ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 48 กลับถึงบ้านแล้ว Nc เล็กน้อย
พอก้าวลงจากรถม้าและเห็นประตูหน้าบ้านเยว่ฉีก็มั่นใจว่าได้ออกมาจาก
บ้านหลังนั้นแล้ว รู้สึกหายใจสะดวกขึ้นมาก
หญิงสาวสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะถอนหายใจออกมา ราวกับว่า
กำลังปลดปล่อยความไม่สบายใจตลอดสามสี่วันที่ผ่านมา
หานลั่วอี้ก้าวลงมาตามหลังภรรยาก่อนจะหันเข้าไปในรถม้าแล้วช่วย
หานลั่วซานก้าวลงจากรถ
“บ้านเราดีที่สุด” เด็กชายตัวน้อยกลับมาสดใสอีกครั้งหลังต้องรู้สึกไม่
ปลอดภัยทั้งยังหวาดระแวงอยู่หลายวัน เขากังวลว่าจะไม่ได้กลับมาพร้อมพี่
ใหญ่และพี่สาว
“เข้าบ้านกัน”
“เข้าบ้านกัน” เด็กชายพูดตาม ยิ้มแย้มก้าวไปยืนรอที่ประตูหน้าบ้าน เยว่ฉี
ยิ้มให้กับความสดใสนั้นเดินไปเปิดประตูให้หานลั่วซานเข้าไปในบ้าน
ส่วนหานลั่วอี้หันไปบอกให้คนขับรถกลับไปได้แล้ว
พอได้ก้าวเข้ามาในบ้านคล้ายความรู้สึกมากมายสลายไป เหลือเพียความ
สงบสุขที่หาไม่ได้จากบ้านหลังนั้น
“ลั่วซานง่วงนอนหรือไม่“
“ลั่วซานง่วงนอน ลั่วซานอยากนอน” ไม่ว่าเปล่าเด็กชายยกมือปิดปากหาว
พร้อมกับขยี้ดวงตา
“เช่นนั้นพี่สาวพาไปนอน”
“ไปนอนกานนน” เด็กชายพูดเสียงยานคางยื่นมือมาจับมือเยว่ฉี หญิงสาว
พาน้องชายสามีเข้าไปนอนในห้อง
หานลั่วอี้เดินตามหลังมองการดูแลเอาใจใส่ที่ภรรยามีให้น้องชาย ในหัว
พลันคิดว่า หรือตนจะมีลูกสักคนดี?
คิดไปก็ส่ายหัวยิ้มกรุ้มกริ่มเดินตามหลังเงียบ ๆ คงต้องถามภรรยาดูว่า
อยากจะมีลูกน้อยหรือไม่
“หลับแล้วหรือ?”
“อื้อ หลับแล้ว” เยว่ฉีปิดประตูห้อง เดินเข้าไปล้มตัวลงบนตัวสามี หานลั่ว
อี้นั่งอ่านหนังสือที่อาจารย์ให้มาบนตั่งข้างหน้าต่างซึ่งเปิดรับแสงด้านนอก
ชายหนุ่มวางมือจากหนังสือ โอบแขนรอบเอวภรรยา ก้มหน้ามองคนที่เอา
แต่ถูไถหน้าอยู่กับอก
เขาชอบที่ภรรยาแสดงความสนิทสนมเช่นนี้มาก ตั้งแต่จูบกันไปครานั้นการ
แสดงออกเช่นนี้ก็เริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ง่วงนอนหรือ”
“นิดหน่อย ท่านเล่าเรื่องในวันนั้นให้ข้าฟังได้หรือไม่”
“ได้สิ แต่เปลี่ยนที่นอนก่อนดีหรือไม่”
“ไม่เป็นไรบนตัวท่านก็สบายดี” หานลั่วอี้อยากจะบอกเหลือเกินว่า หาก
ภรรยายังขยับไปมาบนตัวเช่นนี้จะอันตราย
“เช่นนั้นก็นอนดี ๆ” เขาขยับถอยหลังไปพิงขอบตั่งอีกฝั่งให้ภรรยาขึ้นมา
นอนดี ๆ เยว่ฉีก้าวขึ้นมานอนบนตั่ง ร่างส่วนหนึ่งพิงอยู่บนตัวสามี ยืดขาออกไป
จนสุด นางเปลี่ยนมานอนหงายเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตกว่า
“ข้าพร้อมแล้ว” หานลั่วอี้ไม่อาจทนสายตาเป็นประกายและรอยยิ้มสดใส
