ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 98 : งานเทศกาลก่อนการประลอง 3
ในขณะเดียวกันกับที่ฉางกวงกำลังมองออกมา ในอีกทางฝั่งหนึ่งนั้นเอง
“บุก บุกทะลวงเข้าไป ต่อหน้ากำลังแล้วนั้น แผนการทั้งหมดก็แค่เศษกระดาษ” ฉีหมิงเทานั่งอยู่ในกระโจมขนาดเล็กหลังหนึ่งก่อนที่จะสั่งการกองทัพของตนอย่างรวดเร็ว โดยกองทัพนี้มีผู้ฝึกตนขั้น 5 คอยนำผู้ฝึกตนขั้น 4 สามคนบุกตะลุยออกไปในทันที
“ก่อนอื่นต้องจัดการเจ้าจางฮั่นให้ได้อย่างรวดเร็ว ถ้ามัวแต่ปล่อยไว้จะอันตรายมาก” ฉีหมิงเทาตกอยู่ในห้วงภวังค์ความคิดก่อนที่จะออกมาจากภาพฉายในทันที
ก็เห็นว่าร่างของฉางกวงกับจางฮั่นกำลังหลับตาอยู่ในท่านั่งสมาธิอย่างนิ่งสงบ
สีหน้าพลันยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายก่อนที่จะใช้แต้มควบแน่นสนับมือเหมันต์ออกมาพลางต่อยไปยังร่างของจางฮั่นอย่างไม่ลังเล
“เจ้าหมอนี่ถึงแม้ว่าจะใจร้อนแต่ก็ฉลาดเสียจริง” ฉางกวงที่อยู่กำลังอยู่ในท่านั่งสมาธิอยู่นั้น พลันตั้งใจฟังสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในทันที การที่เขาแกล้งนั่งนิ่ง ๆ อยู่แบบนี้ละก็ เจ้านี่จะต้องไม่ทันสังเกตเห็นอย่างแน่นอน
ด้วยกฎที่เขาเสนอไปนั้น ตัวเขาก็ได้ไปเปิดเช็คในระบบเมื่อครู่มาแล้วอย่างรวดเร็ว ก็พบปัญหาได้ในทันทีว่าถ้าเกิดในโลกจริงโดนโจมตีเข้าละก็ แต้มจะถูกผู้โจมตีช่วงชิงไป พอเห็นเช่นนั้นฉางกวงจึงรีบสั่งการผู้บัญชาการทหารแล้วออกมาแสร้งนั่งนิ่งราวกับพระพุทธรูปแกะสลักในทันที แล้วก็เป็นไปตามที่คาดไว้ ฉีหมิงเทาออกมาโจมตีจางฮั่นอย่างดุดัน
ตัดไปอีกฝั่งหนึ่งก่อนหน้านี้นั้น
ณ บ้านบัญชาการขนาดเล็ก ที่ถูกกำแพงขนาดสูงใหญ่ล้อมรอบเอาไว้
“หืม อย่าบอกนะว่า”จางฮั่นอุทานกับผู้บัญชาของตนเองด้วยแววตาเคร่งเครียด
ทหารสอดแนมของเขาได้ค้นพบผู้ฝึกตนที่ทรงพลัง 3 คนที่กำลังออกค้นหาอะไรบางอย่างกำลังประชิดใกล้เข้ามาในอาณาเขตของเขาแล้ว เกรงว่าในอีก 3 วันในโลกจำลองก็จะมาถึงด้านหน้ากำแพงนี้แล้ว
เวลาในโลกจำลองกับโลกจริงนั้นจะต่างกันโดยที่ 1 วัน ในโลกจำลองจะเท่ากับครึ่งชั่วยามในโลกแห่งความเป็นจริง
จึงหมายความ จางฮั่นมีเวลาเตรียมตัวเพียงแค่ 1 ชั่วยามครึ่งเท่านั้น
และเมื่อเลื่อนไปอ่านกฎที่เพิ่มมาใหม่นั้น จางฮั่นก็สั่งให้ถอยทัพในทันที ก่อนจะออกจากภาพฉายนี้อย่างรวดเร็ว
ตัดมาที่ในเวลาปัจจุบัน
