ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 74 รายชื่อผู้แข็งแกร่ง
ในที่สุดชีวิตในรั่วสำนักของเยว่ฉีก็เริ่มขึ้น หญิงสาวมีความตื่นเต้นและอยาก
รู้อยากเห็นไปเสียทุกอย่าง อยากรู้ว่าภายในสำนักจะมีความสนุกสนานมากมาย
แค่ไหนให้ค้นหา แม้บางอย่างอาจจะไม่เป็นไปตามที่หวังก็ตาม
ใบหน้างดงามกวาดตามองซ้ายมองขวาเหนือสำนักขึ้นไปบนท้องฟ้ามีสัตว์
อสูรบินได้บินไปมา ดูตื่นตาไม่น้อย รวมไปถึงสัตว์อสูรที่เดินไปมาบนพื้น
“ดูเจ้าจะชื่นชอบสัตว์อสูร” เสินเทียนเอ่ยถาม ตอนนี้ศิษย์ใหม่ทุกคนกำลัง
เดินตามศิษย์พี่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนนำทางไปยังที่พักศิษย์ใหม่
“ข้าอยากได้สักตัวเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสหรือไม่?”
“ศิษย์น้องหากเจ้าต้องการสัตว์อสูรสามารถซื้อได้ ในสำนักมีหอค้าสัตว์อสูร
ไว้หลังได้ห้องแล้วเจ้าสามารถไปดูได้ แต่ภายในหอค้าสัตว์อสูรไม่สามารถใช้
แต้มซื้อได้ ต้องใช้เงินตำลึงเท่านั้น”
เยว่ฉีพยักหน้าเข้าใจ “ขอบคุณศิษย์พี่ที่บอกกล่าว”
“ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อย เอาละถึงห้องพักของพวกเจ้าแล้ว”
ห้องพักของศิษย์ใหม่จะเหมือนกันหมด เป็นห้องชั้นเดียวเรียงติดกันเป็น
แถวยาว แบ่งออกเป็นสองฝั่งหันหน้าเข้าหากัน ภายในห้องไม่กว้าง มีขนาด
กว้างหนึ่งจั้ง ยาวสองจั้ง มีหน้าต่างฝั่งเดียวซึ่งตรงข้ามกับประตู ภายในห้องมี
เตียงหนึ่งหลัง โต๊ะวางของหนึ่งตัว ฟูกนอนบาง ๆ ที่แทบจะให้ความอบอุ่นไม่ได้
กับผ้าห่มผืนหนึ่งที่เหมือนแข่งกันบางกับฟูกนอน
ศิษย์ใหม่หลายคนเห็นแล้วพลันเผยสีหน้าซับซ้อน
ไม่ใช่เพียงพวกเขาเยว่ฉีก็ไม่อยากนอนในห้องนี้ ผนังห้องบางมาก ได้ยิน
กระทั่งเสียงห้องข้าง ๆ
สรุปคือ ห้องเล็ก แคบ หาความเป็นส่วนตัวไม่เจอ
“ศิษย์พี่ไม่มีห้องที่ดีกว่านี้แล้วหรือ?” หนึ่งในศิษย์ใหม่ถามขึ้น หญิงสาวหัน
ไปมองศิษย์พี่คนนั้นทันที
นางเองก็อยากรู้
คนถูกถามเผยยิ้ม “มี แต่พวกเจ้าต้องจ่ายแต้มในการอยู่ ยิ่งห้องดีเท่าใด
แต้มที่ต้องจ่ายก็สูงขึ้น แต่หากอยู่ในห้องนี้พวกเจ้าไม่ต้องเสียแต้ม จนกว่าทาง
สำนักจะเปิดรับศิษย์ใหม่อีกครั้ง เมื่อถึงตอนนั้นพวกเจ้าต้องย้ายออกไปเช่าห้อง
อยู่ เพื่อให้ศิษย์น้องอยู่อาศัย”
ศิษย์หลายคนเข้าใจกฎที่ว่า แข็งแกร่งกว่าย่อมได้สิ่งที่ดีกว่า ขึ้นมาอย่าง
ลึกซึ้ง
หลายคนจึงจำใจต้องอยู่ที่ห้องนี้ไปก่อน เมื่อหาแต้มได้พอแล้วค่อยย้ายออก
ส่วนคนที่มีครอบครัว หรือญาติอยู่ในสำนักก็มักจะไปหยิบยืมแต้มจากญาติมา
เช่าห้องก่อน
“พวกเจ้าคงต้องการเช่าห้องอยู่สินะ” ศิษย์พี่หันมาถามคนทั้งหก เห็นพวก
เขาพยักหน้าจึงเดินนำทางไปยังห้องที่ดีกว่า
