ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 40 หานลั่วซาน
“ท่านพี่…ละ…ลั่วซานขอโทษ”
เสียงเล็กติดสะอื้นกับใบหน้าน้อย ๆ ของเด็กชายที่ยืนขาสั่นแทบจะล้มลง
ไปได้ตลอดทำเอาเยว่ฉีตกใจ เด็กน้อยกำมือชิดหน้าอกท่าทางหวาดกลัว บน
ใบหน้ามีน้ำตาคลออยู่
ยังไม่ทันที่เด็กน้อยจะได้เอ่ยอันใดออกมาอีก แม้แต่เยว่ฉีก็ยังไม่ทันจะได้
เคลื่อนไหว ก็มีลมสายหนึ่งพัดผ่านข้างกายพร้อมร่างบุรุษเคลื่อนตัวมากอด
เด็กชายตัวน้อย
“ฮึก…ทะ…ท่านพี่ ฮึก ท่านพี่” หานลั่วซานปล่อยโฮ มือเล็กทั้งสองข้างกำ
เสื้อพี่ใหญ่แน่น ซุกหน้าลงกับซอกคอตัวสั่น
“ลั่วอี้ ท่านพาน้องเข้าไปในห้องก่อน” หานลั่วอี้ทำตาม อุ้มน้องชายขึ้นแล้ว
ก้าวเข้าไปในห้อง
เยว่ฉีมองตามไม่กล่าวอะไร ก่อนจะหันมาหาครอบครัวเฟิง
“พี่หลัว พี่เฟิง วันนี้คงทานอาหารเย็นร่วมกันไม่ได้แล้ว”
สองสามีภรรยาเฟิงเข้าใจ เอ่ยตอบว่าไม่เป็นไรแล้วขอตัวกลับบ้าน
เยว่ฉีเดินไปส่งถึงหน้าบ้านหลังเปิดประตูลงกลอนแล้วจึงเดินกลับเข้าไปใน
ห้อง
หานลั่วอี้นั่งอยู่บนเตียงในห้องน้องชาย บนตักชายหนุ่มมีร่างเล็กกว่าซึ่ง
มองเห็นได้ชัดว่ายังคงร้องไห้สะอื้นไม่หยุด ปากเอาแต่พึมพำขอโทษพี่ใหญ่
“ฮึก พี่ใหญ่ อย่า ฮึก อย่าเกลียดลั่วซาน” น้ำเสียงเล็กแหบติดหวาดกลัว
มือน้อยกำเสื้อพี่ชายเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือคนตรงหน้าจะ
หายไป
ภาพตรงหน้าสะเทือนใจคนมองได้ไม่น้อย ร่างกายเล็ก ๆ ตรงหน้าไม่รู้ว่า
ต้องสัมผัสความเจ็บปวดมามากเพียงใด หลังรู้ความจริงทั้งหมดจากปากหานลั่ว
อี้ จากตอนแรกที่เยว่ฉีแค่รู้สึกว่าเลี้ยงเด็กคนหนึ่งก็ไม่เป็นอะไร ตอนนี้ความรู้สึก
นั้นได้กลายเป็นความสงสารและอยากจะมอบความรักให้
อยากให้ใบหน้าเปื้อนน้ำตามีรอยยิ้ม
“ลั่วซาน วันนั้นเกิดอันใดขึ้นบอกพี่ใหญ่ได้หรือไม่”
หานลั่วซานสะอึกสะอื้น เงยหน้ามองพี่ใหญ่ ใบหน้าพี่ใหญ่ไม่ได้เจ็บปวด
แล้ว “ฮึก พี่ใหญ่ ฮึก ไม่เกลียดลั่วซาน ฮึก หรือ”
“พี่ใหญ่ไม่เกลียด แต่ลั่วซานเล่าเรื่องวันนั้นให้พี่ใหญ่ฟังได้หรือไม่” น้ำเสียง
หานลั่วอี้อบอุ่นเหลือเกิน เขายกมือขึ้นลูบศีรษะน้องชาย
ชายหนุ่มรู้ว่าการถามคำถามเช่นนี้ออกไปทันทีเป็นการทำร้ายน้องชาย แต่
เขาไม่อยากให้หานลั่วซานจมอยู่กับความเจ็บปวดนานนัก
เพราะต้องการให้ทั้งสองมีเวลาอยู่ด้วยกัน เยว่ฉีจึงเลือกที่จะเดินออกจาก
ห้อง ปล่อยให้พี่น้องได้คุยกัน ทว่าชายหนุ่มกับใช้สายตาบอกว่าให้นั่งรออยู่ใน
ห้อง นางจึงเดินไปหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้
ดูเหมือนว่าความสนใจของหานลั่วซานจะอยู่ที่หานลั่วอี้ เด็กชายจึงไม่รู้ถึง
การมาของนาง
ภาพวันนั้นยังคงติดตรึงในความทรงจำ ภาพพี่ใหญ่ล้มลงพร้อมกับเลือดสี
แดงอาบชโลมไปทั่วกายยังทำให้เด็กชายหวาดกลัว เขาจึงเลือกที่จะพูดออกไป
“วันนั้น ฮึก ท่านแม่ ถามลั่วซานว่าต้องการ ฮึก ให้พี่ใหญ่ดีใจหรือไม่…”
