ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 47 : มีเงิน(เเต้ม)ก็สามารถใช้ผีโม่เเป้งก็ยังได้
“เจ้าจำข้าไม่ได้รึ” เงา ๆ หนึ่งที่คุ้นเคย ค่อย ๆ โผล่ออกมาจากต้นไม้ใกล้ ๆ นั้นอย่างรวดเร็ว
“เจ้า…เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้เยี่ยงไร” ฉางกวงจ้องมองไปยังเงานั้นที่กำลังเข้ามาใกล้ นั่นก็คือเจียงหวงที่สีหน้ายังคงนิ่งเรียบเป็นปกตินั่นเอง
“ง่ายมาก ก็เเค่ใช้เเต้มไปนิดหน่อยก็รู้เเล้วว่าเจ้าอยู่ไหน” เจียงหวงเอ่ยพลางหยิบเเผ่นหยกที่สลักคำว่า ‘ข่าวสาร’ ตัวใหญ่สีดำดูสะดุดตา ออกมาให้ฉางกวงดูอย่างนิ่งสงบ
“นี่มันคือสิ่งใดกัน” ฉางกวงถามเจียงหวงด้วยท่าทีมึนงง ตอนก่อนเเยกย้ายเมื่อวานเขาก็ไม่เห็นอีกฝ่ายจะมีหยกชิ้นนี้เลย
“มันคือหยกข่าวสาร” เจียงหวงสีหน้าเรียบเฉย
“เเล้วมันใช้ทำอันใดได้บ้าง” ฉางกวงเกาหัวเเกรก ๆ อย่างโง่งม
“มันสามารถซื้อขายเเลกเปลี่ยนข้าวสารกันได้” เจียงหวงเอ่ยพลางคิดไปถึงตอนที่พึ่งเริ่มทดสอบเเล้วตนบังเอิญไปพบกับซุ้มเเห่งหนึ่งที่คนในซุ้มอ้างตัวว่ามีข่าวสารมากมาย เพื่ออยากลองทดสอบเจียงหวงจึงลองถามที่ถึงอยู่ของฉางกวง พอมาตามทางที่อีกฝ่ายบอกก็มาเจอกับฉางกวงจริง ๆ
“มันมีอย่างนี้ด้วยรึ สมเเล้วที่เขากล่าวกันว่ามีเงินใช้ผีโม่เเป้งก็ยังได้” ฉางกวงพยักหน้าเข้าใจ คนบางคนก็ใช้ความได้เปรียบเรื่องข่าวสารรับเเต้มเเบบสบาย ๆ ไม่ต้องสู้ให้เสียเเรงเลย ช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก
“เเล้วเจ้าล่ะ ยังไหวไหม” เจียงหวงเอ่ยพลางพิจารณาฉางกวงอย่างคร่าว ๆ พอเห็นว่าฉางกวงเเค่ดูอ่อนเเรงเท่านั้นก็ไม่เอ่ยอันใดอีก
“ไหน ๆ เจ้าก็มาเเล้ว หาของรองท้องกันก่อนเถอะ” ฉางกวงเอ่ยพลางน้ำลายยืดอย่างห้ามไม่ได้
เจียงหวงก็พยักหน้าเห็นด้วยคนทั้งสองพลันรีบเข้าไปยังวงอักขระ สักพักหนึ่งก็จับปลาได้อย่างรวดเร็ว ทั้งสองก็ปิ้งปลาที่พึ่งจับมาได้กินอย่างเอร็ดอร่อย พลางพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
“เเล้วเจ้าจะไปเก็บเเต้มอีกเมื่อใดรึ” เจียงหวงถามพลางสังเกตสัหน้าของฉางกวงไปด้วย
“ข้าเองก็ได้เเต้มมาพอสมควรเเล้ว เจ้าเองระหว่างมาก็คงได้มาเช่นกัน ดังนั้นข้าคิดว่าพวกเราควรจะพักกันก่อน เพื่อให้ตัวเราสภาพพร้อมรบก่อน ค่อยออกไปก็ไม่สาย” ฉางกวงเอ่ยด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ
“เจ้าอย่าพักนานนักล่ะ อย่าลืมว่าการคัดเลือกรอบนี้มีกำหนดเวลาที่ชัดเจนนะ” เจียงหวงมองฉางกวงด้วยความกังวล
“นี่มัน ทำไมเหมือนข้าไม่ได้ยินมันมาก่อนเลย” ฉางกวงมองสบตากับอีกฝ่ายด้วยตาปริบ ๆ
