ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 78 : สำนักประกายเหมันต์
“นอกจากที่มันสามารถใช้แลกในส่วนที่ข้าเคยบอกกับพวกเจ้าไปแล้วนั้น มันยังถือว่าเป็นสกุลเงินที่เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสทั้งหลายใช้แลกเปลี่ยนกันอีกด้วย ฉะนั้นพวกเจ้าจงคิดให้ดี ว่าจะใช้อย่างไรให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด” ผู้อาวุโสหลงเซิ่งเอ่ยพลางมองไปยังเหล่าว่าที่ศิษย์ทั้งหลายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
พอสิ้นเสียงผู้อาวุโสหลงเซิ่ง เสียงกระซิบกระซาบจอแจก็พลันดังขึ้นมาในทันที
“ถ้าเป็นอย่างที่ผู้อาวุโสกล่าวมาละก็ แสดงว่ามันต้องสำคัญมากแน่ ๆ แต่ก็น่าแปลกใจไม่น้อยเหมือนกันที่เจ้าพวกนี้ไม่รู้เรื่องกันเลย” ฉางกวงครุ่นคิดพลางหันไปมองยังสีหน้าประหลาดใจของเหล่าว่าที่ศิษย์สายในกลุ่มนี้ด้วยความแปลกใจ
“พวกเจ้าเงียบกันได้แล้ว อันนี้ถือว่าเป็นคำแนะนำของตัวข้าผู้อาวุโสเฉย ๆ ยังไงก็ขึ้นอยู่กับพวกเจ้าเหล่าศิษย์ใหม่อยู่ดี สุดท้ายนี้ข้าก็ขอกล่าวยินดีกับพวกเจ้าด้วย ขอให้พวกเจ้าบรรลุตามที่หวัง”
พอได้ยินประโยคแรกที่แฝงด้วยแรงกดดันเหล่าว่าที่ศิษย์ก็พากันเงียบลงในทันที แต่พอจบประโยคสุดท้ายของผู้อาวุโสหลงเซิ่งนั้นเอง ทุกคนก็พากันโห่ร้องตะโกนที่เปี่ยมไปด้วยความยินดี ในที่สุดพวกเขาก็จะได้เป็นศิษย์ของสำนักอย่างเต็มตัวเสียที ถ้าไม่ยินดีก็แปลกแล้ว
“อืม เป้าหมายของข้าก็ใกล้เข้าไปอีกก้าวแล้วสินะ” ฉางกวงเมื่อเห็นบรรยากาศตรงหน้า ก็เผลอยกยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
รอก่อนนะท่านอาจารย์ เจียงหวง และก็พ่อแม่ของข้าด้วย ข้าจะหาพวกท่านให้เจอ
“เอาล่ะ พวกเจ้าเดินตามข้ามาได้เลย เดี๋ยวข้าจะพาพวกเจ้าไปดูที่พัก” น้ำเสียงสบาย ๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างของผู้อาวุโสหน้ายิ้มที่โผล่ออกมาด้านหลังผู้อาวุโสหลงเซิ่ง
“เร็วมาก” ฉางกวงจ้องมองไปยังร่างผู้คุมสอบหน้ายิ้มอย่างตกตะลึง
“เอ้า พวกเจ้ามัวรออันใดกันอยู่ ตามข้ามาได้แล้ว” ผู้อาสุโสหน้ายิ้มก็ยังคงยิ้มอยู่เหมือนเดิม แต่รอยยิ้มที่พอมองมาหาทางฉางกวงนั้นกลับเป็นรอยยิ้มที่ดูลึกลับ ดวงตาเปล่งประกายวิบวับ
“อืม ชัดเจนแล้ว ตอนนั้นต้องเป็นผู้อาวุโสผู้นี้เป็นแน่” ฉางกวงคิดไปพลางเดินไปพลางคิดไปพลาง ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะสมควรเป็นเช่นที่เขาคิดแต่ลางสังหรณ์ของเขากลับบอกว่ามันไม่ใช่ซึ่งเขาเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม
ระหว่างที่ฉางกวงตกอยู่ในภวังค์อยู่นั้นเอง เหล่าศิษย์ใหม่ที่อยู่ด้านหน้าเขาอยู่ดี ๆ ก็พากันหยุดกึกกะทันหันจึงทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมาในฉับพลัน ทันใดนั้นเองภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาอดที่จะตกตะลึงอึ้งค้างขึ้นมาไม่ได้
