ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 52 เตรียมตัวออกเดินทาง จบภาคตระกูลหาน
- Home
- ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน
- ตอนที่ 52 เตรียมตัวออกเดินทาง จบภาคตระกูลหาน
“ลั่วอี้พรุ่งนี้จะเดินทางแล้ว ท่านไปเดินเล่นเป็นเพื่อนข้าได้หรือไม่?” อยู่
ด้วยกันมาร่วมปี แสดงความรักสนิทสนมกันไปก็มาก แต่กลับไม่เคยได้ไปเดิน
เล่นด้วยกันเลยสักครั้ง เยว่ฉีจึงอยากจะใช้โอกาสนี้ออกไปเดินเล่นกับสามีก่อน
จะต้องเดินทางไปยังดินแดนอื่น
“ภรรยาตามใจเจ้า” หานลั่วอี้ก้าวมาโอบกอดภรรยาจากด้านหลัง โน้มหน้า
ลงจุมพิตบนแก้มนวลแผ่วเบา
เยว่ฉีผู้ง่วนอยู่กับการทำอาหารเช้าชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง ผินหน้ามองสามี
เห็นว่าสายตาเขาเต็มไปด้วยความท้าทาย นางจึงตอกกลับความท้าทายนั้นด้วย
การกัดซอกคอไปทีหนึ่ง
ชายหนุ่มถูกกัดสะดุ้งเล็กน้อยหลุบตามองภรรยา นางฉีกยิ้มกว้างมาให้
ดวงตาทอประกายราวกับจะบอกว่า ข้าไม่ได้ทำอันใดผิด
หานลั่วอี้ส่ายศีรษะอ่อนใจ
“ภรรยาบางครั้งเจ้าก็ชอบทำตัวให้ข้าต้องการ”
คำพูดตรงไปตรงมาของเขาสร้างแต้มชาดบนใบหน้างดงาม เยว่ฉียิ้มขัดเขิน
พลางเอ่ย
“สามี รอข้าอีกนิดเมื่อใดที่ข้าอายุสิบแปด ข้าจะไม่ห้ามท่าน”
“แม้ข้าจะไม่รู้ว่าเหตุใดภรรยาถึงต้องให้รอจนอายุสิบแปดแต่ข้าก็จะรอ ข้า
ไม่อยากบังคับขืนใจเจ้า”
“ขอบใจท่าน” เยว่ฉีเขย่งเท้าจุมพิตปลายคางเป็นรางวัล
หานลั่วอี้ไม่รู้ว่าควรรู้สึกเช่นไรดี ตอนนี้ภรรยาไม่ต่างจากผลไม้ต้องห้าม ทั้ง
ที่อยู่ตรงหน้าแต่ไม่สามารถลิ้มลอง
“ลั่วอี้สิ่งนั้นน่าทาน ท่านทานเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิ” หญิงสาวดึงแขนสามี
มาหยุดหน้าร้านอิงเถาเคี้ยวน้ำตาล
“ท่านป้าขายอย่างไร”
“ถ้วยละสิบอีแปะ”
“ข้าเอาหนึ่งถ้วย” เยว่ฉีหยิบอิงเถาเคี้ยวน้ำตาลซึ่งถูกบรรจุอยู่ในถ้วยไม้ไผ่
ขึ้นมาหนึ่งถ้วย ป้าคนขายมีตะเกียบคู่หนึ่งแถมมาให้ด้วยนางจึงใช้คีบอิงเถาเข้า
ปาก
“อื้ม อร่อย” ฉีกยิ้มกว้างออกมาจนตายิบหยี ปากก็เคี้ยวยอิงเถากรุบ ๆ
ความหวานละมุนไม่หวานเลี่ยนจนเกินไปช่วยให้รู้สึกดี ยามเคี้ยวก็ได้สัมผัสกรุบ
กรอบเล็กน้อย รวมไปถึงความสดชื่นจากตัวอิงเถา
พอเคี้ยวหมดไปคำหนึ่งเยว่ฉีก็เงยหน้ามองคนข้างกาย
“ลั่วอี้ต้องการหรือไม่?”
