ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 57 เดินทางสู่ดินแดนระดับกลาง
ก่อนจะถึงวันเดินทางเยว่ฉีตัดสินใจอยู่ห้องเพื่อฝึกฝนการหลอมโอสถ อีกไม่
นานหญิงสาวจะเลื่อนขั้นเป็นนักหลอมโอสถขั้นสี่ นางจึงต้องการฝึกพื้นฐานให้
แน่นก่อนจะก้าวขึ้นไปอีกขั้น
ภายในมิติ หญิงสาวนั่งอยู่บนพื้นหน้าต้นไม้ใหญ่ ตรงหน้าคือเตาหลอม
โอสถที่อาจารย์มอบให้ ตั้งแต่ขึ้นเป็นนักหลอมโอสถขั้นสาม เยว่ฉีต้องฝึกหลอม
โอสถทุกวัน เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุดระหว่างหลอมโอสถ
เพราะการหลอมโอสถไม่ใช่ว่าเป็นแล้วก็สามารถหลอมโอสถออกมาได้
เท่าที่ต้องการ ทุกอย่างต้องผ่านการฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ ทว่าเมื่อชำนาญ
แล้วจะสามารถหลอมสำเร็จทุกครั้งหรือไม่นั้นล้วนพูดได้ยาก
ยิ่งระดับโอสถที่หลอมมีคุณภาพสูงมากเท่าใดความยากในการหลอมก็จะ
ยิ่งยากตามไปด้วย เพราะจำนวนพืชวิญญาณและขั้นตอนในการหลอมจะมาก
ขึ้นตามระดับของโอสถ
อีกทั้งนักหลอมโอสถยังไม่อาจหลอมโอสถได้สูงกว่าระดับขั้นของตน
กล่าวคือนักหลอมโอสถขั้นสามสามารถหลอมได้เพียงโอสถระดับหนึ่งถึงระดับ
สามเท่านั้น ไม่สามารถหลอมโอสถระดับสี่ได้
เพราะพลังจิตที่มีไม่เพียงพอต่อการหลอมโอสถระดับสี่
ใบหน้างดงามชุ่มชื่นไปด้วยเม็ดเหงื่อหลังฝึกหลอมโอสถมาแล้วนับสิบครั้ง
แต่กลับล้มเหลวทุกครั้ง
และเมื่อหลอมโอสถพลังปราณและพลังจิตจะถูกดึงออกไปอย่างรวดเร็ว
ราวกับเทน้ำลงไปในบ่อ
เยว่ฉีต้องเปลี่ยนพลังปราณของตนให้มีคุณสมบัติคล้ายเปลวไฟ ใช้พลังจิต
ควบคุมระดับความร้อนของพลังปราณ จากนั้นหลอมพืชวิญญาณในเตาให้
ละลายพร้อมสกัดพืชวิญญาณให้บริสุทธิ์ ก่อนจะนำพืชวิญญาณที่ผ่านการสกัด
สิ่งปนเปื้อนแล้วมาหลอมเข้าด้วยกันให้กลายเป็นโอสถ
ใบหน้างดงามบิดเบี้ยว ความสนใจทั้งหมดอยู่ภายในเตาหลอม สมาธิ
ทั้งหมดจดจ่ออยู่กับการขึ้นรูปโอสถให้กลายเป็นเม็ด
หานลั่วอี้อยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มเข้ามาในมิติด้วยกันกับภรรยา แต่ตอนนี้เขา
กำลังจัดการกับคนที่จับได้ในวันนั้น ในแหวนมิติของเขา
“พวกเจ้ารนหาที่ตายเสียจริง อยู่นิ่ง ๆ ก็ดีอยู่แล้วมิใช่หรือ?” คนทั้งหมด
กวาดตามองกองศพสัตว์อสูรนับร้อยตัว ในใจก็หวาดกลัวไม่หาย หลังถูกจับตัว
เข้ามาในมิติสิ่งแรกที่คนทั้งหมดคิดคือ คงไม่รอด
“นะ…นายท่านโปรดไว้ชีวิตพวกข้าด้วย พวกข้ามีตาหามีแววไม่ ถึงได้คิดหา
เรื่องคนเก่งกาจเช่นนายท่าน” หนึ่งในคนเหล่านั้นพยายามพูดจากโน้มน้าวให้
เขาใจอ่อน
น่าเสียดาย เพราะใจจริงของหานลั่วอี้ไม่ได้เป็นคนอ่อนโยนใจดีเหมือนเวลา
ที่เขาอยู่กับภรรยา ชายหนุ่มทั้งเย็นชาและไม่คิดจะให้อภัยต่อคนที่คิดร้ายต่อ
คนสำคัญ
เขาเป็นเช่นนั้นมาตลอด ถึงจะไม่ได้มีนิสัยดูถูกผู้อื่น หรือชอบข่มเหงผู้
อ่อนแอแต่ก็ไม่ได้ใจดี ไม่เช่นนั้นเสินเทียนคงไม่รู้สึกประหลาดใจทุกครั้งเวลา
เขาอยู่กับเยว่ฉี
“พวกเจ้ากำลังขอให้ข้ายกโทษให้หรือ? พวกเจ้าทำสิ่งใดผิดกัน”
คนพวกนั้นถึงกับพูดไม่ออก หรือจะบอกว่าที่พวกเขาคิดจะทำร้ายคน
ตรงหน้าไม่ใช่เรื่องผิด และหากพูดออกไปว่ามีความคิดจะฆ่าชายตรงหน้าจริง
พวกเขาจะยังมีชีวิตรอดต่อไปหรือไม่
“ไม่ตอบ? เช่นนั้นก็ไปคุยกันในยมโลกแล้วกัน” สิ้นสุดประโยค ใบมีดสาย
ลมนับร้อยก็แทงทะลุร่างคนทั้งหมดจนพรุน ก่อนหานลั่วอี้จะจุดไฟเผาร่างพวก
เขาไม่เหลือซาก
ไฟสีนิลซึ่งสามารถเผาไหม้ทุกอย่างให้ไม่เหลือร่องรอย
ตลอดการฆ่าหานลั่วอี้ไม่เผยสีหน้าใดเลย แววตาชายหนุ่มสะท้อนเพียง
ความรู้สึกที่ว่า คนพวกนี้สมควรตาย
ออกมาจากแหวนมิติเขาก็สลัดคราบชายหนุ่มเย็นชาทิ้งจนหมดสิ้น เหลือ
เพียงคราบบุรุษผู้หวงแหนภรรยาเท่านั้น
เขาเดินออกมาจากกระท่อมข้างสวนพืชวิญญาณ ตรงไปหาภรรยา แต่เมื่อ
เห็นว่าหญิงสาวยังอยู่ในสมาธิจึงไม่ได้เข้าไปก่อกวน ยืนอยู่ไม่ไกลคอยมองสีหน้า
จริงจังที่กำลังหลอมโอสถอยู่
หน้าตาจริงจังของนางให้ความรู้สึกแปลกใหม่สำหรับเขา ยามปกติภรรยา
มักจะเต็มไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แววตาซุกซนสนุกสนาน ไม่ก็มุมปากที่ยกยิ้ม
อย่างเจ้าเล่ห์ ไปจนถึงดวงตาเป็นประกายตื่นเต้นราวเด็กน้อยคนหนึ่ง
หากไม่ใช่เรื่องร้ายแรงหรือเวลาหลอมโอสถ ภรรยาจะไม่เผยสีหน้าจริงจัง
ให้เห็น คล้ายกับว่าชีวิตไม่มีเรื่องใดให้ต้องคิดมาก แค่ใช้ชีวิตให้มีความสุขในแต่
ละวันก็พอ
เยว่ฉีหลอมโอสถมานานสองชั่วยามแล้ว หลังความพยายามครั้งที่สิบเอ็ด
ในที่สุดโอสถในเตาหลอมก็กำลังก่อเป็นรูปเป็นร่าง นางจดจ่อสมาธิในเตาหลอม
