ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 71 พิธีต้อนรับศิษย์ใหม่ต้อนกลาง
“สวัสดีเหล่านกน้อยที่กำลังจะกางปีกสู่โลกกว้าง ยินดีกับพวกเจ้าที่สามารถ
ฝ่าฟันบททดสอบมากมายเข้ามาเป็นหนึ่งในศิษย์ของสำนักได้ แต่ว่า…การ
ทดสอบยังไม่หมดเพียงแค่นั้น ต่อจากนี้พวกเจ้าจะได้รับการสอนสั่งจากเหล่า
ศิษย์พี่!!”
บุรุษท่าทางใจดีเอ่ยยิ้ม ๆ อีกทั้งดวงตายังเต็มไปด้วยความสนุกสนาน
“พวกเจ้าอาจจะกำลังสงสัยว่า ชายตรงหน้าเป็นใครใช่หรือไม่?” หลายคน
พยักหน้า
ชายที่พูดอยู่กลางลานกว้างกวาดตามอง
“ข้าเป็นศิษย์พี่ของพวกเจ้า ได้รับเกียรติจากท่านอาจารย์ทั้งหลายให้มาทำ
หน้าที่เป็นผู้จัดการแข่งขันในครั้งนี้!!”
เกิดเสียงพูดคุยจอแจรอบลานกว้างทันที เหล่าศิษย์ใหม่พากันสงสัยใคร่รู้
ลานกว้างถูกล้อมไปด้วยศิษย์ใหม่ เหนือขึ้นไปบริเวณโดยรอบมีที่สำหรับให้
ผู้ปกครองและเหล่าอาจารย์นั่งมองจากด้านบน ความจริงของลานกว้างคือลาน
ประลองขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถจุคนได้นับพัน
พร้อมด้วยที่นั่งพิเศษสำหรับชมการประลอง!!
“เอาละ พวกเจ้าไม่ต้องตื่นเต้นไป ข้าจะอธิบายให้ฟัง บนป้ายประจำตัว
ของพวกเจ้าจะมีชื่อ ลำดับ และแต้มอยู่”
“พวกเจ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่? ตัวเลขเล็ก ๆ ใต้ลำดับก็คือแต้มที่พวกเจ้า
ได้รับหลังเข้าเป็นศิษย์ของสำนัก”
“แล้วแต้มมีความสำคัญยังไง ข้าผู้ได้ชื่อว่าศิษย์พี่จะอธิบายให้ฟัง”
“แต้ม มีความสำคัญในการใช้เข้าออกสถานที่ต่าง ๆ ของสำนัก ไม่ว่าจะ
เป็นหอหนังสือ ห้องฝึกซ้อม ห้องแรงโน้มถ่วง สวนสมุนไพร หรือใช้สำหรับเช่า
ห้องสำหรับอยู่อาศัย ศิษย์ทุกคนจะได้รับสิบแต้มในทุก ๆ เดือน แต่ว่าสิบแต้ม
จะเพียงพอให้พวกเจ้าใช้ไปตลอดหนึ่งเดือนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวพวกเจ้าเอง
มาตอนนี้คงจะสงสัยเพิ่มมากขึ้นใช้หรือไม่ว่า ทำไมแต้มในป้ายของพวกเจ้า
ถึงมียี่สิบแต้ม เป็นเพราะศิษย์ใหม่ได้รับยี่สิบแต้มเป็นกรณีพิเศษ!!”
