ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน - ตอนที่ 99 ยี่สิบอันดับผู้แข็งแกร่ง ตอนปลาย
- Home
- ข้ามเวลามาเป็นภรรยาของสามีขาพิการ ตระกูลหาน
- ตอนที่ 99 ยี่สิบอันดับผู้แข็งแกร่ง ตอนปลาย
คงไม่มีใครคาดคิดว่าวันนี้จะมาถึง…
การประลองรอบรองชนะเลิศ ภาพตรงหน้าทำเอาหลายคนตกตะลึง ทั้งยัง
คาดหวังว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้
เมื่อสองสามีภรรยานักหลอมโอสถ และนักฝึกปราณต้องมาต่อสู้กันเอง
“ข้าว่าบุรุษผู้นั้นไม่มีทางกล้าทำร้ายภรรยาตนเองเป็นแน่”
“เป็นข้า ข้าก็ทำไม่ลง ดูสินอกจากความงดงามของนางแล้ว ทั้ง
ความสามารถและความแข็งแกร่ง ทำเอาข้าหลงใหลจนไม่กล้าลงมือ”
“ระวังปากเสียบ้าง หากสามีนางมาได้ยินเข้าแล้วเกิดไม่พอใจเจ้าอย่ามานึก
เสียใจทีหลัง”
“หรือเจ้าไม่คิดเหมือนข้า?”
“…”
“หึ แล้วทำทีมาสั่งสอน!!” อีกฝ่ายหันหน้าไม่สนใจสหายข้างกาย
ไม่ใช่แค่สองคนที่คิดเช่นนี้ ศิษย์หลายคนต่างมีความคิดไม่ต่างกันมากนัก
ไม่เว้นกระทั่งบุรุษผู้หนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนที่นั่งพิเศษ
“หากบุรุษผู้นั้นกล้าทำให้น้องสาวข้าบาดเจ็บข้าจะไม่มีวันยอมรับคนผู้นั้น
เด็ดขาด !!” หมิงเทียนหลินเอ่ยเสียงกดต่ำให้ได้ยินกันเพียงสองคน หม่าลู่เสีย
นมองด้วยสายตาที่ทำอะไรไม่ได้
หมิงเทียนหลินในมุมนี้ต่างจากหมิงเทียนหลินที่เขารู้จักมากนัก คนที่เคย
สงบนิ่งได้ทุกสถานการณ์กลับอารมณ์แปรปรวนง่ายผิดไปจากปกติ
“เทียนหลิน ท่านใจเย็นบุรุษผู้นั้นคงไม่มีทางทำร้ายภรรยาตนเองเป็นแน่”
หมิงเทียนหลินหันมามองด้วยสายตาไม่พอใจ เขาไม่ชอบคำพูดที่ว่า ภรรยา
เสียเลย
ถึงจะยังมั่นใจไม่ถึงสิบส่วนว่านางใช่น้องสาวที่ตนตามหาหรือไม่ แต่ใจที่คิด
ไปแล้วของเขา ทำให้เกิดความรู้สึกไม่พอใจต่อบุรุษตรงหน้า
“ลู่เสียน เจ้าอย่าได้กล่าวคำพูดเช่นนั้นออกมา ข้าไม่อยากรับรู้ว่านาง
แต่งงานแล้ว” หม่าลู่เสียนถึงกับพูดไม่ออก นี่คือชายผู้ได้ชื่อว่า อนาคตของ
ตระกูลหมิงแน่หรือ? ท่าทีตอนนี้ไม่ต่างจากพี่ชายหวงน้องสาว กลัวว่าน้องสาว