“ฮึ่ม ฝันไปเถอะ” จางฮั่นเบี่ยงตัวหลบสนับมือได้ในเสี้ยวอึดใจสุดท้าย ก่อนที่จะนำอุปกรณ์พิเศษแลกแต้มในทันที
“วิ้ง” กระบี่สีขาวเหมันต์พลันปรากฏขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นเช่นนั้นจางฮั่นก็ฉวยโอกาสฟันกระบี่นี้ใส่ฉีหมิงเทาในทันที
“ฮึ่ม” ฉีหมิงเทาตอบโต้กลับในเสี้ยวอึดใจ ชกสนับมือสวนกลับหมายจะให้ไปต้านทานกระบี่เอาไว้
“การควบรวมอาวุธแต่ละครั้งจะใช้แต้มอย่างต่ำที่สุดเพียง 1 แต้ม แต่ถ้าอยากจะให้อาวุธแข็งแกร่งขึ้น
ก็สามารถเพิ่มแต้มเข้าไปได้ ด้วยแต้มที่พวกเขาใช้ไปในโลกจำลองคาดเดาว่าทั้งสองน่าจะเหลือแต้มไม่เกิน 5 แต้มเป็นแน่” ฉางกวงแวบเข้าไปในโลกจำลองอยู่เชื่อครู่ก่อนจะออกมาแสร้งนั่งหลับตาอยู่ที่เดิม ตัวเขาที่ไม่มีแม้แต่แต้มเดียวไม่สามารถควบรวมอาวุธได้
แต่นี่ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น ถ้าเกิดว่ามีเวลาเพียงพอละก็ไม่แน่ว่าใครจะแพ้หรือชนะ
“เคร้ง” สนับมือเหมันต์เข้าปะทะกับกระบี่เหมันต์อย่างจัง จนเกิดประกายไฟขึ้นมา ก่อนที่สนับมือจะค่อย ๆ มีรอยร้าวขึ้นมาเล็กน้อย
“เป็นไปได้ยังไงกัน กระบี่ของข้าใช้แต้มตั้ง 5 แต้มในการควบรวมเชียวนะ อย่าบอกนะว่า” ฉีหมิงเทามองไปยังจางฮั่นด้วยแววตาตกตะลึง
“เจ้าเดาถูกแล้วล่ะ บัณฑิตที่แท้จริงน่ะต้องรู้จักการดูแลจัดการที่ดีอยู่แล้ว” จางฮั่นเอ่ยด้วยสีหน้าสมใจ
ในภาพฉายจำลองนั้นมีระบบที่สามารถปลูกผัก หรือเลี้ยงสัตว์เพื่อแลกแต้มเพิ่มเติมได้
สิ่งที่จางฮั่นทำไปก็คือใช้แต้ม 5 แต้มที่เหลือบวกกับ 1 แต้มที่พึ่งได้มาควบรวมกระบี่ขึ้นมา
จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมสนับมือของฉีหมิงเทาถึงสู้ไม่ได้
“เจ้าอย่าพึ่งดีใจไป ข้าได้ส่งผู้ฝึกตนขั้น 5 ออกไปถล่มเมืองของเจ้าแล้ว ถ้าไม่กลับไปตอนนี้จะดีรึ” ฉีหมิงเทาเอ่ยด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย ก่อนที่จะยกหมัดขึ้นมาอย่างข่มขู่
ด้วยทหารทั่วไปของโลกจำลองนี้รวมทั้งผู้บัญชาการทหาร คนทั้งหมดเหล่านั้นมีพลังฝึกตนสูงสุดก็เพียงขั้น 3 เท่านั้น จะเอาอะไรไปสู้กับผู้ฝึกตนขั้น 5 ได้เล่า
“แต่ละฝั่งก็สลับกันได้เปรียบเสียเปรียบกินกันไม่ลงเลย” ฉางกวงตั้งใจฟังอย่างหูผึ่ง ไม่คิดเลยว่าคนแซ่ฉีจะรู้จักการข่มขู่ผู้คนเสียด้วย
