ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 73 ผู้ชนะในท้ายที่สุด
“นี่มันบ้าไปแล้ว เจ้าพวกนั้นเอาชนะศิษย์พี่ได้จริง ๆ !!”
“การโจมตีสุดท้ายของชายผู้นั้นยอดเยี่ยมมาก ไม่คิดว่าจะใช้ตนเป็นตัวล่อ
ดึงความสนใจแล้วพลิกกลับมาชนะได้!”
“ชายที่คอยปกป้องสตรีผู้นั้นก็เก่งกาจไม่แพ้กัน ไม่คิดว่าสตรีผู้นั้นจะเป็น
นักหลอมโอสถ!!”
“ข้าอยากสนิทสนมกับนักหลอมโอสถบ้าง เผื่อนางจะขายโอสถให้ข้าใน
ราคาถูก!!”
“เจ้าต้องดูว่านางจะยอมขายให้เจ้าหรือไม่? ไม่เห็นหรือว่านางดูสนิทสนม
กับคุณชายเสิน”
“ใช่ พอข้าออกมาด้านนอกและได้มองดูการต่อสู้ ก็เห็นว่านางถูกปกป้อง
โดยคุณชายเสินและบุรุษอีกคน”
“คนที่เก่งกาจจนสามารถล้มศิษย์พี่คนนั้นใช่หรือไม่? ดูเหมือนนางจะได้รับ
ความสำคัญจากบุรุษผู้นั้นไม่น้อย”
“สตรีผู้นั้นเป็นภรรยาบุรุษผู้นั้น!!”
“การจับคู่ระหว่างผู้ฝึกปราณกับนักหลอมโอสถหรือ? นี่มันสุดยอดไปเลย
ไม่ใช่หรือ!! ข้าก็อยากมีภรรยาเป็นนักหลอมโอสถ”
“ฝันไปเถิด!”
เสียงเยินยอ อิจฉาริษยาของผู้คนโดยรอบ ทำมู่หลินใบหน้าบิดเบี้ยว ทั้งที่
ตนต้องเป็นตัวเอกในการประลองครั้งนี้ แต่เพราะมีพวกมัน ความโดดเด่นของ
เขาจึงถูกบดบัง หากไม่มีเสินเทียน ไม่มีสองสามีภรรยารกหูรกตานั่น!!
นางเป็นนักหลอมโอสถ คนแบบนี้ท่านพ่อไม่มีทางคิดจะทำร้ายแน่นอน!!
และคงบอกให้เขาพยายามทำความสนิทสนมด้วย
ให้ทำตัวสนิทสนมกับสองคนนั้นหรือ? แค่คิดก็รู้สึกขยะแขยงแล้ว ไหนจะ
ผู้หญิงคนนั้น ทั้งที่อยู่เฉย ๆ ก็ไม่มีใครว่า แต่กลับเลือกจะเข้าไปช่วยสามคนนั้น
อีก
ไม่มีใครได้ดั่งใจสักคน!
บริเวณลานประลองกำลังคึกคักเพราะนักหลอมโอสถ และศิษย์ใหม่ผู้มาก
ความสามารถ ทางฝั่งของผู้ชมเองก็มีชีวิตชีวาไม่ต่างกัน และจุดสนใจของผู้คน
ส่วนมากคือตระกูลเสิน
นอกเหนือจากสามตระกูลหลักแห่งเมืองหลงเหมาแล้ว ในเมืองหลงเหมายัง
มีตระกูลผู้ดีมีเงินอีกมาก ถึงจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าสามตระกูลหลักแต่ก็ถือได้ว่า
มีหน้ามีตาเป็นรองสามตระกูลใหญ่
“ท่านผู้เฒ่าเสิน ดูเหมือนท่านจะพบคนมีความสามารถเข้าให้แล้ว ชายผู้
นั้นคงเป็นสหายของหลานท่านกระมัง”
“ฮ่า ฮ่า ว่าไม่ได้ เสินเทียนมีวาสนาได้พบสหายดี” ผู้เฒ่าเสินตอบด้วยสี
หน้าเบิกบาน
“ผู้เฒ่าเสิน ต่อจากนี้กิจการขายโอสถของท่านคงจะเฟื่องฟูไม่น้อย สตรีผู้
นั้นเป็นถึงนักหลอมโอสถขั้นสี่”
“เรื่องนี้ ตอนนี้ข้าขอไม่พูดถึง”
หลายคนมองหน้ากัน มีความเป็นไปได้ว่านางจะเป็นนักหลอมโอสถคนใหม่
ของตระกูลเสิน หลังถูกตระกูลมู่ดึงตัวนักหลอมโอสถเพียงคนเดียวไป
“ผู้เฒ่าเสิน สายตาคุณชายเสินเยี่ยมยอดมาก สามารถคบหาสหายเก่งกาจ
เช่นนี้”
“ฮ่า ฮ่า ข้าเองก็คิดเช่นนั้น เสินเทียนเป็นเด็กที่จะนำพาตระกูลให้ยิ่งใหญ่
ขึ้นไปอีก!”
