ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 67 : ปรับพลังปราณบนเทือกเขา !
เมื่อเห็นเช่นนั้น ทั้งสามก็พากันกลับไปอย่างรวดเร็ว
“พี่ชาย ท่านพ่อ วันนี้สนุกมากเลยละ วันพรุ่งนี้พวกเราก็มาด้วยกันอีกนะ” เด็กหญิงถึงเเม้ว่าสีหน้าจะดูอ่อนล้าเเต่ก็ยังคงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสดใสอยู่เหมือนเดิม
“นี่ข้ายังต้องมาอีกเหรอเนี่ย” ฉางกวงฝืนยกยิ้มมองยังอีกฝ่ายเป็นการตอบรับ
ลุงซูที่อยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นเหตุการณ์ออกมาเป็นเช่นนี้ ก็พลันเเอบยกยิ้มอยู่ในใจ
เฮ้อ ในที่สุดมีคนที่เข้าใจความลำบากของข้าเสียที
เเต่ละคนก็ต่างความคิดกันไปในขณะที่กำลังเดินกลับมา เมื่อกลับมาถึงยังบ้านของลุงซูเเล้ว ฉางกวงก็รีบขอตัวกลับไปยังห้องของตนในทันที
โดยก่อนที่จะจากไปฉางกวงก็ไม่ลืมที่จะประสานมือคารวะ ซึ่งซูหมิงเมื่อเห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าให้อีกฝ่ายอย่างพึงพอใจ
ฉางกวงที่ถึงเเม้ในใจจะบ่นว่าไม่ชอบไปเที่ยวเล่นในวันนี้ก็ตาม เเต่เขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองนั้นบ่นพึมพำไปพลางยกยิ้มไปพลาง ช่างดูย้อนเเย้งกันเป็นอย่างยิ่ง เเต่ก็คิดเพลิน ๆ ไม่ทันไร ตอนนี้ตัวเขาก็เปิดประตูเข้ามาอยู่ในห้องของตนเองโดยไม่รู้ตัวเสียเเล้ว
“ข้านี่ช่างไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ” ฉางกวงพึมพำพลางเตรียมตัวพักผ่อนตนเองอย่างรวดเร็ว
ในใจตัดสินใจเอาไว้เเน่วเเน่เเล้วว่าพรุ่งนี้จะต้องหาโอกาสไปลองพลังปราณในขั้น 5 เพื่อให้คุ้นชินให้จงได้
เช้าอีกวันมาถึงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ลุงซูที่กำลังจะไปเรียกฉางกวงอยู่นั้นเอง เมื่อเห็นว่าประตูห้องของฉางกวงนั้นปิดไม่สนิท
จึงเอ่ยเรียกออกมาด้วยความเป็นห่วง “เจ้าหนุ่ม ตื่นรึยัง”
เมื่อไม่เห็นเสียงตอบรับใด ๆ ออกมาจากห้องนั้น ราวกับว่าห้องนี้ไม่มีคนอยู่ ซูหมิงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีจึงรีบเปิดประตูออกอย่างรวดเร็ว
ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาตกตะลึงอยู่ชั่วครู่เลยทีเดียว
เตียงนอนที่เก็บเรียบร้อย โต๊ะ เก้าอี้ ที่ยังอยู่ที่เดิม ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม ดั่งกับว่าที่นี่ไม่มีคนอยู่อาศัยอยู่ ถ้าเกิดว่าเขาไม่เห็นว่าฉางกวงได้พักอยู่ห้องนี้มาก่อนก็คงจะเชื่ออย่างนั้นเช่นกัน
“น…นี่มัน” ซูหมิงเพิ่งสังเกตุเห็นเเผ่นกระดาษพับหนึ่งที่วางอยู่บนเตียง เขาไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปเปิดดูในทันที
‘ ถึง ท่านลุงซู
ถ้าท่านได้อ่านข้อความฉบับนี้ เเสดงว่าตัวข้านั้นคงออกจากบ้านไปได้ไกลเเล้วอย่างเเน่นอน
ขอขอบคุณที่ท่านเเละบุตรสาวได้ดูเเลกันมาเป็นอย่างดี เเต่ก็ขออภัยด้วยที่ตัวข้านั้นจำเป็นต้องเตรียมพร้อมทั้งกายเเละใจ เพื่อคัดเลือกเป็นศิษย์เซียนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ขอให้ท่านลุงเข้าใจข้าด้วย เดี๋ยวตอนเย็นข้าจะกลับมา ท่านลุงไม่ต้องเป็นห่วง
จาก ฉางกวง ’