“ข้าไม่ชอบหวาน” หญิงสาวยิ้มกริ่ม คีบอิงเถาจ่อปากชายหนุ่ม พร้อมยัก
คิ้วท้าทาย
“ข้าป้อน” หานลั่วอี้มองหน้าภรรยา ดูนางมีความสุขไม่น้อยจึงยอมอ้าปาก
งับอิงเถาเข้าปาก
เมื่อสัมผัสได้ถึงความหวานใบหน้าหล่อเหลาพลันขมวดคิ้ว เยว่ฉีขำชอบใจ
กับการแสดงออกของสามี
“สามีสีหน้าท่านไม่เลวเลย” คนที่เมื่อสักครู่ยังรู้สึกเลี่ยนกับรสหวานในปาก
ต้องใจกระตุกหลังได้ฟังคำเรียกสนิทสนมจากภรรยา
มีไม่กี่ครั้งที่นางจะเรียกเขาเช่นนี้
หานลั่วอี้โน้มหน้าเข้าใกล้
“ภรรยาอย่ายั่วข้าให้มาก ข้ากลัวว่าวันหนึ่งจะอดใจไม่ไหว” หญิงสาวถึงกับ
ขนลุกซู่เมื่อได้ยินเสียงกระเส่าดังข้างหู ใบหน้าพลันแดงระเรื่อลามไปถึงหู เยว่ฉี
เม้มปากไม่กล่าวยกมือขึ้นทุบหน้าอกสามีไปทีหนึ่ง ก้าวยาว ๆ ออกจากบริเวณ
นี้
หานลั่วอี้มองยกมือขึ้นบังริมฝีปากหลุดหัวเราะ สายตาอ่อนโยนมอง
ตามหลังภรรยา
เหตุใดปฏิกิริยาของภรรยาถึงได้น่ารักเช่นนี้
วันต่อมา
“ลั่วอี้ไม่มีสิ่งที่ท่านต้องการแล้วใช่หรือไม่?”
“มี”
“สิ่งใดหรือ?” เยว่ฉีหันหลังกลับไปมองตอนนี้นางกำลังจัดเสื้อผ้าลงหีบ พอ
ได้มาจัดของด้วยตนเองทำให้นางรู้ว่าของของพวกเขาไม่เยอะเลย
เสื้อผ้าและของสำคัญมีเพียงสองหีบเท่านั้น
“ภรรยา” เยว่ฉีเอียงคอมอง นางถามว่ามีสิ่งใดที่ต้องการไม่ใช่หรือ? เหตุใด
ชายผู้นี้ถึงได้เรียกนางกัน
“ลั่วอี้ข้าถามว่าท่านมีสิ่งที่ต้องการเพิ่มหรือไม่”
“มี”
“สิ่งใดกัน”
“ภรรยา” ครั้งนี้ชายหนุ่มไม่ว่าเปล่าขยับเข้ามาช่วงชิงริมฝีปากนุ่มก่อนจะ
ผละออกไปอย่างรวดเร็ว
“เข้าใจหรือไม่?”