ได้ จึงโน้มศีรษะลงไป จรดริมฝีปากลงบนริมฝีปากนุ่มนิ่ม
เขาเชยคางภรรยาให้จูบได้ถนัดถนี่ เยว่ฉีที่ตอนแรกยังตกใจตั้งตัวไม่ทันก็
เปลี่ยนเป็นจูบตอบ ใช้มือยึดท้ายทอยสามีเอาไว้ ยืดตัวขึ้นเล็กน้อย
ทั้งสองคนแลกจูบกันอยู่นาน บดเบียดลึกซึ้ง กวาดต้อนความหอมหวาน
ภายในโพรงปากของกันและกัน
ดูดดื่มกลืนกินอย่างใจต้องการ
เนิ่นนานกว่าจูบนี้จะจบลง ริมฝีปากถูกถอดถอนออกไปแล้ว คนใต้ร่างได้
แต่หอบหายใจหนักใบหน้าแดงก่ำ ส่วนคนรุกล้ำกับยิ้มอ่อนโยนแลบลิ้นเรียลิม
ฝีปาก ซึ่งมีหยาดน้ำใสเล็ดลอดออกมา เยว่ฉีมองภาพตรงหน้าด้วยใจเต้นแรง
ให้ตายเถอะ ชวนหลงใหลเป็นบ้าเลย
เมื่อความสนใจจากจูบลดน้อยลง หญิงสาวจึงสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ดุนดัน
แผ่นหลังอยู่
“ลั่วอี้ ท่าน!!” หญิงสาวตาโต แม้จะไม่เคยกับชายใดมาก่อนไม่ว่าจะชาติ
ก่อนหรือชาตินี้ แต่นางไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขั้นไม่รู้ว่า สิ่งที่ดันหลังอยู่คืออะไร
“ภรรยาคือข้า…” ชายหนุ่มไม่รู้ว่าควรพูดเช่นไรออกไปดี
เยว่ฉีถอนหายใจขยับตัวลุกนั่ง มองตรงไปยังดวงตางดงามตรงหน้า
“ลั่วอี้ ข้ายังเด็กนัก ท่านรอข้าอีกสักปีได้หรือไม่?” ร่างกายนี้เพิ่งคจะอายุ
สิบหกกำลังจะสิบเจ็ด นางอยากรอให้สิบแปดก่อน อย่างน้อยให้ร่างกายได้
เติบโตเต็มที่แล้วค่อยทำอะไรที่สามีภรรยาควรทำ
หานลั่วอี้ย่อมยอมทำตามความต้องการของภรรยา เอ่ยตอบรับคำขอของ
นาง
เขารอได้ รอจนกว่าภรรยาจะพร้อม
เยว่ฉีดีใจมากที่เขายอมตกลง เพราะโลกนี้อายุสิบห้าก็มีสามีได้แล้ว ถือว่า
โตพอจะเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว การที่เขายอมตกลงเช่นนี้นางพึงพอใจมาก
“ภรรยาเช่นนั้นข้าขอตัวสักครู่ได้หรือไม่”
สิ่งที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่มีทางหายไปโดยง่าย หานลั่วอี้จึงต้องการไปจัดการ
ด้วยตนเอง ทว่าเยว่ฉีไม่ยินยอม
“ข้าช่วยท่าน” ไม่ว่าเปล่า เยว่ฉีก้มมองสิ่งที่ดุนดันเนื้อผ้าขึ้นมา เพราะถูก
ปิดไว้ทำให้มองขนาดไม่ชัดเจนแต่นางเชื่อว่า เจ้าสิ่งนี้ไม่เล็ก
มือเรียวสวยจัดการเปลื้องผ้าออก เผยให้เห็นส่วนแข็งขืนกระดกขึ้นมา
ทักทาย
เยว่ฉีกลืนน้ำลายลงคอ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยทำอะไรแบบนี้ แต่ในเมื่อเขา
ยอมรับคำขอของนาง หญิงสาวจึงอยากตอบแทน
หานลั่วอี้นั่งนิ่ง มองภรรยาที่ก้มมองของสงวนของตนไม่วางตา สูดหายใจ
เข้าปอดลึก ๆ ควบคุมไม่ให้ตะครุบภรรยาลงบนตั่ง
เยว่ฉีใช้มือกอบกุมของสงวนเอาไว้จนเต็มมือ ก่อนจะก้มลงใช้ลิ้นเลียส่วน
ปลายที่มีน้ำนมข้นซึมออกมาเล็กน้อย
ชายหนุ่มตกใจกับการกระทำตั้งใจจะเอ่ยห้าม ทว่ายามที่ริมฝีปาก
