ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 98 ยี่สิบอันดับผู้แข็งแกร่ง ตอนต้น
- Home
- ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน
- ตอนที่ 98 ยี่สิบอันดับผู้แข็งแกร่ง ตอนต้น
หลังผ่านไปประมาณสี่ชั่วยาม ในที่สุดการแข่งขันก็มาถึงช่วงสุดท้าย
บนลานประลองซึ่งมักจะมีศิษย์อยู่กันยี่สิบคน หลังจำนวนผู้เข้ารอบลดลง
ไปเรื่อย ๆ การแข่งขันก็ถูกเปลี่ยนเป็นต่อสู้ทีละคู่
เหมือนเช่นตอนนี้
เยว่ฉีเดินเข้าไปในลานประลองขนาดใหญ่ ตรงหน้านางคือบุรุษผู้หนึ่ง ซึ่ง
เป็นถึงอันดับสามในรายชื่อผู้แข็งแกร่ง อีกฝ่ายยิ้มแย้มทักทาย
ทว่านัยน์ตาสีดำคู่นั้นกลับฉายแววเจ้าเล่ห์
“ไม่คิดว่าจะได้ต่อสู้กับเจ้า ข้ามองดูการแข่งขันของเจ้าอยู่ตลอด เจ้า
เก่งกาจจนข้ารู้สึกแปลกใจ” อีกฝ่ายเอ่ย
เยว่ฉียิ้มรับ “ยังมีอีกมากที่ข้าสามารถทำให้ท่านแปลกใจได้”
“ข้าเริ่มคาดหวังมากขึ้นแล้ว…” ทิ้งช่วงไปชั่วครู่ ก่อนเอ่ยต่อ “อยากรู้ว่า
เจ้าจะทำให้ข้าสนุกได้มากน้อยเพียงใด”
สิ้นสุดการหยั่งเชิงเสียงสัญญาณการต่อสู้ก็เริ่มต้นขึ้น
เผยหยางสะบัดมือครั้งหนึ่งในมือเขาปรากฏพู่กันด้ามหนึ่ง อีกฝ่ายหยักยิ้ม
มุมปากก่อนร่างกายจะค่อย ๆ หายไป พร้อมกลุ่มควันซึ่งปกคลุมไปทั่วลาน
ประลอง
“อยากรู้นักว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้หรือไม่?” เผยหยางเอ่ย
เยว่ฉีเผยยิ้ม ดูเหมือนว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะสนุกไม่น้อย
หญิงสาวหลับตาลงปล่อยพลังจิตออกไปสำรวจรอบตัวในระยะสี่จั้ง ทว่า
พลังจิตของนางกลับสัมผัสการมีอยู่ของอีกฝ่ายไม่ได้
คาถาลวงตาสินะ…
ความตื่นเต้นยิ่งเพิ่มเท่าทวี พอคิดว่าอีกฝ่ายคิดจะเอาชนะด้วยคาถาลวงตา
ท่านอาจารย์เคยบอกเอาไว้ เมื่อใดก็ตามที่นักหลอมโอสถตกอยู่ในคาถา
ลวงตา จะไม่สามารถจับการมีอยู่ของศัตรูรอบกายได้
ส่วนวิธีหลุดออกจากคาถาลวงตานั้น…
เยว่ฉีรวมพลังปราณไปที่ฝ่าเท้าจากนั้นกระทืบเท้าครั้งหนึ่ง เกิดเป็นคลื่น
กระแทกทำเอาพื้นดินสั่นไหว แรงสั่นสะเทือนจากการกระแทกพลังปราณส่งผล
ให้หลุดออกจากคาถาลวงตา
กลุ่มควันถูกคลื่นกระแทกพัดหายไป จากนั้นจิตก็สัมผัสถึงการมีอยู่ของอีก
ฝ่ายได้
“ฮะ! ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะชอบใจแกมตกตะลึงเกิดขึ้นเหนือศีรษะ เยว่ฉี
เงยหน้าขึ้นมอง บนนั้นคือเผยหยาง
“เจ้า ทำให้ข้าตกตะลึงมากจริง ๆ เพิ่งจะเคยมีคนทำลายคาถาลวงตาของ
