ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 91 แขกจากดินแดนระดับสูง
เรือลำใหญ่ทั้งสิบสองลงจอดบนลานกว้างซึ่งถูกห้อมล้อมไปด้วยศิษย์
มากมายนับพันคน ด้านหน้าเหล่าศิษย์ มีอาจารย์อาวุโสยืนเรียงรายด้วยสีหน้า
ยิ้มแย้มยินดี
บันไดเรือถูกทอดยาวตั้งแต่ด้านบนลงมาด้านล่าง ก่อนจะตามมาด้วยคน
จากตระกูลทั้งสี่ เพียงม่านกั้นของเรือถูกปลดออก กลิ่นอายสูงส่ง สง่างาม และ
อันตรายพลันปกคลุมไปทั่ว
รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งกระจายออกมาจากร่าง
ทั้งที่อายุยังน้อยกันอยู่แท้ ๆ แต่กลับก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ได้ สมกับเป็นคนของ
ดินแดนระดับสูง นั่นคือสิ่งที่พวกเขาคิด
ด้านหลังเหล่าอาจารย์มีศิษย์ในรายชื่อยี่สิบอันดับแรกยืนต้อนรับ ตรงกลาง
ของเหล่าศิษย์คือสือตง ศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในขณะนี้
หมิงเทียนหลินกวาดตามองผู้มาต้อนรับ บรรยากาศห่างเหินและถือดีของ
เขาถูกเก็บกลับเข้าไป เหลือไว้เพียงบรรยากาศอบอุ่นน่าเข้าใกล้
มุมปากสวยหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มทำให้ดูเข้าถึงได้ง่าย ดวงตาคมเปลี่ยนเป็น
อ่อนโยน เอ่ยเสียงหวานเสนาะหู
“รบกวนพวกท่านให้มาต้อนรับแล้ว” เขาไม่ได้กล่าวขอบคุณ เพราะถือว่า
เป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรทำ
อาจารย์อาวุโสก้าวขึ้นมาด้านหน้าหนึ่งก้าว เชื้อเชิญพวกเขาไปยังที่พัก
“ยินดีต้อนรับคุณชายหมิง คุณชายไท่ คุณชายหม่า คุณหนูอู๋ พวกท่าน
เดินทางกันมานานคงจะเหนื่อยไม่น้อย เชิญพักที่ด้านในกันก่อนขอรับ ทาง
สำนักได้จัดเตรียมที่พักไว้ให้แล้ว” หมิงเทียนหลินกวาดตามองรอบ ๆ มองดู
ศิษย์ทั้งหลาย หลังอาจารย์ตรงหน้าพูดจบจึงหันมาพยักหน้าตกลง
“รบกวนอาจารย์อาวุโสแล้ว” เขากล่าวยิ้ม ๆ แววตาเต็มไปด้วยความ
จริงใจ
“มิบังอาจ การได้ต้อนรับพวกท่านถือเป็นเกียรติของข้า” ระหว่างที่หมิง
เทียนกำลังพูดคุยอยู่กับอาจารย์อาวุโส อู๋หนิงอันกลับเดินเข้าไปทักทายศิษย์คน
หนึ่ง
“หนุ่มน้อย เจ้าสนใจมาอยู่กับพี่สาวหรือไม่?” ไม่ว่าเปล่านางยื่นปลายนิ้ว
ไปเสยคางชายผู้นั้นให้เงยขึ้นมอง
บุรุษผู้ถูกสัมผัสถึงกับหน้าแดงหูแดง เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเขินอาย
“ขะ…ข้า” หัวใจเขาเต้นแรงมากไม่กล้าสบสายตาหวานหยาดเยิ้มที่จ้อง
มองมา
แม่นางอู๋งดงามมาก ทั้งยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม เขาที่วัน ๆ
คิดแต่เรื่องฝึกตนพอถูกสตรีเข้ามาใกล้ชิดกะทันหัน จึงทำตัวไม่ถูก
หมิงเทียนหลินเหลือบสายตามองนาง คนถูกเหลือบตามองถึงกับสะดุ้ง ไม่
