ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 47 แม่ผู้แสนประเสริฐ
แขกเหรื่อออกไปหมดแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตระกูลวันนี้รวมไปถึง
ความจริงที่ว่า มารดาเลี้ยงไม่ถูกกับบุตรชายคนโตของบ้านรองก็ไม่สามารถปิด
ได้อีกต่อไป ไม่นานข่าวนี้ก็แผ่กระจายออกไปให้ชาวบ้านทั่วเมืองโม่ฉีได้รับรู้
หานอวี้ไม่พอใจเป็นอย่างมาก มู่ฉิงเย่คือสะใภ้ที่บุตรชายรักจึงได้ตบแต่งเข้า
จวน ถึงพื้นเพจะไม่ได้เรียกว่ายิ่งใหญ่แต่ก็พอมีหน้ามีตาอยู่บ้าง ก่อนจะแต่งเข้า
นางเป็นสตรีสุภาพเรียบร้อยน่าเอ็นดู แต่หลังจากแต่งงานนิสัยคล้ายเปลี่ยนไป
เล็กน้อย
ตอนนั้นหานอวี้คิดว่าไม่มีความจำเป็นใดให้ต้องใส่ใจ เพราะถึงนางจะ
เปลี่ยนไปแต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่รับได้ มาตอนนี้นางสร้างเรื่องจนกลายเป็นที่ติ
ฉินนินทา ชื่อเสียงตระกูลด่างพร้อย ตนจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? ผู้คนมากมาย
คงมองว่าเป็นถึงผู้อาวุโสแต่กลับดูแลครอบครัวไม่ดี ปล่อยให้สะใภ้ควบคุมและ
เลี้ยงดูหลานด้วยความลำเอียง
แค่คิดก็โมโหแล้ว ชื่อเสียงตระกูลที่บรรพบุรุษดูแลมาอย่างดี กลับต้องมา
ด่างพร้อยเพราะสตรีนางหนึ่ง หากไม่ใช่ว่าเห็นแก่หน้าหลาน เขาอยากจะสั่งให้
หานฉิงอี้หย่ากับนางเสียตอนนี้!!
ภายในห้องโถง
หานอวี้มองสะใภ้รองนั่งร้องไห้คร่ำครวญอยู่กลางห้องโถง ปากก็เอาแต่ร้อง
ทุกข์ให้เขาทวงความยุติธรรมคืนให้บุตรชาย
“ท่านพ่อ ท่านต้องจัดการเรื่องนี้ให้ข้า ต้องทวงความยุติธรรมให้กับลั่วเซียง
ฮึก หานลั่วอี้จะต้องเป็นคนทำให้ลั่วเซียงเป็นเช่นนี้ ฮึก” พอตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่
นางถามไม่ใช่บุตรชายแต่เป็นหานลั่วอี้อยู่ที่ใด
“ต้องเป็นลั่วอี้ ที่ลั่วเซียงล้มจนกระอักเลือดออกมาต้องเป็นมัน ฮึก มัน
ต้องการทำลายครอบครัวข้า!!”
ยิ่งพูดยิ่งไม่น่าฟัง หานอวี้ไม่อยากจะฟังความข้างเดียวจึงเอ่ยถาม
“สะใภ้มู่เจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นลั่วอวี้ ในเมื่อความจริงยังไม่กระจ่างแต่
เจ้ากลับปักใจเชื่อไปก่อนแล้ว ตอนลั่วเซียงเดินเข้าไปคำนับสุรา มิใช่ว่าทั้งสุรา
และจอกสุราเป็นลั่วเซียงถือไปเองหรือ? หรือเจ้าจะบอกข้าว่าลั่วอี้ใช้จังหวะที่ไม่
มีผู้ใดสังเกตทำอันใดกับไหสุรา”
“ต้องเป็นเช่นนั้น ฮึก หานลั่วอี้อิจฉาบุตรชายข้า เขาต้องการทำลายข้า!!”