จะถูกบุรุษซึ่งอยู่อีกฟากของกำแพงบ้านมาลักพาน้องสาวของตนไป
“ไม่คิดว่าจะได้ต่อสู้กับท่าน” เยว่ฉีเอ่ยหยอกเย้า มองหน้าสามียิ้ม ๆ
“ข้าคงแพ้พนันกับเจ้าแล้ว” หานลั่วอี้เอ่ย “ภรรยา ข้าจะกล้าต่อสู้กับเจ้าได้
อย่างไร” เรื่องนี้ทำเขาปวดใจแล้ว
ผลการแข่งขันครั้งนี้คงเป็นตนที่พ่ายแพ้ รางวัลของผู้ชนะคงไม่มีทางได้รับ
เช่นนั้นช่วงเวลาหอมหวานดังเช่นค่ำคืนนั้นคงไม่มีทางเกิดขึ้นอีก
เยว่ฉีที่เข้าใจความคิดของสามี ถึงกับหลุดขำออกมา ก้าวไปยืนประจันหน้า
เขย่งปลายเท้าพูดข้างหู
“เสียใจมากเลยหรือ? เช่นนั้นข้าจะยอมให้ท่านสักครั้ง” เยว่ฉีขยับก้าวถอย
ออกมา ก่อนจะยกมือขึ้น
“ข้าขอยอมแพ้การแข่งขันในครั้งนี้” สิ้นเสียงความปั่นป่วนโดยรอบยิ่ง
เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี
หลายคนต่างคาดเดาไว้แล้วว่าต้องมีคนขอยอมแพ้ ทว่าฝ่ายที่คนส่วนมาก
คิดนั้นคือ หานลั่วอี้ ไม่ใช่เยว่ฉี
ชายผู้นั้นจะต้องขอยอมแพ้เพราะไม่ต้องการต่อสู้กับภรรยา ไม่ใช่ตัวนางที่
เป็นคนขอยอมแพ้
“เจ้าตัดสินใจดีแล้วใช่หรือไม่?” อาจารย์อาวุโสเอ่ยออกมาจากที่นั่งพิเศษ
นางหันไปพร้อมเอ่ยย้ำ
“ข้าตัดสินใจดีแล้ว ถึงข้าจะผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปได้ แต่คงไม่สามารถ
เอาชนะคนผู้นั้นได้”
คนผู้นั้นที่นางกล่าวถึงเผยยิ้มชอบใจ เขาเองก็ต้องการต่อสู้กับหานลั่วอี้
อยากรู้ว่าระยะเวลากว่าครึ่งปีที่ผ่านมา ชายผู้นั้นแข็งแกร่งขึ้นเพียงใด
“เช่นนั้นข้าขอประกาศ การแข่งขันในครั้งนี้ หานลั่วอี้เป็นฝ่ายชนะ!!”
“ภรรยา” ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเสียงรอบข้าง เขาหันมามองภรรยาด้วย
สายตาซับซ้อน
“เอาชนะให้ได้เล่า ข้าอุตส่าห์ยอมให้ท่านถึงเพียงนี้” นางทุบกำปั้นไปที่
หน้าอกเขา ชายหนุ่มจับกำปั้นขึ้นมากุมไว้ ก่อนจะก้มลงประทับจุมพิตลงบนนั้น
สายตาร้อนแรงเหลือบขึ้นมองสบตา
การกระทำนี้ทำเอาหัวใจนางเต้นแรง ใบหน้าแดงก่ำ
ต่อหน้าคนมากขนาดนี้ ชายผู้นี้ทำอะไรเนี่ย !!!
