ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 42.1 ฝึกฝนไปด้วยกัน
หลังช่วยกันผ่าหินหยกวิญญาณจนหมดสิ่งที่ได้รับมาถึงกับทำให้เยว่ฉี
เหนื่อยใจ ไม่ใช่ว่าของที่ได้นั้นไม่ดี แต่มันดีมากจนอดสงสัยไม่ได้ว่านางใช้โชค
ทั้งชีวิตไปกับของตรงหน้าหมดแล้วหรือยัง
ทำไมสิ่งที่ได้ถึงมีแต่ของดีเช่นนี้!!
“ลั่วอี้ ข้าว่าต่อจากนี้ข้าอาจจะพบกับโชคร้าย” เยว่ฉีเบะปาก เอ่ยกับสามี
เสียงสั่น ๆ หานลั่วอี้เห็นภรรยาคล้ายกำลังจะร้องไห้ก็ร้อนใจรีบขยับเข้าไปใกล้
เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ภรรยาเจ้าเป็นอะไร หรือบาดเจ็บตรงไหน”
“ฮึก ไม่มี ข้าเพียงสงสัยและกลัวว่าที่ข้าสามารถพบเจอของดีมากมาย บาง
ทีโชคดีของทั้งชีวิตคงถูกดึงมาใช้จนหมดแล้ว ต่อจากนี้ก็จะมีแต่เรื่องร้าย ๆ เข้า
มา ฮึก” ชายหนุ่มส่ายหัวอ่อนใจ ยกมือขึ้นใช้นิ้วชี้จิ้มระหว่างคิ้วอีกฝ่าย
“โง่งมจริง การที่เจ้าพบของดีเช่นนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะความสามารถเจ้ามิใช่
หรือ แต่หากเจ้ากลัวว่าจะใช้โชคทั้งชีวิตจนหมดแล้วต้องพบเจอโชคร้ายเช่นนั้น
ข้าจะแบ่งโชคดีให้เจ้า”
“ลั่วซานด้วย ลั่วซานจะมอบโชคดีให้พี่สาว เพราะอย่างนั้นแล้วพี่สาวอย่า
เสียใจนะ โอ๋ ๆ นา” เด็กชายตัวน้อยนั่งยอง ๆ ใช้มือเล็กป้อมลูบเบา ๆ บนหลัง
มือเยว่ฉีพร้อมฉีกยิ้มกว้างมาให้
พี่สาวใจดีกับลั่วซานมาก ลั่วซานไม่อยากให้พี่สาวเศร้าใจ
“ลั่วซานเด็กดี พี่สาวไม่เป็นอะไรแล้ว เพราะลั่วซานโอ๋ ๆ”
“ลั่วซานดีใจ ได้ช่วยพี่สาว”
“กลับบ้านกันเลยดีหรือไม่? เวลาป่านนี้แล้วลั่วซานคงจะหิว” หานลั่วอี้
พยักหน้าเห็นด้วย เก็บของทุกอย่างเข้าไปในแหวนมิติที่อาจารย์มอบให้
ของที่พบในวันนี้นอกจากอาวุธวิญญาณระดับเซียนที่ได้รับมาจากการผ่า
หินก้อนแรกแล้ว นอกจากนั้นก็มีหยกวิญญาณระดับสูงคุณภาพสูง และหยก
วิญญาณระดับสูงที่สุดคุณภาพสูง
หานลั่วอี้จึงเข้าใจได้ว่าที่ภรรยาสัมผัสได้ถึงพลังงานที่มากกว่าคงจะเพราะ
อาวุธวิญญาณชิ้นนั้น
และระหว่างเดินทางออกจากป่า ทั้งสามคนก็ได้ยินเสียงบางอย่าง
เคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ด้วยความรวดเร็ว สิ่งนั้นตรงมาทางพวกเขายืนอยู่ หานลั่ว
อี้รีบขยับไปยืนข้างกายภรรยากางม่านพลังปกป้องคนสำคัญทั้งสอง มองตรงไป
ยังจุดเกิดเสียง
พุ่มไม้ไม่ไกลจากสายตาสั่นไหว คล้ายมีบางอย่างคืบคลานเข้ามาด้วย
ความเร็วเต็มที่
สามจั้ง
สองจั้ง
หนึ่งจั้ง
และ
พรวด!!!