พูดไปก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นยกผ้าขึ้นมาเช็ดน้ำตา ท่าทางน่าสงสาร
คนฟังขมวดคิ้ว หานอวี้มีความรู้สึกว่าคงมีเรื่องเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองคน
เพียงแต่เขาไม่รู้
“ในเมื่อเจ้ามั่นใจเช่นนั้นลองบอกสาเหตุมาได้หรือไม่ เหตุใดหานลั่วอี้จึง
ต้องการทำร้ายลั่วเซียง เจ้าสองคนมีเรื่องบาดหมางอันใดที่ข้าไม่รู้?”
มู่ฉิงเย่สะอึก พูดไม่ออกไปชั่วขณะ นางจะกล้าพูดออกไปได้อย่างไร จะให้
พูดว่าที่หานลั่วอี้เจ็บป่วยจนขาพิการเป็นนางวางแผนทำร้ายอีกฝ่าย มาตอนนี้
อีกฝ่ายหายดีจึงมาแก้แค้นนาง ทำให้หานลั่วเซียงบาดเจ็บ นางจะพูดออกไปได้
อย่างไร
“ข้า คือ ข้า…”
“ในเมื่อเจ้าไม่มีหลักฐานจะใส่ร้ายว่าลั่วอี้ทำร้ายลั่วเซียงคงไม่เหมาะกระมัง
เจ้าไม่ชอบลั่วอี้ข้าเข้าใจ แต่ลั่วอี้จะถึงขั้นแค้นเคืองเจ้าจนต้องไปลงกับน้องชาย
เพียงเพราะไม่ชอบหน้าหรือ? ข้าไม่มีทางเชื่อเช่นนั้น”
“ตะ…แต่ท่านพ่อ หากท่านตรวจสอบจะต้องพบหลักฐานบนตัวลั่วอี้เป็น
แน่!!” นางยังคงดึงดัน ใช้ผ้าเช็ดน้ำตาออกจากหน้า
นางจะต้องทวงความยุติธรรมให้บุตรชาย รวมถึงทำให้คนในบ้านตาสว่าง
พวกเขาทั้งหมดจะได้รู้ว่าบุตรชายเลี้ยงผู้นี้ใจดำอำมหิตยิ่งนัก
หานอวี้เบื่อจะฟังคำพูดเดิม ๆ ของนางจึงหันไปถามหลานชาย
“ลั่วอี้ มารดาเลี้ยงเจ้าพูดเช่นนี้เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไร” เพราะหานอวี้ไม่
คิดว่า หานลั่วอี้จะกล้าทำร้ายหานลั่วเซียงต่อหน้าแขกเหรื่อมากมาย เขาจึงไม่
เชื่อคำพูดมู่ฉิงเย่
“ท่านปู่ ข้าไม่ได้ทำ ข้าเพียงรับคำนับสุราจากน้องเซียง” ใบหน้าชายหนุ่ม
เศร้าสลด เพราะถูกใส่ความทั้งที่ไร้ความผิด
เยว่ฉีวางมือบนหลังมือสามีให้กำลังใจเขา
เห็นอย่างนี้แล้วคนอื่น ๆ ในห้องยิ่งไม่มีใครเชื่อ หานลั่วอี้จะทำจริงหรือ? ใน
เมื่อหากเขาลงมือความสงสัยจะต้องตกไปที่เขาทันที
ระหว่างที่คนในห้องโถงกำลังทวงถามความยุติธรรม ท่านหมอที่มาดูอาการ
หานลั่วเซียงก็ตรวจอาการเสร็จแล้วจึงมารายงาน
“ให้หมอเข้ามา” หานอวี้บอก
ท่านหมอเดินเข้ามาแล้ว มู่ฉิงเย่รีบตะลีตะลานลุกขึ้นยืนก้าวเร็ว ๆ เข้าไป
หาท่านหมอ
“หมอ ลูกข้าเป็นเช่นไรบ้าง ลูกข้าฟื้นแล้วหรือ” ท่านหมอมีสีหน้าลำบากใจ
หันไปมองผู้นำตระกูลแล้วเอ่ย
“เรียนท่านผู้นำ คุณชายเส้นลมปราณเสียหายอย่างหนัก มีพิษตกค้างใน
ร่างกาย ไม่สามารถเดินได้รวมถึงไม่สามารถฝึกปราณได้แล้วขอรับ”
ฟังคำพูดของหมอคนที่เหลือในห้องต่างหันมามองหานลั่วอี้เป็นตาเดียว
อาการนี้เหมือนของหานลั่วอี้เลยมิใช่หรือ? หรือว่าจะโดนพิษแบบเดียวกัน
ต้องใช่อย่างแน่นอน แล้วเป็นพิษชนิดใดเล่าในเมื่อคราวก่อนที่หานลั่วอี้ต้อง
พิษ ก็ไม่มีใครสามารถสืบที่มาหรือชนิดของพิษได้เลย
“ไม่จริง!! ไม่จริงใช่ไหมท่านหมอ ลูกข้าจะฝึกปราณไม่ได้แล้วจริง ๆ หรือ
ท่านกำลังโกหกข้า!!”
