ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 50 เร่งฝึกฝน
“อาจารย์ท่านจะโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว ข้าจะตายแล้ว” เยว่ฉีพูดไปหอบ
หายใจไปด้วย เท้าฝ่ามือบนเข่า
‘แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วเจ้ามันไม่ได้เรื่อง!! ดูสามีเจ้าสิ ไม่เห็นบ่นสักคำ’
“อาจารย์อย่าเอาข้าไปเทียบกับเขา สามีข้าเก่งกาจยิ่งนัก”
‘ข้ารู้แล้วไม่ต้องย้ำ สิ่งสำคัญคือเจ้าต้องเก่งขึ้นกว่านี้ร่างกายเช่นนี้จะหลอม
โอสถได้อย่างไร’
“สักครู่ ข้ากำลังสับสน ท่านอาจารย์หลอมโอสถขึ้นอยู่กับพลังกายด้วย
หรือ? ข้านึกว่าใช้เพียงพลังจิตและความสามารถในการควบคุมพลังปราณ
เท่านั้น” หรือในนิยายหลาย ๆ เรื่องที่อ่านจะผิด? ไม่จริงน่า ไม่ว่าจะกี่เรื่องต่อกี่
เรื่อง การหลอมโอสถก็เกี่ยวกับการควบคุมพลังปราณทั้งนั้น
‘ใช่ อยากจะหลอมโอสถได้ดีเจ้าต้องควบคุมพลังปราณให้ดี อีกทั้งพลัง
ปราณยังต้องการพลังกายในการควบคุม มาถึงตอนนี้เจ้าเข้าใจที่ข้าจะสื่อ
หรือไม่’
“ศิษย์เข้าใจแล้ว” หญิงสาวหน้ามุ่ยคอตก วิ่งอยู่ในมิติมานานกว่าสองเค่อ
แล้ว นางเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ส่วนคนที่มารับกรรมร่วมกันอย่างหานลั่วอี้กับ
ไม่แสดงอาการเหนื่อยให้เห็นเลย กระทั่งเหงื่อสักหยดยังไม่มี ทั้งที่นางเหนื่อย
จนจะใช้เหงื่อมาอาบแทนน้ำได้แล้ว
เมื่อได้รับคำสั่งจากอาจาร์หญิงสาวก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเริ่มวิ่งเคียง
ข้างชายหนุ่มอีกครั้ง
เมื่อเช้ามืดของวันนี้อยู่ ๆ ผู้อาวุโสหมิงผู้เงียบมาหลายวันก็ปลุกให้นางต้อง
ตื่น พร้อมบอกว่าต้องเร่งฝึกฝนแล้ว นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดอาจารย์ผู้เกียจคร้าน
ถึงได้กระตือรือร้นที่จะให้พวกเขาฝึกฝนกันอย่างหนัก
ทว่าในเมื่ออาจารย์พูดมาคนเป็นศิษย์ก็ไม่อาจปฏิเสธ ต้องแหกขี้ตาตื่นเข้า
มาในมิติเพื่อฝึกฝน ปล่อยให้หานลั่วซานนอนหลับสนิทอยู่ในบ้านเพียงลำพัง
ยังดีที่ในมิติสามารถหลับตาตรวจสอบความเคลื่อนไหวด้านนอกได้ จึงไม่กังวล
เท่าใด
“ภรรยาไหวหรือไม่?”
“ที่ท่านถามเช่นนี้เพราะต้องการเยาะเย้ยข้าใช่หรือไม่? ท่านมันคนนิสัยไม่
ดี” พูดจบก็รีบวิ่งหนีไป ที่นางพาลเช่นนี้ต้องโทษหานลั่วอี้ เพราะสายตาเขาเต็ม
ไปด้วยประกายสนุกสนาน และรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม นางจึงคิดไปเองว่าเขากำลังขำ
ขันกับท่าทางของนาง
หานลั่วอี้ไม่ได้ไม่พอใจ เขาชอบที่ได้เห็นสีหน้าหลากหลายของภรรยา มอง
แผ่นหลังที่วิ่งหนีไปไกลก่อนจะเร่งจังหวะตามไปยืนข้างกาย
“ภรรยาอย่าได้ไม่พอใจ เจ้าเก่งมากแล้ว”
เยว่ฉีเหล่ตามอง เหอะ ชายผู้นี้นับวันจะยิ่งรู้มากว่าต้องทำตัวเช่นไรให้นาง
รู้สึกดี!!
