ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 76 สัตว์อสูรหายาก
เสินเทียนถือไข่ไว้ในมือ พลังปราณในร่างเริ่มถูกถ่ายโอนเข้าไปในไข่ การจะ
ฟักไข่สัตว์อสูรต้องใช้พลังปราณของผู้เป็นเจ้าของ หากพลังปราณไม่เพียงพอไข่
ก็จะไม่ฟักออกมา
ด้วยเหตุนี้ไข่ของหานลั่วซานจึงยังไม่ถูกฟัก ส่วนเรื่องที่สามารถเดินไปไหน
มาไหนได้ ถือเป็นความพิเศษของไข่ใบนั้น
พลังปราณมากมายของเขาถูกดึงเข้าไปในไข่เรื่อย ๆ สีหน้าตื่นเต้นเมื่อ
เริ่มต้นเริ่มชื้นเหงื่อ
ขามุงทั้งหลายยังคงเฝ้ามองดู อยากรู้ว่าจะฟักออกมาเป็นสัตว์อสูรชนิดใด
ผ่านไปหนึ่งเค่อไข่ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะฟัก
การฟักไข่สามารถหยุดฟักแล้วกลับมาฟักใหม่ได้ หากไม่รีบก็แค่ค่อย ๆ เติม
พลังปราณของผู้เป็นเจ้าของลงไป พอถึงจุดที่ไข่สัตว์อสูรพร้อมก็จะฟักออกมา
เอง แต่หากรีบร้อน ระหว่างที่พลังปราณเริ่มเหือดแห้งก็ต้องกลืนโอสถหรือดูด
ซับหยกวิญญาณเพื่อเพิ่มพลังปราณ
เสินเทียนไม่คิดจะยอมแพ้ เจ้าสิ่งนี้อาจจะไม่ธรรมดาก็ได้ ในเมื่อกินพลัง
ปราณเขาไปมากขนาดนี้ จะต้องเป็นสัตว์อสูรที่ดี!!
“อย่าทำให้ข้าผิดหวังเสียละ” ชายหนุ่มเอ่ยปาก หยิบหยกวิญญาณ
ระดับสูงออกมา ดูดซับพลังจากหยกไปพร้อม ๆ กับถ่ายโอนพลังปราณเข้าไป
ในไข่
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม กับหยกระดับสูงห้าก้อน ในที่สุดไข่ที่เงียบสงบมานานก็
เริ่มมีปฏิกิริยา มันดิ้นไปมาในมือก่อนจะลอยขึ้นกลางอากาศ
เสินเทียนที่ต้องอดทนมานานถึงขั้นทรุดลงกับพื้น หวานเว่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
เข้าไปช่วยพยุงชายหนุ่มให้ลุกขึ้นยืน เขาสูดหายใจเงยหน้ามองไข่สัตว์อสูร
ไข่ใบนั้นเปล่งแสงสีส้มออกมา ตามมาด้วยรอยแตกรอบไข่ เท้าข้างหนึ่งเตะ
เปลือกไข่ออกมาก่อน ก่อนจะตามมาด้วยเท้าอีกข้าง จากนั้นสัตว์อสูรตัวน้อยใน
ไข่ก็โผล่หัวออกมา
เปลวเพลิงสีส้มแดงลุกไหม้ทั่วศีรษะดวงตกลมโตกวาดตามองไปมา
ชั่วขณะหนึ่ง บริเวณโดยรอบพลันเงียบสงัด จนถึงชั่วเวลาที่เจ้าสัตว์ตัวน้อย
กะเทาะเปลือกไข่ออกมาจนหมด แล้ววิ่งด้วยความปราดเปรียวกลางอากาศพุ่ง
เข้าใส่เสินเทียน
ร่างเล็กกระแทกเข้ากับหน้าอก ดวงตากลมโตเป็นประกายใสซื่อเงยสบเข้า
กับดวงตาของเขา ก่อนเจ้าตัวเล็กจะยิ้มกว้างออกมา
คล้ายได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจออกมาจากปากเล็กนั่น
จังหวะนี้เองที่ความเงียบเปลี่ยนเป็นความวุ่นวาย
“หมาป่าเพลิงผลาญ!! เป็นหมาป่าเพลิงผลาญสัตว์อสูรหายากระดับสูง!!”
