ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 66 : ขั้น 5 ที่เเข็งเเกร่งที่สุด !
“ฮื่ม” พลังปราณครึ่งก้าวสู่ขั้น 5 เริ่มโคจรขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ด้วยการต่อสู้ที่ผ่าน ๆ มาเเละการที่ได้เห็นการต่อสู้ของอาจารย์ของเขาเองก็ยิ่งทำให้พลังปราณของเขาในตอนนี้ก็ยิ่งมั่นคงขึ้นมากเรื่อย ๆ
“ขั้น 5 คงจะบรรลุได้ในอีกไม่นานนี้เเน่” ฉางกวงพึมพำด้วยความมั่นใจ
พลังปราณสีส้มเเละสีขาวค่อย ๆ หลอมรวมเข้าไปในจุดกึ่งกลางของร่างกายอย่างช้า ๆ เเต่มั่นคง
ในตอนนี้ถ้าสามารถมองทะลุเข้าไปในร่างกายของฉางกวงได้ละก็ ก็จะเห็นจุดศูนย์กลางสีขาวเเกมส้มดูราวกับว่าจะปะทุออกมาได้ในทุกเมื่อ ข้าง ๆ นั้นก็จะเห็นก้อนพลังงานที่ขนาดเท่าเมล็ดเเตงโมสีขาวสลับส้มเเดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงขั้น 4 ของฉางกวงได้เป็นอย่างดี
“ครืนครั่น” ไม่ผิดจากที่ฉางกวงได้คาดการณ์เอาไว้เลย ในไม่กี่ชั่วยามต่อมานั้นเอง พลังปราณที่ถูกนำมาหลอมหลวมเเละบีบอีดตรงจุดศูนย์กลางในตอนนี้ดูท่าว่าจะเเบกรับพลังปราณต่อไปไม่ไหวเเล้ว จึงเริ่มปะทุออกมาอย่างฉับพลัน
“วิ้ง” พร้อมกับเเสงสีขาวเจือส้มที่ถึงเเม้จะเกิดอยู่ในร่างกายของฉางกวง เเต่ตอนนี้ถึงกับว่าสามารถมองเห็นจากภายนอกได้เลยทีเดียว
ร่างฉางกวงดูราวกับมนุษย์เเสงสีขาวเจือส้ม เสียงดังครืนครั่นก็ดังสนั่นต่อเนื่องดั่งคลื่นมหาสมุทรที่ไม่เคยหยุดพัก
ฉางกวงรู้ดีว่าขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายเเล้ว เเละก็ยังเป็นขั้นตอนที่อันตรายที่สุดอีกด้วยเช่นกัน ดังนั้นตัวเขาจึงไม่กล้าประมาทเลยเเม้เเต่น้อย สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่ที่ก้อนพลังงานทั้งหมดเเล้ว จึงไม่ได้สนใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวเลยเเม้เเต่น้อย
“เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า มีอะไรให้ข้าช่วยไหม” ซูหมิงที่ตื่นงัวเงียขึ้นมาเมื่อเห็นเหตการณ์นี้เข้าก็รีบจ้ำอ้าวมาดูในทันที ขณะที่กำลังจะเปิดประตูเข้าไป ก็พลันถูกเเรงกระเเทกของพลังปราณที่กำลังปั่นป่วนอยู่กระเเทกออกมา
“ตุ้ม” ร่างชายวัยกลางคนถูกผลักกระเด็นจนก้นจ้ำอ้าวลงกับพื้น เเต่ก็โชคดีที่โดนผลของความปั่นปวนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงไม่ได้รับบาดเจ็บอันใดมาก
“อึ่ก” ชายวัยกลางคนรู้สึกว่าตนเองจะลุกไม่ไหวในเวลาอันสั้นเเน่นอน จึงเฝ้ามองคลื่นพลังปั่นป่วนนั้นอย่างเงียบ ๆ ด้วยเเววตาที่ซีดเซียว
เเต่ก็เหมือนกับรับรู้ถึงความเป็นกังวลของเจ้าของบ้าน เมล็ดเเตงโมสีขาวเเกมส้มก็พลันก่อตัวขึ้นมาในไม่กี่ชั่วอึดใจต่อมานั้นเอง
ส่วนพลังปราณที่กำลังบ้าคลั่งก็เริ่มสงบลงอย่างรวดเร็ว ดูราวกับว่าเมื่อครู่นี้เป็นเพียงเเค่ความฝันตื่นหนึ่งก็เท่านั้น
พลังปราณส่วนนั้นมองด้วยตาเปล่าของคนทั่วไปก็จะไม่ทันสังเกตเห็นอย่างเเน่นอน ว่าปราณที่บ้าคลั่งเมื่อครู่นั้นไปหลอมรวมกับปราณที่ห่อหุ้มร่างกายของฉางกวงอยู่ก่อนเเล้วอย่างรวดเร็ว