“ขะ…ข้าเข้าใจแล้ว” นางเม้มปากก้มหน้าก้มตาเก็บของต่อ
หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะเลยสักนิด
อ๊ากก!!! ผู้ชายจูบนางก่อนอีกแล้ว นางไม่เคยชินเลยสักครั้งกลับจูบที่มา
อย่างกะทันหัน ไหนจะสายตาทรงเสน่ห์คู่นั้นที่ชวนให้อยากกระโจนเข้าใส่
บ่อยครั้ง
หรือนางจะร่วมหอกับสามีดี? ถึงร่างกายนี้จะอายุเพียงสิบเจ็ดแต่ก็ไม่ถือว่า
เด็กมาก หากไม่หักโหมแล้วทำเบา ๆ
ไม่ ๆ นางจะกลับคำไม่ได้ ต้องหนักแน่น หนักแน่นเข้าไว้สิ
หานลั่วอี้มองสีหน้าที่เปลี่ยนไปมาของภรรยา ด้วยสายตาขบขัน ไม่รู้ว่า
ภายในหัวของนางกำลังคิดสิ่งใดอยู่ถึงได้แสดงสีหน้าหลากหลายในเวลาไม่นาน
ไม่นานหลังจากนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเรียกความสนใจจากคนทั้งคู่
หานลั่วอี้หันหน้าไปมองแต่ภรรยากลับรีบก้าวยาว ๆ ไปเปิดประตู ท่าทาง
ต้องการหลีกหนีจากความขัดเขินของนางทำชายหนุ่มเอ็นดูขึ้นมาอีกหลายส่วน
“ลั่วซานมาหาพี่สาวมีอันใดหรือ” เด็กชายเงยหน้ามองยิ้มกว้าง
“พี่สาวลั่วซานจัดของลงหีบเสร็จแล้วขอรับ ลั่วซานจึงมาหาพี่ใหญ่กับ
พี่สาว”
“จัดเสร็จแล้วหรือ เก่งมากเลย” คำชมจากหญิงสาวทำรอยยิ้มบนใบหน้า
เล็กขยายกว้างมากกว่าเดิม ดวงตาสุกสกาวสดใส
“อื้ม ลั่วซานเก่ง ลั่วซานเด็กดี” เยว่ฉีโน้มตัวลงเล็กน้อยลูบหัวทุยด้วยความ
เอ็นดูใบหน้าประดับรอยยิ้ม
หลังเก็บของทุกอย่างเสร็จหมดแล้วก็ขนของออกมาด้านนอก หญิงสาวอด
รู้สึกใจหายไม่ได้ บ้านหลังนี้ไม่รู้ว่าพอก้าวออกไปแล้วจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน
ถึงจะได้กลับมาอยู่อีกครั้ง
“พร้อมแล้วใช่ไหม?” หานลั่วอี้เอ่ยถามคนข้างกาย มองคนที่กวาดตามอง
ไปทั่วบ้านราวกับต้องการบันทึกทุกอย่างเก็บไว้
บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายระหว่างเขากับภรรยา สถานที่ที่ได้
ใช้ชีวิตร่วมกัน พูดคุยทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน สถานที่ที่ร้อยเรียงเขาและ
ภรรยาให้มีใจเป็นหนึ่งเดียว
เยว่ฉีเงยหน้ามองคนข้างกายเผยยิ้มเล็กน้อย
“ลั่วอี้ ข้าดีใจที่ได้เป็นภรรยาเจ้า”
“ข้าเช่นกัน ข้าดีใจที่ได้เป็นสามีเจ้า” ชายหนุ่มก้มลงจุมพิตข้างแก้มแผ่วเบา
โอบประคองพาคนรักขึ้นไปนั่งบนรถม้า
ก่อนรถม้าจะออกตัวเขาได้กางม่านป้องกันและรักษาคลุมบ้านทั้งหลัง เผื่อ
วันหนึ่งในอนาคตทั้งสองคนอาจจะมีโอกาสกลับมาเยือนสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง
เมื่อถึงครานั้นชีวิตคงจะมีความสุขมากกว่าตอนนี้
ทั้งสามคนออกเดินทางพร้อมกับเพื่อนบ้านทั้งสองที่ต้องการจะตามไปด้วย
คนทำหน้าที่นำขบวนคือเสินเทียน
อนาคตต่อจากนี้คือบันทึกบทใหม่ของเยว่ฉีและสามี
นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอนาคตข้างหน้าจะสดใสเฉกเช่นรอยยิ้มอ่อนโยน
ของชายหนุ่ม
ดินแดนระดับกลาง ข้ากำลังจะไปพบเจ้าแล้ว !!
