วซานก็จะไม่ได้ตอบแทนพี่ใหญ่”
เด็กชายตัวน้อยยังคงลังเลแต่เมื่อได้รับอ้อมกอดที่โหยหามานานความลังเล
ก็มลายหายไป
อ้อมกอดท่านแม่อบอุ่นเหลือเกิน ตอนที่พี่ใหญ่กอดก็รู้สึกอบอุ่นแต่มันกลับ
ไม่อบอุ่นเท่าอ้อมกอดของท่านแม่
อ้อมกอดนี้ทำให้เขารู้สึกร้อน ๆ ที่อกและดวงตาทั้งสองข้าง
เด็กชายตัวน้อยยกแขนสั้น ๆ กอดมารดา มู่ฉิงเย่ร่างกายกระตุกเล็กน้อย
แต่เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการนางจำเป็นต้องอดทน
ผ่านไปประมาณสองเฟิน มู่ฉิงเย่จึงผละออก หยิบถ้วยยายื่นให้
“เอาละลูก นำสิ่งนี้ไปให้พี่ใหญ่ดื่ม และอย่าลืมว่าห้ามบอกพี่ใหญ่เรื่องแม่
หลังพี่ใหญ่ดื่มแล้ว ให้ลูกกลับมาหาแม่ แม่จะกอดลูกอีกครั้ง”
คราวนี้ความลังเลหายไปจนหมดสิ้นแล้ว เด็กชายตัวน้อยพยักหน้ารับคำ
หยิบถ้วยยามาจากมือมารดา ค่อย ๆ ประคองอย่างระมัดระวังแล้วเดินผละห่าง
ออกไป
ตอนที่ 33.2 ความจริงของแผนการ
หานลั่วซานเดินประคองถ้วยยาอย่างระมัดระวัง สายตามีความสุขยิ้มแย้ม
ตลอดเวลา
วันนี้ท่านแม่กอดเขา กอดนานมาก อ้อมกอดท่านแม่อบอุ่นอย่างที่คิด
ตลอดทางใบหน้าของเด็กชายตัวน้อยแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มมีความสุข บ่าวรับ
ใช้หลายคนเห็นว่าคุณชายน้อยกำลังเดินไปทางเรือนพักของคุณชายใหญ่ก็หลบ
ทางให้ มีบางคนที่ต้องการเข้าไปช่วยถือถ้วยยาแต่หานลั่วซานปฏิเสธ บอกว่า
จะนำไปส่งพี่ใหญ่ด้วยตนเอง
จากนั้นไม่นานหานลั่วซานก็มาถึงห้องหานลั่วอี้
เด็กชายตัวน้อยยังไม่ทันจะได้เปิดปากเรียก พี่ใหญ่ก็เดินมาเปิดประตูให้
ราวกับว่ารู้อยู่แล้วว่าเขาจะมา
“พี่ใหญ่!!”
“เข้ามาก่อนสิ” เด็กชายตัวน้อยพยักหน้าขึ้นลง ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง
หานลั่วอี้มองตามท่าทางดุ๊กดิ๊กพร้อมปิดประตูห้อง
“มาหาพี่ใหญ่มีอันใดหรือ”
“ลั่วซานพบของดี นำมาให้พี่ใหญ่ดื่ม!!”
หานลั่วอี้เลิกคิ้วสงสัยเดินเข้าไปใกล้น้องชาย
“ของดีอันใด บอกพี่ใหญ่ได้ไหมว่านำมาจากที่ใด”
“ลั่วซานได้ยินคนพูดกันว่า สิ่งนี้ดีเหมาะกับพี่ใหญ่” ดูเหมือนว่าหานลั่ว
ซานไม่คิดจะบอก ชายหนุ่มมองของในมือพร้อมกับเงยหน้ามองน้องชายตัว
น้อย
ดวงตาสุกสกาวเป็นประกายสดใส เผยแววคาดหวัง
“ของดีจริงหรือ?” เขายังคงหยั่งเชิง
“ของดี ลั่วซานได้ยินว่าของดี หากพี่ใหญ่ดื่มแล้วจะยิ่งมีความสุข!!”