“ถ้าพวกเราทั้งสองมัวแต่มาปะทะกันเองเช่นนี้ ระวังเฒ่าประมงจะได้ประโยชน์ไปคนเดียวนะ” จางฮั่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยก่อนที่จะหันมามองฉางกวง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“ฉางกวงยังเป็นมือใหม่อยู่ เขาพึ่งเคยเล่นสงครามจำลองครั้งแรก ถ้าข้าจัดการกับเจ้าก่อนแล้วค่อยไปจัดการเขาอีกทีก็ยังไม่สาย” ฉีหมิงเทาเอ่ยด้วยสีหน้ามั่นใจ จางฮั่นเป็นตัวอันตรายต้องรีบกำจัดออกก่อน
“อืม ดูเหมือนว่าผลตอบแทนของข้าก็จะเริ่มมาแล้วสินะ” ฉางกวงแอบยกยิ้มอยู่ในใจอย่างเงียบ ๆ หลังจากได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบเด้งเข้ามา
“ขอแสดงความยินดีด้วยท่านขายสัตว์และธัญญาพืชต่างๆ ได้รับทั้งหมด 3 แต้ม”
“เอ่ยดีๆ เจ้ากลับไม่ฟังงั้นเจอนี่หน่อยเป็นไง” จางฮั่นมองฉีหมิงเทาด้วยสายตาเป็นประกายก่อนที่จะหยิบอุปกรณ์พิเศษออกมาฉายภาพอย่างรวดเร็ว
“วิ้ง” ภาพพลันฉายกระโจนขนาดเล็กหลังหนึ่งที่กำลังถูกกองทัพล้อมเอาไว้อยู่
“นี่มัน” ฉีหมิงเทาหน้าเปลี่ยนสีไปในทันที จิงหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาเตรียมฉายภาพ
“อย่าแม้แต่จะคิด ถ้าเจ้าหรือ ทหารของเจ้าเคลื่อนไหวละก็ ข้าจะจัดการตัวเจ้าที่อยู่ในนั้นซะ” จางฮั่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
การตัดสินเเพ้ชนะในสงครามจำลองปกตินั้น ถ้าเกิดว่าตัวสมมติถูกสังหารไปก็จะถือว่าเเพ้ ซึ่งในการเล่นครั้งนี้ก็ยังคงใช้กฏนี้อยู่ จึงหมายความว่าฉีหมิงเทาราวกับโดนดาบจี้คอไว้เเล้วในตอนนี้ ไม่อาจขัดขืนได้
“ก็ได้ ข้าขอยอมเเพ้…ยอมเเพ้กับผีเจ้าน่ะสิ มาวัดกันไปเลย” ฉีหมิงเทาตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว ก่อนจะซัดสนับมือเหมันต์เข้าใส่จางฮั่นอย่างกระทันหัน ในใจกลับโคจรความคิดสั่งให้กองกำลังผู้ฝึกตนขั้น 5 บุกเต็มกำลัง
“ครืน” ในภาพฉายนั้น กลุ่มผู้ฝึกตนขั้น 5 พลันโคจรพลังปราณของตนเองอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่จะพุ่งตัวไปยังทิศทางของกำเเพงราวสายฟ้าฟาด
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งกระโจมกองทหารที่ล้อมไว้เมื่อได้รับคำสั่งของจางฮั่นก็วิ่งกรูเข้าไปอย่างดุดันหมายจัดการตัวสมมติของฉีหมิงเทาให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด
ตัดมาในโลกเเห่งความจริง ตั้งเเต่ที่ฉีหมิงเทาจู่โจมใส่จางฮั่น เเละเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภาพฉายนั้น ถึงเเม้ว่าจะดูเชื่องช้าเเต่ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเสี้ยวอึดใจหนึ่งเท่านั้น