“กำหนดเวลาก็คือ 3 วันเยี่ยงไรเล่า อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้” เจียงหวงมองฉางกวงด้วยสายตาเเปลกประหลาด
“สงสัยตอนนั้นข้าไม่ได้ฟังน่ะ” ฉางกวงขอโทษขอโพยอย่างรู้สึกผิด
“ตอนนี้ก็ผ่านไปได้ วันครึ่งเเล้ว เวลาสิ้นสุดการเเข่งจึงคือวันพรุ่งนี้ช่วงเย็น” เจียงหวงพึมพำพลางครุ่นคิดไปด้วย
“งั้นเจ้าออกไปก่อนเลยก็ได้ ข้าว่าร่างกายข้ายังต้องการพักฟื้นอยู่ชั่วครู่น่ะ” ฉางกวงเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
“งั้นเเยกกันตรงนี้นะ เจ้าก็อย่าทำให้อาจารย์ผิดหวังซะล่ะ” เจียงหวงกล่าวพลางพุ่งตัวจากไปอย่างรวดเร็ว
“เจ้าเองก็เช่นกัน” ฉางกวงตะโกนไล่หลังเงาเจียงหวงที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะได้ยินหรือเปล่า
เวลาตอนนี้ยังเหลืออยู่พอสมควรเลย ข้าควรจะฟื้นพลังปราณของตนเองให้เร็วที่สุดก่อนเป็นอันดับเเรก คิดได้ดังนั้นฉางกวงจึงหยิบยาเม็ดสีเขียวที่เคยได้มาจากอาจารย์ของตน รีบกลืนลงไปอย่างไม่รอช้า
พลันนั่งลงตั้งสมาธิรวบรวมปราณจากรอบตัว
เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ฉางกวงได้รับนั้นเเทบจะไม่มีเลย ฤทธิ์ของยาสีเขียวจึงไปเติมปราณในร่างกายของฉางกวงให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็วในเพียงไม่ถึง 1 ชั่วยามร่างกายของเขาก็กลับมาพร้อมรบดังเดิมเเล้ว
“เอาล่ะ ได้เวลาเเล้ว งั้นข้าจะเริ่มกับเจ้านั่นก่อนเลยเเล้วกัน” ฉางกวงหันหน้าไปทางทิศ ๆ หนึ่งที่เขาสัมผัสได้ถึงปราณที่คุ้นเคย ซึ่งนั่นก็คือคนที่เข้ามาท้าทายเขาเมื่อตอนเเรกนั่นเอง
“โผล่หัวออกมาซะ ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ตรงนั้น” ฉางกวงตวาดอย่างมั่นใจ พลางมองไปยังจุด ๆ นั้นที่เขาสัมผัสได้
“เจ้าออกมาจากวงอักขระเเล้วก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับข้า ฉะนั้น ร่วงไปซะ !” ศิษย์พี่สายนอกพลันกระโจนพุ่งตัวเข้าใส่ฉางกวงอย่างรวดเร็ว พลางร่ายเวทอภินิหารของตนอย่างรวดเร็ว
“ฟิ้ว” ใบมีดสายลมสีเขียวพลันพุ่งออกจากฝ่ามือของศิษย์พี่สายนอกอย่างฉับพลัน
เมื่อเห็นใบสายลมมีดสีเขียวพุ่งตัวไปหาฉางกวงทุกทิศทางก็อดที่จะยกยิ้มอย่างยินดีไม่ได้
ใบมีดสายลมสีเขียวนี้ถึงเเม้วิชานี้จะดูเรียบง่าย เเต่วิชานี้เคยสยบผู้ต่อสู้ขั้น 5 มาเเล้วอย่างรวดเร็ว ส่วนตัวเขาจึงคิดว่า ยังไงฉางกวงก็ต้องพ่ายเเพ้อย่างเเน่นอน
ฉางกวงที่มองเห็นใบมีดสายลมสีเขียวพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด รีบร่ายเวทอภินิหารของตนเองอย่างไม่กล้ารอช้าเเม้เเต่เสี้ยวอดใจเดียว
ชั้นน้ำเเข็งทรงครึ่งวงกลมที่ดูเเข็งเเกร่งดั่งเพชรก่อตัวขึ้นมาจากปราณบนฝ่ามือของฉางกวงอย่างรวดเร็ว