หลังจากนั้นสิ่งที่หานลั่วซานพูดออกมาล้วนตรงกับที่เขามองเห็นผ่านความ
ทรงจำ
ชายหนุ่มยังคงกอดน้องชายที่ยังเสียขวัญเอาไว้ไม่ห่าง ลูบศีรษะพร้อมกับ
ตบหลังเบา ๆ
เด็กชายตัวน้อยหายสะอื้นแล้ว อาจจะเพราะรู้สึกดีขึ้นหรือไม่ก็เพราะรับรู้
ได้ว่าพี่ใหญ่ยังคงเหมือนเดิม
หานลั่วอี้ตัดสินใจถามในสิ่งที่อยากจะรู้มากที่สุด
“ลั่วซาน หลังจากพี่ใหญ่สลบไปแล้ว เกิดอันใดขึ้นกับน้องหรือ”
เด็กชายลังเล หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน แต่เมื่อนึกไปถึงภาพสายตาคู่นั้นของ
มารดา ร่างกายที่หยุดสั่นไปแล้วก็สั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง ซุกหน้าเข้าหาความ
ปลอดภัยจากร่างพี่ชาย
หานลั่วอี้กระชับอ้อมกอด เอ่ยปลอบเสียงอ่อนโยน
“ลั่วซานไม่ต้องกลัวนะ พี่ใหญ่อยู่นี่แล้วจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลั่วซานได้
“
“พี่ใหญ่…” เสียงเด็กน้อยเบาหวิวเหลือเกิน ราวกับมีความกลัวสายหนึ่ง
เกาะกินจิตใจ
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว พี่ใหญ่จะปกป้องลั่วซานเอง” สายตาแน่วแน่มั่นคง
ทั้งยังอ่อนโยนของพี่ใหญ่ ช่วยคลายความหวาดกลัวจากร่างกายเล็ก
เด็กชายเม้มปากแน่น ใช้ความคิดไม่นานก็คล้ายจะตัดสินใจได้ แค่พี่ใหญ่ก็
ได้ ไม่มีคนอื่นก็ได้ ลั่วซานไม่อยากได้สายตาแบบนั้น ไม่อยากเห็นพี่ใหญ่ล้มไป
ต่อหน้า ไม่อยากให้พี่ใหญ่เกลียด
“ท่านแม่…” เพียงประโยคแรก เยว่ฉีถึงขั้นสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่
รอฟังว่าหานลั่วซานจะพูดอะไร
“ท่านแม่ให้ลั่วซานไปพบ ลั่วซานไม่อยากไป อยากอยู่กับพี่ใหญ่ ฮึก แต่ลั่ว
ซานไม่ได้รับอนุญาต ตอนที่กำลังเดินกลับห้องท่านแม่ก็มาแล้วพาลั่วซานไปที่
ห้อง ฮึก ในห้องท่านแม่มีชายคนหนึ่ง ไม่ใช่ท่านพ่อ สายตาน่ากลัว เขาเดินเข้า
มา…ฮึก”
ร่างกายหานลั่วซานสั่นเทาขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ริมฝีปากเล็กเอื้อนเอ่ย เด็ก
น้อยจะขยับร่างกายเข้าใกล้หานลั่วอี้ คล้ายต้องการที่พึ่ง
“ไม่เป็นไร ตอนนี้มีเพียงพี่ใหญ่ ไม่มีชายคนนั้นแล้ว”
“เขาจับแขน ลั่วซานเจ็บร้องให้ท่านแม่ช่วย แต่ท่านแม่ก็ไม่ช่วย บอกลั่ว
ซานไร้ประโยชน์ ไม่อยากมีลั่วซานเป็นลูก ท่านแม่น่ากลัว ชายคนนั้นน่ากลัว”
ร่างเล็กซุกหน้ากับอก ขดตัวบนตักพี่ชาย ทั้งที่หวาดกลัวจนตัวสั่นแต่ก็พยายาม
เล่าออกมาจนหมด
“ชายคนนั้นยื่นมือมาตรงหน้า ฝ่ามือใหญ่จับหัวลั่วซาน เจ็บ เจ็บมาก
จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้ ฮึก ลั่วซานจำอะไรไม่ได้แล้ว ฮึก พี่ใหญ่ เจ็บ ลั่วซาน
เจ็บ” เด็กชายร่ำไห้อีกครั้ง ซุกซบร่างกายเข้าหาพี่ใหญ่ให้ได้มากที่สุด
ในวันนั้นวันที่พี่ใหญ่ซึ่งเป็นความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวต้องกระอักเลือด
ทรุดกายลงกับพื้น ถูกเสียงตะคอกกลับจากพี่ใหญ่ที่รัก ถูกมารดาแท้ ๆ ทำให้
เจ็บปวด โดนคำพูดทำร้ายจิตใจ ตอนนั้นเด็กตรงหน้าจะรู้สึกเช่นไร?
