ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 77 หุบเขาหลังสำนักศึกษา
“เสินเทียนนางกำลังโมโหใช้หรือไม่?” สองคนที่เดินตามหลังมากระซิบ
กระซาบกัน คนถูกถามเหลือบตามองก่อนจะพยักหน้า
“เยว่ฉีไม่ชอบให้ใครมาว่านางสวมหมวกเขียวให้สามี เพราะกลัวสามีรู้สึกไม่
ดี”
“เป็นข้าก็ไม่ชอบ ต่อหน้าสามีคนอื่นยังกล้าพูดว่า เมียท่านชอบสหายท่าน
ดีที่นางไม่กระโดดซัดสักหมัด เป็นข้าคงได้เปิดกันสักยก”
เสินเทียนถึงกับหันหน้าไปมอง ยามเอ่ยประโยคนี้นางดูจริงจังมาก จนเขา
เชื่อว่าหากเกิดขึ้นจริงหวานเว่ยคงกระโดดเข้าใส่
“หากนางทำจริง ตระกูลเสินคงได้ปะทะตระกูลจู”
“เจ้ากลัวตระกูลจูหรือ?”
“ตระกูลข้าเนี้ยนะจะกลัว เจ้าล้อข้าเล่นแล้ว”
“ข้าไม่ได้ล้อเล่น ข้าถามจริง ๆ ” ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก ส่ายหัวไม่พูด
อะไรอีก
“หงุดหงิด คิดได้ยังไงว่าข้าจะสวมหมวกเขียวให้ท่าน กับเสินเทียนเนี่ยนะ
แค่คิดก็ขนลุกแล้ว!” เยว่ฉีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หากไม่ติดว่าเรื่องน่า
รำคาญอาจจะตามมาไม่จบไม่สิ้น นางอยากกระโดดขาคู่ใส่สักที ตบกบาลอีก
สองที จะได้เรียกสตินางคืนมาได้บ้าง
“ข้ากำลังโมโหอยู่ เหตุใดท่านถึงได้ยิ้มไม่หยุด”
“ภรรยา ข้ามีความสุขที่เจ้าไม่พอใจแทนข้า” คำพูดหานลั่วอี้ช่วยคลาย
อารมณ์โมโหได้เป็นอย่างดี เยว่ฉีขยับเข้าไปกอดสามี
“ข้าไม่มีทางสวมหมวกเขียวให้ท่าน”
ชายหนุ่มชะงักไป ก่อนจะกอดตอบ
“ข้ารู้ รู้ว่าเจ้าไม่มีทางทำเช่นนั้น” สายตาอ่อนโยนก้มมองคนในอ้อมกอด
ประทับจุมพิตกลางกระหม่อมไม่สนสายตาผู้คน
“ข้าไม่ว่าหากพวกเจ้าจะแสดงความรักต่อกัน แต่ดูสถานที่บ้างได้หรือไม่?
คนเยอะเพียงนี้เจ้ายังจะมาพลอดรักกัน!!”
“เสินเทียน อิจฉา พูดเช่นนี้” เยว่ฉียกยิ้ม ยักคิ้วอย่างผู้ชนะไปทีหนึ่ง
“ดี ข้ารึอุตส่าห์จะบอกบางอย่างกับเจ้า เผื่อเจ้าจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง
ตอนนี้ข้าไม่อยากบอกแล้ว!!”
“เหอะ…ไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นคนเนรคุณ ข้าอุตส่าห์หาไข่สัตว์อสูรที่เจ้า
ต้องการให้ แต่เจ้าทำกับข้าเช่นนี้หรือ!!”
ทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนโดนคำพูดตนเองตอบกลับ
เสินเทียนมองนาง เห็นว่ามุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย
สตรีผู้นี้ แกล้งเขาอีกแล้ว!!