“อ๊ะ ๆ อย่าพึ่งตกใจไป ข้ายังพูดไม่จบ” ไม่พูดเปล่า คนกลางลานยังยกนิ้ว
ขึ้นส่ายไปมา อย่างกับไอดอลกำลังหยอกล้อกับแฟนคลับ
“พวกเจ้าสามารถหาแต้มเพิ่มได้โดยการทำงานช่วยเหลือตามการประกาศ
แจ้งบนกระดานประกาศ นอกจากนี้ยังสามารถหาแต้มได้โดยการล่าสัตว์อสูร
และหาสมุนไพรมาแลกเปลี่ยนเป็นแต้ม”
“กล่าวให้ชัดเจนก็คือ แต้ม ในสำนักเซียนหลงไม่ต่างอันใดกับเงินที่สามารถ
ใช้จ่ายได้ตามต้องการภายในสำนัก แตกต่างเพียงแต้มที่ว่านี้ พวกเจ้าไม่
สามารถขอให้ทางครอบครัวช่วยเหลือได้” ชายกลางลานกว้างดูสนุกสนานไม่
น้อย เมื่อเห็นสีหน้าปั้นยากของพวกศิษย์น้อง
ไม่แปลกที่เขาจะรู้สึกสนุก เพราะส่วนมากศิษย์ใหม่เหล่านี้เป็นลูกหลานผู้ดี
มีเงินที่แทบจะไม่เคยประสบความยากลำบากใด วัน ๆ เอาแต่ฝึกปราณ เสพสุข
ไปกับความสะดวกสบายที่ครอบครัวมอบให้
“ไม่เลวเลยใช่ไหม” หานลั่วอี้หลุบตามองภรรยา เมื่อเห็นว่าดวงตาสวย
เปล่งประกายแวววาว
“ใช่ คงสนุกไม่น้อยเลย”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว”
“เอาละ ๆ ข้าได้อธิบายความสำคัญของแต้มให้พวกเจ้าฟังแล้ว ต่อจากนี้
จะเป็นเรื่องสำคัญ นั่นคือการพบปะกันระหว่างศิษย์เก่าและศิษย์ใหม่”
“เป็นพิธีที่ทางสำนักใช้กันทุกปีนั่นก็คือ การชิงแต้ม!”
สิ้นสุดเสียง ศิษย์ใหม่โดยรอบพากันโหวกเหวกโวยวายเสียงดังสนั่น ทำเอา
ชายเหยียดยิ้มมุมปาก
“เงียบ! อย่าพึ่งตกใจไป นี่เป็นเรื่องที่ไม่ว่าศิษย์รุ่นใดล้วนต้องเผชิญ ไม่ใช่
เพียงรุ่นพวกเจ้า”
แต่เหมือนจะไม่มีใครฟังเขา เหล่าศิษย์ใหม่ต่างพากันส่งเสียงประท้วง
“พวกข้าจะเอาชนะศิษย์พี่ที่อยู่มาก่อนได้อย่างไร!!”
“นั่นสิ พวกท่านได้ร่ำเรียนและได้รับสิ่งดี ๆ มากมายเพื่อให้ตนเอง
แข็งแกร่งขึ้น แต่พวกข้าพึ่งจะเข้าสำนักได้ยังไม่ถึงวันด้วยซ้ำ”
“นั่นสิ แบบนี้ไม่ถือว่าเป็นการข่มเหงรุ่นน้องหรือไรกัน!!”
“จริงด้วย พวกท่านก็แค่อยากได้แต้มจากพวกข้าจนตัวสั่นเท่านั้นเอง!!”
“อึก!!” ชายที่พูดประโยคเมื่อสักครู่ ถูกชายหนุ่มสดใสบนลานใช้พลังดึงมา
บีบคอ
รอยยิ้มสดใสของเขาหายไปแล้ว เหลือเพียงบรรยากาศเย็นเยียบ
ศิษย์ใหม่คนนั้นพยายามใช้มืองัดนิ้วออกจากคอ ดิ้นให้หลุดจากการจับกุม
แต่เหมือนว่าพลังของเขาจะไม่เพียงพอ
“พวกเจ้าขี้ขลาดกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก หากพวกเจ้าไม่ยอมรับก็ออกจาก
สำนักไปเสีย สำนักเซียนหลงไม่ต้องการศิษย์ขี้ขลาดตาขาว!!” เขาโยนศิษย์ใหม่
คนนั้นออกไปนอนกองอยู่บนพื้น หลังถูกปล่อยเป็นอิสระ ก็ได้แต่ยกมือจับคอ
ไอออกมา สภาพน่าสงสารอยู่บ้าง