เล่ม 3 ตอนที่ 53 มุ่งหน้าสู่เมืองท่า ภาคสำนักเซียนหลง
รถม้าแล่นตามทางมุ่งหน้าสู่เมืองโม่ชิง ทว่าผู้คนส่วนมากคุ้นเคยในชื่อ เมือง
ท่า ของดินแดนระดับต่ำ สาเหตุที่ได้ชื่อว่าเมืองท่าเพราะเมืองโม่ชิงเป็นหนึ่งใน
ไม่กี่เมืองที่มีแท่นเคลื่อนย้ายสำหรับเดินทางสู่ดินแดนระดับกลาง
ระยะห่างจากเมืองโม่ฉีสู่เมืองโม่ชิงต้องใช้เวลาเดินทางประมาณยี่สิบวัน
ด้วยรถม้า ทำให้ตลอดหลายวันมานี้เยว่ฉีต้องทนนั่งอยู่บนรถม้าด้วยความรู้สึก
เบื่อหน่าย
“พี่สาวเบื่อหรือขอรับ”
“ลั่วซานรู้ได้เช่นไรว่าพี่สาวเบื่อ” หญิงสาวหันไปถามเด็กน้อย
“เพราะลั่วซานก็เบื่อเช่นกันขอรับ” เด็กชายตัวน้อยตอบด้วยท่าทีเอียงอาย
เยว่ฉีอมยิ้มเอ็นดูให้ท่าทางน่ารักนั้น ทว่าอาการเบื่อหน่ายของทั้งคู่อยู่ได้ไม่นาน
เมื่อมีเสียงเตือนมาจากรถม้าคันแรก
“มีสัตว์อสูรวิ่งมาทางนี้!!”
คนทั้งหมดเปลี่ยนเป็นระวังขึ้นมาทันที เยว่ฉีรีบหันหน้าไปทางหน้าต่าง
เปิดหน้าต่างออก กวาดตามองหาว่าสัตว์อสูรที่ว่ามาจากทิศทางใด
“พี่สาวลั่วซานดูด้วย”
“ได้สิ” กล่าวจบก็หันไปหาคนข้างกาย
“ลั่วอี้ท่านพาข้ากับลั่วซานขึ้นไปนั่งบนหลังคารถม้าได้หรือไม่? ข้าอยาก
เห็นท่านจัดการสัตว์อสูรเต็ม ๆ ตา” สายตาคาดหวังเป็นประกายจากหนึ่งเด็ก
หนึ่งผู้ใหญ่ทำชายหนุ่มต้องถอนหายใจ
เหตุใดถึงได้เหมือนกันขนาดนี้?
ชายหนุ่มไม่รอช้าเปิดประตู ใช้พลังปราณสายลมพาทั้งสองคนขึ้นไปนั่งบน
หลังคารถม้า ส่วนตัวเขาลอยห่างจากรถม้าออกมาเล็กน้อย ไม่ลืมกางม่าน
ป้องกันคนทั้งสองไว้ ก่อนจะมองตรงไปยังเป้าหมาย
สัตว์อสูรวิ่งตรงมาทางนี้ มองด้วยสายตาแล้วมีประมาณหนึ่งร้อยตัว เยว่ฉี
ต้องมองสัตว์ป่าหน้าตาน่ากลัววิ่งทะยานเข้ามาเต็มกำลังด้วยความรู้สึก
หลากหลาย เมื่อก่อนนางอาจจะหวาดกลัว ทว่าตอนนี้ความหวาดกลัวนั้นได้
หายไปแล้ว
ต้องขอบคุณหานลั่วอี้ เเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยและรู้สึกเสมอว่า ไม่ว่า
เรื่องร้าย ๆ ใดจะเกิดขึ้น ชายหนุ่มจะปกป้องนางได้ อีกทั้งตอนนี้เขายังเป็นถึงผู้
ฝึกปราณขั้นแปด ไม่รู้ว่าพลังตอนนี้จะแข็งแกร่งขึ้นมากเพียงใด
ไม่ใช่แค่หญิงสาวที่ต้องการรู้ ผู้ร่วมเดินทางคนอื่น ๆ ต่างก็อยากรู้เช่นกัน
หลังเมิ่งซิวส่งเสียงเตือนรถม้าทุกคันแล้ว ทุกคนก็เข้าสู่หมวดเตรียมพร้อม
ทว่าพอทะยานออกมานอกรถม้าก็เห็นว่ารถมาคันสุดท้ายกำลังเต็มไปด้วยความ
สนุกสนาน และหานลั่วอี้ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับสัตว์อสูร
คนทั้งหมดจึงหยุดชะงัก รอโจมตีเพียงสัตว์อสูรที่หลุดจากการโจมตีของเขา
“ลั่วอี้แสดงพลังของท่านออกมาเลย ข้าอยากจะเห็นความเก่งกาจของ
ท่าน!!”