“สะใภ้มู่ เป็นเรื่องจริงขอรับ คุณชายหานลั่วเซียงไม่สามารถฝึกปราณได้อีก
แล้ว”
“ไม่จริง!! ลูกข้าจะฝึกปราณไม่ได้ได้อย่างไร ข้าไม่เชื่อ เจ้าต้องร่วมมือกับ
มันใช่ไหม ร่วมมือกับมันมาหลอกข้า!! ให้คนเข้าใจลูกข้าผิด ข้าจะไปเชิญหมอ
ท่านอื่นมาดู” มู่ฉิงเย่คล้ายคนเสียสติไปแล้ว นางพูดคำเดิมซ้ำ ๆ และพอหันมา
เห็นหน้าหานลั่วอี้ ความเกลียดชังพลันปะทุออกมา
“เพราะแก แกมันตัวซวย แกทำร้ายลูกข้า!! ข้าจะฆ่าแก!!” มู่ฉิงเย่ระเบิด
พลัง ท่านหมอโดนการระเบิดพลังทำเอากระเด็นออกไปไกล
นางรวบรวมพลังไว้ที่ฝ่ามือเปลี่ยนพลังนั้นให้มีรูปร่างเป็นเข็มนับสิบเล่ม
แล้วซัดออกไป
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงชั่วพริบตาเข็มเหล่านั้นก็ถูกซัดออกไป
แล้ว
ดวงตาหานลั่วอี้ทอประกาย ยกยิ้มมุมปากโอบภรรยาและหานลั่วซานเข้า
มาข้างตัวสร้างม่านป้องกันการโจมตีขึ้นมาทันที
เข็มเหล่านั้นถูกสกัดกั้นและสลายหายไป
“ท่านปู่” เขาไม่โต้ตอบ แต่เลือกที่จะให้หานอวี้เป็นคนจัดการ
อยู่มานานถึงเพียงนี้เพิ่งจะได้สัมผัสการถูกลูบคมต่อหน้าเป็นครั้งแรก มู่ฉิง
เย่ไม่เห็นแก่หน้าเขา ไม่เคารพเขาที่เป็นพ่อสามี บังอาจใช้ศาลเตี้ยตัดสินผู้อื่น
ตามใจชอบ
หากคนที่นางใช้ศาลเตี้ยไม่ใช่คนตระกูลหานเขาคงทำเป็นลืมตาข้างหลับตา
ข้าง แต่นี่ถึงกลับกล้าลงมือโหดเหี้ยมกับคนตระกูลเดียวกันมีหรือที่เขาจะทน
ต่อไปได้
หานอวี้หันไปจัดการมู่ฉิงเย่ ซัดพลังออกไปทีหนึ่งตรึงนางไม่ให้อาละวาดได้
อีก
“ท่านพ่อปล่อยข้า ข้าจะฆ่ามัน ข้าจะฆ่ามัน!! มันทำให้ลูกข้าฝึกปราณไม่ได้
เป็นมัน!!!” มู่ฉิงเย่พยายามดิ้นรนให้หลุดจากการถูกมัด ทว่าพลังผู้ฝึกปราณขั้น
ห้าอย่างนางมีหรือจะสู้พลังผู้ฝึกปราณขั้นแปดได้
“ดูอาการท่านหมอ หากดีแล้วก็เชิญกลับ ส่วนมู่ฉิงเย่ข้าจะจัดการเจ้าที
หลัง” พูดจบก็หันไปหาหานลั่วอี้เลิกสนใจนาง
“เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องต่อจากนี้ปู่จะจัดการเอง”
“ท่านปู่ ข้ามีเรื่องจะพูด”