ใช้พลังจิตรวบรวมพืชวิญญาณซึ่งถูกเผาเข้าด้วยกัน ก่อรูปร่างและบีบอัดเป็น
ก้อน ขั้นตอนนี้คือขั้นตอนที่ยากที่สุดสำหรับนักหลอมโอสถ หากการบีบอัด
ผิดพลาดหรือไฟไม่แรงพอขั้นตอนก่อนหน้าจะไร้ความหมายทันที
โอสถเม็ดนั้นก็จะไร้ประโยชน์กลายเป็นฝุ่นผงหล่นลงก้นเตา
ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว
นางบอกตนเองในใจ จดจ่อสมาธิเข้าไปในเตาหลอม ไม่นานสิ่งที่อยู่ด้านใน
ก็ส่งกลิ่นหอมกำจายออกมา บ่งบอกให้รู้ว่าการหลอมโอสถสำเร็จไปได้ด้วยดี
โอสถระดับสามก่อรูปอยู่ด้านในหลังถูกบีบอัดเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ก็
หล่นลงก้นเตา
เยว่ฉีพรูลมหายใจลืมตาขึ้น ใบหน้างดงามยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจถึง
ที่สุด
ทำได้แล้ว!! โอสถเม็ดแรกในชีวิตที่หลอมออกมาได้
เยว่ฉีลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินไปหยิบโอสถในเตา ทว่าเพียงลุกขึ้นขาทั้งสอง
ข้างก็อ่อนแรง
หานลั่วอี้รีบใช้วิชาก้าวสายลมเข้าไปโอบประคองภรรยาไม่ให้ล้มลงไป
“เป็นอะไรมากหรือไม่? หน้ามืดเพราะใช้พลังจิตมากเกินไปหรือ?”
“ข้าไม่เป็นไร คงเพราะลุกขึ้นเร็วเกินไป”
‘หานลั่วอี้ภรรยาเจ้าไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่ต้องเป็นห่วงจนออกนอกหน้าก็
ได้’ เสียงเหน็บแนมดังขึ้นเหนือศีรษะ แม้จะไม่รู้ว่าท่านอาจารย์อยู่จุดใด แต่เยว่
ฉีก็เหลือบตาขึ้นมองบนอากาศ
“ข้ารู้ว่าอาจารย์อิจฉาข้า แต่คนเป็นอาจารย์ไม่เป็นห่วงศิษย์อย่างข้าบ้าง
หรือ?”
‘เยว่ฉีเจ้ามิได้เป็นอันใดมาก เหตุใดข้าต้องเป็นห่วง ตอนข้าฝึกหลอมโอสถก็
มีโอกาสหน้ามืดเพราะใช้พลังจิตมากเกินไป!! เจ้าแค่ต้องพักผ่อน พอตื่นขึ้นมาก็
จะแข็งแรงขึ้น อีกทั้งหากเจ้าเชื่อข้า ฝึกพลังกายให้แข็งแรงกว่านี้เรื่องแบบนี้จะ
ไม่เกิดขึ้น!!’
เยว่ฉีขมวดคิ้ว นางพูดเพียงประโยคเดียวแต่เหตุใดอาจารย์ถึงได้พูดเสียยาว
เหยียด หากไม่ติดว่าท่านอาจารย์เป็นบุรุษนางคงจะคิดว่า อีกฝ่ายกำลังอยู่
ในช่วงระดู เพราะอารมณ์ปั่นป่วนยิ่งนัก
“ลั่วอี้พวกเราออกไปด้านนอกกันเถิด ท่านจัดการเรื่องของท่านเรียบร้อย
แล้วใช่ไหม?”
“เรียบร้อยแล้ว ภรรยาออกไปพักผ่อน”
‘นี่พวกเจ้าเมินเฉยต่อข้าหรือ? ข้าที่เป็นอาจารย์ของพวกเจ้า!!’