บางอย่างกระโดดเข้าปะทะม่านพลังจนเกิดรอยแตกขึ้น ถึงกับสามารถทำ
ให้ม่านพลังของผู้ฝึกปราณขั้นเจ็ดร้าวได้สิ่งนี้ต้องไม่ธรรมดา
หานลั่วอี้คิดจะใช้พลังสกัดสิ่งนั้นเอาไว้ แต่ก่อนจะได้ทำหานลั่วซานกับ
ตะโกนขึ้นมาก่อน
“พี่ใหญ่อย่าทำ อย่านะ!!” หานลั่วอี้หยุดชะงักมือซึ่งกำลังร่ายคาถาโจมตี
หลังเจ้าก้อนกลม ๆ ได้ยินเสียงน้องชายก็หยุดชะงักด้วยเช่นนั้น ก่อนจะ
กระโดดดึ๋ง ๆ ไปทางหานลั่วซาน
หานลั่วอี้ตาเบิกกว้างคิดจะเคลื่อนตัวเข้าไปขวาง ชายหนุ่มตะโกนเตือน
เสียงดังลั่น
“ลั่วซานอันตราย!!” ทว่าน้องชายกับหันมายิ้มให้หานลั่วอี้พร้อมเอ่ย
“พี่ชายไม่อันตราย บอกว่าไม่อันตรายอยากอยู่ด้วย” หานลั่วซานอ้าแขน
ออก เจ้าสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายไข่ใบหนึ่งกระโดดเข้าสู่อ้อมกอดเด็กชายตัวน้อย
หานลั่วซานกอดไข่ใบนั้นแน่น ถูไถใบหน้ากับไข่ เจ้าไข่เองก็ขยับดุ๊กดิ๊กในอ้อม
กอด ถูไถใบหน้าเด็กน้อยด้วยเช่นนั้น
“คิก คิก อย่าดื้อนะ ไม่อย่างนั้นพี่ใหญ่จะดุ”
เยว่ฉีกระพริบตาปริบ ๆ มองหานลั่วซานหยอกล้อกับ ไข่? ใบหนึ่งด้วย
ความสับสน
ส่วนหานลั่วอี้ถอนหายใจเดินเข้ามาใกล้น้องชาย
“ลั่วซานให้พี่ใหญ่จับแขนได้ไหม”
“ได้ขอรับ ลั่วซานให้พี่ใหญ่จับ” เด็กน้อยยื่นแขนมาให้หานลั่วอี้ ดวงตาสี
รัตติกาลมีประกายความรู้สึกวาบผ่านคล้ายคาดเดาอะไรบางอย่างได้
ฝ่ามือหนาจับแขนน้องชายหันท้องแขนขึ้นก่อนจะใช้นิ้วชี้และนิ้วนางสัมผัส
ลงบนข้อแขน หลับตาลงเล็กน้อย ส่งผ่านพลังปราณเข้าไปในร่าง
เป็นอย่างที่คิด
“ลั่วซานอยากเป็นเหมือนพี่ใหญ่ใช่ไหม”
“อื้อ ลั่วซานอยากเป็นเหมือนพี่ใหญ่”
“ตอนนี้ลั่วซานเป็นได้แล้วนะ” หานลั่วอี้ดึงน้องชายเข้ามากอดแน่น ไม่เคย
คิดว่าวันที่น้องชายฝึกปราณได้จะมาถึง
เพราะเด็กน้อยไม่สามารถทำได้ความรักที่มีถึงลดน้อยลง แต่ตอนนี้ความ
ฝันเล็ก ๆ นั้นเป็นจริงขึ้นมาแล้ว
ตอนที่ 42.1 ฝึกฝนไปด้วยกัน
เขาดีใจมากกว่าตอนที่ตนกลับมาเดินได้เสียอีก ความรู้สึกมากมายพรั่งพรู
ขึ้นมาจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
“ลั่วซาน ฮึก เป็นเหมือนพี่ใหญ่ได้แล้วหรือ เป็นได้แล้วจริง ๆ หรือ ฮึก ฮืออ
พี่ใหญ่ลั่วซานเป็นเหมือนพี่ใหญ่ได้แล้ว…”
เด็กชายตัวน้อยเงยหน้าร้องไห้โฮ กอดไข่ในมือแน่น ปากก็คอยแต่ส่งเสียง
ถามอยู่ร่ำไป
ถึงหานลั่วซานจะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ในใจลึก ๆ เด็กชายตัวน้อยนั้นรับรู้ได้
นานแล้วว่าตนไม่เหมือนพี่ใหญ่ พอรู้ว่าจะเป็นเหมือนพี่ใหญ่ได้ความรู้สึก
ทั้งหมดจึงพรั่งพรูออกมา
เยว่ฉียืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ก่อนน้ำตาจะไหลริน
กว่าจะปลอบเด็กชายตัวน้อยให้หยุดร้องไห้ก็ใช้เวลานานมาก มาตอนนี้
ท้องน้อยจึงส่งเสียงประท้วงออกมา
“จากนี้ลั่วซานก็ฝึกวิชาด้วยกันกับพี่ใหญ่ได้แล้ว” เด็กน้อยพูดไปยิ้มแย้มไป
หานลั่วอี้เองก็ดีใจไปกับน้องชาย แต่ในความดีใจนั้นยังมีความกังวลหลงเหลือ
อยู่
“ลั่วซานอยากกลับไปหาท่านแม่หรือไม่” มือน้อย ๆ ที่ประสานกับมือชาย
หนุ่มกำแน่น สองขาหยุดชะงัก เงยหน้ามองพี่ใหญ่ด้วยท่าทีกล้า ๆ กลัว ๆ เอ่ย
ถามเสียงสั่น
“พี่ใหญ่จะส่งลั่วซานไปหาท่านแม่หรือ?”
