ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 54 เมืองโม่ชิง
ผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม หานลั่วอี้และไข่น้อยได้ร่วมมือกันสังหารสัตว์อสูรทุก
ตัวจนหมดสิ้น เยว่ฉีมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง หลังเห็น
ความสามารถของไข่ธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา แตกต่างจากหานลั่วซาน เด็กชาย
ตัวน้อยรีบวิ่งเข้าไปกอดไข่น้อยไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มปีติยินดี หลังรับรู้ว่า
อันตรายหมดสิ้นแล้ว พร้อมใช้แก้มถูไถไข่น้อยด้วยความเอ็นดู
“ไข่น้อยเก่งมาก เก่งเกือบเท่าพี่ใหญ่เลย” เสียงเล็กเอ่ยชมไม่หยุด แต่ก็ไม่
ลืมยกยอพี่ชายที่ตนปลาบปลื้ม
“เป็นไข่สัตว์อสูรที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ ไข่สัตว์อสูรทั่วไปคงทำเหมือนไข่ใบนี้
ไม่ได้” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นขณะเดินไปหาภรรยา เยว่ฉีหันพยักหน้าเห็นด้วย
“จริงอย่างท่านว่า คงต้องดูแลให้ดี ดูเหมือนไข่ใบนี้จะชื่นชอบลั่วซานไม่
น้อย”
“การที่ไข่สัตว์อสูรชื่นชอบมนุษย์เป็นเรื่องดี เพราะสามารถมั่นใจได้ว่าสัตว์
อสูรตนนั้นจะไม่ทำร้ายมนุษย์ที่มันชื่นชอบ และจะปกป้องอย่างดี”
“ดีแล้ว อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าไข่ใบนั้นจะไม่ทำร้ายลั่วซาน” เยว่ฉีพูด
พร้อมหันไปมองน้องชายสามี ซึ่งตอนนี้กำลังพูดคุยหัวเราะมีความสุขกับไข่ใบ
หนึ่ง
ซึ่งไม่รู้ว่าคุยกันรู้เรื่องได้อย่างไร แต่เหมือนจะคุยกันรู้เรื่องจริง ๆ
เมื่ออันตรายทุกอย่างถูกจัดการ พวกเขาก็เดินไปดูหินก้อนใหญ่ ตัวการของ
ความวุ่นวายในครั้งนี้
“ของด้านในไม่ธรรมดาเลย เจ้ามีความเห็นเช่นไร” เสินเทียนหันมาถาม
หานลั่วอี้ อยู่กับสองสามีภรรยาคู่นี้นานวันเข้า ก็คิดว่าควรจะชินกับความโชคดี
ได้เสียที ทว่าไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็ทำใจให้ชินไม่ได้เสียที
ยิ่งได้มาเห็นของตรงหน้าชายหนุ่มก็อยากตะโกนออกไปว่า
แบ่งความโชคดีมาให้ข้าบ้างได้ไหม !?
“นำของด้านในออกมาแล้วแบ่งกัน” เสินเทียนพยักหน้า หันไปจัดการผ่า
หินนำของด้านในออกมา
ผลึกน้ำแข็งก้อนใหญ่มีรอยแตกเล็กน้อยจากการฟันของหานลั่วอี้ ทำให้
กลิ่นหอมอ่อน ๆ กำจายออกมา ความยั่วยวนของกลิ่นหอมกระตุ้นสัตว์อสูรให้
ขาดสติ
ตัวการนี้ถูกเรียกว่า น้ำแห่งชีวิต ซึ่งเกิดขึ้นจากธรรมชาติ คุณสมบัติ
แตกต่างจากน้ำแห่งชีวิตในมิติของเยว่ฉี เพราะมีความบริสุทธิ์น้อยกว่า แต่
สำหรับสายตาคนนอก ไม่มีใครรู้ว่าความบริสุทธิ์นี้เทียบน้ำแห่งชีวิตของจริง
ไม่ได้เลย