นางรีบดึงมือกลับมาแต่ไม่เป็นผล หานลั่วอี้ยืดตัวขึ้น ขยับเข้าใกล้ ดึงคน
เข้ามากอด เอ่ยกระซิบข้างหู
“ในเมื่อภรรยาเลือกแล้ว เช่นนั้นข้าจะทำให้ดี พร้อมขอรับรางวัลแสน
หวาน” เสียงแหบพร่าเอ่ยกระซิบข้างหู ทำเอาร่างกายเพรียวบางขนลุกซู่
ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงหู
“ปล่อยได้แล้ว”
หานลั่วอี้ยอมปล่อยโดยง่าย
หญิงสาวไม่กล้าเงยหน้าสบตา หลังถูกปล่อยเป็นอิสระก็รีบวิ่งออกนอกลาน
ประลองไปทันที
เพราะไม่มีการต่อสู้ การแข่งขันจึงดำเนินต่อทันที
อาจารย์อาวุโสลุกขึ้นยืน เดินมายืนชิดขอบระเบียงกั้น
“เช่นนั้นข้าขอประกาศ ผู้เข้าแข่งขันรอบสุดท้าย หานลั่วอี้จากฝั่งศิษย์ใหม่
ปะทะ สือตง ศิษย์เก่าที่ครองอันดับหนึ่งมาตลอดสองปีเต็ม !!”
สือตงกระโดดจากระเบียงกั้นลงมายืนบนลานประลอง
บุรุษคนเดียวกับที่เคยทำหน้าที่ต้อนรับพวกเขาตอนพิธีต้อนรับศิษย์ใหม่ ไม่
คิดว่าจะเป็นถึงผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่ง
“ในที่สุดข้าก็จะได้ต่อสู้กับเจ้า อย่าทำให้การต่อสู้ครั้งนี้น่าเบื่อเกินไปเล่า”
“คำพูดนั้นเก็บไว้พูดกับตนเองเถิด”
“หึ ประมือกันสักกระบวนท่าคงได้รู้”
ในมือสือตงปรากฏทวนเล่มหนึ่ง อีกฝ่ายควงทวนไปมาในมือ ก่อนตวัดมาชี้
หน้าหานลั่วอี้
“เริ่มเลยไหม?”
ชายหนุ่มกระตุกยิ้ม จากนั้นร่างทั้งสองคนก็หายวับไปในชั่วพริบตา
ฉึบ !!
เพล้ง !!
เสียงปะทะกันเกิดขึ้น พร้อมภาพการเคลื่อนไหวรวดเร็ว โผล่ไปหยุดตามจุด
ต่าง ๆ หานลั่วอี้ประมือกับสือตงด้วยดาบซึ่งได้มาจากความสามารถของหานลั่ว
ซาน วันนั้นเด็กชายตัวน้อยหาอาวุธวิญญาณมาได้หลายเล่มมาก มีทั้งระดับสูง
และระดับต่ำ ส่วนดาบในมือ คืออาวุธวิญญาณระดับเซียน
ดาบสายลม ด้ามจับเป็นสีเขียวอ่อนประดับด้วยลวดลายงดงาม ตัวดาบเป็น
สีเขียวอ่อนคล้ายผลึกคริสตัลเป็นประกายงดงามไม่ต่างจากด้ามจับ
ยามชายหนุ่มกวัดแกว่งไปมาให้ความรู้สึกราวกับว่าดาบมีชีวิต
สือตงฟาดหวดลงมาจากด้านบน หานลั่วอี้ยกดาบขึ้นปัดป้องการโจมตี ตวัด
ดาบนำวิธีการเคลื่อนไหวของทวนหลบออกจากตัว จากนั้นโจมตีอีกฝ่ายด้วยฝ่า
มือ
อีกฝ่ายกระโดดหลบไปด้านหลัง ห่างออกไปประมาณสี่จั้งก่อนจะหมุนตัว
แล้วขว้างทวนพุ่งใส่หานลั่วอี้
ชายหนุ่มยกดาบขึ้นป้องกันการโจมตี ทันทีที่ทวนปะทะดาบ เจ้าของทวนก็
พุ่งตัวเข้ามา กระแทกฝ่ามือใส่ปลายทวน
การโจมตีระลอกสองทำให้ชายหนุ่มไม่อาจต้านการโจมตีเอาไว้ได้ เอนตัว