ข้าด้วยวิธีบ้าระห่ำเช่นนี้” อีกฝ่ายหยุดหัวเราะแล้ว นัยน์ตาฉายความสนุกสนาน
มากขึ้นกว่าเดิม
พู่กันในมือถูกยกขึ้นวาดกลางอากาศ หมึกสีดำเริ่มประกอบกันเป็นรูปร่าง
ก่อนจะถูกสั่งให้พุ่งมาตรงหน้า
“อยากรู้เสียจริงว่าใบหน้ายิ้มแย้มของเจ้าจะอยู่ได้นานเท่าใด” อีกฝ่ายลอย
เหนือพื้น พร้อมโจมตีเข้าใส่ เยว่ฉีขยับหลบการโจมตี กระโดดขึ้นเหนือพื้นเป็น
ครั้งคราว พร้อมปัดป้องการโจมตี
การฝึกแสนรากเลือดของอาจารย์ส่งผลดีเสียจริง นางแทบจะหลบการ
โจมตีได้ทั้งหมด แต่จะปล่อยให้โดนโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวคงไม่ดีเท่าใดนัก ระหว่าง
หลบการโจมตี นางได้เริ่มรวบรวมพลังปราณก่อเป็นลูกบอลไฟขึ้นบนท้องฟ้า
เหนือจุดที่อีกฝ่ายลอยอยู่ขึ้นไป
“เจ้าคิดแต่จะหลบอย่างเดียวหรือ? แบบนั้นชนะข้าไม่ได้แน่”
“ท่านคิดเช่นนั้นจริงหรือ?” ฝ่ามือเรียวปัดการโจมตีสุดท้าย พร้อมสั่งการ
ให้ลูกไฟนับร้อยพุ่งเข้าใส่อีกฝ่าย
“จงร่วงหล่น ฝนดาวตก!!” พูดจบก็ยกมือขึ้นปิดปากทันที
บ้าเอ่ย!!! เผลอพูดออกมาจนได้ นางได้ถูกอาจารย์บ่นจนหูชาแน่
หานลั่วอี้ที่มองอยู่ด้านบน หยักยิ้มมุมปากเมื่อเห็นท่าทางของภรรยา
เขาได้ยินเสียงที่นางเอ่ย เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้กั้นเสียง มีเพียงม่านพลัง
ปกป้องคนดูเอาไว้เท่านั้น
เผยหยางชะงักกับคำพูดของนาง จากนั้นไม่นานเขาก็รับรู้ได้ถึงความ
ผิดปกติ เมื่อเงามืดขนาดเล็กทาบทับร่างกายลงมา
พอเงยหน้าขึ้นมองเป็นต้องตกใจ
“เจ้าไปสร้างของแบบนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อใดกัน!!” เขาตะโกนก้อง รีบหลบการ
โจมตี
เยว่ฉียืนอยู่ด้านล่าง หลับตาลงข้างหนึ่ง แนบนิ้วชี้และนิ้วกลางเข้าหากันยื่น
ไปตรงหน้า ใช้พลังจิตบังคับทิศทางการเคลื่อนไหวของฝนดาวตก
ลูกไฟที่ควรร่วงลงพื้นถูกควบคุมให้ไล่หลังเผยหยาง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะลอยไป
ที่ใด ลูกไฟก็จะวิ่งตามหลังไป
“เจ้ามัน !!” ใบหน้าที่เมื่อสักครู่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและมั่นใจเริ่ม
วิตกกังวลขึ้นมาแล้ว พู่กันในมือถูกเปลี่ยนเป็นดาบเล่มหนึ่ง
ในเมื่อหลบไม่ได้ก็ต้องกำจัดทิ้ง
เผยหยางหยุดการหลบหนี หันไปเผชิญหน้ากับลูกไฟนับร้อย ดาบในมือถูก
สะบัดไปมา ฟาดฟันปัดป้องการโจมตีทั้งหมดที่พุ่งเข้าใส่
ลูกไฟของเยว่ฉีทำอันใดอีกฝ่ายไม่ได้เลย ไม่นานการโจมตีเหล่านั้นก็ถูก