ฝั่งตระกูลเสินยิ้มแย้มดีใจ ด้วยตอนนี้กลายเป็นที่สนใจของผู้คน หลาย
ตระกูลกำลังแสดงท่าทีต้องการสานสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเสิน เสินฟู่หมิงก็ดู
ท่าทีของพวกเขาด้วยเช่นกัน
รวมถึงตระกูลจูที่อยากจะเข้าไปทำความสนิทสนม แต่ต้องไว้หน้าตระกูลมู่
เล็กน้อย เพราะดูเหมือนว่าคุณชายมู่จะชื่นชอบจูเฟยฮวา แม้จูเฟยฮวาจะไม่ได้
ตอบรับความรู้สึกและชื่นชอบเสินเทียนก็ตาม แต่หากเสินเทียนมีใจให้จูเฟ
ยฮวาสักนิด ตระกูลจูอาจจะไม่คิดเล็กคิดน้อยแล้วเข้าไปทำความสนิทสนมกับ
ตระกูลเสิน
“ผู้เฒ่าเสินสายตากว้างไกล คุณชายเสินต้องทำได้อย่างที่ท่านหวัง อายุแค่
นี้ก็เป็นผู้ฝึกปราณขั้นหกแล้ว อีกไม่นานก็จะกลายเป็นผู้ฝึกปราณขั้นเจ็ด”
“ใช่ ๆ ถือว่าโดดเด่นมากจริง ๆ”
หลายคนกล่าวคำประจบสอพลอ เสินฟู่หมิงล้วนยิ้มรับทั้งหมด รวมไปถึง
สองสามีภรรยาเสินที่พูดคุยกับผู้คนรอบข้างด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แม้จะรู้อยู่แก่ใจ
ว่าพวกเขากระทำเพราะหวังผลประโยชน์ก็ตาม
ในเมื่อเป็นคำพูดหวานหูน่าฟัง จะแฝงความต้องการมากน้อยเพียงใดล้วน
รับได้ทั้งนั้น ขอเพียงพวกเขารู้ว่าตนกำลังทำสิ่งใดเป็นพอ
“หึ…คอยดูเถิดจะยิ้มไปได้อีกนานเท่าใด”
“ท่านพ่ออย่ากังวลไปขอรับ อีกไม่นานมู่หลินก็จะกลายเป็นผู้ฝึกปราณขั้น
หก ส่วนสองสามีภรรยาคู่นั้น แค่พยายามซื้อตัวมาเหมือนนักหลอมโอสถคนนั้น
ก็ได้แล้ว”
“ใช่อย่างที่ลูกพูด พ่อจะคอยดูว่า เมื่อถึงตอนนั้นตระกูลเสินจะยังยิ้มแบบนี้
ได้หรือไม่”
ณ ลานประลอง
หลังการต่อสู้สิ้นสุดลง เหล่าอาจารย์ทั้งหลายซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ชมเริ่มลง
ความเห็น และถกเถียงว่าใครจะรับศิษย์ใหม่คนใดเป็นศิษย์ส่วนตัว
คนทั้งสี่หลังจบการต่อสู้ครั้งสุดท้ายก็ได้มีการแบ่งแต้มตามแรงที่ได้ลงไป
และเตรียมเดินออกจากลานประลอง
“อย่าพึ่ง การต้อนรับยังไม่จบสิ้น” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นเหนือศีรษะ และเมื่อ
เงยหน้ามองก็เห็นว่าเป็นบุรุษน่ายิ้มที่มีบรรยากาศน่ากลัวคนนั้น
กลับมาแล้วสินะ
“ยินดีกับพวกเจ้าที่สามารถล้มศิษย์พี่ทั้งหมดได้ ถือว่าโดดเด่นมากจริง ๆ ”
ท่าทางเขากลับมาเป็นคนยิ้มแย้มขี้เล่นเช่นเดิม
“เอาละ ในเมื่อการประลองสิ้นสุดลงแล้ว ทีนี้แสดงป้ายประจำตัวของพวก
เจ้าออกมา” ทั้งห้าคนแสดงป้าย
ไม่นานก็มีตัวเลขปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ มีตัวเลขหนึ่งที่โดดเด่นจนทำคน
อิจฉาตาร้อน
จำนวนตัวเลขที่สูงที่สุดคือ หนึ่งพันสี่ร้อยหกสิบแต้ม!!