“ท่านอาจารย์ภรรยาไม่สบายข้าขอพาภรรยาไปพักผ่อน”
‘ดี ประเสริฐ พาภรรยาเจ้าออกไปพักผ่อนเสีย ต่อจากนี้ข้าจะเพิ่มระดับ
การฝึกของภรรยาเจ้า!’ ผู้อาวุโสหมิงพูดจบก็หยุดไปชั่วอึดใจก่อนเอ่ยต่อ
‘นำน้ำแห่งชีวิตให้นางดื่มด้วย ตื่นขึ้นมาแล้วจะได้ไม่อ่อนเพลีย’
“ศิษย์เข้าใจแล้วขอรับ”
เยว่ฉีลอบยิ้ม ท่านอาจารย์แม้จะดูใจร้ายในบางครั้ง แต่ท้ายที่สุดแล้วกลับ
เป็นคนแข็งนอกอ่อนใน
หลังพักหายดีเยว่ฉีก็เข้าไปฝึกหลอมโอสถในมิติอยู่ตลอด พอใช้พลังจิตจน
หมด ก็ดื่มน้ำแห่งชีวิต นอนพักให้หายเหนื่อย พอตื่นขึ้นมาก็จะรู้สึกสดชื่นและ
พลังเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่เสมอ นั่นทำให้นางยินดีมาก
ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาหลายวัน ในที่สุดก็ถึงวันเดินทางไปดินแดนระดับกลาง
เยว่ฉีตื่นแต่เช้าตรู่มาเตรียมสิ่งจำเป็นพร้อมโอสถระดับสามซึ่งหลอมเองสิบขวด
ส่วนเม็ดแรกที่หลอมเสร็จมอบให้หานลั่วอี้
วันนั้นเยว่ฉีได้หลอมโอสถฟื้นฟูพลังปราณระดับสามคุณภาพสูงออกมาเม็ด
หนึ่ง สามารถฟื้นฟูพลังปราณของผู้ฝึกปราณขั้นสามลงไปให้กลับมาเต็มสิบส่วน
คุณภาพของการฟื้นฟูจะขึ้นอยู่กับคุณภาพของโอสถที่หลอมออกมา หาก
คุณภาพต่ำพลังการฟื้นฟูก็จะลดลง ไม่สามารถฟื้นฟูได้ถึงสิบส่วน
ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงจุดเคลื่อนย้าย
หญิงสาวเงยหน้ามองเรือลำใหญ่ตรงหน้าซึ่งลอยอยู่กลางอากาศ เป็นเรือ
ขนาดใหญ่กว้างสี่จั้งและสูงหกจั้ง สามารถจุคนได้ประมาณหนึ่งพันคน ระดับ
การดูแลแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเงินที่จ่ายออกไป
การเลือกระดับสูงทำให้พวกเขาไม่ต้องทำอันใดเลย พอมาถึงก็ยื่นป้าย
ให้กับทางผู้ดูแลจากนั้นรอให้คนของผู้จัดการเรือมาขนของขึ้นไปยังชั้นของพวก
เขา รวมถึงนำทางไปยังห้องให้
ห้องของกลุ่มเยว่ฉีอยู่ชั้นบนสุดของเรือ สามารถมองบรรยากาศรอบนอกได้
โดยไม่ถูกสิ่งใดกีดขวาง มีชานเล็ก ๆ ให้ออกไปนั่งรับลมด้านนอก สมกับเงินที่
จ่ายไปมาก
“พวกเราต้องใช้ชีวิตอยู่บนเรือประมาณหนึ่งเดือน ภรรยาอาจจะเบื่อบ้าง
เล็กน้อย หวังว่าเจ้าจะทนได้” หานลั่วอี้เดินมาประชิดด้านหลังภรรยาวาดแขน
โอบคนเข้ามาใกล้
“ไม่เป็นอันใด ข้าว่าจะเข้าไปฝึกในมิติช่วงที่ยังอยู่บนเรือ พอถึงดินแดน
ระดับกลางอาจจะเลื่อนขั้นได้พอดี” เยว่ฉีวางมือทับมือแกร่งซึ่งโอบเอวอยู่