เด็กชายตัวน้อยยืนยันหนักแน่น แขนเล็กสั้นยื่นมาตรงหน้า
หานลั่วอี้ยังคงไม่ไว้ใจ ปกติแล้วน้องชายมักจะพูดทุกอย่างให้เขาฟัง มาครั้ง
นี้กับพูดย้ำ ๆ เพียงคำเดิม ถึงจะไม่ได้หวาดระแวงแต่ก็อดสงสัยไม่ได้
แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาใสซื่อซึ่งมักจะมองมาที่เขาอยู่เสมอ ความสงสัย
ทั้งหลายก็คล้ายจะหายไปจนหมดสิ้น
ชายหนุ่มยื่นมือออกไปรับถ้วยยามา ยกขึ้นจรดริมฝีปาก
ไม่มีกลิ่นผิดปกติ มีเพียงกลิ่นยาสมุนไพรบำรุงร่างกาย
บางทีเขาอาจจะคิดมากเกินไป…
หานลั่วอี้เหลือบตาผ่านถ้วยยาลงไปมองน้องชายที่เงยหน้าขึ้นมองเม้มปาก
แน่น ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ กำปั้นสองข้างยกขึ้นชิดหน้าอก คาดหวังให้
เขาดื่ม
ชายหนุ่มถึงกับหลุดยิ้มให้กับท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู ยอมจรดถ้วยยาบนริม
ฝีปากก่อนจะดื่มเข้าไปจนหมดในอึกเดียว
“พี่ใหญ่ทานหมดแล้ว” เด็กชายตัวน้อยยิ้มกว้างดีใจ กระโดดโหยง ๆ รอบ
ๆ ตัวหานลั่วอี้
“พี่ใหญ่ดื่มหมดแล้ว พี่ใหญ่ดื่มหมดแล้ว คราวนี้พี่ใหญ่จะได้แข็งแรง!!”
คำพูดแปลกประหลาดทำให้หานลั่วอี้ขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยถามสิ่งใด
ร่างกายก็ทรุดลงบนพื้น เขายกมือขึ้นกุมอก กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ใบหน้า
ซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดผายตามใบหน้า ร่างกายเจ็บปวด รู้สึกราวกับกระดูกกำลัง
ถูกบดขยี้
เด็กชายตัวน้อยที่เมื่อสักครู่ยังดีใจได้ตอบแทนพี่ใหญ่ มาตอนนี้กลับตกใจใน
สิ่งที่เห็น ใบหน้าซีดเผือดร่างกายสั่นไหว ทำอันใดไม่ถูก
ไม่นานดวงตาสดใสก็เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
“พะ…พี่ใหญ่ท่านเป็นอะไร พี่ใหญ่เจ็บหรือ” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยพร้อมกับ
สะอื้นไห้ น้ำตามากมายไหลรินเต็มสองแก้ม มองภาพตรงหน้าไม่ชัดเจน
มือเล็กสั่นไหวยื่นออกมาหวังจะสัมผัสหานลั่วอี้แต่ชายหนุ่มปฏิเสธ
“อย่าจับ!!” เด็กชายตัวน้อยสะดุ้งตกใจจนตัวโยน ร้องไห้เสียงดังมาก
กว่าเดิม ตั้งแต่รู้จักกันพี่ใหญ่ไม่เคยตะโกนใส่เขาเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้พี่ใหญ่กับ
ตะโกนราวกับโกรธเขามาก
ถึงจะรู้สึกเสียใจ แต่ความเป็นห่วงที่มีต่อพี่ใหญ่ทำให้หานลั่วซานยื่นมือสั่น
ๆ ออกไป
“พี่ใหญ่เป็นอะไร ฮึก เพราะกินยาที่ลั่วซานนำมาให้จึงเป็นเช่นนี้หรือ? ลั่ว
ซานไม่ได้ตั้งใจ ฮึก ลั่วซานอยากให้พี่ใหญ่แข็งแรง ฮึก ฮือออ!!”
“พะ…ฮึก พี่ใหญ่ ฮึก ฮือออ อย่าเกลียดลั่วซาน อย่าเกลียดลั่วซาน ฮึก”
ไหล่เล็กสั่นไหวรุนแรง ร่างกายสั่นสะท้าน เด็กชายตัวน้อยปล่อยให้น้ำตาเปรอะ
เปื้อนใบหน้า ถึงกระนั้นก็ยังพยายามยื่นมือไร้เรี้ยวแรงเพราะหวาดกลัวมาทาง
พี่ใหญ่
เขาไม่อยากให้พี่ใหญ่เกลียด พี่ใหญ่ใจดี ไม่อยากถูกเกลียด ไม่อยากกลับไป
อยู่คนเดียว ไม่อยากให้พี่ใหญ่หายไป
หานลั่วอี้อยากเอ่ยปลอบน้องชายแต่ความเจ็บปวดตามร่างกายทำให้เขาทำ
อย่างใจคิดไม่ได้ แค่พยายามใช้พลังกดข่มความเจ็บปวดในกายก็เต็มกลืนแล้ว
เสียงเอะอะโวยวายภายในห้องทำให้คนด้านนอกรับรู้ บ่าวที่อยู่ไม่ไกลจึงรีบ
ไปตามนายท่านของบ้านรองมาหาคุณชายใหญ่ และความโกลาหลทุกอย่างก็
เกิดขึ้น เมื่อเปิดประตูเข้ามาเห็นคุณชายใหญ่กระอักเลือดคำโต ข้างกายมี
คุณชายน้อยกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น พร้อมถ้วยยาที่แตกละเอียด
หานลั่วอี้เงยหน้ามองผู้มาใหม่ทั้งสี่ ก่อนสติจะเลือนรางพลันเหลือบไปเย็น
รอยยิ้มยินดีจากสตรีผู้หนึ่ง
อ่า…บางทีเรื่องมันคงเป็นเช่นนั้น