ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 18 : สำนักทวนธารา
“เจ้าเล่นตลกกับข้าผู้อาวุโสหรือไร ให้มันน้อยๆหน่อย” ผู้เฒ่าเสียงถลึงตาดุในใจรู้สึกว่าเจ้าหนุ่มนี่นะ ไม่รอบคอบเสียจริง…
ฉางกวงได้ยินดังนั้นจึงรู้สึกว่าเรื่องนี้มันเเปลกๆจึงดึงมือกลับมา จ้องเหรียญที่อยู่ในมือ สีหน้าดูไม่ได้
“ข้าทำพลาดไปซะเเล้ว ไม่เป็นไรๆ ” เขายิ้มเเหะๆให้ท่านผู้เฒ่า รีบกลับหน้าเหรียญในมือ ชูขึ้นไปอีกครั้ง
ผู้เฒ่าส่ายหน้าอย่างจนใจ เเล้วก็หันไปดูเหรียญในมือของฉางกวง ท่าทางครุ่นคิดไตร่ตรอง
เอามือไปลูบเคราโดยไม่รู้ตัว พอออกจากภวังค์จึงกล่าวว่า
“เจ้าผ่าน มายืนในเเถวด้านข้างของข้า”
ผู้เฒ่ากล่าวอย่างเรียบเฉย เเต่มีเสียงในใจว่า พรสวรรค์โดยเเท้…
เเล้วก็ผ่านมาจนถึงซ่งหยวน เฉินเฟย คุณหนูจิน เเละก็เจียงหวง ล้วนผ่านมาทั้งสิ้น
มารวมอยู่ในเเถวตามฉางกวงมาติดๆ จนหมดเวลาที่กล่าวไว้
ผู้เฒ่าหันมามองเเถวข้างๆ จึงมีค่ายกลลวดลายอักขระซับซ้อนที่คนส่วนใหญ่อ่านไม่ออก
โผล่มาครอบคลุม เเถวของผู้สอบผ่าน ค่ายกลเริ่มส่องประกายเเสงวูบวาบ กะพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนเเสงสว่างจ้าเเสบตา
ผู้คนที่มาเฝ้าดู ด้วยอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเซียนตาพลันพร่ามัว รู้สึกอย่างกับว่าตาตนเองฉับพลันไร้สีสันไปตลอดกาล
พอเเสงสว่างนั้นหายไปนั้นเอง ผู้คนที่มองอยู่เห็นเพียงความว่างเปล่าดั่งผู้คนเป็นเเถวเมื่อครู่เป็นเพียงเเค่ความฝัน
ผู้เฒ่าเองก็หายไปพร้อมกับค่ายกลอย่างไร้ร่องรอย เห็นดังนั้นจึงมีเสียงอื้ออึง เซ็งเเซ่ ว่าสมเเล้วกับเป็นเซียน หายไปก็ยังอลังการขนาดนี้…
อีกด้านหนึ่ง ณ ปลายเส้นทางของค่ายกล มีอักขระซับซ้อนที่ดูคล้ายกับในเมืองอยู่หลายส่วน วงค่ายกลนี่เอง พลันเริ่มมีเเสงสว่างจ้า เเสงกะพริบถี่ จนเเสงสว่างเเสบตาดับลงไป จึงเห็นว่าในวงค่ายกลนั้น มีเเถวของผู้ผ่านการคัดเลือก เเละผู้เฒ่าคนนั้นยืนอยู่ข้างๆ ตอนเเรกทุกคนทำท่าทางตกตะลึง ทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติมาได้จึงสังเกตเห็น
ภาพทิวทัศน์ด้านหน้านั้น
เทือกเขาทั้ง 2 ซ้อนทับกัน มีสายธาราไหลคั่นระหว่างทิวเขานั้น สังเกตได้ว่ามีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่มโหฬารดูผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานตั้งอยู่บนธารา ด้านบนสังเกตเห็นเมฆาลอยเอื่อยเฉื่อยได้ชัดถนัดตา
บรรยากาศเช่นนี้ช่างดูเหมือนกับสถานที่ ที่ดูสูงส่งไกลเกินมนุษย์จะเอื้อมไปถึง ประกอบกับเรือนหลังน้อยใหญ่ที่อยู่ปลายธารา ยิ่งขับเน้นถึงความห่างคล้ายสวรรค์กับโลกมนุษย์
กลุ่มผู้ผ่านการคัดเลือกนิ่งอึ้ง ตกอยู่ในภวังค์ ยกเว้นเสียก็เเต่ ซ่งหยวน เฉินเฟย กับคุณหนูจินที่สีหน้าก็ยังมีความประทับใจ เเต่ก็กลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เเละเจียงหวงที่ภายนอกดูเฉยชาเเต่ภายในใจเเอบประทับใจเงียบๆ
ฉางกวงก็เเววตาเป็นประกาย ท่าทางตื่นเต้นปิดยังไงก็ปิดไว้ไม่มิด
“เอาหล่ะ พวกเจ้าฟังข้าให้ดีๆ ตอนนี้พวกเจ้าถือว่าเป็นศิษย์สายนอกเเล้ว
ศิษย์สายนอกต้องมาฝึกฝนทุกๆเช้า ณ หน้าธาราเเห่งนี้
ฝึกเสร็จเเล้ว ในวันรุ่งขึ้นพวกเจ้าอย่าลืมต้องเลือกสมาคมด้วยหล่ะ”
ศิษย์สายนอกสำนักทวนธารานั้นมีกิจวัตรประจำวันอยู่อย่างหนึ่งร่วมกันคือต้องมารวมตัวฝึกฝนร่างกายเเละพลังปราณ ในช่วงเช้าของทุกๆวัน เเล้วพอฝึกฝนเสร็จ ก็จะเข้าไปในสมาคม เป็นตัวเลือกในการฝึกฝน
สมาคมประกอบไปด้วย 4 สมาคม คือสมาคมปรุงโอสถ สมาคมค่ายกล สมาคมผลิตอาวุธเวทย์ เเละสมาคมสลักขักขระ ซึ่งสมาคมอักขระกับสมาคมอาวุธเวทย์เเละสมาคมค่ายกลจะมีความคล้ายคลึงกันบางประการ กล่าวคือ สมาคมอักขระสามารถใช้อักขระสลักค่ายกลอย่างง่ายเเละอาวุธเวทย์อย่างง่ายได้ เเต่สมาคมค่ายกลเเละสมาคมอาวุธเวทย์จะเรียนอย่างลึกซึ้งมากกว่า
“ในเมื่อเป็นเยี่ยงนี้เเล้ว เเยกย้ายได้ ให้เวลาพวกเจ้าไปคิดเรื่องสมาคมมา1 คืน”
ผู้เฒ่าพูดจบ ก็กลายเป็นเงาเลือนลางหายไปในชั่วพริบตา
เเต่มีปราณเสียงดังขึ้นอีกว่า “ที่อยู่อาศัยพวกเจ้าสามารถเลือกเรือนบริเวณใกล้ๆธาราได้เลย
มีเพียงพอต่อทุกๆคนเเน่นอน”
ทุกคนสบตากันชั่วครู่พลางเดินไปจับจองเรือนที่ตนเองสนใจ ฉางกวงเองก็ได้เรือนมาเเล้วเช่นกัน
เรือนเขาสภาพดูทรุดโทรมเล็กน้อย เเต่พอจะอยู่ได้ เรือนด้านรอบๆตัวเขานั้น มีซ่งหยวน กับ เฉินเฟย
เจียงหวง เเละ คนที่เขาไม่รู้จัก มาอาศัยอยู่ ส่วนคุณหนูจินนั้นไปอยู่เรือนใกล้ๆกับศิษย์หญิงคนอื่นๆ