“ฝันไปเถอะ” จางฮั่นตวัดกระบี่เหมันต์มาต้านทานสนับมืออีกครั้งหนึ่ง
“เคร้ง” มีประกายไฟปะทุออกมา ก่อนที่สนับมือเหมันต์จะเเตกร้าวออกมาในทันที ส่วนทางด้านกระบี่เหมันต์มีรอยเเตกร้าวปรากฏขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าขอยอมเเพ้” ฉีหมิงเทากัดฟันเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าภายในโลกจำลองนั้นตัวสมมติของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นอย่างมาก เเละก็เห็นว่ากลุ่มผู้ฝึกตนขั้น 5 ของตนถล่มกำเเพงขนาดยักษ์ไปได้เเต่ก็หาตัวสมมติของจางฮั่นไม่เจอ
ผลลัพธ์จึงเป็นที่เเน่นอนเเล้ว ไม่อาจพลิกได้อีก
“หยุดอย่าขยับ” ฉางกวงยืดตัวขึ้นก่อนที่จะเอ่ยขัดจางฮั่นอย่างฉับพลัน
“เจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับกระบี่ 6 เเต้มของข้าผู้นี้กัน หรือว่า…” จางฮั่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจเเต่พอมาถึงตอนท้ายประโยคคิ้วก็พลันขมวดขึ้น ก่อนที่จะเห็นภาพฉายในโลกจำลองอย่างรวดเร็ว
ตัวสมมติจางฮั่นที่หลบหนีออกมาพร้อมกับทหารไม่ถึง 10 คน นั้นได้ทุกกองทหารขนาดยักษ์อีกกองหนึ่งปิดล้อมไว้
โดยผู้นำก็คือตัวสมมติของฉางกวงนั่นเอง
“ข้าขอยอมเเพ้ บัณฑิตต้องรู้จักยืดได้หดได้” จางฮั่นเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่เต็มใจอยู่หนึ่งส่วน
“วิ้ง” ค่ายกลลวงตาพลันหายไป พร้อมกับเสียงประกาศที่ดังขึ้นมา
“ผู้ชนะคือท่านฉางกวง ขอเเสดงความยินดีกับท่านฉางกวงด้วย”
“ฉางกวง สุดยอดไปเลย เจ้านี่อัจฉริยะของเเท้เลย” ฉีหมิงเทาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือเเววอิจฉา
“บัณฑิตผู้นี้ขอยอมรับเจ้า ” จางฮั่นปรบมือให้ด้วยท่าทางยอมรับนับถือในความสามารถของฉางกวง
“ครั้งนี้ข้าจะฝากชัยชนะไว้ที่พวกเจ้าก่อน คราวหน้าข้าชนะเเน่” ฉีหมิงเทาเอ่ยด้วยเเววตาเปล่งประกายไฟอันลุกโชนพลางกับชูหมัดขึ้น
“ข้าเองก็เช่นเดียวกัน 4 เท้ายังรู้พลาด บัณฑิตยังรู้พลั้ง” จางฮั่นปรับสีหน้าของตนเองอย่างรวดเร็ว สีหน้ากลับเป็นเรียบเฉยดุจเดิม
“ครั้งนี้ข้าสนุกมากเลย ขอบใจพวกเจ้ามาก ” ฉางกวงเอ่ยออกมาจากใจจริง
ฉีหมิงเทากับจางฮั่นเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า มองหน้ากันซักพักหนึ่งก่อนจะพากันหัวเราะออกมา
ก่อนที่ทั้ง 3 จะเเยกย้ายกันกลับไปยังที่พักของตนเองอย่างมีความสุข