หญิงสาวเอนหลังพิงอกสามีเงยหน้าสบตาเขาเล็กน้อย ทว่าเห็นเพียงปลายคาง
เท่านั้น จึงนึกสนุกเขย่งเท้าขึ้นงับปลายคางเขาไปทีหนึ่ง
คนถูกแกล้งก้มหน้ามอง โอบภรรยาแน่นขึ้นอีกนิด คิดจะก้มลงไปฟัดแก้ม
นุ่มนิ่มด้วยความมันเขี้ยว แต่ยังไม่ทันจะได้ทำตามใจนึกก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
ก่อน
“กลางวันแสก ๆ ยังกล้าทำเรื่องไม่เหมาะไม่ควร” ริมฝีปากหานลั่วอี้ชะงัก
ชายหนุ่มไม่เอ่ยอันใดก็ใช้พลังลมซัดคนปากมากเข้าไปในห้องทันที
ได้ยินเสียงคล้ายของหนักกระทบกัน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงความวุ่นวาย
ของคนด้านใน มีคนต้องการจะออกมาดูว่าใครกันที่บังอาจทำร้ายนายน้อยของ
พวกเขา แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครสามารถผลักประตูออกมาด้านนอกได้
ด้วยจุดที่ทั้งสองคนอยู่คือชานเล็ก ๆ นอกห้อง ทำให้พอห้องข้าง ๆ ออกมา
ยืนรับลม จะเห็นสองสามีภรรยากำลังแสดงความรักต่อกันอยู่
หานลั่วอี้พาภรรยาเข้าไปในห้อง ใบหน้าชายหนุ่มบูดบึ้งเล็กน้อยเพราะถูก
ขัดจังหวะ เยว่ฉีหลุดขำให้ท่าทางเง้างอนของชายหนุ่ม ดึงมือคนมานั่งบนเตียง
แล้วก้าวขึ้นคร่อมบนตัก โอบเอวรอบลำคอ
“ไม่พอใจหรือ? อย่าโมโหไปเลยแค่คนน่ารำคาญผู้หนึ่ง”
“ไม่ใช่เพราะคนผู้นั้น” ชายหนุ่มโอบเอวภรรยา ซุกหน้าลงบนหน้า
ท้องแบนราบ
“แต่เป็นเพราะข้าไม่ได้จูบเจ้า” เยว่ฉีส่ายหัวเอ็นดู
ห้องหลังนี้มีเพียงนางและสามี เพราะเยว่ฉีตั้งใจจะฝึกหลอมโอสถตลอด
การเดินทางจึงไม่เหมาะให้หานลั่วซานอยู่ด้วย หญิงสาวจึงได้ไว้วานเสินเทียน
ช่วยดูแล พร้อมค่าปิดปากเป็นโอสถห้าเม็ด
“ลั่วอี้ นับวันท่านจะยิ่งยั้งตนเองไม่อยู่”
“เพราะภรรยางดงามและมีเสน่ห์มากเกินไป”
คำพูดชายหนุ่มชวนให้หญิงสาวใจอ่อน นางเชยปลายคางสามีขึ้นมาก่อน
ประทับจูบลงไปแผ่วเบา
“รางวัลสำหรับคำพูดหวานหู”
“ภรรยาหากเจ้ายังยั่วยวนข้าเช่นนี้ ข้าคงจะอดใจไม่ได้”
“ข้าเพียงให้รางวัลท่าน ท่านก็เป็นเสียขนาดนี้แล้ว” ขนาดนี้ที่ว่าคือกลาง
กายเขาที่แข็งขืนดันบั้นท้ายนาง
เยว่ฉีก้าวลงจากเตียงก้มมองสิ่งนั้นซึ่งดันผ้าเนื้อดีขึ้นมา ก่อนจะเงยหน้า
มองสามีแล้วเอ่ย
“จัดการให้เรียบร้อย ข้าจะไปหาลั่วซาน”
กล่าวจบก็ปล่อยสามีให้โดดเดี่ยวอยู่ในห้อง
หานลั่วอี้มองมาตามจนลับตา แล้วก้มมองแก่นกายตนเองพร้อมถอน
หายใจออกมา
“อีกนับปีกว่าภรรยาจะครบสิบแปด ไม่รู้ข้าจะอดใจได้ถึงช่วงเวลานั้น
หรือไม่”