“พี่ใหญ่เก่งที่สุด ลั่วซานอยากเป็นเหมือนพี่ใหญ่” เสียงเชียร์ที่ไม่เข้ากับ
สถานการณ์ตอนนี้ ทำเอาผู้ร่วมเดินทางเกิดความคิดเดียวกันขึ้นมาอย่างไม่ได้
นัดหมายว่า
พวกเจ้ากำลังมาท่องเที่ยวกันหรือ? นั่นสัตว์อสูร ไม่ใช่สัตว์ธรรมดา!! ช่วย
กังวลกันสักนิดไม่ได้หรือ
ชายหนุ่มผู้ถูกสองเสียงกดดัน? ก็ได้แต่ส่ายหัว ครั้งนี้เขาเลือกที่จะเล่นใหญ่
ให้สมกับคาดหวังของทั้งสองคน
หานลั่วอี้ร่อนลงสู่พื้น ขยับปากร่ายคาถาก่อนจะประทับฝ่ามือลงพื้น พื้นดิน
ธรรมดาสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนเสาดินแหลมคมจะพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินแทงร่าง
สัตว์อสูร
สัตว์ร้ายที่สามารถหลบหนีการโจมตีนี้ได้หันมาทางชายหนุ่มแล้วคำราม
ก้อง ส่วนตัวที่ถูกโจมตีเข้าอย่างจัง ต่างถูกเสาดินแทงทะลุร่าง ร้องคำราม
ออกมาด้วยความเจ็บปวดไม่กี่ครั้ง ก่อนจะสิ้นใจ
เยว่ฉีมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ความรู้สึกที่เด่นชัดที่สุด
คงจะเป็น
สามีหล่อมาก เท่มาก เก่งมาก!!
“ลั่วอี้ท่านสุดยอดจริง ๆ !! รีบ ๆ จัดการพวกมันให้หมดเร็วเข้า” เสียง
เร่งรัดแกมตื่นเต้นจากภรรยาทำมุมปากชายหนุ่มยกยิ้ม
เขาไม่ได้หันหลังกลับไปมอง แต่สามารถนึกภาพใบหน้าที่ภรรยากำลัง
แสดงออกตอนนี้ได้
“พี่ใหญ่สุดยอด พี่สาวพี่ใหญ่เก่งจริง ๆ ” เสียงเล็กดังขึ้นตามหลัง ทั้งสอง
คนผลัดกันเอ่ยชมชายหนุ่มไม่หยุดปาก
ส่วนคนที่เหลือนั้น
“…” หมดคำจะพูดกับครอบครัวนี้แล้ว
หานลั่วอี้กวาดตามองสัตว์ร้ายที่ยังไม่ยอมแพ้ ต้องการวิ่งมาทางพวกเขา
ชายหนุ่มสะบัดมือเพียงหนึ่งครั้ง ดาบสายลมนับร้อยเล่มพุ่งแทงทะลุ
เป้าหมายที่เหลือทั้งหมด
สัตว์อสูรนับร้อยถูกโจมตีจนสิ้นใจจากการโจมตีเพียงสองครั้ง
เลือดซึ่งไหลออกมาตามบาดแผลส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่ว กลิ่นนี้สามารถ
เรียกสัตว์ร้ายตนอื่น แต่ไม่นานกลิ่นไม่พึงประสงค์ก็ถูกสายลมพัดพาไป เหลือไว้
เพียงร่างไร้วิญญาณ
“ภรรยาจัดการเรียบร้อยแล้ว” ชายหนุ่มหันหลังกลับไป หญิงสาวกระโดด
ลงจากหลังรถม้าเข้าสู่อ้อมกอดสามี มอบจุมพิตรัวเร็วครั้งหนึ่งให้เป็นรางวัล