น่าหมั่นไส้นัก
นางถอนหายใจพลางเอ่ย “ข้ารู้ หากข้าไม่เก่งคงยึดท่านไว้คนเดียวไม่ได้”
หานลั่วอี้มุมปากกระตุกโค้งมองภรรยาด้วยแววตารักใคร่
“ภรรยาเพราะเจ้าเป็นเช่นนี้ข้าจึงไม่อาจไปไหน”
“ลองท่านไปสิ ข้าจะสาปแช่งท่านไม่ให้ได้ผุดได้เกิด” หานลั่วอี้ส่ายหัวยิ้ม ๆ
ภรรยามักจะมีคำพูดน่ารักเช่นนี้อยู่เสมอ
ริมฝีปากสีชมพูยังคงขยับมุบมิบให้เขาได้ยิน สายตาหานลั่วอี้มองริมฝีปาก
ขยับขึ้นลงในหัวพลันเกิดภาพไม่เหมาะสม ภาพเหตุการณ์ที่ภรรยาใช้ปากสวย
ครอบครองความเป็นชายของเขา
ชายหนุ่มรีบสะบัดความคิดน่าอายออกจากหัว ตั้งใจฝึกตามที่อาจารย์
มอบหมาย
ผ่านมาครึ่งชั่วยามในที่สุดผู้อาวุโสหมิงก็อนุญาตให้ทั้งคู่ได้พัก เยว่ฉีแทบจะ
ล้มลงไปนอนบนพื้นยังดีที่หานลั่วอี้โอบเอวนางมาไว้ข้างกายปล่อยให้หญิงสาว
พิงศีรษะกับไหล่
‘พวกเจ้าเลิกแสดงความรักต่อกันสักครู่ไม่ได้หรือ? ฝึกจนเหนื่อยยังสามารถ
แสดงความรักได้อีก!!’
เยว่ฉียิ้มบางยกแขนโอบเอวสามี ถูไถศีรษะบนแขน “ผู้อาวุโสท่านไม่มีก็
อย่าได้อิจฉาข้า ข้ามีคนให้แสดงความรักก็ผิดหรือ? ข้าว่าไม่เห็นจะมีส่วนใดผิด”
‘เจ้า เจ้า!!’ ผู้อาวุโสหมิงพูดไม่ออก เขาอยากจะมีมือกระชากสองคนนี้ออก
จากกันยิ่งนัก นึกหมั่นไส้ศิษย์ตัวน้อยที่ไม่สงสารอาจารย์ผู้โดดเดี่ยว
ผู้อาวุโสหมิงคล้ายนึกอะไรออก เขาพยักหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะสะบัดมือครั้ง
หนึ่ง ลมสายหนึ่งแยกทั้งสองออกจากกันทันที
เยว่ฉีเบิกตากว้าง เข้าใจว่าต้องเป็นฝีมืออาจารย์
“อาจารย์ ท่านจะมากไปแล้ว อิจฉากระทั่งศิษย์ของตน!!”
‘หยุดเหลวไหลแล้วฝึกต่อ วันนี้ยังไม่จบ ต่อจากนี้เจ้าต้องฝึกตามที่ข้าบอก’
‘เอ้า ดื่มน้ำแห่งชีวิตแล้วข้าจะสอนเจ้าควบคุมพลังปราณ’ ผู้อาวุโสหมิงโยน
ขวดหยกบรรจุน้ำแห่งชีวิตให้เยว่ฉี ก่อนจะหันไปพูดกับหานลั่วอี้
‘ลั่วอี้ หนังสือวิชาที่ข้ามอบให้เจ้าฝึกถึงไหนแล้ว’
“เรียนท่านอาจารย์ ศิษย์ฝึกถึงขั้นสามแล้วขอรับ”
ผู้อาวุโสหมิงพยักหน้าพึงพอใจ แน่นอนว่าทุกอย่างเป็นเพียงการกระทำ
ของเขาที่ศิษย์มองไม่เห็น
‘ไม่เลว ข้าจะให้เจ้าแสดงให้ดู หลังเชี่ยวชาญแล้วข้าจะให้เจ้าฝึกวิชา
เคลื่อนย้ายต่อ’
ได้ฟังแล้วหานลั่วอี้พลันขมวดคิ้วเอ่ยถาม
“ศิษย์ทำได้หรือขอรับ ศิษย์เป็นเพียงฝึกปราณขั้นเจ็ดต้องเป็นผู้ฝึกปราณ
ขั้นแปดก่อนถึงจะสามารถฝึกได้มิใช่หรือขอรับ”
‘เจ้าไม่ต้องกังวล เพราะข้าจะทำให้เจ้าเป็นผู้ฝึกปราณขั้นแปดในไม่ช้า’ พูด
จบก็โยนขวดหยกให้สองขวด
‘เข้าไปในกระท่อม ดื่มน้ำแห่งชีวิตเข้าไปหนึ่งขวดแล้วพยายามดูดซับ ข้า
จะคอยปรับสมดุลในร่างให้รากฐานเจ้ามั่นคงไปพร้อมกัน’
หานลั่วอี้เข้าใจการกระทำของผู้อาวุโสทันที คำนับครั้งหนึ่งแล้วเดินเข้าไป
ในกระท่อม
เยว่ฉีได้ยินคำพูดของอาจารย์อยู่ตลอด
ผู้ฝึกปราณขั้นแปดงั้นหรือ? นางเองก็ต้องพยายามมากขึ้นแล้ว ถึงแม้
สาเหตุที่นางยังก้าวไม่ถึงไหนจะเป็นเพราะเพิ่งฝึกฝนได้ไม่นาน แต่นั่นก็ไม่ใช่
ข้ออ้างให้สามารถเอาเปรียบเขาได้
นางอยากแข็งแกร่งพอให้ปกป้องตนเองและคนสำคัญ
จากนั้นทั้งสองคนก็ถูกอาจารย์ฝึกหนักจนแทบรากเลือด ผ่านไปสองวันเต็ม
ในมิติ แต่เวลาด้านนอกเพิ่งจะผ่านไปหนึ่งชั่วยาม สองสามีภรรยาเยว่หานก็
เดินทางออกจากมิติ ผู้อาวุโสหมิงช่วยใช้คาถาบิดเบือนเวลาให้ เพื่อที่จะได้ไม่
รบกวนเวลาด้านนอกมากเกินไป
หากหายไปนานสองวันเด็กน้อยที่ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังคงน่าสงสารแย่
ยังดีที่ก่อนออกจากมิติได้ดื่มน้ำแห่งชีวิตเล็กน้อย ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงมี
สภาพอิดโรยไม่ต่างจากศพเดินได้
“เป็นเช่นไรบ้าง”
“รู้สึกระดับขั้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทว่ายังไม่ถึงคอขวดของขั้นเจ็ด”
“ดีแล้ว ข้าก็จะพยายามตามท่านให้ทัน” เยว่ฉีฉีกยิ้ม ชายหนุ่มหลุบตามอง
คนข้างกาย สบดวงตาเป็นประกายยกมือขึ้นวางบนศีรษะก้มหน้าลงเล็กน้อย
“ข้าเชื่อว่าภรรยาทำได้” เยว่ฉียิ้มกว้างขึ้นมาอีก หัวใจดวงน้อยอบอุ่นมาก
