ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 81 : เด็กหนุ่มชุดฟ้าผู้ลึกลับ
“นี่มันอันใดกัน” ฉางกวงที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ขณะเดินตามเด็กหนุ่มชุดฟ้ามานั้น ก็พลันเห็นเด็กหนุ่มที่แต่สวมใส่ชุดศิษย์ของสำนักประกายเหมันต์โผล่ออกมาจากฝูงชน แล้วพลันมายืนประกบยังเด็กหนุ่มชุดฟ้า 2 ฝั่งอย่างรวดเร็ว
“ไม่ต้องเป็นกังวลไปสหายฉาง พวกนี้คือผู้ติดตามของข้าเอง” เด็กหนุ่มชุดฟ้าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นเช่นนี้
พอเห็นดังนั้นฉางกวงก็จึงระมัดระวังตัวเองยิ่งขึ้น พลางรู้สึกยำเกรงอีกฝ่ายขึ้นมา 2 ส่วน
ทั้งสองเดินกันไปได้สักพัก ก็มาถึงยังร้านชาแห่งหนึ่ง ซึ่งพอเสี่ยวเอ้อเห็นเด็กหนุ่มชุดฟ้าเดินเข้ามาพร้อมกับฉางกวงนั้นก็รีบเอ่ยเชิญให้ทั้งสองขึ้นไปยังห้องบนชั้น 2 ของร้านในทันที
เมื่อทั้งสองเข้ามาในห้องแล้วนั้น เด็กหนุ่มชุดฟ้าก็โบกมือไล่ให้ผู้ติดตามของตนออกไปจากห้อง
“ท่านจะให้ข้าเรียกท่านว่าเยี่ยงไรรึ” ฉางกวงเมื่อเห็นว่าในห้องเหลืออยู่เพียง 2 คนแล้วจึงเริ่มเอ่ยออกมา
“สหายฉาง ข้าก็เป็นแค่ศิษย์คนหนึ่งของสำนักท่านจะเรียกข้าว่าสหายร่วมสำนักก็ได้” เด็กหนุ่มชุดฟ้าเอ่ยพลางยิ้มให้กับฉางกวง
“ข้าพึ่งเคยเจอท่านครั้งแรก จะให้เรียกสหายก็กระไรอยู่ งั้นข้าขอเรียกท่านว่าคนขายข่าวละกัน” ฉางกวงเอ่ยพลางสังเกตท่าทีของอีกฝ่าย เขาไม่อยากจะสนิทสนมกับอีกฝ่ายให้มากนัก
ถ้าอยากรู้ข้อมูลละก็คนผู้แรกที่ต้องนึกถึงก็คือคนขายข่าว ซึ่งฉางกวงก็บังเอิญได้ยินคนพูดถึงเรื่องที่คนขายข่าวของสำนักประกายเหมันต์นั้นสามารถนัดเจอได้โดยเงื่อนไขพิเศษอย่างหนึ่ง
พอได้ยินเช่นนั้นฉางกวงก็ลองทำตามที่ได้ยินมาในทันที จนเมื่อวานนี้เองช่วงมืด ๆ เขาก็พบกับจดหมายฉบับหนึ่งที่วางอยู่ในที่พักของเขา โดยที่รายละเอียดนั้นก็คือสถานที่ที่นัดกันไว้และลักษณะของคนที่นัดกับฉางกวง ถึงแม้ว่าฉางกวงจะพึ่งเคยเจออีกฝ่ายเป็นครั้งแรก แต่ดูท่าทีอีกฝ่ายแล้วนั้นจะต้องรู้ข้อมูลของเขามาก่อนเป็นแน่
“งั้นก็แล้วแต่สหายฉางเลย” เด็กหนุ่มชุดฟ้าพยักหัวเป็นการยอมรับ
“เออ ข้าอยากได้ข้องมูลของเรื่อง ๆ หนึ่ง” ฉางกวงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“สหายฉางเอ่ยออกมาเลย แต่ท่านอย่าลืมนะว่าต้องมีการแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อด้วย ไม่งั้นก็คุยกันต่อไม่ได้แล้ว” คนขายข่าวเอ่ยอย่างสบาย ๆ เช่นเคยราวกับว่าเขาเคยเอ่ยอย่างนี้มานับครั้งไม่ถ้วน
“ย่อมเป็นเช่นนั้นแน่ ข้าอยากรู้ข้อมูลของความขัดแย้งระหว่างจางฮั่นกับฉีหมิงเทา” ฉางกวงเอ่ยออกมาอย่างจนใจ