“ท่านเก่งมาก”
คนที่เห็นเหตุการณ์
“….” ไม่ต้องแสดงความรักกันออกนอกหน้ามากก็ได้
“ลั่วอี้ข้าว่ามีบางอย่างน่าสงสัย หลังถูกท่านโจมตีพวกมันไม่ได้หนีไป บางที
บริเวณนี้อาจจะมีบางอย่างที่สัตว์อสูรต้องการ?” เยว่ฉีเอ่ยถามหลังเท้าเหยียบ
พื้น หานลั่วอี้พยักหน้าเห็นด้วย พร้อมกวาดตามองผู้คนโดยรอบ
ทุกคนต่างคิดไปในทางเดียวกัน คงมีบางอย่างไม่ปกติอย่างที่หญิงสาวสงสัย
พร้อมทั้งส่งสายตามาทางนาง
คนถูกจ้องเข้าใจในทันที
“พวกท่านต้องมอบของรางวัลให้กับการทำงานหนักของข้า!!” ไม่มีใครเอ่ย
แย้งคำพูดของนาง เพราะจากคนทั้งหมดมีเพียงเยว่ฉีที่สามารถค้นหาสิ่งที่ผู้ฝึก
ปราณอย่างพวกเขาทำไม่ได้
หญิงสาวหลับตาลงแล้วเริ่มแผ่ขยายพลังจิตออกไปสำรวจพื้นที่โดยรอบ
ผ่านไปหนึ่งเฟิน
สองเฟิน
ห้าเฟิน…
พบเพียงต้นไม้ ใบหญ้า ไม่มีสิ่งผิดปกติที่สามารถทำให้สัตว์อสูรมุ่งหน้ามา
ทางนี้อย่างเอาเป็นเอาตายได้เลย
ผ่านไปหนึ่งเค่อ ก็ยังไม่พบความผิดปกติ ทว่าในจังหวะที่หญิงสาวคิดจะดึง
สัมผัสกลับคืนกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง
เยว่ฉีหันหลังให้กองสัตว์อสูรที่ตอนนี้ถูกคนขับรถม้าช่วยกันจัดการทำลาย
หลักฐานและเก็บส่วนมีประโยชน์ไว้
เท้าเรียวก้าวไปด้านหน้า ใช้พลังจิตเป็นดวงตาช่วยมองทาง คนทั้งหมด
ยกเว้นผู้ติดตามเดินตามหลัง อยากรู้ว่าต้นเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้คืออะไร
ใช้เวลาเดินทางออกห่างจากเส้นทางหลักประมาณหนึ่งเค่อในที่สุดเยว่ฉีก็
หยุดเดิน ดวงตาเรียวสวยลืมขึ้นมองสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า ภูเขาหินลูกใหญ่สูง
ประมาณหนึ่งจั้ง ด้านบนภูเขาหินมีพืชวิญญาณต้นหนึ่งเติบโตอยู่ ตัวพืช
วิญญาณเป็นสีขาวกระจ่างใส พลิ้วไหวไปตามสายลมคล้ายกำลังเริงระบำ มี
กลิ่นหอมอ่อน ๆ กำจายออกมาจากพืชวิญญาณ
ตัวการของอาการคลุ้มคลั่งคือสิ่งนี้
ทว่าพืชวิญญาณด้านบนไม่ได้ดึงความสนใจเยว่ฉีเท่าสิ่งที่อยู่ด้านใน
“ลั่วอี้ท่านผ่าดูระวังด้วย” หญิงสาวพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะขยับตัวออกห่าง
ปล่อยให้ชายหนุ่มก้าวมายืนแทนที่
