ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 35 ภรรยาผู้มากับโชค
ภาพตรงหน้าทำหานลั่วอี้ประหลาดใจ กวาดตามองพื้นที่โดยรอบด้วย
ความรู้สึกซับซ้อน
ภรรยามีความลับมากมายซึ่งเขาสงสัยมาตลอด ทว่ากลับไม่เคยเอ่ยถาม
ด้วยกลัวว่าหากคาดคั้นต้องการมากเกินไป นางจะหายไปตลอดกาล
จากตอนแรกที่ยอมรับมือซึ่งยื่นมาเพียงเพราะคิดว่า คนคนนี้คือสิ่งเดียวที่
เป็นของเขา มาตอนนี้กับไม่ใช่ ความน่ารัก รอยยิ้ม ความสดใส และความใส่ใจ
ของนาง ไหนจะความทุ่มเทไม่สนใจว่าร่างกายนี้จะเป็นเช่นไร สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ
หลายอย่างที่นางกระทำทำให้หัวใจซึ่งไม่เคยหวั่นไหวกับสตรีใดรู้สึกขึ้นมา
มาถึงวันนี้เขาสามารถพูดได้เต็มปากกว่า ไม่อาจปล่อยมือคู่นี้ได้แล้ว
“ความลับเรื่องน้ำวิเศษที่ข้าให้ท่านดื่มมาจากสิ่งนั้น” เยว่ฉีชี้ไปยังต้นไม้
ใหญ่กลางบ่อน้ำ ก่อนจะเดินไปยื่นซ้อนด้านหลัง ข้างบ่อมีป้ายเขียนปักอยู่บน
แผ่นป้ายเขียนว่า น้ำแห่งชีวิต
หานลั่วอี้เงยหน้ามองภรรยานางกำลังยิ้มเขินอายส่งมาให้
“เป็นน้ำแห่งชีวิต สิ่งมหัศจรรย์ที่ผู้คนต่างต้องการ เพราะมีสิ่งนี้ข้าจึงไม่กล้า
บอกท่านตั้งแต่แรก” หานลั่วอี้ยื่นมือไป ทาบลงบนหลังมือซึ่งจับรถเข็น
“ดีแล้วที่เจ้าไม่บอก เรื่องสำคัญเช่นนี้ให้คนรู้น้อยที่สุดจะดีกว่าต่อจากนี้
นอกจากข้าก็อย่าได้เอ่ยปากบอกผู้ใด” ในดวงตารัติกาลฉายแววกังวลระคน
เป็นห่วง ไร้ซึ่งความต้องการอยากได้ในสิ่งที่นางมี
เยว่ฉีพลันรู้สึกอบอุ่น ผลักรถไปด้านหน้า
“ข้าได้สิ่งนี้มาตอนย้ายเข้าบ้านได้ไม่นาน จำวันที่ข้าถือหนังสือเล่มหนึ่ง
พร้อมรอยยิ้มยินดีได้หรือไม่”
“จำได้ เจ้าบอกว่าโชคดีที่ได้แต่งงานกับข้า”
ใบหน้างดงามเกิดไฟลวกเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อ เหตุใดเขาถึงได้จำประโยค
น่าอายนั่นได้กัน เยว่ฉีเม้มปากสูดหายใจเข้าปอดพยายามอดกลั้นไม่ให้ตนเอง
ยิ้มกว้างราวคนบ้า นำพาคนเดินเข้าไปใกล้บ่อน้ำ
‘ในที่สุดเจ้าก็ตัดสินใจบอกเรื่องนี้กับสามีเจ้าแล้วสินะ’ เสียงชายชราดัง
กังวานไปทั่วพื้นที่หานลั่วอี้กวาดตามองก็ไม่พบสิ่งใด จึงหันไปมองภรรยา
หญิงสาวยิ้มบางพลางเอ่ย “ผู้อาวุโสหมิง จิตที่เหลืออยู่ของมิติแห่งนี้ ท่าน
คือคนที่บอกให้ข้านำน้ำแห่งชีวิตไปให้ท่านดื่ม” หานลั่วอี้พยักหน้าเข้าใจ มอง
ตรงไปจุดหนึ่งคล้ายกำลังจ้องมองผู้อาวุโส ยกมือทั้งสองข้างขึ้นประสานกัน
ตรงหน้าก้มหน้าลงเล็กน้อย
