ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 58 ดินแดนระดับกลาง
ระหว่างเดินทางเยว่ฉีได้ทำตามที่ลั่นวาจาไว้ หญิงสาวหมกตัวอยู่ในห้องไม่
ออกไปที่ใด ตั้งหน้าตั้งตาฝึกหลอมโอสถทั้งวันทั้งคืน ส่วนหานลั่วอี้ถูกอาจารย์
จับไปฝึกภายในกระท่อม
ไม่รู้ว่าแต่ละวันสามีโดนอะไรมาบ้าง ถึงได้ดูอิดโรยอยู่ทุกวัน แต่นอกจาก
อาการอิดโรยหญิงสาวก็สัมผัสได้ว่า สามีแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว
การเดินทางสู่ดินแดนระดับกลางน่าเบื่อกว่าที่คิด หลังขึ้นเรือมาได้ไม่ถึงวัน
เรือทั้งลำก็เดินทางเข้าสู่ประตูเคลื่อนย้าย ล่องลอยอยู่บนเส้นทางซึ่งสองข้าง
ทางมองเห็นเพียงท้องฟ้ายามค่ำคืน คล้ายว่าเรือทั้งลำถูกนภาห้อมล้อมและ
เดินทางด้วยความเร็วสูง
ทว่าเยว่ฉีไม่ได้มีเวลาให้เบื่ออย่างที่คิด เพราะต้องจดจ่ออยู่กับการหลอม
โอสถ และการเลื่อนขั้น ผ่านมาร่วมหนึ่งเดือนอีกไม่ถึงวันเรือลำนี้จะเคลื่อนตัว
ออกจากปากประตูมิติเข้าสู่ดินแดนระดับกลางแล้ว
ภายในมิติ
หญิงสาวนั่งสมาธิบนพื้นหน้าต้นไม้ใหญ่ จดจ่ออยู่กับตนเอง โคจรพลังเข้า
ไปในลูกแก้วใต้สะดือค่อย ๆ ควบแน่นพลังเข้าไปให้ได้มากที่สุด พยายามไม่ให้
พลังซึ่งหมุนวนโดยรอบแตกกระจาย
เวลาผ่านไปราวสองชั่วยามในที่สุดก็สามารถพาเส้นพลังเข้าสู่ลูกแก้วสีทอง
แสงสีทองสดใสแผ่ออกมาโอบล้อมรอบตัวเป็นสัญญาณซึ่งบ่งบอกว่า นัก
หลอมโอสถเลื่อนขั้นแล้ว
เยว่ฉีลืมตาขึ้น พรูลมหายใจออกมาครั้งหนึ่ง หลังต้องเพ่งสมาธิไปกับการ
เลื่อนระดับ ความพยายามของนางก็ไม่สูญเปล่า
“เลื่อนขั้นแล้วสินะ” เสียงทุ้มน่าฟังดังขึ้นข้างกาย นางหันไปพยักหน้ายิ้ม ๆ
พร้อมลุกขึ้นยืน
“สำเร็จแล้ว ใช้เวลานานกว่าที่คิดมากเลย” มือเรียวยื่นไปหาชายหนุ่ม
หานลั่วอี้ยื่นมือมาช่วยดึงภรรยาลุกขึ้นยืน
“ภรรยาเจ้าพิเศษ”
“หมายความว่าอย่างไร?” ถูกชมกะทันหันทำเอาเยว่ฉีไม่เข้าใจ
“ปกติแล้วไม่มีใครสามารถก้าวจากขั้นหนึ่งมาถึงขั้นสี่ได้ในเวลาไม่ถึงสองปี
ข้าจึงบอกว่าภรรยาพิเศษ” หญิงสาวฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มบาง
“ข้าคงพิเศษจริงอย่างที่ท่านว่า”
‘พวกเจ้าจะจีบกันอีกนานหรือไม่? ไม่รู้หรือว่าด้านนอกเขาเตรียมตัวออกสู่
ดินแดนระดับกลางแล้ว ออกจากมิติไปได้แล้ว’
บรรยากาศกลมกลืนของคู่รักสลายหายไปทันที เมื่อผู้อาวุโสกล่าวขึ้น
เยว่ฉีส่ายหัวยิ้ม ๆ เอ่ยเย้าแหย่
“ท่านอาจารย์ อิจฉาศิษย์อีกแล้ว เช่นนั้นศิษย์ขอตัวออกไปก่อน ศิษย์ไม่
อยากให้ท่านต้องอิจฉาศิษย์ไปมากกว่านี้”
สองสามีภรรยาเยว่หานทำความเคารพอาจารย์ ไม่รอให้ผู้เป็นอาจารย์ได้
เอ่ยคำพูดใด รีบออกมาจากทันที
ก่อนจะออกมา เยว่ฉีไม่ลืมหยิบขวดหยกบรรจุน้ำแห่งชีวิตออกมาด้วย เจ้า
สิ่งนี้มีส่วนช่วยอย่างมากในการเลื่อนขั้นของนาง ถึงแม้ว่าทุกครั้งจะดื่มได้เพียง
เล็กน้อย
“พวกเจ้าสองคนออกจากห้องมาได้เสียที” เสินเทียนกล่าว
“เจ้าไม่ต้องกังวล ข้ารู้เวลาออกมา” เยว่ฉีกล่าวตอบ
“พี่สะใภ้ลั่วซานคิดถึง” เด็กชายตัวน้อยที่ไม่ได้เห็นหน้าพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้
นานนับเดือนวิ่งเข้ามากอดขาหญิงสาว เยว่ฉีลูบหัวเด็กชายตัวน้อยด้วยความรัก
ใคร่ระคนเอ็นดู
“ลั่วซานเด็กดี ฝึกวิชาเป็นเช่นไรบ้าง”