หานลั่วอี้ไม่เอ่ยถามสิ่งใด ทำทุกอย่างตามคำพูดภรรยา รวมพลังปราณสาย
ลมไว้ที่ฝ่ามือ ปรับรูปร่างให้กลายเป็นใบมีสายลมแหลมคมจากนั้นตวัดฟาดลง
บนหิน
หินก้อนใหญ่ถูกผ่าออกไปเป็นสองส่วนจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว และ
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ก็โชยออกมา คนทั้งหมดเข้าใจได้ทันทีว่าเหตุใดสัตว์อสูรพวก
นั้นถึงได้คลั่งกันมากนัก
และไม่ใช่เพียงสัตว์อสูรร้อยตนแรกที่หานลั่วอี้ได้จัดการไป เพราะตอนนี้
พวกเขาถูกสัตว์อสูรซึ่งตามมาทีหลังล้อมไว้ตรงกลาง พวกมันเตรียมพร้อม
สำหรับจู่โจมพวกเขาแล้ว
ไม่ใช่สิ เตรียมพร้อมสำหรับแย่งชิงของดีต่างหาก
คนทั้งหมดรับรู้โดยพลัน รีบปกป้องหานลั่วซานและเยว่ฉีถูกไว้ตรงกลาง
“รักษารูปแบบให้ดี ปกป้องเยว่ฉีและหานลั่วซาน เสินเทียนกางม่านพลัง
ป้องกันไม่ให้กลิ่นกระจายออกไปไกลกว่านี้”
“เข้าใจแล้ว”
“น้องหลัว พี่เฟิง ช่วยปกป้องเสินเทียนและสกัดการจู่โจมที่จะเข้ามาอย่าง
กะทันหัน ที่เหลือข้าจะจัดการเอง” ทุกคนล้วนฟังคำสั่งชายหนุ่ม เพราะเขาคือ
คนที่มีพลังมากที่สุดในกลุ่ม
เยว่ฉีกอดเด็กชายตัวน้อยด้วยกลัวว่าจะหวาดกลัว ทว่าน้องชายสามีก็ไม่ทำ
ให้นางผิดหวัง
เด็กชายในอ้อมกอดดวงตาเป็นประกายตื่นเต้น มองฝูงสัตว์อสูรมากมาย
ล้อมกรอบตนไว้ จ้องมองแผ่นหลังของพี่ใหญ่ แผ่นหลังแสนองอาจในสายตา
เขา
“พี่ใหญ่เท่มาก!! ไข่น้อยบอกกว่าจะช่วย” ไข่ฟองใหญ่ขนาดครึ่งฉื่อในอ้อม
แขนดิ้นดุ๊กดิ๊กไม่หยุด ก่อนจะกระโดดออกจากอ้อมกอดกระโดดเข้าใส่สัตว์ร้าย
ตัวโต
“ลั่วซานไข่น้อยอยากสู้หรือ?”
“ขอรับ ไข่น้อยอยากสู้บอกว่าอยากแสดงฝีมือ!!” ท่าทางหานลั่วซานเวลา
พูดจริงจังมาก ทำเอานางไม่ต้องการทำลายความสุขของเด็กชายตัวน้อย จึง
พยักหน้าแล้วเอ่ย
“ไข่น้อยของลั่วซ่านต้องเก่งมากแน่เลย”
“อื้อ!! ไข่น้อยเก่งแต่ไม่เท่าพี่ใหญ่!!”
กล่าวจบทั้งสองคนก็หันไปทิศทางเดียวกัน ตรงหน้ามีหานลั่วอี้กำลังใช้พลัง
จัดการสัตว์อสูรโดยรอบ ข้างกายมีไข่ใบหนึ่งกำลังกระโจนใส่สัตว์อสูร การ
โจมตีจากไข่ใบหนึ่งสามารถทำให้สัตว์ร้ายเหล่านั้นซวนเซได้เลย
เยว่ฉี “…..”
เป็นไข่ที่แข็งแรงจริง ๆ