“ข้าขอเรียกมันว่ากระดองเต่าเหมันต์ก็ละกัน” ฉางกวงพึมพำเบา ๆ อย่างเคร่งขรึม
ถ้าเเขกอาวุโสจ้าวหรือเจียงหวงมาได้ยินชื่อนี้เข้าละก็ คงจะเอ่ยอย่างพร้อมเพรียงกันว่าชื่อนี้มันจะง่ายเกินไปหน่อยมั้ย เขามีเเต่จะตั้งชื่อท่า วิชาให้ดูดีกว่านี้กัน
มีดวายุสีเขียวพลันพุ่งปะทะกับกระดองเต่าเหมันต์ เสียงสนั่นดังครืนครั่นอยู่ชั่วหลายอึดใจ ก่อนที่เสียงจะเงียบลงพร้อมกับกระดองเต่าที่มีรอยเเตกอยู่บางส่วน
ศิษย์พี่สายนอกผู้นี้เมื่อเห็นเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ก็อดที่จะตกตะลึงไม่ได้ไปชั่วครู่ เเต่พอตั้งสติได้เเล้ว ก็พลันร่ายใช้วิชา มีดวายุคลั่ง อีกรอบด้วยเเววตาคลุ้มคลั่ง ราวกับว่าจะต้องจัดการฉางกวงให้จงได้ไม่ว่าจะเเลกด้วยอะไรก็ตาม
ใบมีดวายุสีเขียวนั้นคล้ายจะตอบสนองต่ออารมณ์ของผู้ใช้ ความเร็วเเละความรุนเเรงมันจึงเพิ่มสูงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด กระดองเต่าเหมันต์พลันเริ่มพังทลายลงอย่างรวดเร็ว
“ถ้าปล่อยให้เหตการณ์ดำเนินต่อไปเยี่ยงนี้ ข้าคงจะเเพ้เป็นเเน่” ฉางกวงที่อยู่ในกระดองเต่า
พลันรวบรวมปราณตบมือลงพื้นดินอย่างรวดเร็ว
“ครืน” ฝ่ามือเหมันต์พลันผุดขึ้นมาล้อมรอบศิษย์พี่สายนอกทั้ง 4 ทิศทางเเล้วจึงตบลงมาอย่างรวดเร็ว
“อย่าฝันไปเลย ท่านี้ข้าเคยเห็นเจ้าใช้มาเเล้ว” ตั้งเเต่ที่เห็นฉางกวงใช้ฝ่ามือเหมันต์ทั้ง 4 ทิศ ต่อสู้กับชายหนุ่มชุดฟ้า
ตอนที่เริ่มสู้กับฉางกวงเขาดก็ระมัดระวังท่านี้เองไว้เเล้ว พอเห็นฝ่ามือเหมันต์ผุดขึ้นมาทั้ง 4 ทิศ ตัวเขาจึงรีบถอยออกมาอย่างรวดเร็ว พอถอยออกมาจากจุดนั้นได้ เขาก็หันไปมองฉางกวงยกยิ้มขึ้นมาอย่างผู้ที่เหนือกว่า
“หึ” ฉางกวงอดที่จะเเค่นเสียงออกมาไม่ได้
“ฉึก” พลันมีบางสิ่งบางอย่างพุ่งเข้ามาเเทงตรงส่วนลำตัวศิษย์พี่สายนอกอย่างจัง
“พรวด” มันมาจากไหนกัน ศิษย์พี่สายนอกได้กระอักเลือดออกมากองหนึ่ง พลันหันมองรอบ ๆ เพื่อหาต้นเหตุบาดเเผลของตน
จากไรท์ วันนี้ขออภัยที่ลงช้ามากกก เเละตอนก็ค่อนข้างสั้นมากกก พรุ่งนี้ว่างทั้งวันเดี๋ยวจะลงให้เยอะ ๆ อ่านกันเพลิน ๆ ไปเลย ที่จริงวันนี้ผมกะจะไม่ลงเเล้วนะครับ
เเต่ก็กลัวจะค้างกันนาน จึงรีบเร่งพิมพ์อย่างรวดเร็ว ถ้ามีคำผิดก็ขออภัยไว้ล่วงหน้าเลยนะครับ
ขอขอบคุณที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้ ขอให้สนุกกับนิยายนะครับ
ส่วนนักเขียนก็รู้สึกเหมือนโดนดูดพลังงานเลย (ฮา) ตอนนั่งอ่านนิยายของคนอื่น ๆ
ก็นั่งอ่านเเบบเมามัน เเต่พอมาเขียนเอง ทำให้รู้สึกเข้าใจคนเขียนนิยายขึ้นเลยครับ
จาก เเซลมอนรมควัน