สูงถัดขึ้นมาจากห้องที่ทางสำนักจัดให้ มีบ้านส่วนตัวหลังเล็กพอให้อยู่อาศัย
ได้สองคน แต่เครื่องเรือนไม่ได้มากมายนัก แต่ก็ถือว่าส่วนตัว
“นี่คือบ้านหลังเล็ก สามารถอยู่อาศัยได้สองคนต่อหนึ่งหลัง หรือจะอยู่คน
เดียวก็ได้ ค่าเช่าสำหรับบ้านหนึ่งหลังคือร้อยแต้มต่อหนึ่งเดือน”
บ้านหลังน้อยยังราคาเท่านี้ไม่อยากจะเชื่อคิดว่า บ้านสองชั้นซึ่งอยู่ถัดขึ้นไป
อีกจะต้องจ่ายกี่แต้ม
“ส่วนบ้านสองชั้นด้านบนนั้นต้องจ่ายเดือนละห้าร้อยแต้ม ภายในบ้านมี
เครื่องเรือนครบครัน มีสองห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ และห้องโถงหนึ่งห้อง” เยว่ฉี
มองหน้าศิษย์พี่ หากเขาได้ไปอยู่ในโลกที่นางจากมา คงจะเป็นนักขายมือทอง
ดูสิ สามารถพูดเชิญชวนให้ผู้คนสนใจได้
แค่สายตาเล็กน้อยก็สามารถจับสังเกต และพูดสิ่งที่คู่สนทนานึกอยู่ออกมา
ได้อย่างเหมาะสม
“พี่เสินท่านเช่าบ้านสองคนอยู่กับข้าดีหรือไม่?” เสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นจูเฟ
ยฮวา
เสินเทียนเห็นว่านางคิดจะยืมมือเขาและต้องการใช้โอกาสนี้อยู่ร่วมกันจึง
ขยับเข้ามาใกล้เยว่ฉี
“ช่วยข้าด้วย” ดูจะไม่ชอบนางมาจริง ๆ สินะ
เสินเทียนทำถูกแล้วที่ปฏิเสธ ชายหญิงที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ หากอยู่
ร่วมกัน คงได้กลายเป็นขี้ปากผู้คน ดีไม่ดีอาจจะถึงขั้นต้องจัดงานแต่งเพื่อ
รับผิดชอบชื่อเสียงของฝ่ายหญิง
บางทีนางคงคิดใช้วิธีนี้จับเสินเทียน
“พี่เสินท่านรังเกียจข้าหรือ?”
“ข้าเพียงไม่ชอบเจ้า จูเฟยฮวาเจ้าเลิกชอบข้าแล้วหันไปมองคนที่ต้องการ
เจ้าจะดีกว่า” ไม่รู้ว่าเสินเทียนพูดแรงไปหรือไม่ นางถึงได้ก้มหน้าเงียบ
นิสัยอย่างจูเฟยฮวา เสินเทียนแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเรื่องระหว่างทั้ง
พวกเขาไม่มีทางเป็นไปได้ ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง หากเขาไม่แสดงออก
ให้ชัดเจนอีกฝ่ายอาจจะเกิดความรู้สึกว่า ยังคงมีหวัง
“ศิษย์พี่สองห้องที่ท่านว่า แยกเป็นห้องด้านล่างกับห้องด้านบนใช่หรือไม่?”
ศิษย์พี่ยิ้ม “เป็นเช่นนั้น”
“ลั่วอี้เช่าบ้านสองชั้นดีหรือไม่ ให้เสินเทียนอยู่ห้องด้านล่าง”
“ได้”
แม้ใจจริงนางจะอยากเช่าบ้านที่เป็นส่วนตัว ใช้ชีวิตอยู่กับสามีสองคนก็ตาม
แต่เมื่อเห็นว่าเสินเทียนต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ จึงยอมยื่นมือช่วยเหลือ
“อีกสามที่เหลือเล่า?”
มู่หลินเห็นว่าจูเฟยฮวาถูกปฏิเสธ อีกทั้งยังไม่มีแต้มพอจะเช่าห้องจึงรีบ
อาสา
“น้องเฟยฮวา ยินดีจะพักร่วมกันกับพี่หรือไม่? น้องเฟยฮวาไม่มีแต้มพอจะ
เช่าห้องไม่ใช่หรือ” นางเงยหน้ามอง ถึงจะไม่พอใจแต่ก็ยอมพยักหน้า
“ข้าไม่มีแต้มพอจะเช่าห้องจริง ๆ พี่มู่ท่านให้ข้ายืมแต้มก่อนได้หรือไม่?”
