ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 92 ศึกจัดอันดับรอบแรก ตอนต้น
หลังผ่านการฝึกฝนอย่างหนักใช้ชีวิตอยู่ในหุบเขาหลังสำนักมานานในที่สุด
วันที่พวกเขารอคอยก็มาถึง
ศึกจัดอันดับเพื่อกลายเป็นหนึ่งในร้อยอันดับผู้แข็งแกร่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
บนลานกว้างเต็มไปด้วยเหล่าศิษย์ที่เข้าร่วมศึกจัดอันดับ ชายหนุ่ม หญิง
สาวเลือดร้อนที่ต้องการเข้าชิงหนึ่งในที่นั่งร้อยอันดับแรก ต่างรวมตัวกันอยู่บน
ลานประลอง
เหนือพวกเขาขึ้นไปด้านบน อาจารย์อาวุโสพร้อมอาจารย์ท่านอื่น ๆ ต่าง
ยืนเรียงรายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มบนที่นั่งพิเศษเช่นเดียวกับตอนแรก
นอกจากนั้นยังมีคนจากดินแดนระดับสูงที่กำลังกวาดตามองพวกเขาอยู่
สายตาเสาะหาและพิจารณาเหล่านั้นกำลังจับจ้องทุกคนบนลานประลอง
“สวัสดีเหล่าเด็กผู้กระหายความแข็งแกร่งในที่สุดศึกจัดอันดับระหว่างศิษย์
ด้วยกันเองก็มาถึงแล้ว ครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะมีศิษย์เข้าร่วมจำนวนมาก
จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันเล็กน้อย”
อาจารย์อาวุโสลอยออกมากลางลานประลองเหนือศิษย์ทั้งหลาย เขาวาด
มือบนอากาศครั้งหนึ่ง ป้ายหยกขนาดเท่ากับป้ายชื่อก็ลอยมาตรงหน้าพวกเขา
“สิ่งนี้เรียกว่าป้ายหยกประจำตัว บนนั้นจะมีแต้มอยู่สองแต้ม สิ่งที่พวกเจ้า
ต้องทำมีเพียงอย่างเดียว คือเปลี่ยนแต้มบนนั้นให้กลายเป็นสิบแต้ม เมื่อใดที่
ครบแล้วก็จะถือว่าผ่านการทดสอบ”
“…” บนลานยังคงเงียบกริบรอคอยว่าอาจารย์อาวุโสจะพูดอะไรต่อ
“ระยะเวลาในการทดสอบคือหนึ่งวัน พวกเจ้าทุกคนจะถูกส่งตัวเข้าไปใน
หุบเขาหลังสำนัก สิ่งที่ต้องทำคือเอาชีวิตรอดจากการจู่โจมของสัตว์อสูรและล่า
แต้มให้ครบ ไม่ต้องกังวลว่าจะพบเจออันตรายถึงชีวิต เพราะทางสำนักได้มีการ
เตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนั้นไว้แล้ว เมื่อใดที่เห็นว่าอันตรายถึงชีวิตกำลังจะ
เกิดขึ้น ศิษย์คนนั้นจะถูกส่งตัวออกมายังนอกเขตหุบเขาและถือว่าหมดสิทธิ์ใน
การแข่งขัน”
“…”
“การแข่งขันรอบแรกเป็นการแข่งขันแบบคู่ จับคู่กันสองคนให้พร้อม หลัง
การจับคู่สิ้นสุดลงศิษย์ทั้งหมดจะถูกส่งตัวเข้าไปในหุบเขาทันที” พอได้ยินว่า
เป็นรูปแบบคู่เสียงพูดคุยพลันเกิดขึ้นบนลานกว้างทันที
เหล่าศิษย์ที่มีคนสนิทสนมด้วยต่างมองหาคู่กันแล้ว ส่วนคนที่ปกติไม่สนิท
สนมกับใครถึงกับเหงื่อตก
“ท่านอาจารย์คนที่ไม่มีคู่จะทำเช่นไรขอรับ” เกิดเสียงดังก้องออกมาจาก
เสียงพูดคุย เพราะมีความเป็นไปได้ที่จะมีคนไม่มีคู่
อาจารย์อาวุโสเผยยิ้มอ่อนโยนแล้วเอ่ย
“ง่ายมาก คนนั้นต้องแข่งขันโดยที่ไม่มีคู่ แต่หากหวาดกลัวสามารถถอนตัว