เหมือนว่าคนกลางลานจะไม่สนใจว่าคนที่ตนพึ่งทำร้ายไปนั้นเป็นลูกหลาน
ตระกูลใหญ่หรือไม่ แถมอาจารย์ยังนั่งนิ่งไม่คิดจะทำอันใด
“เข้าสำนักเพราะต้องการของดี แต่กลับไม่อยากลงมือทำอะไรเลย โลกนี้
ไหนเลยจะง่ายดายปานนั้น หากเป็นเช่นนั้นคงมีคนมากมายก้าวขึ้นไปเป็นผู้ฝึก
ปราณขั้นสูงเต็มไปหมดแล้ว!!” ความสดใสร่าเริงของเขาหายไปหมดแล้ว
บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความกดดัน ไร้ซึ่งเสียงพูดคุย เงียบกริบถึง
ขั้นได้ยินเสียงหายใจ
จริงอยู่ที่สำนักศึกษาเต็มไปด้วยคนแข็งแกร่ง แต่ก่อนจะแข็งแกร่งก็ต้อง
รู้จักแย่งชิงผลประโยชน์มาไว้ในมือในมากที่สุด
การที่ทางสำนักจัดการแข่งขันนี้ขึ้น มีจุดประสงค์อยู่
“ข้าขอบอกให้ชัดเจนตรงนี้ การที่สำนักจัดการประลองระหว่างศิษย์ใหม่
และศิษย์เก่ามีความหมายแน่ชัดอยู่หนึ่งอย่าง ตอนนี้ลำดับของพวกเจ้าถูก
จัดลำดับตามการเข้ารอบจากการทดสอบเมื่อวาน และนั่นก็เป็นเพียงระดับ
ล่างสุดของศิษย์ทั้งหมด และศิษย์พี่ที่จะมาประลองกับพวกเจ้าคือศิษย์ที่ลำดับ
ต่ำสุดขึ้นไปในบรรดาศิษย์พี่ทั้งหมด ส่วนเรื่องการชิงแต้มใช่ว่าจะถูกชิงไปหมด
แต้มของพวกเจ้าจะถูกดึงออกไปเพียงครึ่งเดียว เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ใน
สำนักได้ แต่พวกเจ้าสามารถเอาแต้มของศิษย์พี่ไปได้ทั้งหมด หากพวกเจ้าชนะ
นอกจากจะได้รับแต้มจากศิษย์พี่ ลำดับของพวกเจ้าจะสูงขึ้น ลำดับสูงขึ้น
หมายถึงประโยชน์ที่พวกเจ้าจะได้รับก็จะมากขึ้นตาม” เขาหยุดไปชั่วขณะหนึ่ง
แล้วเอ่ยต่อ
“เคยได้ยินห้องพลังปราณหรือไม่?”
คำพูดนี้ทำเอาความเงียบสงบจากบรรยากาศกดดันเปลี่ยนเป็นวุ่นวาย
ห้องพลังปราณนั้นมีเส้นพลังปราณอยู่ด้านล่าง เส้นพลังปราณนี้เรียกว่า
พลังปราณใต้ดินซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีพลังปราณไหลเวียนอยู่ภายใน
เส้นพลังปราณพร้อมทั้งกระจายออกมารอบ ๆ เส้นพลังปราณ เป็นเส้นพลังที่
เหมาะให้ผู้ฝึกปราณและนักหลอมโอสถดูดซับและช่วยให้สามารถเลื่อนขั้นฝึก
ปราณได้เร็ว ไม่ต่างจากน้ำแห่งชีวิต แตกต่างที่สามารถดูดซับได้เรื่อย ๆ ไม่ต้อง
รอปรับพลังในร่างเหมือนน้ำแห่งชีวิต
“ดูเหมือนพวกเจ้าจะรู้จักดี เช่นนั้นข้าจะไม่อธิบายเพิ่ม ห้องแห่งนั้นไม่ว่า
ศิษย์คนใดก็สามารถเข้าได้ แต่หากลำดับป้ายของพวกเจ้าต่ำ ก็จะเข้าได้เพียง
ห้องระดับต่ำเท่านั้น หากอยากเข้าห้องระดับสูงก็ต้องมีลำดับในป้ายสูง อีกทั้ง
การเข้าห้องเส้นพลังปราณยังต้องใช้แต้ม ยกเว้นว่าพวกเจ้าจะเป็นหนึ่งในสี่ผู้
แข็งแกร่งของสำนัก ถึงจะสามารถเข้าไปใช้ได้โดยไม่ต้องใช้แต้ม!!”