ยังไม่ทันที่มู่หลินจะได้พูดอะไร คนของตระกูลจูก็เดินทางมาหานาง
“คุณหนู พวกข้ามารับแล้วขอรับ พวกข้าได้เช่าห้องสองชั้นให้คุณหนูแล้ว
ไม่ทราบว่าคุณหนูจะเข้าพักเลยหรือไม่”
“คุณชายมู่ พวกข้าได้เตรียมบ้านพักไว้ให้ท่านแล้วเช่นกัน เชิญด้านนี้
ขอรับ” มู่หลินคล้ายผิดหวัง เพราะคิดจะใช้โอกาสนี้ใกล้ชิดจูเฟยฮวา
ดูท่าคนตระกูลใหญ่ในสำนักจะมีไม่น้อยเลย ทั้งยังสั่งให้ช่วยเหลือบุตรของ
ตน
“คุณชายมู่ท่านไม่ต้องกังวล บ้านที่ข้าเช่าไว้ให้คุณชายอยู่ข้างบ้านคุณหนูจู
ขอรับ” หนึ่งในสองคนที่เข้ามาหาชายหนุ่มกระซิบบอก มู่หลินถึงได้ยกยิ้มพอใจ
“พวกเจ้าทำดีมาก” เอ่ยกับคนของบิดาแล้วหันไปหาหญิงสาว” น้องเฟ
ยฮวาพวกเราไปกันเถิด”
“แต่ว่าข้า…” นางหันมาทางเสินเทียน ทว่าชายหนุ่มกลับหันไปทางอื่น
เมื่อเห็นว่าเขาไม่สนใจ นางจึงเม้มปาก หันไปพยักหน้าให้มู่หลินจากนั้นเดิน
ผละออกไป
ตอนนี้จึงเหลือเพียงสองสามีภรรยาเยว่หาน เสินเทียน และสตรีไม่ทราบชื่อ
“ในเมื่อนางไปแล้ว ข้าคงไม่รบกวนพวกเจ้า เช่าบ้านอยู่คนเดียวดีกว่า”
เยว่ฉีพยักหน้าตกลง
สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็ลงตัว พวกเขาไม่ได้เช่าบ้านสองชั้นแต่เลือกจะเช่า
บ้านชั้นเดียวสำหรับสองคนแทน แถมบ้านยังอยู่ข้างบ้านเสินเทียนและสตรีไม่
ทราบชื่อผู้นั้น
จัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จแล้ว สิ่งแรกที่เยว่ฉีต้องการจะไปดูคือ รายชื่อผู้
แข็งแกร่ง นางอยากรู้ว่าสี่อันดับที่ชายผู้นั้นบอกมีชื่อว่าอะไร
รายชื่อผู้แข็งแกร่งนั้นหาไม่ยาก ขอแค่หาเสาขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่กลางสำนัก
เจอ ก็จะพบกับรายชื่อที่ต้องการ
รายชื่อร้อยอันดับผู้แข็งแกร่งถูกแสดงอยู่บนเสายักษ์ต้นนี้
“พวกเจ้าคงจะเป็นศิษย์ใหม่ที่สามารถล้มศิษย์พี่ได้ใช่หรือไม่?” เสียงหนึ่ง
ดังขึ้นข้างกาย พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นชายร่างกายเพรียวบางให้ความรู้สึก
คล้ายบัณฑิต ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์กวาดมองพวกเขาทั้งสี่
ใช่ ฟังไม่ผิด ทั้งสี่คน สตรีผู้นั้นที่ตอนแรกไม่รู้จักชื่อตอนนี้ได้ทำความรู้จัก
กันแล้ว นางชื่อหวานเว่ย เป็นผู้ฝึกปราณขั้นหก นิสัยออกจะโผงผาง แมน ๆ คิด
อะไรก็พูดออกมาตรง ๆ ซึ่งถือว่าเป็นคนที่ค่อนข้างจริงใจไม่น้อย ส่วนนิสัยใจ
คอจริง ๆ ต้องดูกันไปเรื่อย ๆ
“ใช่ขอรับ ท่านคงเป็นศิษย์พี่กระมัง” ชุดของสำนักศึกษาเซียนหลง
เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นศิษย์เก่าหรือใหม่
ชุดสีฟ้าลายไผ่ แตกต่างกันที่ผ้าคาดเอวของศิษย์เก่าจะเป็นสีน้ำเงินส่วน
ศิษย์ใหม่จะเป็นสีขาว
“ฮ่า ฮ่า ใช่ ข้าได้ยินเรื่องของเจ้ามาจากสือตง เขาบอกว่าเป็นศิษย์ใหม่มาก
ความสามารถ ดูท่าแล้วคงจะเป็นจริงดังข่าวลือ” อีกฝ่ายยกมือขึ้นจับคางมอง
พิจารณาหานลั่วอี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหันมาหาเยว่ฉี
“เจ้าคงเป็นนักหลอมโอสถกระมัง” แล้วหันไปหาหวานเว่ย “หรือจะเป็น
เจ้า?”