“ในที่สุด” ฉางกวงลืมตาขึ้นมา พร้อมกับพลังปราณที่หายไปในชั่วพริบตา ถึงเเม้ว่าฉางกวงจะดูไม่เปลี่ยนไปมากนัก เเต่ถ้าเเผ่พลังปราณออกไปละก็ ผู้ที่คุ้นเคยกับฉางกวงจะต้องหลุดอุทานออกมาอย่างเเน่นอน ด้วยพลังปราณที่ดูล้ำลึกมากกว่าขั้น 5 ไปไกลโข
บางทีถ้าคนดูกันไม่ดีอาจกล่าวว่าฉางกวงเป็นขั้น 6 ปลอมตัวมาก็ไม่ใช่เรื่องเเปลก
“ท่านลุงซู” ฉางกวงที่พึ่งได้สติมาก็กวาดตาไปเห็นซูหมิงกำลังนั่งอยู่บนพื้นก็รีบออกไปดูในทันที
“นับว่าเจ้าเองก็ยังมีคุณธรรมอยู่บ้าง” ซูหมิงเอ่ยน้ำเสียงออกไปทางขุ่นเคืองเล็กน้อย
“ทำไมท่านจึงมานั่งอยู่ตรงนี้รึขอรับ” ฉางกวงถามอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลุงซูก็เเทบจะกระอักอีกรอบ ก็ไม่ใช่ว่ามาดูเจ้าด้วยความเป็นห่วงเช่นนั้นรึ สภาพจึงออกมาเป็นเช่นนี้กัน
“เออ ท่านลุงโกรธข้าอยู่รึขอรับ งั้นเดี๋ยวข้าประคองท่านกลับเรือนดีไหมขอรับ” ฉางกวงเอ่ยด้วยความงุนงง
“ก็ดี ต้องขอบใจเจ้าเเล้ว” ซูหมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้ตัว คงจะไปโกรธอีกฝ่ายก็คงไม่ได้ งั้นก็สู้กลับเรือนไปนอนต่อดีกว่า
ฉางกวงก็ค่อย ๆ พยุงลุงซูไปด้วยความระมัดระวัง เมื่อมาถึงยังเรือนของซูหมิง ก็พลันได้ยินเสียงสดใสเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ท่านพ่อ พี่ชาย ท่านทั้งสองเเอบไปเล่นกัน ก็ไม่ชวนข้าเลย ฮือ ๆ ท่านพ่อใจร้าย พี่ชายก็ใจร้าย” เด็กหญิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราวกับจะร้องไห้ออกมาให้ได้ เเววตาก็ดูน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง
“โอ๋ ๆ ลูกรักของพ่อ เจ้าอย่าร้องเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อของเจ้าพาเจ้าไปเล่นดีไหม” ซูหมิงยกยิ้มอบอุ่นให้กับลูกสาวของตน พยายามปลอบอย่างสุดความสามารถ
หนูน้อยซูเมื่อได้ยินเช่นนั้น ถึงเเม้ว่าจะยังดูเสียใจอยู่เเต่เเววตาก็เริ่มมีประกายกลับมาเหมือนเดิมเเล้ว
“สัญญานะ พี่ชายก็ด้วยนะ” เด็กหญิงน้ำเสียงเริ่มสดใสขึ้นมา กำลังจ้องมองมายังฉางกวงตาปริบ ๆ
“อืม ได้สิ เดี๋ยวพี่ชายจะพาไปเที่ยวเอง” ฉางกวงยกยิ้มให้เด็กหญิงอย่างอ่อนโยน ในใจรู้สึกจนใจที่จะปฎิเสธเด็กสาวตัวน้อย ๆ เเละก็ยังอยากจะตอบเเทนบุญคุณของทั้งสอง จึงตบปากรับคำไปอย่างจนใจ
“พวกท่านทั้งสองใจดีที่สุดเลย” เด็กสาวน้ำเสียงกลับมาสดใสเหมือนเดิมเเล้ว หน้าน้อยๆ นั้นก็พลันยกยิ้มเมื่อมองไปยังพ่อของตนเเละก็ฉางกวง
“เอาล่ะลูกสาวที่รัก เจ้าก็ไปนอนได้เเล้วนะ” ชายวัยกลางคนเเซ่ซูกระเเอมออกมา ฉางกวงจึงประสานมือคารวะก่อนที่จะกลับไปยังห้องของตนเองอย่างเงียบ ๆ
“ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าในตอนนี้ที่ข้าเป็นขั้น 5 นั้น เเตกต่างกับก่อนหน้านี้อย่างไรบ้างนะ” ฉางกวงคิดไปพลางก็พลันอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นออกมา
“เกรงว่าเจ้าเฒ่านั่น ข้าก็คงจัดการเขาได้ใน 10 กระบวนท่าอย่างเเน่นอน” ฉางกวงคิดถึงผู้นำกลุ่มขั้น 6 ที่เขาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายมาก่อนหน้านี้ ในใจก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นไปอีก เเต่ก็ต้องเก็บความตื่นเต้นของตนเองไป เพราะว่าไม่มีที่ให้ลองเลย งั้นก็รอพรุ่งนี้เอาละกันค่อยว่ากันอีกที