ไปด้านหลังแล้วเอี้ยวตัวไปด้านซ้าย จากนั้นขยับปลายนิ้วปล่อยวิชาคมมีดสาย
ลมเข้าใส่ศัตรู
สือตงลอยตามทวนมา หลังถูกโจมตีเขารีบดึงทวนกลับเข้าหาตัว ทวนในมือ
ถูกควงเป็นวงกลมป้องกันการโจมตีทั้งหมด
หานลั่วอี้สร้างคมมีดวายุขึ้นมาอีกครั้ง บังคับให้พุ่งเข้าใส่อีกฝ่าย ส่วนตัวเอง
ใช้วิชาก้าวสายลมเคลื่อนตัวไปด้านหลัง ประทับฝ่ามือใส่หลังสือตง
อีกฝ่ายจับการเคลื่อนไหวได้ ไหวตัวทัน หันหลังกลับมาพร้อมแทงทวน
ออกไป
ชายหนุ่มกระโดดหลบ ทว่ายังช้าไป ปลายทวนยืดยาวสามารถสัมผัสถึงตัว
หลังอีกฝ่ายตวัดปลายทวนลง เสื้อที่สวมอยู่ก็ถูกตัดขาดออกไปเป็นทางยาว
ตั้งแต่หัวไหล่ข้างซ้ายไปยังเอวด้านขวา ยังดีที่ถูกเพียงส่วนปลาย ทำให้บาดแผล
ที่เกิดขึ้นไม่ลึกมากนัก แต่ก็เพียงพอให้เลือดไหลออกมา
“ลั่วอี้ !!” เสียงร้องตกใจดังลอดออกจากตำแหน่งคนดู หานลั่วอี้หลุบตา
มองสบเข้ากับดวงตาเป็นห่วงของภรรยา เขาหยักยิ้มบอกนางว่า ไม่เป็นไร
ชายหนุ่มหันกลับมามองอีกฝ่าย มุมปากสือตงยกยิ้ม
“ก็ไม่เห็นเท่าใด” คำกล่าวเยาะเย้ยไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มวิตกกังวล สายตา
เขายังคงเต็มไปด้วยความแน่วแน่ มั่นคง
สือตงจิปากรู้สึกหมั่นไส้สายตาหานลั่วอี้ขึ้นมาแล้ว
“มารีบทำให้มันจบ ๆ ไปเถิด” สือตงกล่าว
“ยินดี”
จากนั้นทั้งสองคนก็เข้าประมือกันอีกหลายกระบวนท่า ต่างฝ่ายต่าง
สามารถสร้างบาดแผลให้กันและกัน
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม การต่อสู้ที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเริ่มมองเห็นความ
เปลี่ยนแปลง
ลานประลองถูกทำให้เละไม่เป็นชิ้นดีจากการปะทะกันของทั้งสองคน
สือตงเริ่มแปลกใจแล้วว่าทั้งที่อีกฝ่ายเป็นเพียงผู้ฝึกปราณขั้นเก้าเหตุใดถึง
สามารถทนเขามาได้นานขนาดนี้
มาถึงตอนนี้เขาถึงเพิ่งเข้าใจ เมื่อหานลั่วอี้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา
หลังรับรู้ได้ว่าตนกำลังเพลี่ยงพล้ำ
พลังของผู้ฝึกปราณขั้นปรมาจารย์ระดับกลางแผ่กระจายรอบตัวชายหนุ่ม
กลิ่นอายกระหายชัยชนะปกคลุมไปทั่วตัว
สายตาเย็นชาดุจน้ำทะเลลึกจดจ้องศัตรู ทำเอาสือตงขนลุกอย่างที่ไม่เคย
เป็นมาก่อน
เขาหยักยิ้มมุมปากก่อนจะหัวเราะออกมา
“ที่แท้เจ้าก็เป็นถึงผู้ฝึกปราณขั้นปรมาจารย์ ในที่สุดข้าก็เข้าใจความรู้สึกไม่
ถูกต้องบนตัวเจ้าเสียที !!” เขายกมือขึ้นเช็ดเลือดมุมปาก
“จากนี้คงถึงเวลาเอาจริงของเจ้าแล้วใช่หรือไม่?”
