ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 8.2 โชคบนภูเขา
เยว่ฉีอาศัยความทรงจำที่ได้จากการอ่านหนังสือเมื่อคืนมองหาไปเรื่อย ๆ พืชวิญญาณไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายหรือมีอยู่เกลื่อนกลาด เพราะฉะนั้นหลังผ่านมา สองเค่อแล้วเยว่ฉีจึงยังหาไม่พบแม้สักต้น
ทว่าในระหว่างที่นางกำลังจะเดินไปยังทิศทางอื่น พลันได้ยินเสียงผู้อาวุโส ดังขึ้นในความคิด
‘ตรงไปด้านหน้าครึ่งเค่อฝั่งขวามือ’
“ผู้อาวุโสตรงนั้นมีอันใดหรือ” นางคล้ายได้ยินเสียงถอนหายใจเบา ๆ ดัง ลอดออกมา ก่อนจะได้ยินเสียงผู้อาวุโสเอ่ย
‘เดินไปตามที่ข้าบอกเจ้าจะพบสิ่งที่ต้องการ’ ดวงตางดงามเป็นประกาย จากคำพูดของผู้อาวุโสสามารถคาดเดาได้ว่าต้องเป็นพืชวิญญาณวิญญาณอย่าง แน่นอน
เยว่ฉีเดินไปตามทางที่ผู้อาวุโสบอกก่อนจะพบก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง กวาดตามองโดยรอบ ก่อนจะเดินวนรอบก้อนหินก็ไม่พบพืชวิญญาณแม้สักต้น หัวคิ้วพลันขมวดเข้าหากัน
คล้ายผู้อาวุโสอ่านความคิดนางออก จึงเปรยขึ้นมาว่า
‘วางมือลงบนก้อนหิน ข้าจะใช้เจ้าเป็นตัวกลางในการเปิดม่านพลัง’
เยว่ฉีทำตามอย่างว่าง่ายไม่นานก็เห็นว่าก้อนหินซึ่งดูไม่มีอะไรเกิดช่องว่าง ขนาดเท่าคนขึ้นตรงหน้า
พลังพิเศษสุดยอดจริง ๆ
“ผู้อาวุโสหมิงท่านรู้ได้เช่นไรว่าตรงหน้ามีการร่ายคาถาอำพรางเอาไว้” แม้ เยว่ฉีจะมีความรู้เกี่ยวกับโลกนี้น้อยมาก ทว่าเรื่องเกี่ยวกับเวทมนตร์ คาถา
กำลังภายในก็พอจะรู้บ้างทั้งจากความรู้ของร่างนี้และความรู้ที่ได้จากการอ่าน หนังสือนิยายมาเยอะพอสมควร
นอกจากความประหลาดใจแล้วที่เหลือมีเพียงความตื่นเต้นเท่านั้น
ส่วนคนถูกถามทำเพียงส่งเสียง “ฮึ” ขึ้นจมูก คล้ายจะบอกว่า ข้าเป็นใคร หากเรื่องแค่นี้ยังไม่รู้อย่าได้เรียกข้าว่าผู้อาวุโสหมิง
เมื่อผู้อาวุโสไม่ตอบเยว่ฉีก็ได้แต่ยิ้มแหย ๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปในช่องว่าง ตรงหน้า ก่อนทางเข้าจะหายไปหลังจากผ่านไปไม่ถึงเฟิน (1 นาที)
สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำเยว่ฉีเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง
“นะ…นี่มัน”
ตรงหน้าเยว่ฉีคือสวนพืชวิญญาณขนาดหนึ่งหมู่ พืชวิญญาณทุกต้นต่างยืน ต้นตระหง่านสมบูรณ์ท่ามกลางแปลงพืชวิญญาณที่มองดูแล้วราวกับว่าถูกดูแล มาอย่างดี พืชวิญญาณบางต้นเป็นประกายระยิบระดับดั่งดวงอาทิตย์ ในขณะที่ บางต้นเปล่งประกายราวกับแสงจันทรายามค่ำคืน