หานอวี้พยักหน้า
หานลั่วอี้ปล่อยมือจากเอวภรรยายกมือทำความเคารพ
“ท่านปู่ หลานตั้งใจจะเดินทางกลับหมู่บ้านชวีซานวันนี้ หลานไม่ต้องการ
สร้างความบาดหมางให้กับคนในครอบครัว การที่หลานกลับหมู่บ้านชวีซาน
อาจจะทำให้แม่ใหญ่อารมณ์เย็นขึ้น”
หานอวี้ต้องการห้าม เขาไม่อยากให้หานลั่วอี้ออกจากบ้าน เพราะกลัวว่า
เขาจะไม่กลับมา แต่พอได้ฟังความคิดเห็นทั้งยังท่าทางเด็ดเดี่ยวของหานลั่วอี้
เขาพลันพูดไม่ออก
หากยังคงดึงดันบางทีสถานการณ์อาจจะเลวร้ายขึ้นถึงขั้นไม่สามารถสาน
สัมพันธ์กับหลานชายคนนี้ได้
สุดท้ายหานอวี้จึงตอบตกลงอนุญาตให้กลับบ้าน
หานลั่วอี้ทำความเคารพ ก่อนจากไปยังมอบหยกวิญญาณระดับสูงคุณภาพ
กลางให้หานอวี้เม็ดหนึ่ง
สิ่งที่เขามอบออกไปถือเป็นการซื้อใจหานอวี้ไปในตัว การทำเช่นนี้จะทำให้
ชายชราเอนเอียงความรู้สึกมาทางเขา อีกทั้งยังเป็นการสร้างความประทับใจ
และบอกเป็นนัยว่า
เขามีประโยชน์มากกว่าสองแม่ลูกนั่น แม้ว่าหยกวิญญาณก้อนนี้จะเป็นหยก
วิญญาณเพียงชิ้นเดียวที่เขาจะมอบให้
บรรดาญาติ ๆ เมื่อเห็นว่าหานลั่วอี้หยิบหยกวิญญาณระดับสูงออกมามอบ
ให้หานอวี้โดยไม่รู้สึกเสียดาย ก็พาให้อิจฉา พวกเขาก็ต้องการหยกวิญญาณ
คุณภาพดี แต่น่าเสียดายที่เงินในมือไม่พอให้ซื้อ
หานอวี้พึงพอใจกับการปฏิบัติตนของหานลั่วอี้มาก ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยขึ้น
“เดินทางกลับก็ระวังด้วย ขาดเหลืออะไรบอกปู่ได้ตลอด”
“ขอบคุณท่านปู่ขอรับ เช่นนั้นหลานขอตัว” กล่าวจบก็พาภรรยาและ
น้องชายเดินออกจากห้องโถง ไม่สนใจเสียงก่นด่าตามหลังของสตรีร้ายกาจ
เขาได้เอาคืนแล้ว…
การทำร้ายนางโดยตรงไม่สู้ทำร้ายบุตรชายที่นางรักยิ่ง หานลั่วอี้จึงมอบ
ความเจ็บแบบเดียวกันให้ไป ให้พวกเขาได้สัมผัสความทรมานจากการโดนดูถูก
และความอัปยศเมื่อได้รู้ว่าความฝันพังทลายลงไปในชั่วพริบตา
ต่อจากนี้จะเกิดเรื่องใดขึ้นล้วนไม่ขอเกี่ยวข้อง แต่ชายหนุ่มเชื่อว่าสตรีผู้นั้น
จะต้องมาหาเขาเป็นแน่
เขาเชื่อเช่นนั้น