“ดูเหมือนเจ้าจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มากที่สุดสินะ” ชายผู้นั้นแย้มยิ้ม
กว้าง เดินเข้ามาหาหานลั่วอี้
“ไม่เลวเลย ไม่เลวเลย เป็นศิษย์ใหม่ที่โดดเด่นมาก หวังว่าในอนาคตเจ้าจะ
ไม่ทำให้ข้าผิดหวัง” ในสายตาที่มองมามีความคาดหวังผสมอยู่
แต่คาดหวังในเรื่องใดนั้น อีกไม่นานพวกเขาจะได้รู้
หานลั่วอี้จ้องกลับไป ชายตรงหน้าอันตราย นั่นคือสิ่งที่สัญชาตญาณบอก
กับเขา อีกทั้งยังไม่สามารถถสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกปราณขั้นใด ทำให้เขา
ระมัดระวังตัวมากขึ้น แต่สักวันต้องก้าวข้ามชายตรงหน้าไปให้ได้
ตอนนี้ความสามารถของภรรยา ผู้คนภายนอกล้วนรับรู้แล้ว ทำเอารู้สึก
กังวลไม่น้อย ยังดีที่ได้ทำสัญญากับตระกูลเสิน จึงพอวางใจไปได้บ้าง
สักวันเขาต้องปกป้องภรรยาให้ได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งชื่อเสียงตระกูลอื่น
“รวมถึงเจ้าด้วย นักหลอมโอสถในสำนักเซียนหลงมีไม่มาก ต่อจากนี้เจ้าคง
กลายเป็นที่ต้องการของผู้ฝึกปราณมากมาย เตรียมรับมือให้ดีเล่า”
“คงรวมถึงท่านด้วยกระมัง” คำตอบของนางทำเขาแย้มยิ้ม เป็นสตรีที่ไม่
หวาดกลัวสิ่งใดเลยสินะ ถูกใจเขาจริง ๆ แต่น่าเสียดายคนเขามีคู่เสียแล้ว
คนฟังยักไหล่ ก้าวถอยหลังสองสามกล่าวก่อนเอ่ย
“เอาละ เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ ข้าจะทำการประกาศว่า หานลั่วอี้
ศิษย์ใหม่ของสำนักเซียนหลง สามารถล้มคู่ต่อสู้และกลายเป็นอันดับหนึ่งในศึก
ชิงแต้มครั้งนี้!!”
“เย้!! หานลั่วอี้ หานลั่วอี้!!”
“หานลั่วอี้ หานลั่วอี้!!”
เสียงโห่ร้องจากศิษย์ใหม่ทั้งหลายดังสนั่นทั่วลานประลอง การที่ศิษย์ใหม่
สามารถเอาชนะศิษย์พี่ได้ พวกเขาที่เหลือต่างรู้สึกยินดีและได้หน้าไปด้วยไม่
น้อย ถึงตนจะแพ้ก็ไม่เป็นไร เพราะยังมีคนที่เข้าสำนักพร้อมกันสามารถชนะ
ได้!!
“และด้วยเหตุนี้ข้าจึงขอมอบสิ่งนี้ให้กับเจ้า ป้ายสำหรับเข้าใช้ห้องพลัง
ปราณระดับสูงเป็นเวลาหนึ่งวัน พร้อมด้วยแต้มหนึ่งร้อยแต้ม!!” หานลั่วอี้ยื่นมือ
ออกไปรับมา
ตัวป้ายไม่มีสิ่งใดพิเศษ เป็นป้ายสีดำสนิทซึ่งแตกต่างจากป้ายประจำตัวของ
เขาที่เป็นสีน้ำตาล
“เอาละในเมื่อมอบรางวัลแล้ว ข้าขอถามว่าเจ้าจะพาใครเข้าห้องพลัง
ปราณไปพร้อมกับเจ้า”
“ยังจะต้องถามอีกหรือศิษย์พี่ ทุกอย่างชัดเจนอยู่แล้ว”
“ต้องเป็นนักหลอมโอสถผู้นั้นแน่”
“ก็ต้องพาภรรยาเข้าไปสิขอรับ”
ศิษย์ใหม่รอบนอกตะโกนเข้ามาในลานประลอง
ชายท่าทางใจดียิ้ม รอคอยให้ชายหนุ่มเป็นคนตัดสิน
“ข้าจะพานางเข้าไปด้วย” มือแกร่งโอบภรรยาเข้ามาใกล้ อีกฝ่ายเงยหน้า
มองแล้วอมยิ้ม
“ท่านเก่งมาก ทำตามที่ข้าต้องการได้จริง ๆ ”
“ภรรยา ไม่ว่าเจ้าจะต้องการสิ่งใด ข้าจะพยายามหามาให้”
“วิ้ว ๆ หวานกันเกินไปแล้ว”
“กลัวคนไม่รู้หรือว่าพวกเจ้าเป็นคนรักกัน!!”
“เห็นใจคนโสดด้วย!! ข้ายังไม่อยากทานอาหารสุนัข”
ไม่รู้ทำไม ตอนนี้เสินเทียนถึงได้รู้สึกว่าตนมีสหายสนิทเพิ่มขึ้นมากมายอย่าง
ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ในเมื่อเจ้าเลือกแล้ว อยากจะเข้าห้องพลังปราณเวลาใดก็สามารถเข้าได้
ทันที แต่อย่าลืมว่าเจ้ามีเวลาในห้องนั้นเพียงหนึ่งวัน เมื่อหมดหนึ่งวันเจ้าจะถูก
ดีดออกมา”
“เข้าใจแล้ว”
จากนั้นการประลองก็ถือว่าสิ้นสุดลง ต่อจากนี้พวกเขาต้องอยู่อาศัยและใช้
ชีวิตภายในพื้นที่ของสำนัก และสามารถออกไปนอกพื้นที่สำนักได้เดือนละครั้ง