ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 7.2 ขึ้นเขาไปด้วยกัน
จากนั้นคนทั้งสามก็เดินไปพูดคุยกันไปตลอดทาง ใบหน้าประดับรอยยิ้มอยู่ ตลอด จนกระทั่งเกือบจะเดินออกนอกเขตของหมู่บ้านก็มีหญิงชราท่าทางใจดี คนหนึ่งเอ่ยทักทาย
“เจ้าบ้านเฟิง สะใภ้เฟิงวันนี้ก็ขึ้นเขาอีกหรือ” ชาวบ้านหมู่บ้านชวีซาน ส่วนมากทำอาชีพปลูกข้าว หรือปลูกพืชผักไปขาย มีเพียงชาวบ้านบางส่วนที่จะ ทำอาชีพเก็บพืชวิญญาณ เพราะการขึ้นเขาไปหาพืชวิญญาณนั้นมีความเสี่ยงอยู่ เล็กน้อย
หากมีโชควาสนาพบเจอพืชวิญญาณระดับสูงอันตรายที่จะตามมาย่อม มากมายตามเงินที่ได้รับ เพราะพืชวิญญาณระดับสูงมักจะมีสัตว์อสูรเฝ้าอยู่ไม่ ไกล แต่หากโชคดีมากก็จะพบเพียงพืชวิญญาณไร้กลิ่นอายสัตว์อสูร
ที่หลัวหรูไม่ได้บอกเยว่ฉีถึงอันตรายเกี่ยวกับการเก็บพืชวิญญาณเพราะ ปกติแล้วเรื่องนี้เป็นความรู้พื้นฐานของทุกคนในดินแดนเฟยฮ่าว
“ขอรับท่านยาย” หญิงชราพยักหน้ายิ้ม ๆ เหลือบสายตาหันมองเยว่ฉี อย่างสำรวจ
ขอถอนคำพูดที่บอกว่าท่าทางใจดี หญิงชราคนนี้แค่ทำท่าทางใจดีเท่า นั้นเอง
“ขึ้นเขาก็ระวัง ๆ ด้วยล่ะ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจจะไว้ใจมากเกินไปย่อมไม่ดี หากเกิดเรื่องขึ้นมาก็คงมีแต่สวรรค์ที่รู้”
เอ้า!!! สักหมัดไหมยาย
เยว่ฉีอยากจะเอ่ยขึ้นทว่าก็ถูกหลัวหรูห้ามเอาไว้ก่อน นางมองหญิงชรายิ้ม ๆ เอ่ยเสียงอ่อนโยน
“ขอบคุณในความห่วงใยของท่าน ข้ากับพี่เฟิงล้วนจำใส่ใจ ส่วนเรื่องคนเรา รู้หน้าไม่รู้ใจนั้น ข้ากับพี่เฟิงก็หาใช่คนใสซื่อที่จะมองคนไม่ออก ใครดีไม่ดีข้านั้น ล้วนรับรู้ได้ ท่านยายไม่ต้องกังวล”
หญิงชราโดนคำพูดหวานระคายหูของหลัวหรูสีหน้าพลันมืดลงไม่เหลือแล้ว ซึ่งรอยยิ้มอ่อนโยน
“ข้าเพียงเป็นห่วงพวกเจ้า เหตุใดต้องกล่าวหนักถึงเพียงนี้ หากเกิดอันใด ขึ้นมาก็อย่าได้มานึกเสียใจทีหลัง!!” หญิงชราส่งเสียงฮึดฮัดก่อนจะสะบัดหน้า หันหลังกลับเข้าบ้านไป
“ขอบคุณในความเป็นห่วงของท่าน เดินดี ๆ นะเจ้าคะ” หลัวหรูกล่าว ตามหลังก่อนจะหันมาหาเยว่ฉี
“อย่าได้ใส่ใจคำพูดแกเลย ยายซวงก็เป็นเช่นนี้” เยว่ฮฉียิ้มกว้าง
ไม่นึกว่าหญิงผู้นี้จะออกตัวปกป้องนาง ถึงขั้นทำให้คนในหมู่บ้านเดียวกัน ขุ่นเคือง
“พี่หลัวข้าไม่เป็นอันใด จะห่วงก็แต่พวกท่านทำให้คนหมู่บ้านเดียวกันขุ่น เคืองเช่นนี้จะดีหรือ? ตัวข้าพึ่งย้ายมาใหม่ไม่เท่าใดแต่พวกท่านทั้งสองคนเลา”
ทั้งสองมองหน้ากันยิ้ม ๆ เด็กคนนี้ทั้งที่ตนถูกคนพูดไม่ดีใส่ ยังจะเป็นห่วง ผู้อื่นอีก
“เจ้าอย่าได้ใส่ใจ ความจริงข้ากับพี่เฟิงก็หาใช่คนหมู่บ้าน ชวีซานตั้งแต่ต้น เป็นคนย้ายเข้ามาเช่นเดียวกับพวกเจ้า เพียงแต่ดีกว่าหน่อยที่ตอนย้ายเข้ามาไม่ ถูกตั้งแง่ใส่ตั้งแต่วันแรก”
“มีเรื่องเช่นนี้ด้วย!?”
“ใช่ พูดแล้วก็อย่าขำไป ข้ากับพี่เฟิงย้ายออกจากหมู่บ้านเดิม เพราะ ครอบครัวข้าไม่ยอมให้แต่งงานกับพี่เฟิง หลังหนีออกมาด้วยกันก็มาอยู่ที่ หมู่บ้านนี้”
“ข้าจะหัวเราะได้เช่นไร พวกท่านชั่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันยิ่งนัก ได้ยิน แล้วข้ายังอดรู้สึกชื่นชมและอิจฉาไม่ได้”
“ไม่ต้องกล่าวประจบประแจงข้าเจ้าเด็กน้อย” หลัวหรูส่ายหัวยิ้ม ๆ ก่อน ทั้งสองคนจะสบตากันแล้วหัวเราะออกมา บรรยากาศกลมกลืนยิ่ง เฟิงซิ่วผู้ เงียบอยู่ตลอดเอาแต่ยิ้มมองภรรยาทีมองเด็กสาวตรงหน้าที ได้เห็นภรรยายิ้มมี ความสุขเช่นนี้ สามีอย่างเขาพึงพอใจไม่น้อย
ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความสุขของคนในครอบครัว ถึงแม้อาจจะกลายเป็น ศัตรูกับคนทั้งหมู่บ้านก็ไม่เป็นอันใด เพราะปกติแล้วก็ใช่ว่าพวกเขาจะไปมาหาสู่ กันบ่อย ๆ คนในหมู่บ้านเดิมมักจะมองคนย้ายเข้ามาใหม่เป็นคนนอก ถึงพวก เขาจะไม่ได้ถูกกีดกันแต่ก็ไม่ถึงขั้นสนิทสนม
ใช้เวลาเดินทางเกือบสองเค่อพวกเขาก็มาถึงตีนเขากันแล้ว เยว่ฉีมองภูเขา สูงตรงหน้า ในดวงตาฉายประกายความตื่นเต้น
เคยมีคนพูดว่าขุมทรัพย์มักซ้อนอยู่ในธรรมชาติ
นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าภูเขาตรงหน้าจะสร้างปาฏิหาริย์ให้กับนาง
“พร้อมแล้วใช่หรือไม่” หลัวหรู
“พี่หลัวข้าพร้อมแล้ว!!”
“เช่นนั้นก็ไปกัน