จำเป็นต้องให้เขาเอ่ยเตือน นางก็กลับมาทำตัวดี ๆ เดินเข้ามายืนข้าง ๆ ไท่ซ่าง
ชายหนุ่มเห็นนางถูกเตือนถึงกับยกยิ้มมุมปาก เอ่ยเสียงเบา
“ฮึ สมควรโดนแล้ว” คนถูกเหน็บแนมมองอีกฝ่ายตาขวาง คิดจะยื่นมือ
ออกไปบีบสีข้าง ทว่าอีกฝ่ายกับหลบได้
“การกระทำเดิม ๆ ใช้กับข้าไม่ได้ผลแล้ว”
อู๋หนิงอันคิดจะเปิดศึกอีกครั้ง หากไม่ติดว่าได้ยินเสียงกระแอมไอของใคร
บางคน
อาจารย์อาวุโสมองเห็นความผิดปกติของพวกเขา มองหมิงเทียนหลินด้วย
สายตาชื่นชม
สามารถควบคุมคนลูกหลานตระกูลใหญ่ได้ขนาดนี้ คุณชายหมิงไม่ธรรมดา
เสียจริง
ความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลถึงความชื่นชอบที่เหล่าศิษย์
มีต่อพวกเขา กลับกันความสามารถของหมิงเทียนหลินผู้ที่สามารถควบคุมคน
เก่งกาจสองคนที่เหลือได้ ส่งผลให้ความชื่นชมในตัวชายหนุ่มเพิ่มมากขึ้น รวม
ไปถึงความเทิดทูนที่มากขึ้น
หม่าลู่เสียนมองเห็นสายตาเหล่านั้น หัวคิ้วชายหนุ่มถึงกับขมวดคิ้วเข้าหา
กัน มองใบหน้าคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าเขาด้วยความรู้สึกหงุดหงิด
หมิงเทียนหลินเป็นที่ชื่นชอบขึ้นมาอีกแล้ว เขาไม่ชอบเลย ไม่ชอบสายตา
ชื่นชมที่มองชายผู้นี้
คนถูกมองคล้ายสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ระยะก้าวเท้าจึงสั้นลง จนไหล่
เกือบจะแตะหม่าลู่เสียน น้ำเสียงเบาหวิวที่ได้ยินกันแค่สองคนดังขึ้นข้างหู
“สีหน้าตอนนี้ของเจ้า เก็บไว้ให้ข้าดูคนเดียวก็พอ” ก่อนจะเปลี่ยนระยะ
การก้าวให้เท่าเดิม ทำทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คนถูกพูดคำหวานที่ไม่คล้ายคำหวานใส่ ความรู้สึกขุ่นมัวเล็กน้อยในใจพลัน
หายไปจนหมด เดินตามหลังด้วยสีหน้าเบิกบาน เหมือนสุนัขได้รับความสนใจ
จากเจ้าของ
“เสินเทียนระวังด้านหลัง ห่างออกไปสองจั้ง หนึ่งจั้ง ตอนนี้แหละ!!”
“ลั่วอี้ ใต้ดินใกล้เข้ามาแล้ว!! กระโดดเลย!!”
“หวานเว่ยยกพื้นขึ้น ใช่แล้ว อย่าปล่อยให้พวกมันล้อมพวกเรา!!”
เยว่ฉีสั่งการคนนั้นทีคนนี้ที หญิงสาวปล่อยพลังจิตขยายออกไปไกลเต็มที่
ใช้ความสามารถที่มีทั้งหมดตรวจจับการเคลื่อนไหว
พลังจิตของนักหลอมโอสถขั้นแปดเรียกได้ว่า ขี้โกงนอกจากสามารถ
ตรวจจับสิ่งที่ห่างออกไปได้ยังสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวเล็กน้อยใต้ดินได้
ด้วย ทำให้นางสามารถรู้ได้ว่ามีอะไรกำลังใกล้เข้ามา
แน่นอนว่าจิตมุ่งร้ายเหล่านี้ผู้ฝึกปราณข้างกายนางล้วนสามารถสัมผัสได้
แต่ในกรณีที่สัตว์ร้ายปิดบังจิตมุ่งร้ายเอาไว้จะสัมผัสได้ยากกว่าเล็กน้อย
การต่อสู้ระหว่างพวกเขากับสัตว์อสูรเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น เยว่ฉีก้าว
เข้าไปช่วยเหลือเป็นบางครั้ง หลังใช้พลังไปจนหมดนางจะหยิบพืชวิญญาณกัด