หลังได้ยินคำพูดของเขา
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา อาจารย์ก็ทำตามที่ได้ลั่นวาจาไว้ ทุกวันยามเช้า
นางและหานลั่วอี้จะต้องเข้าไปฝึกวิชาในมิติ
การฝึกในแต่ละวันเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านมาร่วมเดือน หลังฝึกแทบราก
เลือดเขาก็สามารถก้าวข้ามผู้ฝึกปราณขั้นเจ็ดเป็นผู้ฝึกปราณขั้นแปดเต็มตัว
และจากนี้อีกราวสองสามวันจะต้องปรับรากฐานให้แน่นก่อนจะขึ้นเป็นผู้ฝึก
ปราณขั้นเก้า
เยว่ฉีก็ผ่านขึ้นมาเป็นนักหลอมโอสถขั้นสามได้เสียที ต่อจากนี้งานของหญิง
สาวคือฝึกหลอมโอสถ ช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่รู้ว่าตนสามารถหลอมโอสถได้
เยว่ฉีได้ศึกษาชนิดของพืชวิญญาณมากมาย รวมถึงได้เห็นพืชวิญญาณระดับสูง
ของจริงปลูกอยู่บนแปลงพืชวิญญาณข้างกระท่อม
‘ไม่เลว ๆ ข้าจะมอบเตาหลอมให้กับเจ้า’ พูดจบเตาหลอมก็ลอยมาหยุด
ตรงหน้านาง บางทีเยว่ฉีก็สงสัยว่าอาจารย์เก็บของดีมากมายไว้ที่ใดในเมื่อท่าน
ไม่มีกายเนื้อ!!
เอาเถิด นางจะพยายามสงสัยในตัวอาจารย์ให้น้อยลงจะได้ไม่คิดมาก
เกินไปนัก ในเมื่อตลอดเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา ท่านอาจารย์ล้วนทำดีกับ
ครอบครัวนาง
“ขอบคุณท่านอาจารย์” เยว่ฉีกล่าวขอบคุณพร้อมกับยื่นมือออกไปจับเตา
หลอมมากอดไว้
‘ยังไม่ต้องขอบคุณข้าตอนนี้ รอให้เจ้าหลอมโอสถออกมาได้สักเม็ดถึงตอน
นั้นค่อยขอบคุณข้า’
ความดีใจหายไปทันที เยว่ฉีหุบยิ้มเอ่ยว่า
“ท่านอาจารย์ท่านจะปล่อยให้ข้าชื่นชมความสำเร็จเล็กน้อยสักครู่มิได้
หรือ? เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายทำลายความรู้สึกข้า”
‘เหอะ ข้าหรือทำลายความรู้สึกเจ้า? ตอนเจ้าแสดงความรักต่อหน้าข้านั่นก็
เป็นการทำลายความรู้สึกข้า อีกทั้งเจ้ายังชอบกระทำ!!’
ใบหน้าเยว่ฉีไร้ความรู้สึกขึ้นมาทันที ถอนหายใจยาวเหยียด
นี่นางมีอาจารย์เป็นเด็กหรือ? เหมือนผู้อาวุโสจะรู้ความคิดศิษย์เขาจึงรีบ
เอ่ยเปลี่ยนเรื่อง
‘ได้ของแล้วก็ออกไปได้แล้ว ห้ามนำเตาหลอมออกไปด้วย หากเจ้าต้องการ
ฝึกหลอมโอสถให้เข้ามาหลอมในมิติ’
“ศิษย์เข้าใจแล้ว”
เยว่ฉีตอบกลับ เดินเข้าไปในกระท่อมเห็นว่าหานลั่วอี้ฝึกเสร็จแล้วจึงก้าว
เข้าไปจับจูงมือสามีออกมาด้านนอกพร้อมกัน
ผู้อาวุโสหมิงได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เจ้าศิษย์หน้าเหม็น บังอาจแกล้งเขาอีก
แล้ว !!