เป็นคำถามที่เยว่ฉีไม่อาจหาคำตอบได้
เด็กชายอายุเพียงหกขวบ ทำไมต้องมาเจอเรื่องราวมากมายเพียงนี้ ถึง
กระนั้นก็ยังไม่แตกสลาย แม้จะมีรอยร้าวแต่ยังสามารถต่อติดได้
หานลั่วอี้ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด บรรยากาศเย็นเยียบพลันปกคลุมไปทั่วร่าง
แม้จะคาดการณ์เรื่องทุกอย่างไว้แล้ว ทว่าพอได้ยินจากปากน้องชายก็อดรู้สึก
โกรธขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้
สตรีผู้นั้นเกินเยียวยาแล้วจริง ๆ เขาจะต้องเอาคืนให้มากกว่าที่นางทำ จะ
ทำลายใบหน้าอวดดีหยิ่งยโส ให้นางหมอบกราบลงแทบเท้าและปวดร้าวไม่
ต่างกัน
“ลั่วซานไม่เป็นอันใดแล้ว ตอนนี้พี่ใหญ่และลั่วซานไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนั้น
แล้ว”
หานลั่วซานเงยหน้ามองพี่ใหญ่ “ไม่มีแล้วหรือขอรับ ไม่มีใครเลยหรือ
ขอรับ”
“จะว่าไม่มีก็ไม่ได้ พี่ใหญ่มีคนอยากให้ลั่วซานรู้จัก” เด็กชายมีท่าทีประหม่า
ยังคงกำเสื้อหานลั่วอี้แน่น ชายหนุ่มลูบหัวน้องชาย ใช้สายตาอ่อนโยนหันมา
ทางเยว่ฉีเป็นเชิงบอกให้เดินเข้าไปหา
“ลั่วซานหันไปดูสิ คนที่พี่ใหญ่อยากให้ลั่วซานรู้จัก” เด็กชายตัวน้อยค่อย ๆ
หันหน้ามาทางหญิงสาว ท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ของเด็กน้อยเรียกรอยยิ้มเอ็นดู
จากนางได้เป็นอย่างดี ถึงดวงตาจะแดงก่ำ เพราะผ่านการร้องไห้มานาน แต่ถึง
กระนั้นก็ไม่สามารถปกปิดความน่ารักน่าเอ็นดูเอาไว้ได้
“ลั่วซาน พี่ชื่อเยว่ฉีนะ เป็นภรรยาพี่ใหญ่ลั่วซาน” รอยยิ้มอบอุ่น สายตา
อ่อนโยนของคนตรงหน้าช่วยคลายความหวาดกลัวระคนกังวลของหานลั่วซาน
เด็กชายเม้มปากมองพี่ใหญ่สลับกับนาง
หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างไม่ได้เร่งรีบทำความคุ้นเคย รอให้เด็กน้อยเป็นฝ่ายเข้า
มาหา
หานลั่วซานมองความอบอุ่นจากคนตรงหน้าแล้วเงยหน้ามองพี่ใหญ่
หานลั่วอี้ก้มหน้ามองอยู่ก่อนแล้วเมื่อเห็นว่าน้องชายต้องการการยืนยันจึงพยัก
หน้า
“ไม่เป็นไร พี่สาวใจดี”
ได้รับคำยืนยันแล้ว เด็กน้อยจึงค่อย ๆ หันมามองหน้าหญิงสาว อีกฝ่ายังคง
ยิ้มให้เขาเหมือนเดิม รอยยิ้มอบอุ่นที่เมื่อก่อนมีเพียงพี่ใหญ่มอบให้
มือน้อยคลายออกจากอกเสื้อ ท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ยื่นมือมาตรงหน้า
“หานลั่วซานขอรับ น้องชายพี่ใหญ่” เยว่ฉียิ้มบาง เอ่ยเสียงอ่อนโยน
“พี่เยว่ฉีนะ ภรรยาพี่ใหญ่ของลั่วซาน”
สองมือประสานกันหนึ่งเล็กหนึ่งใหญ่ เด็กชายตัวน้อยฉีกยิ้มกว้างออกมาใน
ที่สุด
อบอุ่นมากเลย ฝ่ามือพี่สาวอบอุ่นเหมือนของท่านแม่
ไม่สิ ตอนนี้ฝ่ามือของพี่สาวและอ้อมกอดของพี่ใหญ่อบอุ่นกว่าของใคร
ทั้งหมด
เด็กน้อยไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่อยู่ ๆ น้ำตาก็ไหลออกมา
“พี่สาวอย่าเกลียดลั่วซานนะขอรับ”
อ่า…เด็กคนนี้คงหวาดกลัวมากเลยสินะ เพราะมักจะได้รับความเกลียดชัง
มาตลอด
“ลั่วซานเป็นเด็กดีมิใช่หรือ พี่สาวไม่เกลียดลั่วซานหรอก” หญิงสาวขยับ
เข้าไปใกล้ โอบกอดร่างกายเล็ก ๆ ไว้โดยมีหานลั่วอี้โอบกอดนางไว้อีกที