“เสินฮว่าดูสิ พ่อโดนรังแก”
“เจ้ายังไม่มีภรรยาจะมีลูกได้ยังไง นั่นคือสัตว์อสูรไม่ใช่ลูก” เยว่ฉีกล่าวดับ
ฝันเขาเสียดื้อ ๆ ชายผู้ถูกกระทำถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หันไปสบตา
“ข้าไม่เคยเอาชนะเจ้าได้เลย”
“เจ้าถูกกำหนดให้แพ้ข้ามาตั้งแต่ต้น” นางสนับสนุนคำพูดตนเอง โดยการ
กอดแขนคนข้างกาย
เสินเทียนมองตามสายตาจนสบเข้ากับสายตาหานลั่วอี้ ก่อนตอบ “ใช่ ข้า
มันคนอับโชคเอง”
“คิ…” เสียงหลุดขำของคนข้างกายเรียกความสนใจจากเขา พอหันไปมอง
ก็เห็นว่าหวานเว่ยกำลังหัวเราะอยู่
“เจ้าเองก็หัวเราะข้าหรือ?”
“มะ….ไม่ใช่ คิ” ท่าทางกลั้นขำเต็มที่ของนางไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
ไม่รู้อะไรดลใจให้เสินเทียนโน้มหน้าเข้าไปใกล้ เหลือบตามองที่ระดับ
สายตาต่ำกว่า
“แม่นางหวานเว่ย หากเจ้ายังไม่หยุดหัวเราะ ข้าจะลงโทษเจ้า” น้ำเสียง
หวานหูน่าฟัง การกระทำคลุมเครือ
หวานเว่ยที่ตลอดสิบกว่าปีไม่เคยถูกบุรุษมองด้วยสายตาเช่นนี้ถึงกับชะงัก
ใบหน้าแดงระเรื่อ รีบหันหน้าหนีสายตาเจ้าเล่ห์ของเสินเทียน
คนแกล้งกระตุกยิ้มมุมปาก เผลอคิดไปว่า ปฏิกิริยาตอบรับของนางน่ารักดี
หืม? …สองคนนี้พึ่งจะเจอกันเอง ทำไมถึงรู้สึกว่าต่อจากนี้จะมีเรื่องดี ๆ
เกิดขึ้นกันนะ
“ภรรยาคิดสิ่งใดอยู่”
เยว่ฉีอมยิ้มเอ่ยเสียงเบา “ท่านว่าสองคนนี้เหมาะสมกันหรือไม่?”
บุรุษท่าดีกับสตรีโผงผาง เข้ากันสุด ๆ
เมื่อได้ฟังคำพูดภรรยาหานลั่วอี้ถึงกับส่ายศีรษะยิ้ม ๆ
“ปล่อยให้เป็นเรื่องของพวกเขา”
“ข้ารู้ ข้าไม่คิดจะเข้าไปยุ่ง”
เพื่อไม่ให้บรรยากาศแปลก ๆ คงอยู่ต่อไป เยว่ฉีจึงเอ่ยทำลายบรรยากาศ
“เจ้าบอกว่ามีเรื่องจะบอกข้า”
เสินเทียนได้สติหันมาตอบ
“ท่านพ่อเคยบอกข้าว่าด้านหลังสำนักเซียนหลงมีหุบเขาอยู่เป็นสถานที่
อันตรายแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น” เสินเทียนพูดยิ้ม ๆ เขาอยากลองเข้าไปดู
สักครั้ง
แม้จะเจอเรื่องอันตรายก็ไม่มีทางเกิดเหตุถึงชีวิต ยกเว้นจะประมาท เพราะ
ทางสำนักได้มีการเตรียมพร้อมเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียไว้แล้ว
ในสำนักจะมีของที่ชื่อว่า แผ่นเคลื่อนย้าย ถึงจะบอกว่าแผ่นแต่ก็เป็นของ
คล้าย ๆป้ายประจำตัว เมื่อตกอยู่ในอัตรายที่คาดว่าจะถึงชีวิตให้หักแผ่น
เคลื่อนย้าย หลังหักแล้วจะถูกย้ายเข้าไปในพื้นที่ปลอดภัยที่ทางสำนักเตรียมไว้
สามารถหาซื้อได้ในราคาไม่แพง หนึ่งแผ่นจ่ายเพียงหนึ่งตำลึง
คาถาเคลื่อนย้ายถือเป็นคาถาระดับสูง แต่เพราะไม่ต้องการให้เกิดเรื่องไม่ดี
กับศิษย์ในสำนัก ทางสำนักจึงขายในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง
ส่วนใครไม่สนชีวิต คิดจะเข้าไปในสถานที่อันตรายโดยไม่มีการเตรียมการ
ก็ให้ถือว่าโชคร้าย ทางสำนักจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น
หานลั่วอี้หลุบตามองคนข้างกาย เขาเห็นประกายตื่นเต้นจากนัยน์ตาคู่สวย
“ภรรยาอยากไปใช่หรือไม่?”
