ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 77 : ปิดฉากรอบคัดเลือก
“ฮึ่ม ไอ้เจ้าหมูตอนเข้ามาเลย” ผู้แซ่จางยกกระบี่ของตนออกมาต้านทานด้วยท่าทางอ่อนแรง แววตาดูคลุ้มคลั่งอย่างชัดเจน
“เฮ้อ ผลลัพธ์คงไม่เปลี่ยนแปลงอีกแล้ว แต่ถึงเจ้านี่จะปากปีจอไปหน่อยแต่ในเรื่องความพยายามของมันก็ช่างน่านับถือเสียจริง” ฉางกวงจ้องมองยังฉากที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าคล้ามยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม
เหล่าผู้เข้าสอบที่มามุงดูอยู่เมื่อครู่เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ผู้แซ่จางต้านทานหมัดของอีกฝ่ายหรือก็คือร่างอ้วนท้วนนั้นได้เพียงแค่หนึ่งกระบวนท่าก็พลันฟุบลงตามคาด จึงมองหน้ากันอย่างจนใจอยู่ชั่วครู่แล้วก็สลายตัวไปอย่างเสียดาย
โดยมีสายตาบางคู่ที่จ้องมองมายังฉางกวงด้วยแววตาที่ไม่เป็นมิตร
“ดูเหมือนว่าเจ้า 2 คนนี้จะมีบัญชีความแค้นกันไม่น้อยเลยจริง ๆ ” ฉางกวงจ้องมองไปยังฉากอัดฝ่ายเดียวข้างหน้าตนด้วยความสนใจ โดยไม่สนใจรอบข้างเลยแม้แต่น้อย กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะไปหยุดฉากตรงหน้าดีหรือไม่
“อึก” ผู้แซ่จางที่สลบลงไปนานแล้วก็พลันกระอักเลือดออกมา แต่ดูเหมือนว่าร่างอ้วนท้วมนั้นยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยแม้แต่น้อย
“พอกันที เจ้าคิดว่ามานั่งต่อยคนล้มนี่มันสนุกนักรึไง” ฉางกวงที่ตอนนี้พึ่งปลดชุดเกราะเหมันต์ออกมาสีหน้าดูเคร่งเครียดจากเมื่อครู่นี้อย่างเห็นได้ชัด เขายอมรับว่าตัวเองนั้นไม่ใช่ผู้มีคุณธรรมอันยิ่งใหญ่มาจากไหนหรอก แต่จะให้มานั่งดูผู้ร่วมทดสอบกับตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัสหรืออาจจะตายได้เลยนั้น เขาเองก็ทำไม่ได้เช่นกัน
“เจ้านี่ทำให้ข้าประหลาดใจยิ่งนัก ทำไมถึงต้องมาเอ่ยปกป้องคนที่เจ้าพึ่งเคยเจอหน้าเป็นครั้งแรกแถมดูจะมาหาเรื่องเจ้าเสียด้วยกันนะ” ร่างอ้วนท้วมหยุดหมัดที่กำลังจะปะทะกับผู้แซ่จางลงแล้วจึงหันมามองฉางกวงด้วยแววตาสนใจ
“ที่จริงข้าก็ไม่ได้ชอบมันเสียเท่าไหร่หรอก แต่ครั้งนี้ถือว่าข้าขอน้ำใจเจ้าไว้สักครั้งนึงจะได้ไหม” ฉางกวงมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีนิ่งสงบ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นสายตาของร่างอ้วนท้วมก็พลันดูล้ำลึกขึ้นมาอย่างประหลาด แล้วจึงพยักหน้าเป็นการยอมรับ
ฉางกวงที่ได้ยินดังนั้นท่าทางก็ดูผ่อนคลายลงมาเล็กน้อย แล้วจึงประสานมือขอบคุณอีกฝ่าย
“เจ้าติดหนี้ข้าครั้งนี้เจ้าอาจจะขาดทุนข้าหมดตัวเลยก็ได้นะ เจ้าไม่รู้เรื่องราวของข้ากับเจ้าแซ่จางมาก่อน ขอให้เวลานั้นมาถึงก็อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน” ร่างอ้วนท้วมร่างนั้นกำลังจะกลืนหายไปกับเหมันต์อยู่นั้นเอง
“ช้าก่อน เจ้าไม่คิดว่านี่มันเป็นเรื่องตลกเลยงั้นรึ” ฉางกวงรีบร้อนเอ่ยออกมาราวกับว่าพึ่งนึกขึ้นมาได้