จัดการจนหมดสิ้น
เผยหยางไม่คิดยืดเยื้ออีกต่อไป เขาหันหลังกลับมาพุ่งตัวเข้าหาเยว่ฉีพร้อม
ดาบในมือซึ่งถูกง้างขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนจะตวัดดาบลงบนร่างหญิงสาว
ภาพที่เห็นคือร่างเยว่ฉีถูกฟันออกเป็นสองส่วนก่อนจะสลายหายไป
เขาฟันภาพลวงตา
“ข้าอยู่นี่” เยว่ฉีเอ่ยยิ้ม ๆ จากด้านหลัง ในมือมีบอลไฟลูกหนึ่ง นางซัด
ออกไปสุดแรง
อีกฝ่ายกระโดดถอยหลังหลบการโจมตี โยนบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ
ฉับพลันแมงมุมหน้าคนตัวใหญ่พลันปรากฏขึ้นบนลานประลอง มันอ้าปาก
ออกกว้างกลืนลูกไฟเข้าไปในคำเดียว
“….” เกิดเป็นความเงียบชั่วขณะ
“หา! เจ้านี่กินลูกไฟข้าเข้าไปหรือ?!” เยว่ฉีอดตกตะลึงไม่ได้ ต่อสู้มาหลาย
ครั้งเพิ่งจะเคยเห็นสัตว์อสูรกลืนไฟของนางเข้าไป
“อย่าเพิ่งตกใจไป ยังไม่หมดเพียงเท่านี้” สิ้นคำพูด ลูกไฟซึ่งหายเข้าไปใน
ปากก็ถูกยิงออกมา
เยว่ฉีตกใจ ควักสัตว์อสูรของตนออกมาเช่นเดียวกัน
ลูกไฟที่ถูกยิงออกมากระทบเข้ากับกระดองเต่าสายฟ้า เกิดเสียงดังและ
กลุ่มควันคละคลุ้ง
“เกิดอะไรขึ้น !!”
“การโจมตีเมื่อสักครู่สำเร็จหรือไม่?”
“ข้าทันได้เห็นว่านางโยนบางอย่างออกมา”
“สัตว์อสูรของนางหรือ? จนถึงตอนนี้ข้ายังไม่เคยเห็นนักหลอมโอสถผู้นั้นใช้
งานสัตว์อสูรมาก่อน”
“มีความเป็นไปได้” เหนือลานประลอง ศิษย์หลายคนแลกเปลี่ยนความคิด
ไปมา หลายคนคาดหวังกับการต่อสู้ในครั้งนี้มาก
บนลานประลองเผยหยางกำลังคาดหวังให้การโจมตีเมื่อสักครู่สำเร็จ
หนึ่งในความสามารถของสัตว์คู่สัญญาของเขาคือการสะท้อนการโจมตี มัน
จะกลืนการโจมตีเข้าไปในร่างจากนั้นเปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นพลัง
สะท้อนการโจมตีที่รุนแรงมากกว่าออกมาแทน
เต่าสายฟ้าที่ถูกกลุ่มควันปกคลุม คำรามออกมาครั้งหนึ่ง ร่างกายใหญ่ยักษ์
และหัวอันใหญ่โตของมันขยายใหญ่จนโผล่ออกมานอกกลุ่มควัน มันสะบัดหัว
ครั้งหนึ่ง ควันทั้งหมดพลันสลายหายไป
เผยร่างกายและลวดลายสวยงามบนกระดอง
ด้านหลังคือเยว่ฉีซึ่งถูกร่างกายใหญ่โตปกป้องเอาไว้
ความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีคนสังเกตเห็นว่าสัตว์อสูรตนนั้นเป็นสัตว์
อสูรชนิดใด
“เต่าสายฟ้า !!เป็นเต่าสายฟ้าที่สามารถเติบโตจนกลายเป็นสัตว์อสูรระดับ
จอมทัพ ตอนนี้ดูจากแรงกดดันที่สัมผัสได้คงเป็นระดับนายพล สัตว์อสูรระดับ
นายพล อีกทั้งยังเป็นเต่าสายฟ้า !!”