“ผู้น้อยขอบคุณผู้อาวุโสสำหรับความช่วยเหลือ” ท่าทางเคารพนอบน้อม
ของเขาถูกใจผู้อาวุโวหมิงยิ่งนัก ชายชราส่งเสียงฮุมฮัมในลำคอหากเขามีกาย
เนื้อคงจะเห็นชายชรากำลังยืนหลังตรงมือข้างหนึ่งไขว่หลังในขณะที่มืออีกข้าง
ลูบหนวดสีดอกเลา
‘เจ้าไม่ต้องขอบคุณข้า หากไม่ใช่ภรรยาเจ้าพบที่ซ้อนมิติ ชีวิตของเจ้าคงไม่
ดีขึ้นมาถึงเพียงนี้’
คำพูดผู้อาวุโสทำหานลั่วอี้หันไปมองภรรยาดึงนางมาข้างกายพร้อมเอ่ย
ประโยคชวนให้หน้าแดง
“อย่างที่ผู้อาวุโสกล่าว ข้าโชคดีจริง ๆ ที่ได้แต่งนางเป็นภรรยา” เขาเงย
หน้ามองภรรยายิ้ม ๆ มองใบหน้างดงามแดงระเรื่อไปเสียแล้ว
‘พอ ๆ ไม่ต้องมาจีบกันต่อหน้าข้า ในเมื่อภรรยาเจ้าบอกความลับของนาง
ให้ฟัง เช่นนั้นข้าจะพูดกับเจ้าอย่างหนึ่ง’
“เชิญผู้อาวุโสกล่าว”
‘เจ้ายินดีคำนับข้าเป็นอาจารย์หรือไม่?’
หานลั่วอี้ประหลาด จิตหลงเหลือต้องการรับเขาเป็นศิษย์หรือ? ดูจากที่เขา
มีมิติขนาดใหญ่ถึงเพียงนี้เบื้องหลังย่อมไม่ธรรมดา
ชายหนุ่มไม่ได้ตัดสินใจในทันทีเงยหน้ามองภรรยา ทว่ากลับไม่พบ
ความรู้สึกใดในดวงตาคู่สวย รู้สึกเพียงว่ามือซึ่งประสานกันอยู่กระชับแน่น
“ข้ายินดี” หากการคำนับชายชราเป็นศิษย์สามารถทำให้เขาแข็งแกร่ง
พอจะปกป้องภรรยาได้ เขาล้วนยินดี
‘เช่นนั้นก็รับสิ่งนี้ไปแล้วเจ้าจะถือเป็นศิษย์ของข้า’
แหวนวงหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศก่อนจะลอยมาหยุดตรงหน้าหานลั้วอี้
ชายหนุ่มยื่นมือออกไปนำมาสวมลงบนนิ้ว
“ผู้อาวุโสสิ่งนี้มัน”
‘อย่างที่เจ้าเข้าใจ แหวนมิติเก็บรักษาให้ดี แหวนวงนี้สามารถเก็บสิ่งมีชีวิต
และไม่มีชีวิตเข้าไปด้านในได้ ในนั้นมีโอสถที่ข้าเป็นคนหลอมเอง’
‘ยังมีสิ่งนี้ด้วย’ ชายชราส่งหนังสือฝึกปราณเล่มหนึ่งให้หานลั่วอี้ ด้านใน
เป็นวิชาฝึกปราณวายุระดับสูงเขียนไว้อย่างละเอียด
ความสามารถของหานลั่วอี้เหมาะกับพลังลมมากที่สุด แม้จะสามารถใช้
พลังธาตุอื่น ๆ ได้แต่ที่ใช้ได้อย่างชำนาญคือพลังลม
ผู้ฝึกปราณไม่ว่าใครก็สามารถใช้พลังธาตุได้แต่จะชำนาญพลังธาตุชนิดใด
ล้วนขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคล พลังธาตุมีธาตุหลักเพียงสี่ธาตุคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และ
ธาตุแตกแขนงออกไปจากธาตุหลักอีกหลากหลายสาย เช่น สายฟ้า ทอง เหล็ก
ขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้ของแต่ละคน
“ขอบคุณผู้อาวุโส”