ภายในผลึกแข็งมีแอ่งน้ำปรากฏอยู่ น้ำแห่งชีวิตในแอ่งมองดูแล้วน่าจะมี
ประมาณสิบจิน และหากสกัดให้บริสุทธิ์เทียบเท่าน้ำแห่งชีวิตในมิติคงจะเหลือ
ไม่ถึงหนึ่งเหลียง (50 กรัม)
คนทั้งหมดยกเว้นครอบครัวเยว่ลั่วต่างช่วยกันนำผลึกหินออกมา หลังนำ
ออกมาทั้งหมดแล้วก็ได้จัดการบรรจุน้ำแห่งชีวิตลงในขวดหยก นับห้าร้อยขวด
จากนั้นแบ่งออกเป็นสามส่วนครอบครัวเยว่ลั่วสามร้อยขวด เสินเทียนร้อยห้า
สิบและครอบครัวเฟิงร้อยห้าสิบขวด
ไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ ทุกคนต่างรับน้ำแห่งชีวิตไปด้วยความเต็ม
ใจ โดยเฉพาะครอบครัวเฟิง พวกเขาดีใจมาก พร้อมเอ่ยบอกกับหานลั่วอี้และ
ภรรยาว่าจะรีบแข็งแกร่งขึ้น จะได้มีกำลังมากพอช่วยเหลือพวกเขา และเยว่ฉีก็
พยักหน้าตอบรับ
เสินเทียนถือขวดหยกนับร้อยด้วยความรู้สึกซับซ้อน เงยหน้ามองเยว่ฉีและ
ขวดหยกสลับกันไปมาหลายครั้ง
“เจ้าตกใจพอหรือยัง? หากยังก็ไปตกใจต่อที่รถม้า เสียเวลาไปมากแล้ว
ต้องรีบเดินทางให้ถึงที่หมายโดยเร็ว” น้ำเสียงแดกดันนี้มาจากเยว่ฉี หญิงสาว
ส่ายหัวเดินจากไป
และพวกเขาก็เดินกลับมา พอมาถึงก็เห็นว่าผู้ติดตามพ่วงตำแหน่งคนขับรถ
ม้า จัดการเนื้อสัตว์อสูรทั้งหมดแล้ว ส่วนสัตว์อสูรที่หานลั่วอี้จัดการทีหลังถูก
ชายหนุ่มเก็บเข้าไปในแหวนมิติ
แหวนมิติไม่ได้เป็นของหายากเท่าใดนัก ขอเพียงมีเงินก็ซื้อได้ ทว่าแหวนมิติ
ส่วนมากที่หาซื้อได้ทั่วไปเป็นเพียงแหวนมิติขนาดเล็ก มีพื้นที่ด้านในจำกัด และ
เก็บได้เพียงสิ่งไม่มีชีวิตหรือพืชวิญญาณ แตกต่างจากแหวนมิติของหานลั่วอี้
นอกจากสามารถเก็บสิ่งมีชีวิตเข้าไปได้แล้วพื้นที่ด้านในยังมีขนาดใหญ่มาก
แต่ว่าคนในที่นี้ไม่มีใครรู้ แถมชายหนุ่มยังไม่คิดจะเอ่ยปากบอกความพิเศษนี้ให้
ใครฟัง
หลังเหตุการณ์สัตว์อสูร ก็ไม่มีเรื่องราวชวนตื่นเต้นใด ๆ เกิดขึ้นอีกเลย การ
เดินทางที่เหลือต่อจากนี้ราบรื่นเป็นที่สุด
ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือน ที่ต้องใช้ชีวิตเกือบแปดชั่วยามในแต่ละวันบนรถม้า
ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงเมืองโม่ชิง หลังจ่ายค่าผ่านทาง บังคับรถม้าเดิน
ผ่านประตูสูงใหญ่ กำแพงสูงเสียดฟ้าเข้ามาด้านใน ก็เห็นถึงความครึกครื้นมี
ชีวิตชีวาซึ่งมากกว่าเมืองอื่น ๆ หลายเท่า
ด้วยเมืองโม่ชิงเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองที่สามารถเดินทางขึ้นไปยังดินแดน
ระดับกลางได้ ผู้คนจึงมักจะเดินทางมาเมืองโม่ชิงกันทั้งนั้น
ส่วนขึ้นไปแล้วจะผ่านไปได้หรือไม่ หรือต้องกลับมาทันทีที่เข้าไป ทุกอย่าง
ล้วนขึ้นอยู่กับโชควาสนา มีคนนับหมื่นนับแสนต้องการขึ้นไปยังดินแดนสูงกว่า