“ใช่ ข้าอยากไป!!” เยว่ฉีเอ่ยตอบยิ้ม ๆ จับมือสามีแน่น ใช้ดวงตาเป็น
ประกายสดใสเพราะความตื่นเต้นมองเขา แค่คิดว่าหลังสำนักมีเรื่องสนุก ๆ รอ
อยู่ ก็แทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว
หานลั่วอี้หลุดยิ้มอ่อนโยน “เช่นนั้นก็ไปกัน แต่ต้องเตรียมความพร้อมให้ดี”
“เอ่อ…ให้ข้าไปกับพวกท่านด้วยได้หรือไม่” หวานเว่ยเอ่ย นางพึ่งรู้จักทั้ง
สามคน จึงเอ่ยขออนุญาต
เยว่ฉีมองคนถาม การให้นางไปด้วยบางดีอาจจะเป็นเรื่องดี จะได้รู้ว่านาง
สามารถเชื่อใจได้หรือไม่ และหากโชคดีพวกเขาอาจจะได้สหายจริงใจเพิ่มมาอีก
คน
เยว่ฉียิ้ม “ได้สิ ไปเตรียมตัวกัน”
แล้วทั้งสี่คนก็เดินกลับไปยังบ้านพักซึ่งอยู่ข้างกัน ก่อนจะเดินไปซื้อแผ่น
เคลื่อนย้ายเตรียมไว้สำหรับเหตุไม่คาดฝัน
“ศิษย์ใหม่ขอให้พวกเจ้าโชคดี เข้าไปแล้วก็ระวังด้วย หากเกิดความ
ผิดพลาดแม้เพียงนิดอาจหมายถึงชีวิตของพวกเจ้า”
“ขอบคุณศิษย์พี่ที่บอกกล่าว พวกข้าไปแล้วนะเจ้าคะ” นางตอบกลับเป็น
กันเอง จากนั้นทั้งสี่คนก็เดินไปยังทางเข้าหุบเขาหลังสำนัก
ทางเข้าหุบเขามีเพียงทางเดียว บริเวณทางเข้าจะมีศิษย์พี่คอยเฝ้าอยู่
“สี่คนใช่หรือไม่ ชื่ออะไรกันบ้าง”
ทางสำนักจะบันทึกการเข้าออกของศิษย์ไว้เป็นหลักฐาน ว่ามีใครเข้าไป
ด้านในบ้าง หากมีเรื่องเกิดขึ้นจะได้ตรวจสอบได้ว่า ศิษย์เข้าไปด้านในจริง
หรือไม่
หลังบอกชื่อเรียบร้อย ศิษย์พี่ผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูทางเข้าจะเปิดทางให้พวก
เขาเข้าไป เมื่อผ่านเข้าไปแล้วประตูจะถูกปิดลง ป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรในหุบเขา
หลุดเข้าไปในสำนัก
“นี่คือหุบเขาที่ว่าสินะ”
จุดที่ทั้งสี่คนยืนอยู่คือหน้าผาสูงชัน ด้านล่างคือหุบเขาทึบ มองไม่เห็นพื้น
ด้านล่าง เห็นเพียงต้นไม้เขียวขจี
‘ศิษย์เอ่ย สถานที่นี้ดีไม่น้อย บางทีเจ้าอาจจะพบโชควาสนา’
เสียงอาจารย์ที่ไม่ได้ยินมานานดังขึ้นในหัว ดูเหมือนนางจะตัดสินใจถูก