หวานเว่ยส่ายหน้า “เป็นนางไม่ใช่ข้า”
“เจ้านี่เอง…” ว่าจบก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เยว่ฉี หานลั่วอี้รีบขยับมาบังอีกฝ่าย
ชายท่าทางเจ้าเล่ห์เหลือบสายตาขึ้นมอง ก่อนจะยกยิ้ม “ที่บอกว่าเจ้าหวง
แหนนางดูท่าจะจริง เป็นข้าก็คงจะหวงแหนนักหลอมโอสถของตน
เช่นเดียวกัน”
“นางเป็นคนรักของข้า” น้ำเสียงกดต่ำถูกส่งออกไป ใช้สายตาไม่ไว้วางใจ
และเย็นเยือบจ้องมองอีกฝ่าย
“ไม่ต้องระแวงข้าขนาดนั้น ข้าเพียงสนใจพวกเจ้า” อีกฝ่ายยักไหล่ ยื่นมือ
มาตรงหน้าหานลั่วอี้
“ข้าชื่อเผยหยาง คนที่บางทีพวกเจ้าอาจจะอยากเอาชนะ” พร้อมกระตุก
ยิ้มมุมปาก
เยว่ฉีขมวดคิ้ว มองขึ้นไปตามรายชื่อผู้แข็งแกร่ง ก่อนจะเบิกตากว้าง แล้ว
ดึงสายตากลับมามองอีกฝ่าย
เผยหยางราวกับสัมผัสถึงสายตานางได้จึงหันมายิ้มให้ “อันดับสามของ
รายชื่อผู้แข็งแกร่ง”
คลื่นอารมณ์แล่นผ่านดวงตาหานลั่วอี้ ชายหนุ่มหลุบตามองมือที่ยื่นมา
ก่อนจะยื่นมือออกไปสัมผัส
รู้สึกได้ถึงแรงกดดันและคุกคามจากมือที่สัมผัสกัน
เผยหยางเผยสายตาแวววาวชื่นชอบ ทั้งที่ระดับขั้นการฝึกปราณแตกต่าง
กัน แต่กลับสามารถเผชิญหน้ากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว
ศิษย์ใหม่รอบนี้คงทำให้เขาสนุกได้เหมือนที่สือตงพูด
“หวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง ในเร็ว ๆ นี้”
และก็เดินจากไปง่าย ๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อันดับสามงั้นหรือ? สักวันข้าจะกระชากเขาลงมาและขึ้นไปให้สูงกว่า”
หานลั่วอี้พึมพำสัญญากับตนเอง
ยิ่งแข็งแกร่ง ก็จะยิ่งปกป้องสิ่งสำคัญได้มากยิ่งขึ้น แถมตอนนี้ภรรยาก็
คล้ายกลายเป็นคนที่ทุกคนอยากจะเข้าหา
“ภรรยา บางทีข้าคงคิดผิดที่ให้เจ้าเข้าสำนักมาด้วยกัน”
เยว่ฉีเลิกคิ้วสงสัย เป็นอะไรของเขากัน
“เหตุใดท่านถึงได้พูดเช่นนี้”
“ตอนนี้เจ้าเป็นที่สนใจ สายตามากมายต่างจับจ้องมาที่เจ้า”
เหมือนนางจะเข้าใจความคิดของชายผู้นี้ มุมปากพลันยกขึ้น
“ลั่วอี้ ท่านกำลังหึงเพราะสายตาผู้อื่นหรือ?”
“ไม่ได้หรือ? หากเป็นไปได้ ข้าอยากจะกักขังเจ้าไว้ในบ้าน ไม่ให้ผู้ใดพบ
เจอ” น้ำเสียงเขาจริงจังเสียจนนางไม่กล้าขำออกมา สัมผัสมือลงบนแก้ม
“คนโง่ ไม่ว่าใครจะมองข้าหรือต้องการข้า คนที่ข้าต้องการก็มีเพียงท่าน”
คำพูดภรรยาช่วยทำให้หัวใจชายหนุ่มพองโตจนแทบจะระเบิด ฝ่ามือแกร่ง
ประทับลงบนฝ่ามือเล็กกว่า ถูไถใบหน้าเข้ากับฝ่ามือ
สองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“เสินเทียนสองคนนั้นเป็นเช่นนี้เสมอหรือ? แสดงความรักต่อกันโดยไม่สน
สายตาผู้อื่น” หวานเว่ยขยับเข้าใกล้เอ่ยถามเสียงเบา
“ใช่ หากเจ้ายังอยู่ใกล้ ๆ พวกข้าก็จะถูกป้อนอาหารสุนัขอยู่ร่ำไป”
หวานเว่ยมองหน้าคนพูดก่อนจะถอนหายใจออกมา ยกมือขึ้นตบไหล่เสิน
เทียนเบา ๆ สองสามที
“ที่ผ่านมาท่านคงลำบากมาก”