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีชีวิตที่ดีหลังก้าวขาเข้าไป
“วู้ วู้ สวยมาก สวยมาก!! พี่สาวน้องม้าตัวน้อยน่ารักมาก มีตัวขนนุ่มนิ่ม
ด้วย!!” หนึ่งเด็กหนึ่งผู้ใหญ่แบ่งหน้าต่างคนละครึ่งแล้วมองออกไปนอกด้วยกัน
ดวงตาสดใสเป็นประกายวิบวับของเด็กน้อยทำผู้ใหญ่เห็นแล้วเอ็นดู เยว่ฉีมอง
ตามสายตาก็เห็นว่าปลายทางนั้นมีตุ๊กตาม้าตัวเล็ก และตุ๊กตาสุนัขจิ้งจอกตัว
เล็กวางคู่กัน มีเด็กหลายคนก้มมอง เอ่ยอ้อนวอนขอให้บิดามารดาซื้อให้สักตัว
เยว่ฉีเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เมืองโม่ชิงดูครึกครื้นและเจริญกว่าเมืองโม่ฉี
มากนัก หากเทียบกับโลกก่อนก็เป็นหมู่บ้านแถวชนบทกับหมู่บ้านที่ใกล้เมือง
รถม้าแล่นตามทางไปเรื่อย ๆ ก่อนจะหยุดลงบริเวณจอดรถม้า ซึ่งเป็นลาน
โล่ง ๆ มีไม้กั้นสำหรับแยกม้าของแต่ละขบวนอย่างชัดเจน ค่าจอดรถม้าไม่ได้คิด
ตามจำนวนแต่คิดตามวันที่จอดซึ่งตกวันละหนึ่งตำลึง
เสินเทียนบอกว่าอาจจะต้องอยู่ที่เมืองโม่ชิงประมาณเจ็ดวันเยว่ฉีจึงควักเงิน
จ่ายออกไปเจ็ดตำลึงในครั้งเดียว ผู้คนโดยรอบเห็นเช่นนั้นต่างมองมาด้วยสีหน้า
อยากรู้อยากเห็น ต้องการรู้ว่าสตรีเงินหนาเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แต่เมื่อสัมผัสได้
ว่าคนข้างกายสตรีเงินหนาเป็นถึงผู้ฝึกปราณขั้นแปดก็พากันถอยห่าง
“เยว่ฉี ข้าคิดว่าพวกเราควรไปเช่าโรงเตี๊ยมก่อนจะไปเดินเล่น เพราะ
จำนวนคนที่มาเมืองโม่ชิงจะต้องมากขึ้นทุกวัน จากข่าวการเปิดรักศิษย์ของ
สำนักเทียนเซียนหลง” เสินเทียนกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นเจ้านำทาง” เยว่ฉีพูด
“ข้าเป็นคนรับใช้เจ้าหรือ? เหตุใดถึงชอบใช้งานข้า”
“เจ้าบอกข้า ในบรรดาคนทั้งหมดที่ร่วมเดินทางมาด้วย ใครกันที่รู้จักเมือง
โม่ชิงดีที่สุด” คำพูดเยว่ฉีทำเสินเทียนพูดไม่ออก ชายหนุ่มอยากจะบอกออกไป
เหลือเกินว่า ในบรรดาคนทั้งหมด สามีเจ้าคือผู้ที่รอบรู้ที่สุดแล้ว แต่เมื่อเขาหัน
ไปมองก็พบสายตาเย็นเยียบของสหายจึงไม่กล้าเอ่ยปาก ก้มหน้ายอมรับชะตา
พาคนทั้งหมดไปพักโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดของเมือง
ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดราคาย่อมไม่ถูก
ทั้งสิบคนเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมมีสายตาหลายคู่มองมา บ้างก็หันไปซุบซิบ
ไม่ได้กลัวเลยว่าคนที่พวกเขาพูดถึงจะได้ยิน
“สวัสดีขอรับ ไม่ทราบว่าต้องการห้องระดับใด ทางเรามีห้องทั้งสิ้นสาม
ระดับ รูปแบบการตกแต่งและความปลอดภัยจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระดับ
ของห้อง” ลูกจ้างกล่าวด้วยท่าทีประจบหลายส่วน เขารับรู้ถึงความสามารถ