เสียงนี้สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนโดยรอบ หลายคนที่มองอยู่รอบนอก
เบียดเสียดเข้ามาเพราะต้องการอยากจะเห็นสัตว์อสูรหายากชัด ๆ
ส่วนเจ้าของสัตว์อสูรตนนี้นั้น ตัวแข็งค้างไปแล้ว
ยืนตัวแข็งมองเจ้าตัวเล็กในอกด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
“ขะ…ข้า สัตว์อสูรของข้า ฮ่า ฮ่า!!” เมื่อตั้งสติได้ เสินเทียนก็หัวเราะออกมา
ราวกับคนเสียสติ เขายกเจ้าตัวเล็กในมือขึ้นสูง จ้องมองดวงตากลมโตน่ารัก
อ่า…ยิ่งมองยิ่งน่ารักมาก
ชายหนุ่มดึงสัตว์อสูรเข้ามาใกล้ จูบลงบนศีรษะซึ่งเต็มไปด้วยเปลวเพลิง
เปลวเพลิงนี้สามารถทำร้ายคนได้ แต่หากสัตว์อสูรตนนี้ไม่ต้องการ เปลว
เพลิงรอบศีรษะก็เป็นเพียงแผงคอเท่านั้น ไม่มีอันตรายใด ๆ
“ต่อไปนี้เจ้าคือสัตว์อสูรของข้า ข้าจะตั้งชื่อเจ้าว่าเสินฮว่า” สัตว์อสูรในมือ
เอียงคอมองเล็กน้อย ก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งบนไหล่ ดูเหมือนว่ามันจะชอบ
ชื่อที่เขาตั้งให้
“เด็กดีข้าจะเลี้ยงเจ้าให้ดีเลย” เสินเทียนยกมือลูบศีรษะเล็ก พึงพอใจใน
สัตว์อสูรตนนี้มาก หมาป่าเพลิงผลาญ สัตว์อสูรหายากที่เมื่อโตเต็มวัยจะ
สามารถก้าวไปสู่สัตว์อสูรระดับแม่ทัพ เทียบเท่าได้กับผู้ฝึกปรารณขั้นเซียน เงิน
ห้าหมื่นตำลึงที่เสียไป ถือว่าคุ้มค่ามาก!!
เสินเทียนเล่นกับสัตว์อสูรของตนด้วยสีหน้าเบิกบาน นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดตั้งแต่
เขาเกิดมาเลยก็ว่าได้
ไม่คิดว่าจะได้สัตว์อสูรหายากมาครอบครอง แถมยังเป็นสัตว์อสูรธาตุไฟ
ธาตุที่เขาถนัดมากที่สุด
“ขอบใจเจ้ามาก” ชายหนุ่มเอ่ยขอบคุณหญิงสาว เยว่ฉีพยักหน้ายิ้ม ๆ
“ชายผู้นั้นซื้อไข่สัตว์อสูรมาจากตรงนี้ใช่ไหม หากข้าซื้อบ้างจะได้สัตว์อสูร
หายากหรือไม่!!”
“เจ้าเพ้อฝันหรือ? บางทีชายผู้นั้นอาจจะโชคดี”
“ไม่ลองเสี่ยงจะได้ของดีหรือ? บางทีข้าอาจจะเจอสัตว์อสูรหายากบ้าง”
หลายคนเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ต่างกรูเข้าไปซื้อไข่สัตว์อสูร
ข่าวที่ว่ามีสัตว์อสูรหายากปรากฏตัวออกมา ช่วยกระตุ้นยอดขายของหอค้า
สัตว์อสูรได้มาก
ศิษย์มากมายแห่เข้ามาเพื่อหวังจะเสี่ยงดวงได้ของดี
“พี่เสินยินดีกับท่านที่ได้สัตว์อสูรหายาก” จูเฟยฮวาเดินเอียงอายเข้ามาหา
สายตานางจับจ้องไปยังสัตว์อสูรบนไหล่เสินเทียน หมาป่าสีส้มแดงตัวเล็ก
ท่าทางองอาจทั้งที่ยังเป็นเด็ก ไฟบริเวณแผงคอหายไปแล้วเหลือเพียงขนยาว
สลวยดูนุ่มน่าสัมผัส กลางลำตัวของหมาป่าเพลิงผลาญมีปีกคู่หนึ่งถูกพับเก็บไว้
ดูเหมือนว่าสัตว์ตัวน้อยจะสัมผัสถึงสายตานางได้ มันเงยหน้าขึ้นมอง ก่อน
จะขมวดคิ้วแล้วนอนลงบนไหล่เช่นเดิม ไม่สนใจ
สัตว์อสูรเหมือนเจ้าของสินะ
เยว่ฉีคิดในใจ
“ขอบใจคุณหนูจู” พูดแค่นั้นก็จบประโยค หญิงสาวเม้มปากเน้น ก่อนจะ
ทำเป็นไม่สนใจความเหินห่างในคำพูด
เสินเทียนเปลี่ยนคำเรียกนางแล้ว…
ถึงอย่างนั้นก็พยายามทำใจกล้าเอ่ยออกไป
“พี่เสินท่านจะหาไข่สัตว์อสูรให้ข้าสักใบได้หรือไม่?”
