ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 26 : กองโจรเงาโลหิต
พลังปราณขั้น 4 ทั้งสองกดทับลงมายังฉางกวงเเละเจียงหวง ทั้งคู่รู้สึกหายใจได้อย่างยากลำบาก กำลังจะไม่ไหวนั้นเอง
เข็มกลัดที่ทั้งสองใส่นั้นพลันเรืองเเสงออกมา เเผ่ปราณอักขระสีฟ้าน้ำทะเลมาช่วยรับเเรงกดดันนั้นไว้
“นั่นมัน พลังปราณขั้น 4 งั้นรึ เเถมยังมาจากอักขระอีกด้วย” ลูกน้องขั้น 4 ทั้งสองสังเกตได้อย่างชัดเจน สีหน้าเคร่งขรึมขึ้น
‘โลหิตวิบัติ’ ‘เงากระชากโลหิต’
ฝั่งหนึ่งโลหิตสีเเดงฉานได้มาควบรวมรอบตัวฉางกวงอย่างหนาเเน่น โลหิตบีบอัดตัวเองเข้าไปพยายามจะทำให้ฉางกวงกลายเป็นก้อนเนื้อ เเละจะใช้ฉางกวงเป็นตัวจุดชนวนระเบิดในขั้นถัดไป
อีกฝั่งหนึ่ง เงาที่ด้านหลังเจียงหวงพลันมีสายโลหิตสีเเดงชาต ควบรวมกันเป็นมือ คว้าหมับไปยังเจียงหวงพยายามที่จะดึงทั้งกายเนื้อเเละจิตวิณญาณเเยกออกไปจากตัวเขา
เเต่ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิด พอวิชาอภินิหารทั้งสองปะทะกับปราณอักขระสีฟ้าน้ำทะเล
พลันชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่จะสลายตัวไปอย่างช้าๆ
ทั้งฉางกวงเเละเจียงหวงดูเหมือนมีปราณอักขระสีฟ้าทะเลก่อตัวเป็นชั้นโล่วงกลมคลุมตัวทั้งคู่ไว้ โดนพลังงานไร้รูปร่างผลักออกไปให้ห่างจากการต่อสู้ กระต่ายที่อยู่บนเข็มกลัดหายไปอย่างฉับพลัน “บึ้ม” พร้อมกับร่างขนปุกปุยใหญ่สีขาว รอบตัวมีร่องรอยอักขระโบราณสีฟ้า
ฉับพลันยกขาหลังถีบลงไปอย่างเเรง วิชาอภินิหารทั้งสองที่เหลืออยู่นั้นหายไปอย่างรวดเร็ว
“ สัตว์อักขระขั้น 4 งั้นรึ คนที่สามารถสร้างสัตว์อักขระระดับนี้ได้ต้องไม่ธรรมดาเป็นเเน่” ชายท้วมผู้เป็นหัวหน้าโจรเงาโลหิต ครุ่นคิดชั่วขณะ
ไม่ทันคิดเสร็จ กระต่ายยักษ์รวบรวมปราณลงไปที่อุ้งเท้าหน้าอย่างรวดเร็ว ปราณสีฟ้าลายอักขระดูทรงอำนาจที่ขั้น 4 โดนไปบาดเจ็บสาหัสอย่างเเน่นอน ร่างหายไปอย่างรวดเร็วฉับพลันไปปรากฎตัวด้านหน้าขั้น 4 ทั้งสอง ต่อยลงไปราวอัสนีบาท
“อ๊าก !!!” ลูกน้องขั้น 4 ทั้งสองร่างกายเเหลกสลายไปอย่างรวดเร็ว ดั่งว่าหายไปกับอากาศ
“ไอ้พวกอวดดี ข้าไม่สนใจภูมิหลังพวกเจ้าเเล้ว ทั้งลูกน้องข้า น้องสามข้า” หัวหน้าโจรเงาโลหิต ขบฟันเเน่น
สายตาเเทบจะเลาะกระดูก ดูดเลือดพวกฉางกวงจนเหือดเเห้งให้รู้เเล้วรู้รอด ให้อยู่ไม่สู้ตาย
พลันระเบิดพลังขั้น 5 อย่างรุนเเรง สร้างความกดดันไปยังพื้นที่โดยรอบ กระต่ายทั้ง 2 ที่เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว
บัดนี้ดูเหมือนความเร็วลดลงไปถึง 2 3 ส่วน กระต่ายทั้งสองยังคงเคลื่อนไหวมุ่งเป้าไปยังหัวหน้าเงาโลหิต
ปราณสีฟ้าน้ำทะเลไหลทะลักมาครอบคลุมทั้ง 2 ตัว จึงดูเหมือนเเสงสีฟ้าขนาดใหญ่ 2 เส้นสายพุ่งตัวไปยังชายท้วมผู้นั้น
‘หนามโลหิต’ สิ้นน้ำเสียงโหดเหี้ยม โลหิตสีเเดงฉานที่ดูเข้มข้นควบรวมกัน เป็นบริเวณกว้างเเผ่รอบครอบคลุมพื้นที่ต่อสู้ทั้งหมด หนามสีเเดงฉานน้อย ใหญ่ จำนวนนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว กระต่ายยักษ์ทั้ง 2 ที่บัดนี้โดนหนามโลหิตสกัดกั้นนั้น พลังปราณสีฟ้าเริ่มโดนปราณสีเเดงเลือดจากหนามโลหิตแทงทะลุ กระต่ายทั้ง 2 อยู่ไม่ห่างกับหัวหน้าโจรเงาโลหิตนัก
อักขระในตัวสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงปราณสีฟ้าน้ำทะเลเริ่มส่อเเววไม่มั่นคง
“ไม่ดีเเล้ว” ชายท้วมผู้เป็นหัวหน้าโจรเงาโลหิต พึ่งตั้งสติจากความโกรธเกรี้ยวของตนได้ สีหน้าซีดเผือด ตอนนี้จะหลบก็หลบไม่พ้น กระต่ายทั้ง 2 นั้นสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว ปราณสีฟ้าควบรวมบีบอัดเป็นจุดเดียว พุ่งไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ถ้าพลังของการระเบิดตนเองของขั้น 4 นั้นไม่เพียงพอจะทำให้ขั้น 5 ถึงตายอย่างมากก็ได้เเค่บาดเจ็บบางส่วนเท่านั้น
เเต่นี่คือการระเบิดตนเองของกระต่ายอักขระที่เปรียบดั่งจอมยุทธ์ขั้น 4 ทั้งสองตัวนั้นจึงสร้างความบาดเจ็บสาหัสได้เลยทีเดียว
ถ้าหัวหน้าโจรเงาโลหิตคิดป้องกันอย่างสุดชีวิต ผลลัพธ์อาจจะไม่เป็นเช่นนี้
“พวกเจ้ารีบหลบหนีไปเร็วเข้า” ตอนที่กระต่ายทั้งสองกลายเป็นปราณนั้นเอง พลันมีปราณเสียงที่คุ้นเคย น้ำเสียงเคร่งเครียด
พอได้ยินดังนั้นฉางกวงกับเจียงหวงจึงเเยกย้ายไปคนละทิศละทาง
“พวกมันหนีไปเเล้ว? ไปไหนได้ไม่ไกลหรอก รีบตามพวกมันไป” ชายท้วมบัดนี้สภาพสะบักสะบอม มุมปากปรากฎคราบโลหิตที่ยังไม่เเห้ง
กัดฟันเอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยว
“ขอรับ” ลูกน้องทั้ง 2 ที่เเผ่พลังปราณขั้นครึ่งก้าวขยายปราณ พลันกลายเป็นเงาเเสงเปล่งประกายเเยกกันเป็นสองสายไล่ไปยังทั้งฉางกวงกับเจียงหวง
เดินทางมาได้สักระยะหนึ่ง ฉางกวงลดความเร็วลงเล็กน้อย ตอนที่กำลังโล่งใจนั้น
สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวอันรุนเเรงที่มาจากด้านหลัง สีหน้าพลันเคร่งเครียดรีบเดินทางต่ออย่างรวดเร็ว
“ทำไมข้าถึงได้ซวยเช่นนี้” ฉางกวงพึมพำอย่างรู้สึกน้อยใจในโชคชะตา กัดฟัน เพิ่มความเร็วสูงสุด
เเต่เนื่องด้วยพลังปราณที่ห่างชั้นกันนั้น ทำให้ช่องว่างระหว่างทั้งสองนั้นลดลงอย่างรวดเร็ว
ไม่ถึงชั่วจิบชา ฉางกวงก็สังเกตเห็นบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่ง สวมชุดสีเเดงสลับดำ ฝ่ามือหนึ่งถือพัดดูคล้ายบัณฑิต
เเววตาเย็นชา ปราณที่เเผ่ออกมาสัมผัสได้จางๆ ว่าใกล้เคียงกับผู้อาวุโสเเต่ก็มีส่วนที่เเตกต่างกันเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่ายังไงก็หนีไม่พ้น ฉางกวงจึงหยุดลงอย่างช้าๆ สู้ให้รู้เเล้วรู้รอดไปเลย
“ในเมื่อหนีไม่พ้น เเทนที่ข้าจะเปลืองพลังปราณใช้เคลื่อนไหว สู้ใช้พลังปราณในการต่อสู้ดูยังจะมีความหวังมากกว่า”
ฉางกวงครุ่นคิดในใจ พลางมองไปยังบุรุษวัยกลางคนผู้นี้ด้วยเเววตาเคร่งเครียด
“555 เจ้าหนู เจ้าไม่หนีต่อเเล้วรึ” ชายวัยกลางคนน้ำเสียงเยาะเย้ย
“เข้ามาเลย ข้าคงต้องขอคำชี้แนะจากท่านเเล้ว”
“โอหัง !!” ชายวัยกลางคนเห็นดังนั้น ‘เงาโลหิตสังหาร’ สิ้นเสียงเยือกเย็นนั้น เงารอบตัวมากมายพลันมารวมตัวกันรอบๆ