หมู่ตึกเเละหอคอยมากมายเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบพร้อมกับผู้คนเดินสวนกันไปมาอย่างชุลมุน มีกลุ่มคนจับกลุ่มคุยกันอย่างครึ้นเครงแต่ก็ไม่ทำให้พื้นที่นี้ดูแคบลงเลยแม้แต่น้อย บรรยากาศถ้าจะเทียบระหว่างสำนักนี้กับสำนักทวนธาราละก็ดูราวกับว่าเทียบขนาดหมู่บ้านกับเมืองเลยทีเดียว
“เอาล่ะ ข้าในนามของผู้อาวุโสที่ 2 ขอเเสดงความยินดีกับพวกเจ้า และก็ขอต้อนรับสู่สำนักประกายเหมันต์”
ผู้อาวุโสหน้ายิ้มเดินไปพลางเอ่ยไปพลาง น้ำเสียงยังคงดูสบาย ๆ อย่างเคยแต่พอเอ่ยถึงชื่อสำนักน้ำเสียงจะดูเคร่งครึมขึ้นมาไม่น้อย
พอได้ยินเช่นนั้นพร้อมประกอบกับภาพตรงหน้าที่ได้เห็น สีหน้าทุกคนก็ดูตกตะลึงไม่ต่างกันจะต่างกันก็เพียงแค่จะมากหรือน้อยก็เท่านั้น ส่วนทางด้านผู้อาวุโสหน้ายิ้มหรือก็คือผู้อาวุโสที่ 2 นั้นก็หยุดเดินลงเช่นกันราวกับรู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์ตรงหน้าจะเกิดขึ้น
“เอาล่ะ พวกเจ้าอย่ามัวแต่ยืนเหม่ออยู่เลย ไปกันได้แล้ว” เมื่อเห็นว่าเหล่าศิษย์ใหม่แต่ละคนเริ่มยืนกันนานไปแล้ว
ผู้อาวุโสหน้ายิ้มก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือนพลางส่ายหัวอย่างผิดหวัง ใช้ไม่ได้กันเลยเจ้าหนูพวกนี้
เออ พอได้ยินเสียงผู้อาวุโสหน้ายิ้ม ทุกคนก็พลันคล้ายกับตั้งสติได้เเล้วพอเห็นว่าผู้อาวุโสหน้ายิ้มเริ่มเดินนั้น ทุกคนก็พากันเดินตามอย่างรวดเร็ว
“เฮ้อ การที่ต้องแกล้งเหม่อนี่ก็ลำบากเหมือนกันนะ” ฉางกวงที่อยู่แถวกลาง ๆ ของกลุ่มคิดอยู่ในใจ
เขารู้สึกว่าทำไมเหล่าตึกที่เรียงรายนี้ดูดึงดูดจิตใจเสียจริง ราวกับว่ามีมนต์สะกดจิตใจผู้ที่พึ่งมาใหม่ได้อย่างไรอย่างนั้นล่ะ
ถ้าเหล่าผู้อาวุโสมาได้ยินความคิดนี้เข้าละก็ จะต้องคิดว่าฉางกวงโม้อย่างแน่นอน ด้วยที่ว่าเหล่าตึกของสำนักประกายเหมันต์นั้นทำมาจากวัสดุพิเศษหายากที่ถึงแม้แต่การโจมตีสุดกำลังของขั้น 8 แห่งขอบเขตเสถียรคงปราณโจมตีใส่สุดกำลังก็อาจจะสร้างรอยข่วนมันไม่ได้เลยเสียด้วยซ้ำ แถมยังมีการจัดเรียงหมู่ตึกเหล่านั้นเป็นค่ายกลระดับสูงอีกด้วย
จึงไม่แปลกที่มันมีแรงดึงดูดใจของเหล่าผู้มาเยือนโดยธรรมชาติ จึงทำให้บางคนที่มีระดับฝึกตนไม่ดีพอ เผลอยืนจ้องมองมันราวครึ่งวันก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีมาก่อน
ผู้อาวุโสหน้ายิ้มพาเหล่าศิษย์ใหม่เดินอยู่ซักพักหนึ่ง ที่พักที่ดูไม่หรูแต่ก็ไม่แย่มากก็พลังปรากฏขึ้นมาตรงหน้า
“เอาล่ะถึงแล้ว วันนี้ข้าจะให้พวกเจ้าพักกันก่อน แล้วเดี๋ยววันพรุ่งนี้ข้าค่อยบอกรายละเอียดเรื่องที่ศิษย์ใหม่ควรรู้ให้กับพวกเจ้าอีกที” พอเอ่ยเสร็จ ร่างของผู้อาวุโสที่ 2 ก็พลันหายไปในทันที รายกับว่าระเหยหายไปอย่างใดอย่างนั้น
จะมีก็แต่ฉางกวงเท่านั้นที่หันหน้าไปทิศทางหนึ่งด้วยแววตาที่เคร่งครึม
“งั้นวันนี้พวกเราก็แยกย้ายกันไปดูที่พักใครมันก่อน งั้นข้าไปละ” กลุ่มศิษย์ใหม่ที่กำลังคุยกันอยู่นั้น อยู่ ๆ มีอยู่คนนึงที่เอ่ยออกมาแล้วก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว แล้วพอหลังจากนั้นทุกกคนก็พากันเหมือนคิดขึ้นมาได้จึงแยกย้ายกันไปเช่นกัน