“คงไม่ได้”
“พี่เสินแม้ท่านจะไม่ชอบข้าก็ไม่เห็นจะต้องเย็นชากับข้าถึงเพียงนี้ ข้าเพียง
ขอให้ท่านช่วยเลือกไข่ให้ข้าสักใบ เผื่อจะได้ไข่สัตว์อสูรหายากบ้างเท่านั้น” นาง
ยังคงดึงดัน ด้วยต้องการใกล้ชิดชายหนุ่มให้นานขึ้น จึงหาเรื่องมาพูดคุย
“ข้าคงทำให้เจ้าไม่ได้ เพราะข้าไม่ได้เป็นคนหาไข่ใบนี้”
“พี่จะบอกว่า…คนอื่นให้พี่มา? จะมีใครใจดีมอบของดีเช่นนี้ให้ผู้อื่น” ไม่ใช่
สัตว์อสูรทั่วไป แต่เป็นสัตว์อสูรหายาก ของดีเช่นนี้ใครกันถึงได้โง่มอบให้ผู้อื่น
จูเฟยฮวามองตามสายตาเสินเทียน ก่อนจะไปหยุดที่ร่างเยว่ฉี
“นางมอบให้พี่หรือ? เหตุใดนางถึงได้มอบของดีให้พี่ หรือว่านางจะมีใจให้พี่
จริง ๆ ”
เสินเทียนถึงกับขนลุกเมื่อได้ยินประโยคนี้ เจ้ากำลังหาเรื่องให้ข้าตายอยู่รู้
หรือไม่ และพอเขาผินสายตามองหานลั่วอี้ก็ต้องหลุบสายตาหนี เมื่อปะทะเข้า
กับสายตาเย็นเยียบของสหาย
ข้าหาใช่คนผิด จูเฟยฮวานางคิดไปเอง !!
“ไหนเจ้าบอกว่าเป็นเพียงสหาย เหตุใดถึงมอบของดีเช่นนี้ให้พี่เสิน หรือ
เจ้าต้องการจะมัดใจเขา” น้ำเสียงไม่พอใจของนางทำเยว่ฉีขมวดคิ้ว เอ่ยเสียง
เรียบ
“ข้าเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเสินเทียนถึงไม่ชอบเจ้า สตรีที่ในหัวมีแต่ความคิด
ดำมืด คิดได้แต่สิ่งไม่ถูกไม่ควร อิจฉาริษยา หากแต่งมาเป็นภรรยาชีวิตคง
วุ่นวายไม่จบสิ้น” ไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่าย เยว่ฉีกล่าวขึ้นมาอีกประโยค
“คิดได้เช่นไรว่าข้ามีใจให้เสินเทียน ข้ามีสามีแล้ว ไม่ว่าเขาจะดีกว่าหรือ
ด้อยกว่าเสินเทียน ข้าก็ไม่คิดจะเอาสหายมาเป็นสามี และสวมหมวกเขียวให้ข้า
สามีข้า”
“เก็บความคิดสกปรกของเจ้าไว้ใช้กับผู้อื่นเสีย แต่จะให้ดี อย่าได้เอา
ความคิดสกปรกนี้ไปใช้กับผู้อื่น!” พูดจบก็หันมาจับมือสามีเดินออกจากหอค้า
สัตว์อสูร
ไม่ลืมหันไปหาคนทั้งสอง
“พวกเจ้าจะไปกับข้าหรือจะอยู่ที่นี่!!”
เจ้าแม่ลงประทับร่างนางแล้ว!!
สองคนถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นสีหน้าโมโหของเยว่ฉี รีบก้าวเร็ว ๆ ตามหลัง
เหมือนลูกสุนัขที่กระทำความผิด ไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงผู้ปกครอง
คนออกไปแล้ว…
จูเฟยฮวาได้แต่มองตามหลังด้วยสีหน้าไม่พอใจ สตรีผู้นั้นถือดียังไงมาต่อว่า
นาง แถมต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้
จูเฟยฮวากระทืบเท้าไม่พอใจ อยากจะจัดการสตรีปากกล้าผู้นั้นให้ตาย ๆ
ไปเสีย
“น้องเฟยฮวาใจเย็น ๆ ไม่ใช่ว่าน้องเฟยต้องการสัตว์อสูรหรือ หากชักช้าคน
อื่นอาจจะเอาของดีไปหมด” มู่หลินเอ่ยปลอบ เขาอยู่ในหอตั้งแต่แรก เห็นทุก
อย่างรวมถึงสัตว์อสูรตนนนั้นด้วย
เขาเองก็อยากได้สัตว์อสูรหายากเช่นกัน ทำไมโชคดีถึงไม่ตกมาอยู่ที่เขาบ้าง
“พี่มู่ พี่จะหาสัตว์อสูรดี ๆ ให้ข้าใช่ไหม” จูเฟยฮวาหันไปออดอ้อนมู่หลิน
นางรู้แล้วว่าเสินเทียนไม่มีทางชอบนาง แต่จะให้ตัดใจทันทีก็ไม่สามารถทำได้
พอเห็นหน้าจึงมีความคิดอยากเข้าไปพูดคุยด้วย
“น้องเฟยไม่ต้องกังวล พี่จะพยายามให้มาก” มู่หลินมีความสุขมากที่นาง
ออดอ้อนตน และหวังว่าจูเฟยฮวาจะหันมารักเขาในสักวันหนึ่ง