“เจ้ามีอันใดจะเอ่ยกับข้าอีกงั้นรึ” ร่างอ้วนท้วมนั้นพลันหยุดลงแล้วจึงหันมามองยังฉางกวงด้วยท่าทีสงสัย
“เออ คือว่า เจ้ามีนามว่าอันใดนะ” ฉางกวงเอ่ยออกมาด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน
… บรรยากาศรอบข้างพลันนิ่งสงบลงทันที ร่างอ้วนท้วมนั้นจ้องมองฉางกวงอย่างตะลึงอึ้งค้าง
“ฮ่าๆๆ เจ้าหนุ่มนี่ช่างนิสัยเสียจริง ๆ ฮ่าๆๆข้าทนไม่ไหวแล้ว” ผู้คุมสอบหน้ายิ้มพลันหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
“เจ้าใจเย็น ๆ ลงก่อน มันน่าขันเสียขนาดนั้นเลยรึ” ผู้คุมสอบหลงเซิ่งที่พึ่งนั่งลงได้ไม่นานก็รีบห้ามปรามสหายของตนก่อนที่จะสำลักน้ำลายตัวเองไปมากกว่านี้
“ว่าแต่เจ้าไปดูมาเป็นอย่างไรบ้าง ศิษย์ในปีนี้นอกจากเจ้าหนุ่มน่าอายแล้วมีผู้ใดดูหน่วยก้านดีอีกหรือไม่” ผู้คุมสอบหน้ายิ้มเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก
“เจ้าพักก่อนเถอะ ปีนี้เท่าที่ข้าไปดูมานอกจาก 3 คนนั่น คนอื่น ๆ ก็ดูไม่มีอันใดพิเศษเลยแม้แต่น้อย” ผู้คุมสอบหลงเซิ่งส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง
“เจ้าอย่าลืมไปช่วยเจ้าหนูแซ่จางนั่นด้วยเล่า” ผู้คุมสอบหน้ายิ้มที่บัดนี้เริ่มดีขึ้นแล้วก็เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังขึ้น
“ไม่ต้องห่วงหรอก ภายใต้สายตาอันเฉียบคมของข้าไม่มีใครตายอย่างแน่นอน” ผู้คุมสอบหลงเซิ่งจ้องไปยังภาพในสนามสอบอีกครั้งด้วยแววตาคมกริบ ถ้าเกิดว่าสถานการณ์นั้นย่ำแย่จนถึงชีวิตละก็ เขาก็ไม่ลังเลที่จะพุ่งเข้าไปหยุดการประลองระหว่างต้นกล้าเหล่านี้ในทันที
ระหว่างที่ผู้คุมสอบทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น ก็ตัดกลับมายังที่เหตุการณ์เบื้องหน้าของฉางกวง
ด้วยที่ทุกคนพากันจ้องมายังฉางกวงด้วยอารมณ์ที่ต่างกัน บ้างก็เหมือนมองคนสติไม่ดี หรือบ้างก็เหมือนกับจนถ้อยคำที่จะเอื้อนเอ่ยออกมา แต่คนที่ฉางกวงสนใจสุดกลับเป็นไอ้ร่างจ้ำม่ำที่คล้ายกับกำลังตกอยู่ในภวังค์เบื้องหน้าตนนี้
“เจ้าไปอยู่ในซอกหลีบไหนมากันแน่ ทำไมถึงได้ไม่รู้จักข้ากัน” ร่างอ้วนนั้นหันมามองด้วยท่าทางสงสัยราวกับมองเห็นคนประหลาด มันคิดว่าชื่อเสียงของมันก็คงไม่ต่างกับเจ้าจางฮั่น
“ก็ข้าไม่รู้จักเจ้าจริง ๆ ขนาดเจ้าแซ่จางตรงนั้นข้าก็พึ่งมารู้จากเจ้าพวกที่มุงอยู่เมื่อครู่นี้เอง” ฉางกวงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงใจเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่ใช่คนที่นี่ แล้วจะไปรู้จักเจ้าสองคนนี้ได้อย่างไร
“เฮ้อ งั้นข้าจะบอกเจ้าก็ได้ ข้ามีนามว่าฉีหมิงเทา ส่วนเจ้านั่นก็ชื่อว่าจางฮั่น” เจ้าอ้วนฉีเอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉย แต่พอมาถึงยังนามของตนน้ำเสียงก็ดูภาคภูมิใจขึ้นมาอยู่หลายส่วน
“ข้าเข้าใจแล้ว ฉีหมิงเมากับจางฮั่น เอาไว้เจอกันในสำนักนะ” ฉางกวงจ้องมองไปยังเจ้าอ้วนที่กำลังแบกร่างของผู้แซ่จางขึ้นมาอย่างไม่แยแส