ตัวฉางกวงพอล้อมรอบจนเป็นวงกลม พลันมีโลหิตสีเเดงดำส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง พุ่งออกมาจากเงาที่ล้อมรอบตัวฉางกวง
ไม่เปิดช่องว่างไว้เเม้เเต่น้อย เห็นเป็นเส้นสายโลหิตสีเเดงดำชนกับปราณสีฟ้าน้ำทะเลนั้นเกิดเสียงครึนครั่น
ปราณสีฟ้าเริ่มส่อเเววสลายไปเล็กน้อย ถึงเเม้ว่าจะมีความห่างระหว่างขั้น 4 กับ ครึ่งก้าวขยายปราณ
เเต่วิชานี้มีความลึกล้ำสูง ทำให้วิชานี้กระทั่งคุกคามยังผู้ฝึกตนขั้น 4 ขยายปราณได้
“ถ้าข้าอยู่ในเงานี้นานๆ ไม่ดีเเน่” ฉางกวงร่ายใช้ ‘เหมันต์จู่โจม ‘ พยายามใช้ประกายเหมันต์ในการเปิดช่องว่างของเงานี้
“เปล่าประโยชน์ พลังปราณของเจ้ากับข้าต่างกันมากกว่า 1 ขั้น เจ้าจงสังผัสถึงการตายอย่างช้าๆเสียเถอะ”
ชายวัยกลางกล่าวพลางหัวเราะอย่างชั่วร้าย เร่งพลังวิชาให้เเสดงพลังสูงสุด
“บัดซบ” ฉางกวงสบถออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เห็นได้ว่าโล่พลังปราณสีฟ้าส่อเเววกำลังพังทลายลง
ตนเองจึงรวบรวมพลังปราณอย่างสุดชีวิต
“ถ้าข้ายังออกจากสถานการณ์นี้ไม่ได้ ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต” กล่างจบโล่สีฟ้าพลันพังทลายลงอย่างรวดเร็ว
พลังกดดันของขั้นครึ่งก้าวขยายปราณหลังจากที่ไม่มีปราณสีฟ้าเเบ่งเบาเเรงกดดันทั้งหมดกดทับมาที่ฉางกวง
เขารู้สึกอึดอัด เเทบจะขยับตัวไม่ได้ สีหน้าซีดเซียว เเววตาสิ้นหวัง
พลังปราณทั้งหมดในร่าง รวมทั้งยาทั้งสองเม็ดที่ยังไม่ย่อยสลายจนหมด ทุกสิ่งทุกอย่างมารวมกันอยู่ตรงฝ่ามือ
ใช้วิชา ‘เหมันต์จู่โจม’ อย่างไม่คิดชีวิต ตอนนี้ดูเหมือนประกายเหมันต์ในมือเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ปราณตอนนี้ก็ขยับเข้าใกล้ขั้น 3 เหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ประกายเหมันต์ได้กระจายไปในอากาศ พอเห็นเช่นนั้นเเววตาชายวัยกลางคนเคร่งขรึมขึ้น
“ถึงเเม้ว่าเจ้าจะมีธาตุเหมันต์ เเละเจ้าจะบรรลุเกือบขั้น 3 ยังไงวันนี้เจ้าก็ต้องตาย”
ชายวัยกลางคนตะโกนน้ำเสียงโหดเหี้ยม วิชา ‘เงาโลหิตสังหาร’ ถูกใช้ขึ้นมาอีกครั้ง
พอเส้นสายโลหิตสีเเดงดำ กำลังจะปะทะกับร่างนั้นเอง
“ตุ้ม !” ทันใดนั้นเองมีพลังงานไร้รูปร่างที่เเม้เเต่ชายวัยกลางคนไม่สามารถสังเกตได้
ปรากฎตรงหน้าฉางกวงพอดี พอเส้นสีเเดงดำปะทะกับพลังงานไร้รูปร่างนั้น พลันสลายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน
“นั่นมันอะไรกัน” ชายวัยกลางคนชะงักค้าง ความคิดดับวูบ
ฉางกวงที่เห็นดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาเเต่ชั่วครู่สีหน้าเปลี่ยนเป็นดูไม่ได้ พอสัมผัสได้ถึงเเรงดูดที่เขาไม่อาจต่อต้านได้
“ไม่ๆๆ” ฉางกวงตะโกนลั่นอย่างไม่เต็มใจ พลังงานไร้รูปร่างนั้นดูดฉางกวงเข้าไปเเล้ว มันจึงหายไปราวกับกะพริบตา
“ถึงเเม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออันใด เเต่ขนาดวิชาของข้ายังไม่อาจเฉียดมันได้ด้วยซ้ำ เจ้าหนูนั่นโดนเต็มๆ คงเเหลกไปเเล้วเเน่ๆ”
ชายวัยกลางคนถึงเเม้สีหน้ายังจะมึนงง เเต่ก็ยังเเสดงความยินดีออกมา พอรอดูต่ออีกซักพัก ไม่เห็นเเม้เเต่วี่เเววของฉางกวงเลย
จึงจากไปอย่างรวดเร็ว