“และข้าจะบอกอะไรให้อย่าง แต้มสำหรับใช้เข้าห้องพลังปราณระดับต่ำอยู่
ที่สองแต้มต่อหนึ่งวัน”
“ทีนี้พวกเจ้าเข้าใจความสำคัญของการประลองในครั้งนี้หรือไม่? ใช้
ความสามารถที่พวกเจ้าภูมิใจนักหนา แย่งแต้มมาซะ ยิ่งพวกเจ้าสามารถล้ม
ศิษย์พี่ได้มาก แต้มที่ได้ก็จะมากขึ้น”
“อ๋อ…ข้าจะบอกอะไรอีกอย่างก่อนเริ่มการประลอง ศิษย์ใหม่ที่สามารถ
ชนะศิษย์พี่และมีแต้มมากที่สุด จะได้รับหนึ่งร้อยแต้มเป็นรางวัล ทั้งยังสามารถ
เข้าไปในห้องพลังปราณระดับสูงเป็นเวลาหนึ่งวันเต็ม รวมถึงสามารถพาคนเข้า
ไปด้วยหนึ่งคน!!”
ชายคนนั้นดูมีความสุขเหลือเกิน เขามีความสุขที่ได้เห็นสีหน้ามากมายของ
ผู้คน ดวงตาคู่นั้นที่คล้ายมองคนได้อย่างทะลุปรุโปร่งเองก็น่ากลัว
ความเงียบเกิดขึ้นทั่วบริเวณ ได้ยินกระทั่งเสียงหายใจของผู้คนโดยรอบ
ชายบนลานกวาดตามอง รอคอยว่าจะมีใครเอ่ยอันใดออกมาหรือไม่
“ลั่วซานท่านต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้นะ ข้าอยากลองเข้าไปในห้องพลังปราณ”
เสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้นทำลายความเงียบ สายตาผู้คนโดยรอบจดจ้องไปยังจุด
เดียวกัน
ปลายสายตามีหนึ่งบุรุษหล่อเหลาหนึ่งสตรีงดงามยืนเคียงข้างกัน ฝ่ายหญิง
สาวยื่นมือไปจับแขนคนข้างกายเขย่าเล็กน้อยท่าทางออดอ้อน สายตาเชื่อมั่น
ของคนตัวเล็กกว่าถูกส่งไปให้ชายหนุ่ม
หานลั่วอี้หลุบตามองภรรยา มุมปากยกโค้ง
“ข้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง” คำสัญญาของเขาทำนางยิ้มกว้าง
“ข้าเชื่อว่าท่านทำได้” ความมั่นใจที่มากเกินไปและท่าทางไม่หวาดกลัวสิ่ง
ใดของเขาทำหลายคนรู้สึกไม่พอใจ
“เหอะ…คิดหรือว่าจะเอาชนะศิษย์พี่ได้ ทำเป็นเก่ง”
“คงจะอยากทำเป็นเก่งต่อหน้าผู้หญิงละสิ คนแบบนี้ยังสามารถผ่านบท
ทดสอบได้อีกหรือ?”
“ข้าจะรอดูว่าจะทำได้อย่างปากว่าหรือไม่”
ศิษย์พี่คนนั้นยิ้มกริ่ม เดินมาทางคนทั้งสอง สายตาเขาเป็นประกายแวววาว
ไม่น่าไว้ใจเท่าใดนัก
“ดูเหมือนเจ้าจะพร้อมแล้วนะ” เขาเอ่ยยิ้ม ๆ ไม่รอฟังคำตอบก็กวาดตา
มองศิษย์ใหม่ทั้งหมด
“การประลองจะเริ่มพร้อมกัน ณ ที่แห่งนี้ ศิษย์ใหม่ทั้งหลายขอให้สนุกกับ
การต้อนรับของศิษย์พี่”
เสียงเขาช่างเยือกเย็นเหลือเกิน แววตาสนุกสนานทอดมองมายังคนทั้งคู่
ชายตรงหน้าค่อย ๆ ก้าวห่างออกไป เพียงกะพริบตาก็หายไป พร้อมเสียง
วุ่นวายรอบกาย
“นี่มันอะไรกัน!!”
“พวกเราถูกขังแล้ว!!”
ม่านพลังขนาดใหญ่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ประลอง ไม่นานสถานที่ที่มีเพียง
ศิษย์ใหม่ก็ถูกเติมเต็มด้วยเหล่าศิษย์พี่
ที่ดู….กระหายแต้ม?
“อย่าได้รู้สึกโกรธเคืองเลย เพราะนี่คือโลกที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่
รอด”
และการประลองก็เริ่มต้นขึ้น