กร่อนวิญญาณออกมา ใช้ขับไล่สัตว์อสูรที่ต้องการเข้ามาทำร้าย
หลังฟื้นฟูพลังจนกลับมาเต็มที่แล้วก็จะเก็บเข้าไปในมิติดังเดิม จากนั้น
เริ่มต้นต่อสู้อีกครั้ง
การต่อสู้เช่นนี้ดำเนินต่อไปนานหลายวัน บางครั้งหลังเหนื่อยจากการต่อสู้ก็
จะหยุดพัก มองหาพืชวิญญาณ สิ่งวิเศษซึ่งอาจมีโอกาสพบ ควักแกนสัตว์อสูรที่
สังหารได้ออกมาเก็บ และใช้เนื้อสัตว์อสูรในการทำอาหาร
วันนี้ก็เหมือนหลายวันที่ผ่านมา พวกเขาเข้ามาในฝูงไก่ปีศาจนับสิบตัว หลัง
สังหารจนหมดแล้วก็นำเนื้อมาทำอาหาร
เยว่ฉีได้เตรียมความพร้อมก่อนจะเข้ามาแล้ว
หม้อใบใหญ่ถูกหยิบออกมาจากแหวนของหานลั่วอี้ พร้อมกระบวยตักน้ำ
แกง ไก่ปีศาจถูกจัดการโดยหานลั่วอี้ และหวานเว่ย เสินเทียนทำหน้าที่ก่อฟืน
เยว่ฉีรับหน้าที่ทำอาหาร
เพราะในบรรดาคนทั้งสี่มีนางคนเดียวที่ทำกับข้าวเป็น
น้ำในหม้อเดือดแล้ว เป็นน้ำที่ได้มาจากความสามารถธาตุน้ำของเสินเทียน
ชายหนุ่มสามารถสร้างน้ำจากอากาศขึ้นมาได้เพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละ
ครั้ง
หลังต้มน้ำจนเดือด หญิงสาวก็เติมเกลือ หอม ขิง ซีอิ๊ว จากนั้นนำไก่ลงไป
ปิดฝารอให้น้ำเดือด ระหว่างที่รอให้น้ำเดือดก็จะคอยตักฟองออกเรื่อย ๆ ต้มไก่
ไปได้สักพักก็นำเห็ดหอมซึ่งไม่รู้ว่ามาเกิดในป่านี้ได้อย่างไรใส่เข้าไป
ปิดฝารอจนไก่สุกได้ที่
ผ่านไปประมาณสองเค่อในที่สุดไก่ในหม้อก็พร้อมแล้ว พอเปิดฝาออก กลิ่น
หอมของไก่และกลิ่นหวาน ๆ ที่ได้จากการต้มไก่ก็กระจายออกมาชวนให้น้ำลาย
ไหล
เยว่ฉีกวาดตามองคนทั้งสามที่จ้องมองไก่ในหม้อไม่วางตา ไม่เว้นแม้แต่
หานลั่วอี้ ถึงเขาจะยังมีสีหน้าเรียบเฉยไม่ต่างจากปกติมากนัก แต่นางรู้ว่าชาย
หนุ่มกำลังรอคอยไม่ต่างกัน
เยว่ฉีใช้กระบวยตักไก่ลงในถ้วย ยื่นให้ทีละคน หลังครบแล้วจึงตักให้ตนเอง
ไก่ต้มร้อน ๆ มีควันสีขาวลอยคละคลุ้งออกมา หญิงสาวยกชามจรดริม
ฝีปากเป่าไล่ความร้อนเล็กน้อยแล้วซดเข้าไป
ความหวานละมุนลิ้นซึ่งได้จากตัวไก่กระจายไปทั่วโพรงปาก พอกลืนลง
ท้องความร้อนวูบวาบกำลังพอดีของน้ำแกงช่วยให้กระเพาะถูกเติมเต็ม
รวมไปถึงกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากการต้มมานานซึ่งติดอยู่ปลายจมูก ช่วย
กระตุ้นความอยากอาหารจนต้องยกน้ำแกงขึ้นมาซดลงไปอีกคำหนึ่ง
“อ่า !!อร่อยมาก! ฝีมือเจ้ายังเหมือนเดิม ไม่สิดูเหมือนจะดีขึ้นกว่าเดิมมาก”
เสินเทียนเอ่ยชม ชายหนุ่มใช้มือหยิบน่องไก่ชิ้นโตขึ้นกัดคำหนึ่ง น้ำมันซึ่งได้จาก
หนังไก่เคลือบไปทั่วด้านนอกสะท้อนแสงเรืองรองสีทองเข้าสู่ดวงตา เนื้อไก่ที่ต้ม
จนได้ที่ก็หลุดออกมาจากกระดูกโดยง่าย ไม่จำเป็นต้องออกแรงดึง
ยามฟันกระทบเนื้อไก่ในปาก ความอ่อนนุ่มจากการต้มมาอย่างดียิ่งกระตุ้น