หานลั่วอี้ไม่ตอบ ทำเพียงยกยิ้มมุมปาก ดวงตาหรี่ลง
จากนั้นร่างของเขาก็หายไป
ความเร็วจากการเคลื่อนไหวรวดเร็วขึ้นกว่าก่อนหน้าสองเท่าตัว
สือตงไม่สามารถมองตามการเคลื่อนไหวที่ราวกับสายลมของอีกฝ่ายได้
ทั้งที่เป็นผู้ฝึกปราณขั้นเดียวกันแต่เมื่อเทียบความเร็วแล้ว เขาที่ถนัดธาตุ
ดินยังห่างไกลกับอีกฝ่ายมากนัก
ผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งหลับตาลง ใช้หูจับการเคลื่อนไหว ทวนในมือถูก
ตั้งขึ้นเตรียมพร้อมจู่โจม
ใกล้แล้ว อีกนิด
ใช่ ตอนนี้ !!
ทวนในมือถูกแทงออกไป จังหวะเดียวกับที่หานลั่วอี้พุ่งเข้าใส่ ดาบและทวน
ปะทะกันเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วลานประลอง
คนดูอยู่แทบหยุดหายใจ การต่อสู้ครั้งนี้ตื่นเต้นและลุ้นระทึกมากกว่าทุก
ครั้งที่ผ่านมา
คาดเดาได้ยากมาก ว่าใครกันจะเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด
คนทั้งสองยังไม่ได้เรียกสัตว์อสูรออกมาช่วยเหลือ ราวกับว่าต้องการล้มอีก
ฝ่ายด้วยฝีมือเพียงอย่างเดียว
“หากยังเป็นเช่นนี้อยู่คนที่แพ้จะเป็นเจ้าเสียแล้วกระมัง” สือตงยังมีอารมณ์
มากล่าวคำพูดกวนประสาท ทั้งที่ตนเองก็มีสภาพไม่ได้ต่างจากอีกคนเท่าใดนัก
หานลั่วอี้ไม่ได้สนใจว่าอีกคนจะพูดอะไร เขายังคงพยายามหาช่องในการ
โจมตี
แต่เหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ให้โอกาสเขาได้ทำอย่างใจนึก
ทวนในมือถูกยกขึ้นก่อนจะกระแทกลงพื้น ทำเอาลานประลองที่สภาพ
ไม่ได้ดีพังลงในที่สุด
ชายหนุ่มกระโดดหลบชิ้นส่วนลานประลองที่โผล่ขึ้นมาเหนือพื้น ซึ่งมา
พร้อมการโจมตีของสือตง
เสาหินนับร้อยแทงโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินรอบตัว บดบังการมองเห็นของชาย
หนุ่ม
บุรุษหน้าตายกระโดดขึ้นสูง ลอยตัวเหนืออากาศจากนั้นพุ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้
พร้อมดาบในมือ
เหมือนเช่นทุกครั้ง ดาบถูกสกัดไว้ได้
“ดูเหมือนผลแพ้ชนะจะมาถึงแล้ว”
“ยังไม่แน่นัก” ดาบในมือถูกปล่อยทิ้ง ร่างหานลั่วอี้ร่วงหล่นใส่ปลายทวน
สือตงตกใจเคลื่อนไหวไม่ได้ไปชั่วขณะ
ชายหนุ่มอาศัยจังหวะที่สือตงขยับตัวไม่ทัน จับคอเสื้ออีกฝ่าย พลิกตัวทุ่มคู่
ต่อสู้ลงบนพื้น พร้อมยื่นมือออกไปจับดาบสายลมมาจ่อคอสือตงก่อนดาบจะ