ครอบครองส่วนนั้นเข้าไปจนเกือบหมด ชายหนุ่มถึงกับสั่นสะท้าน ส่งเสียงคราง
ต่ำออกมา
ปากภรรยาร้อนมากทั้งยังอ่อนนุ่ม มือที่คิดจะหยุดนางเปลี่ยนมาจับไหล่
ภรรยาไว้แทน
ความใหญ่โตคับแน่นเต็มปาก
เยว่ฉีไม่เชี่ยวชาญการทำเช่นนี้แต่ก็พอจะรู้มาบ้าง นางห่อปากแล้วใช้ลิ้น
เกี่ยวพันรอบแก่นกาย ขยับศีรษะขึ้นลงรูดขึงให้รู้สึกเสียวซ่านทั้งที่ใบหน้าแดง
ก่ำ
ชายหนุ่มเพิ่งเคยถูกปรนเปรอและถูกทำอะไรแบบนี้ให้เป็นครั้งแรก
ร่างกายพลันสั่นสะท้าน ก้มหน้ามองภรรยาที่ขะมักเขม้นขยับศีรษะขึ้นลง รูดขึง
แก่นกายไม่หยุด
เยว่ฉีทั้งเย้าแหย่และหยอกเย้าแก่นกาย ใช้ลิ้นร้อนตวัดเลียวนไปรอบ ๆ
เม้มปากแน่นพร้อมกับขยับศีรษะขึ้นลง
มือทั้งสองข้างเขี่ยสองก้อนข้างแก่นกายเล่น บางครั้งก็จะบีบขยำเบา ๆ
เรียกเสียงครางต่ำให้เกิดขึ้นเหนือศีรษะ
หานลั่วอี้รู้สึกเสียวกระสัน ยิ่งยามที่ภรรยาขบเม้มฟันลงบนแก่นกายแผ่ว
เบาแล้วใช้ลิ้นเลีย ความเสียวยิ่งทวีมากขึ้น
เขาเงยหน้าซูดปาก ปล่อยให้ภรรยาทำตามแต่ใจต้องการ
เยว่ฉีเร่งจังหวะขยับศีรษะขึ้นลง เมื่อรับรู้ว่าแก่นกายในปากเกร็งกระตุก
จวนเจียนทะลัก และไม่นานความสุขสมจากการถูกปรนเปรอด้วยปากนุ่มนิ่มก็
ปลดปล่อยเข้ามาเต็มปาก
“อึก!! แค่ก ๆ” เยว่ฉีกลืนน้ำกามลงคอไปส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่งไม่สามารถ
กลืนลงไปได้ พอปากเป็นอิสระก็สำลักไอออกมา หานลั่วอี้รีบเข้าไปประคอง
ภรรยาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง
“ภรรยาเป็นเช่นไรบ้าง” ภาพใบหน้าส่วนหนึ่งมีหยาดน้ำของเขาเปรอะ
เปื้อนอยู่ ทำชายหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ ส่วนนั้นก็คล้ายจะผงาดขึ้นมาอีก
ครั้ง
หานลั่วอี้ด้วยตอนนี้กำลังเป็นกังวล จึงพยายามใช้พลังปราณควบคุมสิ่งนั้น
ให้สงบลง
“ไม่เป็นไร ข้ากลืนไม่ทันจึงสำลักเท่านั้น” คำพูดตรงไปตรงมากลับทำให้
หานลั่วอี้หน้าแดง ปกติภรรยามักจะเขินอายยามแนบชิด มาตอนนี้กับกล้าพูด
คำพูดพวกนี้ออกมาตรง ๆ
ชายหนุ่มช่วยภรรยาเช็ดทำความสะอาดใบหน้า รวมถึงนำสิ่งนั้นเข้าไปเก็บ
ตามเดิม
“รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่”
“ดี ปากภรรยาดีมาก”
เยว่ฉียกกำปั้นขึ้นทุบหน้าอกชายหนุ่มไปทีหนึ่ง
“คนบ้า พอแล้วไม่ต้องพูดอันใดแล้ว” ทั้งที่นางเป็นฝ่ายถามแต่กลับต้องมา
เขินอายเพราะคำตอบ เยว่ฉีไม่ไหวแล้ว หลังสติแจ่มชัดก็ไม่อาจควบคุมความ
เขินอายได้ รีบวิ่งออกจากห้องไป
หานลั่วอี้มองตาม ยิ้มขำกับท่าทางขัดเขินของภรรยา
เหตุใดถึงชอบทำให้หัวใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่ตลอด