ให้อยากกัดไก่ชิ้นโตเข้าปากไปอีกคำ จากนั้นก็ยกน้ำแกงขึ้นซดหลังดื่มด่ำกับ
ความหวานละมุนลิ้นและสัมผัสสู้ฟันของเนื้อไก่
ไม่นานคนทั้งสี่ก็กินไก่ต้มจนปากมันแผล็บ
เสินเทียนดื่มด่ำกับอาหารเลิศรสจนพุงกาง สองมือค้ำบนพื้นเอนหลังราว
กับคนแก่
“อ่า อร่อยมากจริง ๆ”
เนื้อไก่ในหม้อหมดแล้ว แต่พวกเขายังเหลือไก่ปีศาจอยู่หลายตัว หานลั่วอี้
เก็บไก่เข้าไปในแหวนมิติ เพื่อรักษาความสดใหม่ วันหน้าหากต้องการนำมากิน
ก็สามารถนำออกมาทำได้เลย
“ทำตัวไม่ต่างจากคนแก่” หวานเว่ยเอ่ยกับชายหนุ่มพร้อมส่ายหัว คนถูก
หยอกล้อหยักยิ้มมุมปาก หันหน้าไปมองพร้อมเอ่ย
“อยากลองดูหรือไม่ว่าข้าแก่จริงไหม?” สีหน้าหยอกล้อของเสินเทียนทำ
หวานเว่ยหมั่นไส้ หญิงสาวยกมือดันหน้าเขาหนีไปอีกทาง พร้อมลุกขึ้นยืน ทว่า
คนถูกดันหน้าหนีกลับใช้โอกาสนี้จับมืออีกฝ่ายไว้ พร้อมดึงร่างให้เข้ามาใกล้
“อ๊ะ !!” หวานเว่ยตกใจที่ถูกดึงกลับไปกะทันหัน ทว่าตัวนางกลับไม่ได้ล้ม
ใส่ร่างคนดึง ฝ่ามือข้างหนึ่งสะบัดไปด้านหน้าส่งผลให้เกิดเสาหินต้นหนึ่งพุ่งเข้า
ใส่ร่างเสินเทียน ชายหนุ่มที่เมื่อสักครู่ยังยิ้มกรุ้มกริ่มกระเด็นออกไปไกลเกือบ
สองจั้ง
ยังดีที่ไม่บาดเจ็บมากมีเพียงแผลเล็กน้อยเพราะไหวตัวได้ทัน หาก
ตอบสนองไม่ทันไม่อยากจะคิดเลยว่าจะมีสภาพเช่นไร
หวานเว่ย “…” นางไม่ได้ตั้งใจนะ
เยว่ฉี “ฮ่า ฮ่า !!” ขำก๊ากไปเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวขำจนน้ำตาเล็ด ยกมือ
กอดเอวงอตัวเข้าหากัน
อยากเล่นดีนักสมควรโดนแล้ว
หานลั่วอี้ “…” มองภรรยายืนขำนิ่ง
ส่วนคนถูกโจมตี นั่งอยู่บนเสาหินสีหน้าบูดบึ้ง
“เจ้าขำพอหรือยัง?” เสียงเขาติดไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนจะหันมาหาหวาน
เว่ยแล้วกระโดดลงมาจากเสาหิน
“ปฏิกิริยาตอบสนองของเจ้าทำข้าประหลาดใจนัก คนปกติที่ไหนจะ
ตอบสนองด้วยการร่ายคาถาใส่ผู้อื่น” คนถูกต่อว่าหาได้สลด
“ใครใช้ให้เจ้าทำข้าตกใจ ข้าเพียงป้องกันตัว”
“จะ…”
“จริงอย่างที่เจ้าพูด คนผิดคือเสินเทียนที่เล่นไม่รู้จักคิด”
ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก มองหน้าเยว่ฉีที มองหวานเว่ยทีพอเห็นว่านาง
แอบอมยิ้มเขาถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความจำนน
“ได้ ข้าผิดเอง”
“เจ้าทำถูกแล้ว เกิดเป็นบุรุษต้องรู้จักการยอมแพ้ อย่าได้คิดแต่อยากจะ
เอาชนะเพียงอย่างเดียว” เยว่ฉีกล่าว
“เจ้าพูดราวกับเป็นแม่ของข้า”
“ข้าเป็นให้ได้นะ” คนฟังถึงกับขนลุก รีบกล่าวออกไปว่า
“ฝันไปเถอะ !!ให้ตายข้าก็ไม่อยากเป็นลูกเจ้า!!” พูดจบก็หันหลังเดินเร็ว ๆ
ห่างออกไป
เยว่ฉีส่ายหัวขำตามหลัง
เฮ้อ…แกล้งเสินเทียนแล้วมีความสุขจริง ๆ