เมื่ออ่านจบ สีหน้าของลุงซูก็เเสดงความไม่พอใจออกมาในทันที เมื่อวานเขาเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า บุตรสาวของตนดูสนุกสนานเป็นอย่างมากเมื่อฉางกวงเข้ามาเล่นด้วย เเละพอคิดถึงใบหน้าเศร้าสร้อยของบุตรสาวตน จึงอดที่จะแสดงอารมณ์ขุ่นเคืองออกมาไม่ได้
“เเต่จะไปถือสาเจ้าหนุ่มนั้นก็ไม่ถูกเสียทีเดียว” ลุงซูหมิงทอดถอนหายใจออกมา เขาเข้าใจเหตุผลของฉางกวงเป็นอย่างดี
การคัดเลือกของเซียนนั้นไม่ใช่พิธีที่ทำส่ง ๆ ได้ ฉางกวงจึงไม่ได้ทำอันใดผิดเลยเเม้เเต่น้อย เเต่ก็เกรงว่าเขาคงจะต้องปลอบบุตรสาวของตนอยู่พักใหญ่เลยทีเดียว
ตัดมายังอีกด้านหนึ่ง
“ข้าผิดต่อหนูน้อยผู้นั้นเเล้ว” ฉางกวงเองก็ไม่อยากเห็นเด็กหญิงตัวน้อย ๆ น่ารักน่าเอ็นดูต้องมาเสียน้ำตาให้กับเขาหรอกนะ คิดว่าตอนเย็นนี้จะต้องไปหาซื้อขนมไปเพื่อปลอบใจหน่อยก็คงจะดี
คิดไปพลางก็เริ่มเข้าไปในเทือกเขานรกเหมันต์เรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว
ด้วยความที่ฉางกวงเคยเข้ามายังที่นี่อยู่ก่อนเเล้ว เเละพลังปราณที่เหนือกว่าครั้งก่อนที่เคยเข้ามา จึงทำให้การเดินทางในครั้งนี้นั้นไม่ติดขัดเลยเเม้เเต่น้อย ความเร็วในครั้งนี้ก็เหนือกว่าครั้งก่อนเเทบจะไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว
“โอ้ ที่นี่ก็ยังคงเหมือนเดิมเเฮะ” ฉางกวงจ้องมองไปยังเทือกเขาที่ค่อย ๆ สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ต้นไม้ที่อยู่รวมกันอย่างหนาเเน่น
สัตว์อสูรเเต่ละตัวเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวที่มายังบริเวณนี้ก็พากันส่งเสียงคำรามข่มขู่ออกมาอย่างชัดเจน เเต่เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาอำมหิตคู่นั้นของฉางกวง พวกที่พากันคำรามอยู่เมื่อครู่ก็พากันหงอยเเล้วรีบวิ่งหลบหายเข้าไปในพุ่มไม้อย่างรวดเร็ว
ถึงเเม้ว่าจะมีบางส่วนเช่นกันที่พุ่งเข้ามาจู่โจม ฉางกวงก็ไม่รังเกียจเลยเเม้เเต่น้อยที่จะได้ผลึกเเก่นอสูรเพิ่มขึ้นมาอีกชิ้นหนึ่ง
“เเรงกดดันนี่ ถ้าข้าในตอนนั้นก้าวเข้ามาละก็เกรงว่าคงจะเคลื่อนไหวได้อย่างยากลำบากเป็นเเน่”
ฉางกวงเอ่ยพลางคิดไปพลาง ในตอนนี้นั้นตัวเขาได้เข้ามาลึกกว่าครั้งก่อนเป็นอย่างมาก ทางข้างหน้านั้นสังเกตได้อย่างชัดเจนเลยว่าจะต้องเป็นบริเวณที่สูงที่สุดของเทือกเขานี้อย่างเเน่นอน
เเล้วเเน่นอนว่าพลังงานที่กดทับลงมาในตอนนี้นั้น เกรงว่าขั้น 5 ทั่วไปก็ยากจะบอกได้ว่าจะเดินหน้าต่อไปได้รึไม่
ส่วนขั้นที่ต่ำกว่าก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงเลย ร่างกายคงสูญสลายมลายหายไปนานเเล้ว
“ความรู้สึกนี้มัน” ฉางกวงหันไปมองยังทิศทางหนึ่งในทันที
ในจุดลึกจุดหนึ่งของร่างกายของฉางกวงนั้นเอง พลังปราณสีขาวที่มีลักษณะเป็นไฟกำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ราวกับว่ามันพบถึงสิ่งที่น่าดึงดูดเป็นอย่างยิ่ง จึงเหมือนกันว่าพยายามจะชี้นำให้ฉางกวงเดินไปในทิศทางนั้น
“รู้เเล้ว ๆ เจ้าใจเย็น ๆ ลงก่อน”
เปลวไฟเหมันต์คล้ายกับรับรู้ความรู้สึกของฉางกวงได้ มันจึงรีบสงบลงอย่างรวดเร็ว เเต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีปราณสีขาวปะทุออกมาเป็นระยะ ๆ อยู่ดี
ฉางกวงจึงเริ่มเดินไปยังทางที่เปลวไฟเหมันต์ชี้ทางไปในทันที ด้วยความเคร่งขรึม