“ลั่วซานเป็นผู้ฝึกปราณขั้นสองแล้วขอรับ”
“ลั่วซานเก่งมา ต่อจากนี้ก็ต้องพยายามเข้านะรู้ไหม”
“ขอรับลั่วซานจะพยายาม จะได้เก่งเหมือนพี่ใหญ่”
“ดีมาก” หานลั่วอี้เอ่ยชมจั บมือน้องชายสามีมากุมไว้
จากนั้นคนทั้งหมดก็เดินออกมาด้านนอก
อีกประมาณหนึ่งเค่อ เรือจะลอดผ่านช่องเคลื่อนย้ายสู่ดินแดนระดับกลาง
และเพื่อประสบการณ์ที่ดีในการลอดผ่านช่องเคลื่อนย้าย คนสร้างเรือจึงได้มี
การสร้างลานด้านบนให้คนจ่ายเงินระดับสูงสามารถออกไปสัมผัสความ
มหัศจรรย์หลังเข้าสู่ดินแดนระดับกลาง ตรงจุดนั้นไม่อันตรายเพราะมีการร่าย
คาถาป้องกันไว้ ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนลมกระแทกจนปลิว หรือร่วงหล่นจากเรือ
กลุ่มเยว่ฉีตัดสินใจออกไปนั่งเล่นบนลานด้านบน ทันทีที่กลุ่มของเยว่ฉี
ออกมาก็มีสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่พวกเขา
การที่คนทั้งหมดหันมามองมีสาเหตุอยู่ เพราะกลุ่มนี้แทบจะไม่ได้ออกจาก
ห้อง ทำให้หลายคนไม่คุ้นหน้าคุ้นตา จึงเกิดความสงสัยใคร่รู้
“ลั่วซานอยากทานอะไรหรือไม่?” เยว่ฉีเอ่ยถามเด็กน้อย ไม่สนใจสายตา
คนโดยรอบ
อยากมองก็มอง ขอแค่อย่าเอ่ยปากหาเรื่องมาเป็นพอ
“ลั่วซานไม่หิวขอรับ อยากเห็นด้านนอกเร็ว ๆ ”
“พี่สะใภ้ก็อยากเห็นด้านนอกเร็ว ๆ เช่นกัน เราไปหาที่นั่งกัน”
“ขอรับ”
เยว่ฉีกวาดตามอง เห็นโต๊ะที่พอจะให้คนทั้งสิบไปนั่งได้พอดี จึงเดินเข้าไป
หย่อนตัวลงนั่ง
อีกไม่กี่เฟินจะถึงดินแดนระดับกลางแล้ว ไม่รู้ว่าที่ดินแดนระดับกลางจะมี
เรื่องตื่นเต้นใดรอนางอยู่ แค่คิดก็ตื่นเต้นจนแทบทนไม่ไหวแล้ว
“เยว่ฉีเจ้าเลื่อนขั้นอีกแล้ว?” เสินเทียนเอ่ยถามหลังพวกเขานั่งลงบนเก้าอี้
เรียบร้อยแล้ว เพราะมัวแต่สนใจการเดินทางสู่ดินแดนระดับกลางจึงพึ่ง
สังเกตเห็น
“เลื่อนขึ้นเมื่อเช้า ดีที่ทันก่อนเข้าดินแดนระดับกลาง”
“เจ้าทำให้ข้าแปลกใจมากจริง ๆ เลื่อนขั้นเร็วถึงเพียงนี้เลย”
“ไม่เท่าใด ยังห่างชั้นกับลั่วอี้”
เสินเทียนชายตามองสหายก่อนจะถอนสายตากลับมา
“เจ้าอย่าได้เอาตนเองไปเทียบกับชายผู้นี้ ลั่วอี้นะ…” พูดจบก็ส่ายหัว
“เรียกได้ว่าสัตว์ประหลาด”
เยว่ฉีถึงกับหลุดขำกลับคำพูดนั้น ทั้งที่รู้สึกเกรงกลัวเล็กน้อย ทว่าชาย
ตรงหน้าก็ไม่เคยทิ้งนิสัยเดิมของตน
“เขาเรียกคนมีพรสวรรค์ ถึงอย่างไรเจ้าก็ผ่านขึ้นมาเป็นผู้ฝึกปราณขั้นหก
แล้ว อีกไม่นานอาจจะตามสามีข้าทัน”
“เหอะ ๆ” เสินเทียนหัวเราะแห้ง ไม่กล่าวอะไรออกมาอีก เป็นจังหวะ
เดียวกับที่เรือแล่นออกนอกช่องทางเคลื่อนย้าย
เรือลำใหญ่โคลงเคลงเล็กน้อย แสงสีขาวตรงหน้าสว่างจ้าขึ้นเรื่อย ๆ จน
ต้องหลับตาหลงชั่วขณะ พลันขึ้นตาขึ้นมาอีกครั้งทุกอย่างตรงหน้าก็ทำให้ต้อง
ตื่นตะลึง
ท้องฟ้าสดใสบริสุทธิ์ยิ่งกว่าดินแดนระดับต่ำ หมู่เมฆลอยละล่องไปทั่ว
ท้องฟ้า บรรยากาศบริสุทธิ์ทั้งยังสัมผัสได้ถึงพลังปราณบางเบาปกคลุมไปทั่ว
พื้นที่
และสิ่งที่ทำให้เยว่ฉีตกตะลึงมากที่สุดคือ ท้องฟ้าของดินแดนระดับกลาง มี
สัตว์อสูรบินไปมาหลากหลายสายพันธุ์
เสินเทียนยิ้มกว้างมองหญิงสาวที่ตื่นตาตื่นใจกับภาพตรงหน้า
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจจากคนในกลุ่ม
“ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนระดับกลาง”