ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 19 : เริ่มต้นฝึก
“ข้าจะเลือกสมาคมอันใดดีนะ ทุกสมาคมล้วนน่าสนใจไปหมด”ฉางกวงพึมพำกับตนเอง สีหน้าลำบากใจ
“ข้าคิดว่าสมาคมอักขระดูไปได้ไกล งั้นเอาอันนี้เลยน่าจะดี” ฉางกวงรู้สึกว่าตนเองนั้นช่างเลือกได้ดี…ได้ดี
ยิ่งนัก อารมณ์เเจ่มใส พลันพักผ่อนอย่างสบายอารมณ์
ตอนรุ่งเช้า
ฉางกวงลุกขึ้นมาได้ก็รีบเตรียมตัวเองให้พร้อม วิ่งออกจากกระโจมอย่างรวดเร็ว เห็นว่าข้างๆกระโจมนั้นเอง มีเงาตะคุ่มตะคุ่มกำลังเดินออกมาเช่นกัน พอมองเห็นได้ชัดเจนจึงพยักหัวยิ้มทักทาย เจียงหวงเช่นนั้นก็นิ่งเฉย มองมาชั่วครู่จึงไม่สนใจอีก
“เฮ้อ เจ้านี่ก็เย็นชาชะมัดเลย”พลันได้ยินเสียงทักทายดังขึ้น หันไปเห็นมองเห็นว่าซ่งหยวนกับเฉินเฟยกำลังเดินมาทางนี้
“พี่ฉาง พี่เจียง พวกท่านคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องสมาคมรึ”ซ่งหยวนยิ้มพลางมองมายังฉางกวงกับเจียงหวง
เฉินเฟยก็จับจ้องมาเช่นกันด้วยความสนใจ
“ข้าตั้งใจจะเลือกสมาคมอักขระ เเล้วเจ้าหล่ะ”ฉางกวงมองไปยัง ซ่งหยวน
เห็นเช่นนั้นซ่งหยวนจึงเอ่ยว่า “ของข้า ข้าว่าจะเลือกสมาคมค่ายกลหน่ะ เฉินเฟยเองก็เช่นกัน”
เฉินเฟยพงกหัวเป็นการยอมรับ “เเล้วพี่เจียงว่าเช่นไร”ซ่งหยวนหันไปมองเจียงหวง
“อักขระ” เจียงหวงน้ำเสียงเรียบเฉยคล้ายไม่เเยเเส
ซ่งหยวนตะลึงชั่วครู่เเต่ก็ส่งยิ้มให้เจียงหวงพลันกล่าวว่า
“นี่ก็ใกล้ได้เวลารวมตัวเเล้ว พวกท่านก็มากับพวกข้าเถอะ”ซ่งหยวนกับเฉินเฟยที่กำลังเดินจากไปหันมายังฉางกวงกับเจียงหวง
ฉางกวงกับเจียงหวงพยักหน้ารับพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย พลางเดินร่วมวงกับซ่งหยวนเเละเฉินเฟยไปยังหน้าทิวเขาธารา
ณ ตอนที่พวกเขาเดินไปถึง ก็พบกับกลุ่มที่มาด้วยกันเมื่อวานนี้ เเละบางกลุ่มที่ไม่คุ้นหน้า กำลังคุยกันเซ็งเเซ่ คล้ายรอคอยบางอย่างอยู่ ฉางกวงเหลือบไปเห็นคุณหนูจินกำลังกำลังคุยกับกลุ่มศิษย์หญิง 2 3 คน
ทันทีที่เห็นกลุ่มฉางกวงเดินมา คุณหนูจินหันขวับกลับมามองที่ฉางกวง เเววตาประเมินอีกฝ่าย สีหน้าเป็นปกติ
“ข้าไม่ได้ตั้งใจทำอย่างนั้นนะ เจ้าพิธีกรผู้นั้นก็เหลือเกินจริงๆ” ฉางกวงหันไปสบตากับคุณหนูจิน ยิ้มเเห้งๆให้อีกฝ่าย
สายตาจนใจไร้คำพูดจะกล่าว คุณหนูจินสบตากับฉางกวงในใจคิดว่า “ฉาวกวงผู้นี้ดูไม่สนใจข้าเลย เขาอาจไม่เหมือนผู้ชายคนอื่นๆ”
จึงหันไปคุยกับศิษย์หญิงข้างๆต่อ ในใจรู้สึกดีต่อฉางกวงเพิ่มขึ้นไม่น้อย
“เอาหล่ะเจ้าหนูทั้งหลาย เจ้าบางคนคงยังไม่เคยมาที่นี่สินะ ข้าจะอธิบายอย่างง่าย เอาเป็นว่า
เจ้าหนูทั้งหลายพวกเจ้าจะเริ่มจากฝึกพลังกายก่อน เเล้วก็ฝึกสมาธิเพื่อผสานปราณ
เเละสุดท้ายจึงเเยกย้ายไปยังสมาคมที่พวกเจ้าตัดสินใจเลือกกัน”พลันมีชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง รูปร่างดูบึกบึน เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ
พุ่งตัวมาด้านหน้ากลุ่มศิษย์สายนอกอย่างรวดเร็ว
“ข้าลืมเเนะนำตัวไปเลย ข้าชื่อว่าตงหยาง จะมาเป็นคนดูเเลการฝึกฝนประจำวันของพวกเจ้า จริงสิ ที่กล่าวมาเมื่อครู่พวกเจ้ามีข้อสงสัยอันใดไหม”
“ศิษย์ไม่มีขอครับ/เจ้าค่ะ”ทุกคนตอบกันอย่างพร้อมเพรียง
“เอาละเจ้าหนูทั้งหลายงั้น เริ่มจากวิ่งรอบสนามทั้งหมด 2 เค่อ เริ่มได้”ตงหยางตะโกนเสียงดัง
เหล่าศิษย์สายนอกจึงเริ่มออกวิ่ง
สนามฝึกหน้าธาราเเห่งนี้ มีความกว้าง ยาว อย่างละ 2เเละ 3 ลี้ตามลำดับ ผิวสนามออกจะขรุขระ ถ้าม้ามาวิ่งเกรงว่าม้าคงขาหักก่อนจะถึงยังจุดหมาย เเต่ศิษย์เหล่านั้นก็ยังวิ่งโดยไม่ลังเล
“ยอดเยี่ยม เจ้าหนูทั้งหลายต้องพร้อมกับทุกสถานการณ์ คิดว่าในป่าเขาจะมีทางเรียบๆให้เจ้าวิ่งรึไร”
ตงหยางกล่าวด้วยความเรียบเฉย ดั่งว่านี่คือความจริงของโลกใบนี้ พอวิ่งเสร็จปุ๊ป ตงหยางก็ให้เหล่าศิษย์พักผ่อนราวครึ่งจิบชา เเล้วจึงเริ่มฝึกต่อ จนครบ 1 ชั่วยาม จึงฝึกฝนกันเสร็จสิ้น สีหน้าเเต่ละคนดูอ่อนล้าหมดเเรง ไม่เว้นเเม้เเต่กลุ่มของฉางกวง เเต่สีหน้าดูดีกว่ากลุ่มอื่นๆเล็กน้อย
ต่อจากจากฝึกพลังกายเสร็จ ตงหยางจึงจากไปเปลี่ยนตัวกับหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งที่ดูสวยงามเเต่ก็ยังสู้คุณหนูจินไม่ได้ 2 ส่วน
ปรากฎตัวออกมา “ข้ามีนามว่าซูปี้ ข้าจะมาสอนในการรวบรวมพลังปราณของพวกเจ้า ผู้ใดมีคำถามไหม”
“เยี่ยม ข้าจะได้รู้สักที ว่าการฝึกฝนบำเพ็ญตนจริงๆเป็นเช่นไร” ฉางกวงพลันยกมือขึ้น เเววตาตื่นเต้น