แต่สิ่งที่แตกต่างไม่เข้ากับความตระการตาตรงหน้า คือ บริเวณโดยรอบ สวนพืชวิญญาณกลับทรุดโทรมเหมือนว่าไม่ได้รับการดูแลมาเนิ่นนาน
‘อย่างที่เจ้าเข้าใจ ทั้งหมดคือพืชวิญญาณทั้งยังเป็นระดับสูง ตอนที่ข้า สัมผัสได้ยังนึกแปลกใจว่าเหตุใดบนภูเขาลูกนี้ถึงได้มีจุดที่พลังวิญญาณเข้มข้น นัก พอได้พบที่ซ้อนสวนพืชวิญญาณข้าพลันเข้าใจขึ้นมาทันที และเจ้าต้องเก็บ เข้ามาปลูกในมิติ เพราะพืชวิญญาณเหล่านี้ยังไม่มีประโยชร์ต่อพวกเจ้า’
พวกเจ้าที่อาวุโสหมิงหมายถึง คือครอบครัวของเยว่ฉี
“ผู้อาวุโสข้าขอสักสามสี่ต้นได้หรือไม่?” นางยังต้องการพืชวิญญาณไปขาย เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว
ผู้อาวุโสไม่ตอบตกลงในทันทีแต่เลือกที่จะถามกลับไปว่า
‘เจ้าบอกข้ามาทีว่า หากชาวบ้านธรรมดานำพืชวิญญาณระดับสูงไปขาย ทั้งยังไม่ใช่เพียงต้นเดียวจะเกิดอันใดขึ้น’
เยว่ฉีฉงนใจก่อนเอ่ย
“แค่พืชวิญญาณระดับสูงไม่กี่ต้นจะเกิดเรื่องอันใดได้หรือ ถึงแม้ข้าจะพอ เข้าใจว่าพืชวิญญาณระดับสูงหายาก…” พูดมาถึงตรงนี้เยว่ฉีคล้ายเข้าใจความ นัยในคำถามขึ้นมาแล้ว
นางกล่าวเสียงอ่อย “ข้าเข้าใจในสิ่งที่ผู้อาวุโสต้องการบอกกล่าวแล้ว”
‘เช่นนั้นเจ้าก็เก็บสมุนไพรสองต้นฝั่งขวาซึ่งอยู่รอบนอกสุด เพียงสองต้นไป สองต้นนั้นแม้จะไม่ใช่สมุนไพรระดับสูง ทว่าก็มีความสำคัญสามารถขายได้ ราคาดี’
เยว่ฉียิ้มออกแล้ว รีบเดินเข้าไปเก็บพืชวิญญาณขึ้นมา นางได้อ่านวิธีเก็บ มาแล้วจึงค่อย ๆ ใช้มือกวาดดินรอบ ๆ รากออกก่อนจากนั้นค่อย ๆ ขุดพืช วิญญาณออกมาทั้งต้นพยายามไม่ให้ส่วนใดของพืชวิญญาณเสียหาย
หลังใช้ความพยายามไปถึงสองเค่อในที่สุดก็สามารถขุดพืชวิญญาณออกมา ได้หนึ่งต้น
รอยยิ้มยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงามติดซูบซีด
เงิน เงิน ต้นไม้ต้นนี้คือเงิน
พืชวิญญาณที่เยว่ฉีขุดขึ้นมามีหนึ่งลำต้น และใบเพียงสองใบกับดอกตูมสี ขาวสะอาดตา พืชวิญญาณชนิดนี้เรียกว่า ดอกแต้มสีชาดคู่ จุดสังเกตของพืช วิญญาณชนิดนี้คือ มีแต้มวงกลมสีแดงสองจุดอยู่ใต้กลีบดอกสีขาวสะอาด พืช วิญญาณชนิดนี้ไม่เคยเบ่งบานตลอดชั่วชีวิตของมัน
หลังขุดพืชวิญญาณขึ้นมาได้แล้วเยว่ฉีก็บรรจงวางในตะกร้าแผ่วเบาก่อนจะ หันไปขุดอีกต้น ในตะกร้าได้มีการวางใบหญ้านุ่ม ๆ เอาไว้ก่อนแล้ว พอขุดพืช วิญญาณทั้งสองต้นขึ้นมาแล้ว ที่เหลือก็คืองานใหญ่
พืชวิญญาณขนาดหนึ่งหมู่ตรงหน้า นางต้องใช้เวลาเท่าใดจึงจะสามารถขุด ขึ้นมาได้หมด
เพียงแค่คิดว่าต้องใช้เวลานานจนมิอาจคาดเดาได้ เยว่ฉีก็ถอนหายใจ ออกมาก่อนแล้ว
“ผู้อาวุโส ท่านพอจะมีทางช่วยข้าหรือไม่?”