ตั้งแต่ตอนนี้ได้”
คำตอบของอาจารย์เป็นสิ่งที่ศิษย์ทุกคนคาดการณ์เอาไว้แล้ว และเมื่อได้รับ
การยืนยันหลายคนที่สามารถหาคู่ได้พลันรู้สึกว่า ชายผู้นั้นคือเป้าหมายแรกของ
พวกเขา
คนน้อยย่อมจัดการได้ง่ายกว่าคนมาก
ความวุ่นวายบนลานกว้างเกิดขึ้นไม่นาน ในที่สุดศิษย์ทั้งหลายก็จับคู่กัน
เสร็จแล้ว มีทั้งคนที่เพิ่งเคยพูดคุยกันมาจับคู่กัน คนที่สนิทสนมกันแล้วจับคู่กัน
คนที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันครั้งแรกแล้วต้องมาจับคู่กันก็มี
“ดูท่าพวกเจ้าจะจับคู่กันเสร็จแล้วใช่ไหม? เช่นนั้นก็ขอให้โชคดี”
อาจารย์อาวุโสเปิดใช้งานคาถาเคลื่อนย้ายขนาดใหญ่ซึ่งถูกฝังเอาไว้ใต้ลาน
กว้าง หลังคาถาถูกเปิดใช้งานศิษย์ทั้งหมดก็ถูกย้ายเข้าไปในหุบเขาหลังสำนัก
ทันที
วันนี้ในหุบเขาหลังสำนักนอกจากศิษย์ที่เข้าร่วมการจัดอันดับแล้ว ศิษย์คน
อื่น ๆ จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป
บนลานกว้างตรงหน้าที่นั่งชั้นพิเศษ หน้าจอแสดงผลพลันปรากฏขึ้น เผยให้
เห็นการเคลื่อนไหวของศิษย์แต่ละคนภายในหุบเขา
ศิษย์ทั้งหมดจะถูกสุ่มจุดเกิดภายในหุบเขา หากดวงดีอาจปรากฏบนพื้นที่
ไม่อันตราย มีสัตว์อสูรอยู่น้อย แต่หากโชคร้ายปรากฏตัวบนเขตแดนสัตว์อสูร
ระดับสูง เมื่อถึงเวลานั้นก็ขึ้นอยู่กับศิษย์แต่ละคนว่าจะสามารถรับมือกับ
สถานการณ์ตรงหน้าได้มากน้อยแค่ไหน
“เทียนหลินเจ้าเป็นอะไรไปหรือ? ข้าเห็นเจ้ามองไปยังจุดหนึ่งแล้วนิ่งค้าง
เสียนาน” หม่าลู่เสียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย เขาสังเกตเห็นว่าสายตาหมิง
เทียนหลินมุ่งตรงไปยังจุดหนึ่งไม่ขยับไปที่ใดอยู่นานมาก ชายหนุ่มจ้องมองราว
กับต้องการดูให้แน่ใจ แต่พอมองตามสายตาไปกลับไม่พบอะไรเลย
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจุดปลายสายตาของอีกคนนั้นอยู่ที่ใด
“เจอแล้ว” ชายหนุ่มพึมพำราวกับคนไม่มีสติ หม่าลู่เสียนเห็นว่าเขาไม่
คล้ายเขาที่รู้จักจึงเอ่ยเรียกอีกครั้ง
“เทียนหลินเจ้าเป็นอะไร” คนถูกเรียกได้สติขึ้นมา หันมองหม่าลู่เสียนด้วย
สีหน้าซับซ้อน
“ข้าว่าข้าพบแล้ว ข้าเจอแล้ว” น้ำเสียงเขาทั้งสั่นไหว ทั้งอดกลั้น ชายหนุ่ม
ตรงหน้ากำมือเข้าหากันราวกับอดทนกับอะไรบางอย่าง
“เจ้าหมายถึงอะไร หรือว่าจะเป็น…” หม่าลู่เสียนไม่กล้าเอ่ยต่อ เพราะเรื่อง
นั้นเป็นบาดแผลใหญ่หลวงในใจของชายตรงหน้า
“ใช่ ข้าคิดว่าข้าพบแล้ว พบแล้ว” ดวงตาเขาแดงระเรื่อ แต่น้ำตาไม่ได้ไหล
ออกมา หม่าลู่เสียนที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกปวดใจและตื้นตันไปพร้อมกัน
ถามออกไปด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ “แน่ใจใช่ไหม? ไม่ได้มองพลาดไปใช่
ไหม?”