‘ท่านอาจารย์หรือว่าท่านพบของดี’ นางเรียนรู้การพูดผ่านจิตมาแล้ว
ตอนนี้สามารถทำได้ง่ายมาก
‘เข้าไปดูเจ้าจะรู้เอง’
ชิ ไม่อยากบอกสินะ ก็ได้นางโชคดีอยู่แล้ว เข้าไปเดี๋ยวก็รู้เอง
เยว่ฉีชะโงกหน้ามองลงไปด้านล่างพลางเอ่ย
“บรรยากาศดูอันตรายเหมือนที่บิดาเจ้าพูด”
“ใช่ แต่ท่านพ่อบอกว่ามีสิ่งดี ๆ รออยู่”
“ไม่ลองเสี่ยงก็จะไม่พบเจอโชค ขอให้การเสี่ยงครั้งนี้พบเจอโชคด้วยเถิด”
เยว่ฉีกล่าว
“ลั่วอี้ พาข้าลงไปที” เยว่ฉีขยับไปกอดเอวสามีแน่น นางไม่มีความสามารถ
ลอยตัวต้องใช้ตัวช่วย
หานลั่วอี้กระตุกยิ้มมุมปาก หญิงสาวมองเขาด้วยความรู้สึกไม่ไว้วางใจ ทว่า
ยังไม่ทันจะได้เอ่ย ชายหนุ่มก็โอบเอวนางไว้กระโดดลงจากหน้าผา
เดี๋ยว!! ไม่เห็นเหมือนที่คิดเลย
อ๊ากกกกกก!! คนตัวเล็กกว่าหลับตาแน่นกรีดร้องในใจ กอดเอวสามีไว้ ซุก
หน้าเข้าหาอกแกร่ง ไม่กล้าแม้จะลืมตาขึ้นมาด้วยซ้ำ
ชายผู้นี้แกล้งนาง!!
และเมื่อร่างกายใกล้จะถึงพื้นก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่ม พอลืมตาขึ้นมา
พลันเห็นว่ามีลมสายหนึ่งประคองร่างของพวกเขาไว้
เยว่ฉีสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ทันทีที่เท้าแตะพื้นกำปั้นหลุน ๆ ก็ซัด
เข้าหน้าอกอีกฝ่ายอย่างจัง
“ท่านแกล้งข้า!! ข้าตกใจมากรู้หรือไม่” ใบหน้าเง้างอนของภรรยาทำชาย
หนุ่มยกยิ้ม
“ภรรยาข้าขอโทษ ข้าเพียงต้องการให้เจ้ารู้สึกตื่นเต้น ไม่คิดว่าเจ้าจะ
หวาดกลัว” สายตาง้องอนและน้ำเสียงจริงจังทำนางโกรธต่อไปไม่ลง จึงพยัก
หน้า
“หากท่านจะทำเช่นนี้อีกต้องบอกข้าก่อน”
“ได้ ข้าสัญญา”
เฮ่อ สุดท้ายนางก็ไม่สามารถโกรธเขาได้นาน
ลงมาได้แล้วต่อจากนี้คือการเดินหน้าต่อ สายตาสี่คู่มองเข้าไปในป่า ยังไม่
ทันจะได้ก้าวเข้าไป ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่สะท้อนออกมา
ทำเอาจนลุกไปทั้งตัว… ทว่าความต้องการอยากรู้อยากเห็นกลับมีมากกว่า
ความกลัว จึงไม่มีใครคิดหันหลังกลับ
“ไปกันเถิด” เยว่ฉีกล่าว
คนที่เหลือพยักหน้า และก้าวเข้าไปพร้อมกัน