“อ้อเรื่องนี้หรอกรึ ข้าเองก็พอรู้อยู่บ้าง ว่าแต่สหายฉางท่านจะนำอะไรมาแลกกับข้อมูลอันนี้กันล่ะ”
คนขายข่าวชุดฟ้าเอ่ยออกมาอย่างสบาย ๆ เช่นเคย จะต่างก็คือไม่รู้ว่าพัดที่กำลังกางอยู่บนมือของเขานั้นมาจากไหน
“แกนผลึกอสูรขั้น 4 2 ก้อนเป็นไง” ฉางกวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิง
“อืม แกนผลึกอสูรขั้น 4 นั้นนับว่ามีค่าอยู่ไม่น้อยก็จริง แต่ว่าข้าได้ไปข้าก็ไม่รู้จะเอาไปใช้ทำอันใดได้เลย”
คนขายข่าวคล้ายกับตกอยู่ในภวังค์ของตนแววตาดูเปล่งประกายวิบวับ
พอได้ยินเช่นนั้น ฉางกวงก็พยักหัวอย่างเห็นด้วย
แกนผลึกอสูรถึงแม้ว่าจะมีมูลค่าอยู่ก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ว่าใครจะดูดซับพลังของมันได้ง่าย ๆ เสียหน่อย (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ตามที่เขารู้มานั้นโดยปกติทั่วไปถ้าอยากจะดูดซึมเอาพลังงานในแกนผลึกอสูรที่แข็งยิ่งกว่าเพชรละก็จะต้องหลอมมันเป็นเดือน ๆ โดยหม้อหลอมที่ระดับสูงมาก ๆ แล้วแถมยังต้องมีภาชนะที่สามารถกักเก็บมันได้อีก จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมมันจึงหายากมาก แม้แต่สำนักทวนธาราของเขาก็ยังไม่เคยเห็นเลยแม้แต่ขวดเดียว
แต่นั่นมันสำหรับคนอื่น แต่สำหรับตัวของฉางกวงที่มีเปลวไฟเหมันต์นั้นมันก็ไม่ยากเลยที่จะหลอมแกนผลึกอสูรที่แข็งแกร่งเท่ากันกับตัวเขา
“แต่ข้าได้ยินมาว่า มีแกนผลึกอสูรขายอยู่นี่ หรือว่าท่านคนขายข่าวไม่เคยได้ยินมางั้นรึ” ฉางกวงลองเอ่ยออกมาเพื่อหยั่งเชิงฝ่ายตรงข้ามอีกครั้งหนึ่ง
“ก็จริงอย่างที่สหายฉางเอ่ยมา ถึงแม้ว่าแกนผลึกอสูรที่ถูกสกัดมาแล้วนั้นจะหายากมาก แต่ว่าสำนักเราก็มีหลุดออกมาบ้างอยู่เหมือนกัน” เด็กหนุ่มชุดฟ้าจ้องมาที่ฉางกวงด้วยแววตาลึกล้ำ
“งั้นท่านก็แค่นำแกนผลึกอสูรจากข้าไปให้ทางสำนักหลอมให้ก็เป็นอันใช้ได้แล้ว แถมแกนอสูรของข้ายังสภาพสมบูรณ์แบบอีกด้วย” ฉางกวงเอ่ยพลางโบกไม้โบกมือพลางออกท่าทางประกอบไปด้วยเพื่อให้อีกฝ่ายสนใจข้อเสนอของเขามากยิ่งขึ้น
“จะว่าได้ก็ได้อยู่ แต่ว่าจะไม่คุ้มค่าสำหรับข้าเนี่ยสิ” คนขายข่าวชุดฟ้าเอ่ยด้วยสีหน้าดูไม่ดีราวกับว่าเขาไม่อยากทำการค้านี้ที่ได้ไม่คุ้มเสียครั้งนี้เลย
“งั้นข้าจะเพิ่มให้เป็น 2 เท่า ไม่สิ 3 เท่าไปเลยเป็นไง” ฉางกวงเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้ว่าการเพิ่มจำนวนของที่จะแลกเปลี่ยนนี้ดูขาดทุนอยู่บ้างแต่ตัวเขาก็อยากเก็บเรื่องที่เขาหลอมแกนผลึกอสูรได้เอาไว้ก่อน ถ้าเกิดว่าเขานำแกนผลึกอสูรที่สกัดแล้วออกมาละก็ อย่าว่าแต่จะหาภาชนะอะไรมาบรรจุมันเลย โอกาสที่ความลับเรื่องไฟเหมันต์จะรั่วไหลนั้นจะเพิ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าฉางกวงไม่อาจแบกรับความเสี่ยงเหล่านี้ไว้ได้