“อืม” เจ้าอ้วนฉีที่กำลังเดินจากไปก็หันมามองพลางพยักหน้าให้ฉางกวงก่อนที่จะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
“เฮ้อ เจ้าพวกตัวปัญหาหายไปเสียที ว่าแต่พวกเจ้าล่ะจะเอาเยี่ยงไรกัน หืม” ฉางกวงเอ่ยพลางหันไปมองยังกลุ่มที่มามุงอยู่ด้วยสายตาเปล่งประกาย ถ้าเกิดว่าเจ้าพวกนี้อยากชิมหมัดเขาละก็ เขาก็จะจัดให้
แรงกดดันของขั้น 4 ที่ฉางกวงจงใจปล่อยออกมานั้น ทำให้เหล่าคนมุงพากันถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัว
พากันมองหน้ากันไปมา แล้วจึงพากันแยกย้ายอย่างรวดเร็ว
ข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก็แพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่มีใครมากวนใจฉางกวงอีกเลยจนกระทั่งหมดเวลา
“เอาล่ะ ครบกำหนดแล้ว พวกเจ้าทุกคนมาส่งเหรียญกันได้แล้ว” เสียงระฆังดังทุ้มทั่วสนามสอบพร้อมกับเสียงของผู้อาวุโสหลงเซิ่งที่ดูหนักแน่นมากกว่าเดิมอยู่หลายส่วน
พอสิ้งเสียงนั้น เส้นสายสีขาวหลายเส้นของเหล่าศิษย์ที่เข้าทดสอบก็พากันมุ่งไปยัง ณ จุดด้านหน้าของสนามสอบ
“เฮ้อ นับว่าคุ้มค่าแล้ว” ฉางกวงที่เปิดดูยังถุงของตนที่ใช้เก็บเหรียญ เมื่อเห็นเหรียญทอง 10 เหรียญที่เปล่งประกายออกมาท่าทีที่อ่อนล้าก็ดูดีขึ้นมาอยู่หลายส่วน จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 6 เหรียญ เขาได้ฉวยโอกาสตอนที่ผู้แซ่จางกำลังล้มลมได้มาอีก 4 เหรียญ เฮ้อ ก็ได้แต่หวังว่าเจ้าหมอนั่นจะมีเหรียญอยู่เยอะ เขาจะได้ไม่รู้สึกผิดมากนัก
ทุกคนพากันต่อแถวกันอย่างรวดเร็ว แต่ละคนก็ทยอยยื่นเหรียญให้ผู้อาวุโสหลงเซิ่งด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันไป พอมาถึงตาฉางกวง พอเห็นเหรียญทั้ง 10 ที่ฉางกวงยื่นมาให้นั้น ผู้คุมสอบหลงเซิ่งก็พยักหน้าให้ เป็นการยอมรับ
เอาล่ะ ในเมื่อตอนนี้ทุกคนก็ได้ส่งมอบเหรียญทองให้ข้ากันหมดแล้ว งั้นต่อจากนี้ข้าจะขอประกาศผู้ที่ได้ 3 อันดับแรก
ที่ 1 ฉีหมิงเทา 11 เหรียญ เมื่อได้ยินดังนั้นเหล่าศิษย์ก็พากันมองไปยังร่างอ้วนท้วมอย่างรวดเร็ว สายตาคนส่วนใหญ่ดูเหมือนจะแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็เหมือนจะคาดเดาไว้กันอยู่แล้ว
ที่ 2 ฉางกวง 10 เหรียญ “โห่” น้ำเสียงที่ดูไม่พอใจพลันออกมาราวกับว่าเจ้านี่มันบัดซบยิ่งนัก
“เฮ้อ คนทั้งเก่งทั้งหล่อแบบข้านี่นะ จะมีคนอิจฉาก็ไม่แปลก” ฉางกวงยืนนิ่งด้วยท่าทีเคร่งครึม ทำเป็นไม่สนใจเสียงนกเสียงการอบข้าง
ที่ 3 นั้นแน่นอนว่าก็เป็นเจ้าจางฮั่นอยู่แล้ว ส่วนจำนวนเหรียญนั้นก็ 6 เหรียญ ถ้วน
“เอาล่ะ ๆ พวกเจ้าเงียบกันได้แล้ว เดี๋ยวข้าจะประกาศวิธีการใช้เหรียญแล้ว” น้ำเสียงพร้อมกับแรงกดดันของผู้อาวุโสหลงเซิ่งที่แผ่ออกมานั้น ทำให้ทุกคนเงียบลงไปในชั่วพริบตา
“แสดงว่า เจ้าเหรียญทองนี่มีวิธีใช้นอกจากที่บอกมาด้วยสิ” ฉางกวงคิดไปพลางโยนเหรียญทองในมือไปมา รอคำประกาศของผู้อาวุโสหลงเซิ่งด้วยท่าทีที่ตื่นเต้น ไม่ต่างกับผู้อื่นเลย