เสียงเซ็งแซ่วุ่นวายบริเวณคนดูไม่ได้ส่งผลต่อการแข่งขัน
ทั้งสองคนได้เผยไพ่ในมือออกมาหมดแล้ว
“อ่า…เยว่ฉีเจ้าทำให้ข้าประหลาดใจมากจริง ๆ” เผยหยางส่ายหัวเอ่ย
แล้วเริ่มเข้าจู่โจมเยว่ฉี
หญิงสาวยืนอยู่ด้านหลัง จ้องมองการจู่โจม
ร่างของเผยหยางไม่สามารถก้าวเข้ามาถึงตัวคู่ต่อสู้ เมื่อใดก็ตามที่อีกฝ่าย
เข้าใกล้ สายฟ้าเส้นหนึ่งจะฟาดลงมาขัดขวางการโจมตีของเขา ทำให้เข้าใกล้ได้
ยาก
เต่าสายฟ้าผู้มีสายเลือดของสัตว์อสูรระดับจอมทัพ ไม่ใช่ชื่อเรียกที่มีประดับ
ไว้ให้ดูน่าหวาดกลัวเพียงอย่างเดียว ความสามารถของพวกมันก็แข็งแกร่งมาก
ไม่แพ้กัน
ระหว่างที่กำลังต่อสู้กับแมงมุมหน้าคนยังสามารถหันมาให้ความสนใจ
เจ้านาย และคอยปกป้อง
แมงมุมหน้าคนเริ่มใช้ขาโจมตีเต่าส่ายฟ้า พร้อมทั้งพ่นใยที่สามารถหยุดการ
เคลื่อนไหวและละลายร่างกายคู่ต่อสู้ได้ออกมา
แต่ก่อนที่การโจมตีนั้นจะถึงตัวเยว่กุยก็ปล่อยพลังสายฟ้าออกมารอบตัว
จัดการเผาไหม้เส้นใยจนหมดสิ้น
ปากกว้างของเต่าอ้าออก เยว่ฉีวาดมือรอบตัวสร้างม่านขึ้นมาป้องกันเสียง
พร้อมยกมืออุดหู
เผยหยางที่พยายามเข้าจู่โจมหยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง ทว่าเขายังช้าไป
เสียงร้องแหลมที่สามารถทิ่มแทงเข้าไปในโสตประสาทดังขึ้น ส่งผลให้เขา
ต้องยกมือขึ้นปิดหู เสียงนี้โจมตีเข้าไปถึงจิตใจ ทำเอาร่างกายซวนเซ ภาพ
ตรงหน้าพร่าเลือน
เสียงร้องของเยว่กุยหายไปแล้ว เต่าตัวน้อยในสายตาเยว่ฉีทำแมงมุมหน้า
คนสลบไป แมงมุมตัวนั้นเป็นสัตว์อสูรระดับนายพลเช่นเดียวกัน
แตกต่างกันที่เยว่กุยคือนายพลระดับสูง สัตว์ตนนั้นอยู่ระดับต่ำ นอกจาก
จะแพ้เพราะพลังต่างกันแล้วพลังสายเลือดในตัวยังด้อยกว่าด้วย
แมงมุมหน้าคนอย่างมากที่สุดก็ฝึกได้ถึงนายพลระดับสูงเท่านั้น นอกเสีย
จากว่ามันจะโชคดีได้กินพืชวิญญาณที่ช่วยทะลวงขีดจำกัดของสายเลือด หรือ
พืชวิญญาณแปลงร่างเข้าไป
ฝั่งเผยหยางหลังถูกการโจมตีนี้การป้องกันของเขาก็ลดลง เยว่ฉีจึงใช้โอกาส
นี้โจมตีอีกฝ่ายจนหมดสติ
ได้ผู้ชนะในท้ายที่สุด
การที่เผยหยางขึ้นมาเป็นอันดับสามของรายชื่อผู้แข็งแกร่งได้นั้นไม่ใช่เพียง
เพราะความสามารถด้านการฝึกปราณอย่างเดียว
และการที่เขาแพ้ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาอ่อนแอ แต่เป็นเพราะเขาแพ้ทาง
มากกว่า เผยหยางไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้สูง ความสามารถที่แท้จริง
ของเขาคือคาถาลวงตา เมื่อต้องปะทะกับนักหลอมโอสถซึ่งพลังจิตแข็งแกร่งทำ
ให้ความสามารถของเขาลดลง
ความจริงแล้วการโจมตีแรกของเขาควรจะจัดการเยว่ฉีได้แล้ว หากไม่ใช่ว่า
นางสามารถทำลายคาถาลวงตาออกมาได้ผู้ชนะคงเป็นเขา แต่พอคาถาลวงตา
ถูกทำลายเผยหยางก็ได้แพ้ไปครึ่งหนึ่งแล้ว
คาถาเริ่มต้นที่เขาร่ายใส่เยว่ฉีนั้นเป็นคาถาลวงตาที่แข็งแกร่งที่สุดที่สามารถ
ร่ายได้ในตอนนี้ หลังถูกทำลายจึงไม่สามารถสร้างคาถาขึ้นมาก่อกวนได้อีก