หานลั่วอี้นั่งลงตรงหน้าน้องชาย “ไม่ใช่ พี่ใหญ่กำลังถามความต้องการ
ของลั่วซานว่าอยากจะกลับไปหาท่านแม่หรือไม่”
“ไม่ไป ลั่วซานจะอยู่กับพี่ใหญ่ไม่อยู่กับท่านแม่” เด็กชายโผเข้ากอดชาย
หนุ่มแน่น สองแขนเล็กโอบกอดรอบคอ
“พี่ใหญ่ ลั่วซานจะเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ อยากอยู่กับพี่ใหญ่ไม่เอาท่านแม่”
“ลั่วซานไม่อยากได้ท่านแม่แล้วใช่ไหม”
“ลั่วซานไม่อยากได้ ท่านแม่ใจร้ายทำร้ายพี่ใหญ่ ทำร้ายลั่วซาน ไม่เอาท่าน
แม่ แค่พี่ใหญ่ แค่พี่สาว”
หานลั่วอี้เบาใจขึ้นมาแล้ว สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่มู่ฉิงเย่มาชิงตัวหานลั่วซานไป
แต่กลัวว่าน้องชายจะอยากกลับไปหานางมากกว่า
ตอนนี้หานลั่วซานสามารถฝึกปราณได้แล้ว หากกลับไปจะต้องได้รับการ
ดูแลอย่างดีไม่ต่างจากบุตรคนอื่น มู่ฉิงเย่ไม่มีทางละเลยบุตรคนเล็กได้อีก
“หากลั่วซานไม่ต้องการพี่ใหญ่ก็จะไม่ให้ลั่วซานไปไหนอยู่กับพี่ใหญ่
ตลอดไป”
“ตลอดไป ลั่วซานอยู่กับพี่ใหญ่พี่สาวตลอดไป ไม่สิ อยู่กับไข่น้อยด้วย” ก้ม
ลงพูดกับไข่ในอ้อมแขน เด็กน้อยไม่ยอมให้ทั้งสองคนดูแล บอกว่าจะดูแลเอง
หานลั่วอี้บอกว่าเยว่ฉีว่าบางทีเจ้าสิ่งนี้อาจจะเป็นไข่สัตว์อสูร ส่วนเหตุใดถึง
ได้วิ่งเข้าหาน้องชายทั้งยังคล้ายสื่อสารกันได้นั้น ผู้อาวุโสหมิงได้บอกว่า เหตุผล
ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่หานลั่วซานดื่มน้ำแห่งชีวิตทุกวัน ทำให้พลังวิญญาณ
ของน้ำแห่งชีวิตช่วยสร้างปราณกำเนิดเทียมขึ้นในร่างกาย อีกทั้งการสร้างขึ้นยัง
มีความพิเศษ และนั่นทำให้หานลั่วซานสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของอาวุธวิญญาณ
และสื่อสารกับสัตว์อสูรได้
เพราะสัตว์อสูรชื่นชอบน้ำแห่งชีวิต ทว่าเหตุใดหานลั่วอี้ถึงไม่ได้รับ
ผลกระทบจากการดื่มน้ำแห่งชีวิต ผู้อาวุโสได้กล่าวว่า บางทีคงเพราะเขามี
ปราณกำเนิดที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว จึงไม่ได้รับผลใด ๆ
ถึงสิ่งที่ได้รับรู้มาจะยังคลุมเครือไม่ชัดเจน ทว่าทั้งสองคนกลับเลือกที่จะไม่
สนใจ เพราะไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ท้ายที่สุดแล้วกลับเป็นผลดีต่อเด็กชายตัว
น้อยมากกว่าผลเสีย
กว่าทั้งสามคนจะลงจากเขา เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ยามโหย่ว (17.00 น. –
18.59 น.) เด็กชายตัวน้อยที่วันนี้ต้องเผชิญกับเรื่องราวมากมาย ไหนจะขึ้น
ภูเขาลาดชัน ทั้งยังร้องไห้ไปหลายครั้ง สุดท้ายก็เพลียและหลับใหลในอ้อมกอด
พี่ชายอันเป็นที่รัก
“ชีวิตหานลั่วซานต่อจากนี้ ข้าหวังว่าจะไม่มีสิ่งใดมาทำให้เด็กน้อยต้องรู้สึก
ไม่ดีอีก”
“ภรรยาไม่ต้องกังวล ข้าจะทำให้ดี จะปกป้องเจ้าและน้องชาย” มือที่ถูกทิ้ง
ไว้ข้างตัวเคลื่อนเข้าหากัน ก่อนที่นิ้วทั้งสิบจะประสานกันในที่สุด
เยว่ฉีหันไปฉีกยิ้มกว้างให้สามี
“ข้าเชื่อว่าท่านทำได้”