เขาส่ายหน้า
“แปดส่วน ข้ามั่นใจแปดส่วนว่าต้องใช่” เขายืนยันหนักแน่น
“เช่นนั้นก็ควรตรวจสอบมากกว่านี้ หากเป็นจริงคงดีมาก” หมิงเทียนหลิน
พยักหน้าขึ้นลงเห็นด้วย ภาวนาให้สิ่งที่เห็นเป็นความจริง
ชายหนุ่มหันไปมองหน้าจอสี่เหลี่ยมตรงหน้า เลื่อนภาพเคลื่อนไหวสี่เหลี่ยม
ไปมาไม่หยุด ค้นหาคนที่เขาเห็นเมื่อสักครู่
และไม่นานก็พบ
ใบหน้านี้ ดวงตานี้ ไม่ต่างจากมารดาเลยสักนิด ส่วนต่าง ๆ บนใบหน้านั้น
พาให้เขารู้สึกคุ้นเคย
มือสั่นเทายื่นไปตรงหน้า ทว่ายังไม่ทันได้สัมผัสภาพตรงหน้า ก็มีบุรุษผู้หนึ่ง
เข้ามากอดสตรีผู้นั้นแล้วปกป้องไว้ด้านหลัง ท่าทีสนิทสนมของคนทั้งคู่ทำเอาห
มิงเทียนหลินนิ่งค้าง สองมือกำเข้าหากันแน่น
เจ้านั่นมันเป็นใคร เหตุใดถึงได้บังอาจมาแตะต้องร่างกายน้องสาวข้า !!
ฝั่งคนดูกำลังรุ่มร้อน ฝั่งคนในหุบเขาก็กำลังวุ่นวาย
“ลั่วอี้พวกเราเรียกได้ว่าเป็นที่ชื่นชอบหรือไม่?” เยว่ฉียืนนิ่งอยู่ด้านหลัง
หานลั่วอี้ ใช้พลังจิตตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ ชายหนุ่มสกัดการโจมตีที่พุ่งมาจาก
ทุกทิศทาง สีหน้าเรียบเฉย
“ภรรยาพวกเขาคงหมายตาเจ้ากระมัง”
“ระหว่างการแข่งขันเนี่ยนะ?! เสียสติไปแล้วหรือ” หญิงสาวส่ายหัว เอ่ย
เสียงเรียบ
“ท่านจัดการได้หรือไม่? ข้ายังไม่อยากเผยความสามารถเท่าใดนัก”
“ภรรยาเจ้าสามารถยืนนิ่งปล่อยให้สามีปกป้อง” เยว่ฉีถึงกับหลุดขำให้
ประโยคหวาน
พูดออกมาด้วยหน้านิ่ง ๆ ได้ยังไงกันนะ เป็นบุรุษที่มีความสามารถเสียจริง
“เชิญสามีปกป้องข้า” ว่าจบก็หย่อนตัวลงนั่งบนโขดหินที่ยืนเมื่อสักครู่ คน
มาล้อมจู่โจมถึงกับงงงวย ทว่าไม่นานพวกเขาก็เข้าใจ