“เฮ้อ ยังไงก็ได้ล่ะ” ฉางกวงที่เห็นคนอื่นรีบกันไปเลือกที่พักของตน ก็รู้เหตุผลได้ในทันที แต่เขาก็ไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย
สำหรับตัวเขานั้น แค่แข็งแกร่งขึ้นแล้วไปจัดการเรื่องเบื้องหลังตัวเองก็พอ ต่อให้จะนอนท่ามกลางเหมันต์เขาก็ไม่สน
“งั้นก็เอาหลังนี้ละกัน” ฉางกวงที่เลือกที่พักที่เหลืออยู่ไม่กี่ที่แบบส่ง ๆ ก็พาตัวเองเข้าไปแบบเอื่อยเฉี่อย
โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองเขาอย่างสนใจ
หลังจากที่ฉางกวงจัดการห้องของตนเสร็จ ก็กะว่าจะนอนพักสักหน่อย แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าจะนำเหรียญไปแลกเปลี่ยนนี่นา พอคิดถึงโอสถวายุเหมันต์ที่จะได้รับ ก็อดที่จะกระตือรือร้นขึ้นมาไม่ได้ จึงรีบออกจากที่พักตนเองไปอย่างรวดเร็ว
“เออ ว่าแต่แล้วเราจะไปแลกได้ที่ไหนกันนะ” ฉางกวงครุ่นคิดไปพลางเดินฉับ ๆ ไปพลาง พอเห็นคนที่เดินผ่านมาจึงรีบเอ่ยถามออกมาอย่างรวดเร็ว
“ขอถามหน่อยได้ไหม ว่าข้าสามารถไปแลกเหรียญนี่กับโอสถวายุเหมันต์ได้ที่ไหน” ฉางกวงเอ่ยไปพลางนำเหรียญออกมาให้อีกฝ่ายดูอย่างรวดเร็ว
“เออ อ้อ เจ้าคงจะเป็นศิษย์ใหม่สินะ แลกเหรียญน่ะไม่ไกลเลย ตรงไปเลี้ยวซ้ายก็ถึงแล้ว”
“ขอบใจท่านมากนะสหาย ไว้เจอกันใหม่” ฉางกวงพอได้รู้ในสิ่งที่ตนอยากรู้แล้วก็มุ่งหน้าไปยังจุดหมายในทันที
พอเขามุ่งไปตามเส้นทางที่บอก ก็เจอกับซุ้มที่ดูไม่เล็กไม่ใหญ่ ถึงแม้ว่าตัวซุ้มจะไม่ได้ดูเด่นก็ตามแต่แถวที่ยาวเฟื้อยนั้นก็เป็นตัวบอกได้อย่างดีว่าเขาเจอสถานที่ ๆ เขาตามหาแล้ว
“เฮ้อ ข้าต้องมานั่งรอแถวพวกนี้จริง ๆ เหรอเนี่ย” ฉางกวงที่เดินมาต่อแถวแล้วนั้น ก็อดที่จะขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้แต่พอได้เห็นสีหน้าของคนด้านหน้าของตน ในใจก็รู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อยเลย อย่างน้อยก็มีสหายร่วมชะตากรรมเดียวกันละนะ
หลังจากเวลาผ่านไปประมาณเกือบหนึ่งชั่วยามได้นั้นเอง ในที่สุดฉางกวงก็ได้โอสถวายุเหมันต์มาครอบครอง พอได้เห็นโอสถในมือของตน ฉางกวงก็รีบกลับไปยังที่พักของตนในทันที
สวัสดีนักอ่านทุก ๆ ท่าน ขอบคุณที่ยังสนับสนุนกันอยู่ ผมเเซลมอนรมควันเองคร้าบ ถ้าทุกท่านเห็นตอนนี้ละก็ คงหมายถึงผมพิมพ์ไปได้เกินครึ่งของภาคหรือไม่งั้นก็อาจจะจบไปเเล้ว ซึ่งผมจะอัพให้อ่านฟรี 1 ตอนทุก ๆ 3 วันครับ เเต่ถ้าใครอยากสนับสนุนค่าน้ำร้อนน้ำชาให้ผมละก็ สามารถอ่านตอนติดเหรียญล่วงหน้าได้ โดยตอนอ่านล่วงหน้าจะอัพจนมันจบภาคนี้ครับ สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณอีกครั้งที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ
ขอขอบคุณจาก เเซลมอนรมควัน
ปล. จบภาคน่าจะมีประมาณอย่างน้อย 40 ตอนครับ
ปล. 2 ถ้าผมติดเหรียญล่วงหน้าไม่ได้ สามารถไปตามได้ใน dek d กับ readawrite นะครับ
ส่วนตามในนี้ก็จะอัพทุก 3 วันครับ