หล่นลงพื้น
หัวเข่าหานลั่วอี้วางอยู่บนตัวเขา ปลายดาบจ่อคอ มือข้างหนึ่งดันไหล่แนบ
พื้น
“เจ้าแพ้แล้ว” เสียงเรียบนิ่งติดเหนื่อยหอบเล็กน้อยดังขึ้นตรงหน้า สายตา
ที่มองมาทำเอาสือตงถึงกลับยกยิ้มกว้าง
ไม่คิดว่าจะติดกับกับดักตื้น ๆ เช่นนี้ได้
เพราะภาพลักษณ์ของชายคนนี้ไม่ใช่คนชอบทำอะไรไม่คิด เขาจึงคาดไม่ถึง
ว่าจะใช้ตนเองมาเป็นเหยื่อล่อ เพื่อให้เขาไขว้เขว
ผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งนอนราบบนพื้น ถอนหายใจ ก่อนจะหัวเราะออกมา
“ข้าแพ้แล้ว”
หานลั่วอี้ลุกขึ้น พร้อมยื่นมือมาตรงหน้า สือตงมองมือเขาเล็กน้อยก่อนจะ
วางมือตนลงไป ปล่อยให้หานลั่วอี้ดึงขึ้นจากพื้น
เกิดเสียงร้องตะโกนก้องไปทั่วลานประลอง การต่อสู้ครั้งนี้สนุก และตื่นเต้น
มากสำหรับพวกเขา สมแล้วที่ได้ชื่อว่าการต่อสู้ของสองผู้แข็งแกร่ง
เยว่ฉีวิ่งลงมายืนข้างลานประลอง หานลั่วอี้หันไปมองภรรยา สภาพเขา
ตอนนี้ไม่น่าดูเท่าใดนัก
ดวงตาสีรัตติกาลมองสตรีในดวงใจเพียงหนึ่งวิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทีเป็นห่วง
มุมปากพลันยกยิ้มสองแขนอ้าออกกว้าง
รับการโถมกายเข้ามาของนาง ก้มลงประทับจูบลงบนกลางศีรษะ
“ภรรยาข้าชนะแล้ว”
“ข้าเห็นแล้ว ท่านทำได้จริง ๆ” เสียงนางติดสะอื้นไห้
ยามมองเห็นเขาบาดเจ็บหัวใจนางเจ็บปวดมากเพียงใด ไม่มีใครรับรู้ได้ แม้
จะอยากให้เขาเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด ทว่ายามเห็นเลือดสีแดงไหลออกมาจาก
ร่างกายนี้ ในใจพลันอยากตะโกนออกไปว่า ท่านยอมแพ้เสียเถิด หยุดแข่งได้
แล้ว
แต่เมื่อมองเห็นสายตาแน่วแน่ของเขานางก็พูดไม่ออก ทำได้เพียงปิดปาก
แน่น ภาวนาให้เขาปลอดภัย
ในใจรู้ดีว่าการแข่งขันในครั้งนี้ไม่อนุญาตให้ศิษย์ฆ่ากันเอง แต่ก็ไม่ได้ห้าม
ไม่ให้ทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส และเมื่อเห็นว่าการแข่งขันสิ้นสุดแล้ว ความรู้สึก
ที่อดกลั้นมานานก็ไม่อาจทนต่อไปได้อีก จึงรีบวิ่งลงมา ลงมาสัมผัสร่างกาย
อบอุ่น ยืนยันว่าเขาไม่เป็นอะไร
“ข้าต้องขอตัวก่อน” สือตงพยักหน้ารับ มองหานลั่วอี้ย่อตัวลงอุ้มภรรยาที่
ไม่ยอมห่างกายขึ้นแล้วเดินออกจากลานประลองไป
จากนี้เขาควรทำเช่นไรต่อดี การมอบรางวัลให้ผู้ชนะคงไม่สามารถทำได้
แล้ว…