แม้จะบอกว่านั่งนิ่งให้ปกป้อง แต่ความจริงแล้วเยว่ฉีกำลังนั่งตรวจสอบว่า
พวกเขาทั้งหมดซ่อนตัวอยู่ที่ใด จากนั้นส่งที่อยู่ทั้งหมดเข้าไปในหัวหานลั่วอี้เพื่อ
ยืนยันว่าจุดที่ชายหนุ่มสัมผัสได้กับจุดที่นางเห็นตรงกัน
จากนั้นลมสายหนึ่งก็พุ่งเข้าจู่โจมคนทั้งสี่จนหมดสติในการโจมตีเดียว
“ง่ายกว่าที่คิดเสียอีก” หญิงสาวลุกขึ้นนั่ง ปัด ๆ เศษดินออกจากมือ ยื่นมือ
ออกไปรับป้ายหยกที่หานลั่วอี้ใช้พลังยึดมา
ทั้งสองคนแบ่งแต้มกันคนละสี่แต้ม เริ่มการแข่งขันได้ไม่นานสองสามี
ภรรยาเยว่หานก็มีแต้มถึงหกแต้มแล้ว
“ไปกันต่อเถิด รีบเก็บให้ครบสิบแต้มจะได้ออกไปจากที่นี่” ชายหนุ่มพยัก
หน้า จากนั้นทั้งสองก็เดินหาศิษย์คนอื่นต่อ
ท่าทีที่มีให้กัน สายตาที่มองกันและความเข้าขาในการต่อสู้ บ่งบอกได้ว่าทั้ง
สองคนรู้ใจกันมาก ทำเอาคนมองภาพเคลื่อนไหวอยู่ถึงกับกำหมัด อยากรู้ว่า
ชายผู้นั้นมีความสัมพันธ์แบบใดกับผู้ที่อาจจะเป็นน้องสาว?
อาจารย์อาวุโสมองสองสามีภรรยาเยว่หาน ศิษย์ใหม่ผู้โดดเด่นแล้วพยัก
หน้าขึ้นลง
เก่งกาจมาก รู้จักหลอกล่อให้ศัตรูตายใจแล้วโจมตีทีเผลอ ไม่เลวเลย ๆ
อารมณ์ดีแตกต่างจากคนถัดออกไปไม่ไกลลิบลับ
ฝั่งหานลั่วอี้และเยว่ฉีกำลังไปได้ดี ทว่าฝั่งเสินเทียนกลับกำลังเผชิญเรื่องน่า
รำคาญ
ไม่คิดว่าเขาจะปรากฏตัวใกล้มู่หลินและจูเฟยฮวาคนที่ไม่ได้เจอหน้ามานาน
แล้ว
พอได้เจอหน้ากันมู่หลินก็แสดงท่าทีไม่เป็นมิตรออกมาทันทีแตกต่างจาก
จูเฟยฮวา สตรีตรงหน้ามองเขาแล้วหันสายตาไปมองหวานเว่ย ก่อนจะดึง
สายตากลับมามองเขาด้วยแววตาตัดพ้อ ราวกับว่าเขาทำให้นางเสียใจ เหมือน
สามีที่นอกใจภรรยา !!