‘ไม่ต้องเกรงใจไป เท่านี้พวกเจ้าทั้งสองก็กลายเป็นลูกศิษย์ข้า ฮ่า ฮ่า’ พูด
จบก็หัวเราะออกมา
น้ำเสียงผู้อาวุโสมีความสุขยิ่ง เขาหัวเราะไปพร้อมกับยินดีที่ได้รับศิษย์มี
ความสามารถมาถึงสองคน ถึงแม้ฝ่ายภรรยาจะพึ่งกลายเป็นนักหลอมโอสถขั้น
หนึ่ง แต่นั่นก็เป็นเพราะนางพึ่งจะรู้ว่าตนฝึกปราณได้การก้าวข้ามจากขั้นต้น
ขึ้นมาขั้นหนึ่งในเวลาไม่นาน ย่อมถือว่ามีพรสวรรค์
เขาไม่รังเกียจลูกศิษย์มีพรสวรรค์ แม้จะรู้ถึงพรสวรรค์ช้าไปก็ไม่เป็นไร ใน
เมื่อเขามีทรัพยากรมากมายเพียงพอให้ลูกศิษย์ใช้ไปอีกนาน
“ภรรยาก็เป็นลูกศิษย์ผู้อาวุโส?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วประหลาดใจ ก่อนจะพูด
กับภรรยาด้วยสายตาอบอุ่น “ภรรยาเจ้าเป็นผู้นำโชคของข้าจริง ๆ ”
‘ข้าบอกพวกเจ้าว่าอย่ามาจีบกันต่อหน้าข้า จำไม่ได้หรือ!!’
“ผู้อาวุโส หรือท่านจะอิจฉาที่ข้ามีคนให้แสดงความรัก” คำพูดนี้เป็นของ
เยว่ฉี นางคิดมาสักพักหนึ่งแล้วว่า ผู้อาวุโสหมิงจะต้องอิจฉาที่พวกเขามีคนให้
แสดงความรักแต่ท่านไม่มี!!
‘เจ้า!! ตอนนี้กล้ายอกย้อนข้าแล้ว รีบออกไปจากมิติของข้าเสียที’
“ผู้อาวุโส มิตินี้เป็นของข้าเพราะข้าเป็นคนค้นพบ”
‘แต่ก่อนจะเป็นของเจ้ามันเป็นของข้า ตอนนี้ก็เป็นของข้า!!’
“อาจารย์ท่านขี้เหนียวกับศิษย์หรือ!?” คำเรียกขานหวานหูที่ชายชราอยาก
ได้ยินมานานทำเขาชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง แต่เมื่อเห็นว่าใบหน้านั่นกำลังยิ้ม
กะลิ้มกะเหลี่ยมองมาราวกับรู้ว่าเขาอยู่จุดใดพลันทำให้ชายชราเข้าใจขึ้นมา
ทันที
‘เยว่ฉี เจ้ามันศิษย์ปีนเกลียว เหตุใดตอนนั้นข้าถึงหน้ามืดรับเจ้าเป็นศิษย์ไป
ได้!’
“เพราะข้ามีพรสวรรค์ท่านจึงอยากรับข้าเป็นศิษย์”
‘เจ้า..เจ้า ออกไปจากมิติข้าได้แล้ว!!’
ไม่ว่าเปล่าชายชราใช้ลมสายหนึ่งพัดพาทั้งสองออกมาจากมิติ
แต่ก่อนจะถูกดีดออกมา หานลั่วอี้เอาแต่เฝ้ามองภรรยาต่อล้อต่อเถียงกับ
อาจารย์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข ราวกับว่าการได้ก่อกวนชายชราให้โมโห
คือความสุขอย่างหนึ่งในชีวิต
และในตอนที่ทั้งสองคนถูกดีดออกมาจากมิติแล้ว แม้จะโมโหลูกศิษย์อย่าง
เยว่ฉีแต่ผู้อาวุโสก็ได้ส่งน้ำแห่งชีวิตออกมาพร้อมกันสิบขวด
“ฮ่า ฮ่า ลั่วอี้ท่านดูอาจารย์ ทำทีเป็นโกรธข้าทั้งที่เอ็นดูข้าถึงเพียงนี้” เยว่ฉี
หัวเราะลั่นจนน้ำตาเล็ด กุมท้องงอตัวหัวไหล่ลั่นแทบจะหายใจไม่ทัน
อาจารย์ ท่านจะ…
น่ารักเกินไปแล้ว!!