ฉางกวงที่คิดอย่างนั้นก็พักผ่อนลงไปอย่างรวดเร็ว ตื่นมาอีกทีก็ตอนเช้าเเล้ว
“อรุณสวัสดิ์ขอรับ ท่านลุง” ฉางกวงที่เดินออกไปจากห้องของตน ก็พลันเห็นลุงซูที่กำลังกวาดพื้นอยู่ ก็รีบเข้าไปทักทายในทันที
“อืม เจ้าอย่าลืมสัญญาเมื่อวานด้วยล่ะ ไปเตรียมตัวได้เเล้ว” ซูหมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ
“ขอรับ” ถึงเเม้ว่าจะตอบไปเยี่ยงนั้นเเต่ในใจของฉางกวงก็กำลังโอดครวญอยู่ เเต่ก็จนใจจึงรีบไปเตรียมตัวอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปได้อีกราว ๆ 1 เค่อ
ฉางกวงก็ออกมาจากห้องของตน เมื่อกำลังจะเอ่ยถามว่าเด็กหญิงอยู่ไหน ก็พลันเห็นเด็กหญิงวิ่งออกมาจากห้องของลุงซูอย่างช้า ๆ
“น…น่ารักเกินไปเเล้ว น่าลูบหัวจริง ๆ” ฉางกวงจ้องมองไปยังเด็กหญิงที่บัดนี้ใส่ชุดที่ตัดมาจากผ้าไหมสีฟ้า เสื้อสีฟ้าสดใสตัดกับพื้นสีขาวก็ยิ่งทำให้ดูโดดเด่นเป็นอย่างมาก
“อะเเฮ่ม” ซูหมิงคล้ายกับรู้ถึงความคิดของฉางกวง จึงกระเเอมเเรง ๆ ออกมา 1 ที
ฉางกวงพลันได้สติขึ้นมา พลางส่งยิ้มเเหะ ๆ ให้กับอีกฝ่าย
เเล้วทั้งสามก็เดินออกจากเรือนไปพร้อมกันอย่างรวดเร็ว
โดยที่ลุงซูจุงมือบุตรสาวของตน ตามมาด้วยฉางกวงที่รู้สึกขัดใจอยากจะลูบหัวเด็กหญิงเเต่ก็ไม่ได้ลูบ
“เอาล่ะ มาถึงเเล้ว” ลุงซูเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ ด้วยลานหิมะนี้อยู่ไม่ไกลกับบ้านของซูหมิงมากนัก จึงใช้เวลาเดินไปเพียงเเปปเดียวก็ถึง
“เเล้วจะเล่นอะไรกันรึขอรับ” ฉางกวงเอ่ยด้วยความสงสัย
“พี่ชาย ปาหิมะ ปาหิมะ” ยังไม่ทันเอ่ยจบ หิมะกลม ๆ ก้อนเล็ก ๆ ก็ลอยมาโดนลำตัวของฉางกวง
“ไม่เลวนี่ ดูฝีมือข้าบ้าง” ฉางกวงเอ่ยพลางยกยิ้มไปพลาง หยิบหิมะก้อนเล็ก ๆ ขึ้นมาปั้นเเล้วก็โยนกลับไปหาอีกฝ่าย
“หึ ๆ ให้เด็ก ๆ ได้เล่นกันไป ทีนี้ข้าก็จะได้พักเสียที” ลุงซูที่กำลังจะหาที่นั่งพักอยู่นั้น หิมะก้อนเล็ก ๆ ก็พลันลอยมาโดนตัวอย่างรวดเร็ว
“ลูกสุดที่รัก เจ้าเล่นกับพี่ชายไปก่อนนะ” ยังไม่ทันเอ่ยจบ หิมะอีกก้อนก็พลันลอยเข้ามาปะทะเเก้มอย่างจัง
พอหันไปมองก็พลันเห็นฉางกวงที่กำลังก้มหยิบหิมะขึ้นมา เมื่อสบตากันฉางกวงก็ยกยิ้มอย่างใสซื่อ
“เจ้าหนุ่ม วอนซะเเล้ว” ซูหมิงทนไม่ไวจึงหยิบหิมะขึ้นมาปาไปทางฉางกวงด้วยเช่นกัน
เเต่ละคนเมื่อปาไปปามาก็ปากันมั่วไปหมด เสียงหัวเราะก็ดังออกมาอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งเเน่นอนว่าทั้งฉางกวงเเละก็ลุงซูก็ออมเเรงเอาไว้เช่นกัน กลัวว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะได้รับบาดเจ็บ
เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนถึงช่วงพลบค่ำพอดี
จากไรท์ : ขออภัยอย่างสุดซึ้งเลยครับที่ลงไม่ตรงเวลา ด้วยช่วงนี้เปิดเทอมเเล้ว กิจกรรมก็จะเยอะเช่นกัน เเละก็อื่น ๆ ด้วยประการทั้งปวง
เเต่ก็จะพยายามอัพนะครับ ขอขอบคุณที่ยังติดตามนะครับ
ปล . วันพรุ่งนี้ก็ยังจะลงเหมือนเดิมนะครับ ขอขอบคุณอีกครั้งครับ จากเเซลมอนรมควัน