เขากับนางไม่ได้เป็นอะไรกัน เหตุใดต้องมองด้วยสายตาเช่นนี้
นึกว่าจะตัดใจจากเขาแล้วหันไปสนใจมู่หลินแล้วเสียอีก
“หวานเว่ยพวกเรารีบไปจากตรงนี้กันเถิด จะได้รีบตามหาหานลั่วอี้และเยว่
ฉี”
“อื้อ” หวานเว่ยมองบรรยากาศแปลก ๆ ระหว่างเสินเทียนกับสตรีตรงหน้า
ก่อนจะสลัดความสนใจทั้งหมดทิ้งในเวลาต่อมา
นางพอจะรู้ว่าสตรีตรงหน้าชอบเสินเทียน แต่ชายผู้นี้ไม่ชอบนาง เหตุการณ์
ที่ทำให้เยว่ฉีโมโหยังติดตรึงอยู่ในใจ
“จะไปที่ใด? พี่เสินข้าไม่ได้เจอหน้าพี่มานานมาแล้ว ข้าขอเดินทางไปพร้อม
กับพี่ได้หรือไม่? ถึงอย่างไรพวกเราก็ถือว่าเป็นสามตระกูลใหญ่ของดินแดน
ระดับกลาง อยู่ร่วมกันช่วยเหลือกันไม่ดีกว่าหรือ?” คำพูดจูเฟยฮวาเอาแต่ใจ
มาก
สนิทสนมงั้นหรือ? นางจะไร้เดียงสาไปถึงเมื่อใด ตระกูลเสินกับตระกูลมู่
แทบจะอยากทำสงครามระหว่างตระกูลอยู่รอมร่อ หากไม่ติดว่ายังไม่มีเหตุผล
เพียงพอ ทั้งยังไม่ต้องการทำลายสมดุลที่มีอยู่ในขณะนี้ ตระกูลเสินกับตระกูลมู่
คงเปิดศึกกันไปนานแล้ว
“แม่นางจู ข้าว่าข้าพูดชัดเจนแล้ว ข้ากับเจ้าไม่มีความจำเป็นจะต้องสนิท
สนมกัน” ว่าจบก็หันหลังเดินหนี โดยมีหวานเว่ยเดินตามหลังติด ๆ
“พี่เสิน เหตุใดท่านถึงใจร้ายกับข้าถึงเพียงนี้ ทุกคนล้วนได้รับความรัก
ความใจดีของท่าน มีเพียงข้าที่ได้รับเพียงความเย็นชา” นางเอ่ยตัดพ้อ น้ำเสียง
เหนื่อยอ่อนไม่น้อย
นางเหนื่อย เหนื่อยแล้วจริง ๆ ที่ต้องวิ่งตามเสินเทียน แต่ถึงอย่างนั้นใจนาง
ก็ไม่คิดยอมแพ้ ตั้งแต่เกิดมาไม่มีสิ่งใดที่นางต้องการแล้วไม่ได้
แต่เหตุใดพอเป็นชายตรงหน้านางถึงไม่สามารถยึดมาเป็นของตน
“หากเจ้าคิดกับข้าเป็นเพียงพี่ชายคนหนึ่ง ข้าคงมอบความอ่อนโยนให้เจ้า
ได้บ้าง” เขาไม่ได้หันกลับมามอง ยังคงเดินหน้าต่อไป ขณะเอ่ยประโยคนี้
ออกมา
จูเฟยฮวาร้องไห้เงียบ ๆ นางไม่ได้ร้องไห้โฮ เพียงปล่อยให้น้ำตาไหลลงมา
เงียบ ๆ
มู่หลินยืนมองไหล่เล็กสั่นไหวด้วยความรู้สึกปวดหนึบ เขาเองก็รักจูเฟยฮวา
ไม่ต่างจากที่นางชื่นชอบเสินเทียน เหตุใดนางถึงไม่มองเขาบ้าง
เขาก็อยากจะเป็นคนในสายตานางเช่นกัน อยากเป็นคนแรกที่นางนึกถึง
ยามตื่นนอน
อยากเป็นคนเดียวที่นางต้องการไม่ใช่เสินเทียน
ฝ่ามือแกร่งยกขึ้นสัมผัสไหล่เล็กแคบ จูเฟยฮวาหันหลังกลับมาซุกหน้าลง
บนไหล่มู่หลิน ร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจ สองมือวางอยู่บนไหล่ชายหนุ่ม
กำเข้าหากันแน่น ปากก็เอาแต่พึมพำบอกว่าจะตัดใจจากเขาแล้ว จะไม่ไล่ตาม
ให้เหนื่อยแล้ว
มู่หลินมองไหล่เล็กที่วันนี้ดูอ่อนแอมากกว่าทุกวันด้วยความรู้สึก
หลากหลาย ฝ่ามือแกร่งยกขึ้นตบ ๆ บนหลัง ไร้เสียงปลอบประโลม
เขาจะมีหน้าพูดออกไปได้เช่นไร ในเมื่อตอนนี้ความรู้สึกไม่ได้ต่างจากคนที่
กำลังร้องไห้อยู่เลย