ของบุรุษรูปหล่อข้างกายสตรีตรงหน้าได้ ดูท่าแล้วสตรีงดงามตรงหน้าคงเป็นคน
สำคัญ เพราะทุกคนต่างปกป้องนางไว้ตรงกลาง
“ห้องระดับสูงที่สุด ความปลอดภัยเป็นเช่นไร”
“ห้องระดับสูงที่สุดจะไม่มีใครสามารถขึ้นไปได้ขอรับ ทั้งยังมีม่านพลังช่วย
ป้องกันอันตรายและป้องกันผู้บุกรุก มีเพียงคนที่มีแผ่นป้ายเท่านั้นถึงจะขึ้นไป
ได้ ห้องทุกห้องจะเข้าได้ต้องมีแผ่นป้ายประจำห้องนั้น ๆ คนอื่นไม่สามารถเข้า
ได้” เยว่ฉีพยักหน้าเข้า คงจะคล้ายห้องในโลกเดิมที่เข้าได้ด้วยกุญแจหรือคีย์
การ์ด
“มีห้องสองคนหรือไม่ หรือมีเพียงห้องสำหรับคนเดียว” ลูกจ้างฉีกยิ้มกว้าง
“มีห้องสำหรับสองท่าน และห้องสำหรับหนึ่งท่านขอรับ สามารถเลือกได้
ว่าต้องการความเป็นส่วนตัวหรืออยากอยู่ร่วมกัน” เยว่ฉีพยักหน้าเข้าใจ คิดจะ
เอ่ยออกไปอีกประโยค ทว่ายังไม่ทันที่คำพูดจะหลุดออกจากปาก ก็มีเสียงหนึ่ง
ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“หากไม่มีเงินก็รีบ ๆ ออกไปได้แล้ว เสียเวลาคนเขาจะจองห้อง!!” ท่าทาง
อวดดีของผู้มาใหม่ไม่ได้ทำให้เยว่ฉีหวาดกลัว หญิงสาวทำเพียงเหลือบสายตา
มองชั่วครู่ แล้วดึงสายตากลับมา
“เสินเทียนเจ้าจะนอนคนเดียวหรือนอนกับลูกน้องเจ้า” ลูกน้องในที่นี้
หมายถึงเมิ่งซิว
“ข้านอนคนเดียวส่วนเมิ่งซิวก็แบ่งห้องกับผู้ติดตามอีกสามคนแล้วกัน” เยว่
ฉีพยักหน้า
“นี่!! ข้าพูดเจ้าไม่ได้ยินหรือ!! หากไม่มีเงินก็ให้รีบ ๆ ไสหัวออกจากโรงเตี๊ยม
แล้วไปให้พ้นสายตาข้า!!” เยว่ฉีเริ่มรำคาญใจขึ้นมาแล้ว แต่เพราะยังคุยเรื่อง
ห้องไม่เรียบร้อย นางจึงเลือกจะไม่สนใจไปก่อน
“ข้าจองห้องที่อยู่ด้วยกันสามคนได้ห้องหนึ่ง เพราะพาเด็กมาด้วย ห้อง
สำหรับหนึ่งคนห้องหนึ่งและห้องสำหรับสองคนสามห้อง จองเจ็ดวัน” ลูกจ้าง
ได้ยินเวลาจองก็ยิ้มกว้างออกมามากกว่าเดิม นี่มันลูกค้าเงินหนาชัด ๆ
“ได้ขอรับข้าจะรีบเตรียมป้ายห้องให้ ค่าเช่าห้องตลอดเจ็ดวันคือสองร้อย
ห้าสิบตำลึง” เยว่ฉีควักเงินออกมาจ่าย แต่ยังไม่ทันจะได้ยื่นมือออกไป คนมา
หาเรื่องก็ปรี่เข้ามาคิดจะหยุดการกระทำของนาง
หานลั่วอี้มีปฏิกิริยาก่อนใคร ยื่นมือออกไปจับมือชายผู้นั้น บรรยากาศเย็น
เยียบแผ่ขยายออกมาจากร่าง
“เจ้าคิดจะทำอันใด ภรรยาข้ายังคุยธุระไม่จบ” คนถูกจับไม่ได้หวาดกลัวที่
ถูกผู้ฝึกปราณขั้นแปดหยุดไว้ เพราะถือว่าตนมีเบื้องหลังยิ่งใหญ่ อีกทั้งผู้ติดตาม
ยังเป็นผู้ฝึกปราณขั้นแปดสองคน
“ปล่อยข้า!! ข้าจะสังสอนสตรีที่บังอาจเมินเฉยคำพูดข้า!!”
เยว่ฉีจัดการเรื่องจองห้องเรียบร้อยแล้ว จึงหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับคน
น่ารำคาญ
“ลั่วอี้จัดการเสีย เรื่องค่าเสียหายข้าจะจ่ายเอง”
“ตามภรรยารับสั่ง”