“เข้าใจแล้วสหายฉาง งั้นข้าจะเห็นแก่ท่านละกัน ขอ 3 เท่าก็พอแล้ว” เด็กหนุ่มชุดฟ้าเอ่ยด้วยท่าทางฝืนใจ
“งั้นข้าจะขอจ่ายไว้ครึ่งหนึ่งก่อน แล้วอีกครึ่งหนึ่งข้าจะมาจ่ายหลังจากที่กลับมาจากภารกิจของสำนัก”
ฉางกวงนำแกนผลึกอสูรขั้น 4 ที่เหลืออยู่ไม่กี่อันออกมาจากสาบเสื้อซึ่งก็เหลืออยู่ 3 อันอย่างพอดิบพอดี
“ได้ ข้าเชื่อใจสหายฉาง ว่าแต่สหายฉางจะออกไปทำภารกิจอะไรรึ” คนขายข่าวเอ่ยไปพลางนำผลึกแกนอสูรที่ได้จากฉางกวงมาพิจารณาไปพลาง
“ข้าจะออกไปทำภารกิจสุ่ม” ฉางกวงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
พอได้ยินเช่นนั้นเด็กหนุ่มชุดฟ้าก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะเริ่มเล่าข่าวที่ตนมีอย่างรวดเร็ว จากที่เล่ามาประเด็นสำคัญนั้นก็คือเรื่องราวความรัก 3 เศร้าระหว่างพวกเขา
โดยที่จุดเริ่มต้นคือฉีหมิงเทาได้มั่นหมายกับหญิงผู้หนึ่งไว้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งสองนั้นดูชอบพอกันเป็นอย่างยิ่ง แต่ทุกอย่างก็กลับตาลปัตรโดยที่หญิงผู้นั้นได้มาบอกขอหย่ากับฉีหมิงเทาและก็มั่นหมายใหม่กับจางฮั่นในทันที สิ่งนี้ทำให้ผู้คนตกตะลึงอ้าปากค้างกันเป็นแถบ ๆ และแน่นอนว่าฉีหมิงเทาที่ไม่ยินยอมก็ได้ไปถามยังฝั่งทางบ้านของหญิงผู้นั้น แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอันใดกลับมาเลย
“ที่ข้ารู้ก็มีเพียงแค่นี้ล่ะสหายฉาง” คนขายข่าวชุดฟ้าเล่าอย่างออกรสออกชาติ พูดจาได้ลื่นไหลเป็นอย่างมากน้ำเสียงยังคงเดิมแต่ก็แอบมีความเห็นใจแฝงอยู่ในนั้นด้วย
“อย่างนี้นี่เอง ช่างน่าเห็นใจยิ่งนัก” ฉางกวงตกอยู่ในภวังค์ ถ้าเป็นตัวเขาละก็การแสดงออกคงอาจไม่ต่างกับฉีหมิงเทาเผลอ ๆ อาจจะเลวร้ายกว่าอีกฝ่ายด้วย
“สหายฉาง ไว้เจ้าอยากใช้บริการข้าเมื่อไหร่ก็นัดมาได้ทุกเมื่อเลยนะ อ้อแล้วก็อย่าลืมสัญญาระหว่างเราสองคนด้วยล่ะ” เด็กหนุ่มชุดฟ้าเมื่อเห็นฉางกวงกำลังจะเดินจากไปแล้วนั้น จึงเอ่ยออกมาด้วยความพึงพอใจ
ฉางกวงพยักหัวตอบรับอีกฝ่าย ก่อนจะเดินออกจากร้านชาอย่างช้า ๆ พลางคิดไปด้วยว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี คิดไปคิดมาก็ไม่ได้คำตอบ จึงอดขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมาไม่ได้ พอตื่นจากภวังค์ขึ้นมาอีกทีก็มายืนอยู่หน้าที่พักของตนแล้ว
“เฮ้อ งั้นวันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนก็แล้วกัน” ฉางกวงพักผ่อนลงในทันที