คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 444 ราชัน
เพิ่งผ่านเคราะห์สายฟ้ามาเป็นเวลาหนึ่งเดือนกว่า เผ่าปิศาจที่เลื่อนขั้นยังอยู่ในขั้นฟื้นตัว โลกเทพบางแห่งยังไม่มีเผ่าปิศาจในโลกระดับวิญญาณขึ้นมาดูแลจัดการ โลกวิญญาณกูซู่ก็เป ป็นโลกวิญญาณแบบนี้ อาจเป็นเพราะพื้นที่เล็กเกินไปดังนั้นจึงถูกคนเพิกเฉย เผ่าปิศาจในโลกระดับวิญญาณยังไม่มา ตอนนี้มีเพียงสัตว์ปิศาจและเผ่าปิศาจที่เพิ่งเลื่อนขั้นอยู่ที่นี่
จินเฟยเหยารู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง หรือว่าเผ่ามนุษย์และเผ่ามารต่างไม่ถูกใจที่นี่ ถึงกับให้ที่นี่เป็นเผ่าปิศาจทั้งหมด ไม่มีเผ่ามนุษย์แม้แต่ครึ่งคน รอจนนางเข้าไปใกล้โลกเทพกู ซู่ก็มีเผ่าปิศาจและสัตว์ปิศาจมองมาอย่างระแวดระวัง
นำเสื้อคลุมออก จินเฟยเหยาแบกเขาโง้งคู่หนึ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้มแฉ่ง “สวัสดีทุกท่าน ข้าคือจินเฟยเหยาแห่งเผ่าเจี่ยวมาที่นี่โดยเฉพาะ ที่นี่มีผู้ดูแลหรือไม่? ข้าคิดจะคุยด้วยหน่อย ย” นางเป็นเผ่าเจี่ยวจนคุ้นเคยแล้วจริงๆ พูดได้อย่างลื่นไหล ดูไม่ออกเลยสักนิดว่าเป็นเผ่ามนุษย์คนหนึ่ง
ไม่รู้ว่าที่นี่มีสภาพการณ์เช่นไร เผ่าปิศาจมีปีกพวกนี้ล้วนอยู่ไกลจากนาง ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ กลับเป็นนกตัวใหญ่จำนวนมากที่ยังกล้าบินผ่านเบื้องหน้านางไปเป็นบางครั้ง ความกล้า ในการผ่านเคราะห์สายฟ้าหดเล็กลงหรือ?
เผ่าปิศาจพวกนี้ไม่รู้ว่าเป็นเผ่าใด แต่ท่าทางน่าจะเลื่อนขั้นขึ้นมาจากนกตัวใหญ่พวกนี้ เนื่องจากแต่ละคนหน้าตาแหลมๆ ทว่าดวงตากลับโตมาก มองดูอย่างละเอียดมักจะรู้สึกว่ามีตรง งไหนแปลกๆ เหมือนเป็นลักษณะที่คนฝีมือวาดภาพอ่อนด้อยวาดออกมา ด้านหลังพวกเขาทั้งหมดมีปีกคู่หนึ่ง แต่ละข้างกางออกแล้วกว้างเกือบหนึ่งจั้ง
ขนปีกมีทุกเฉดสี บางคนก็เป็นสีเดียวหรือบางครั้งบางคนก็เป็นสีผสม ส่วนบางคนก็งดงามอย่างยิ่ง สีสันหลากหลายมีทุกสีสัน ขนปีกสีสดใสจนส่องแสงกระพริบวิบวับภายใต้แสงอาทิตย์ช่างงามล ล้ำเลิศ และมีเผ่าปิศาจที่เรียบง่ายมีสีเหลืองเทาราวกับแม่ไก่ แต่ก็ดูออกได้จากท่าทีของพวกเขา ดูเหมือนเผ่าปิศาจที่มีสีขนงดงามหรูหราจะมีตำแหน่งสูงกว่า
“พวกเจ้าคงมีหัวหน้าสินะ หรือว่าไม่มีคนที่เป็นหัวหน้าเผ่าสักคน?” รออยู่นานก็มีแค่คนมามุงดูไม่มีคนดูแลจัดการ จินเฟยเหยาได้แต่ถอนใจแล้วตะโกนอีก เผ่าปิศาจที่กระจัดกระจายแบบ บนี้ แค่เลือกคนเผ่ามนุษย์เผ่ามารมาก็ต้องถูกสังหารจนเกลี้ยง
ในที่สุดก็มีเผ่าปิศาจที่งดงามราวกับหงส์คนหนึ่งพกพาแววตาสงสัยมาตอบคำถามนาง “เจ้ารอเดี๋ยว ข้าจะไปเรียกหัวหน้าเผ่ามา”
“พูดแต่แรกก็จบ รบกวนพี่ชายคนงามแล้ว” จินเฟยเหยาประสานมือคารวะแล้วเอ่ยขอบคุณ นางมองแวบเดียวก็ดูออก เผ่าปิศาจที่ขนปีกสีสันวิจิตรส่วนมากเป็นตัวผู้ ส่วนพวกขนปีกสีเทาหม่นเ เหล่านั้นแทบทั้งหมดกลับเป็นตัวเมีย สัตว์ปิศาจก็เป็นเช่นนี้ คนที่หน้าตางดงามแทบทั้งหมดเป็นตัวผู้ ตรงกันข้ามกับเผ่ามนุษย์ เผ่ามนุษย์ที่แต่งกายงดงามทั้งหมดเป็นสตรี ถ้าบุรุษแต่ง งกายหยาดเยิ้มแบบนี้ต้องถูกคนหัวเราะเยาะตายแน่
ฉวยโอกาสที่หัวหน้าเผ่ายังไม่มา จินเฟยเหยาเงยหน้ามองพินิจต้นไม้เบื้องหน้า ใหญ่จริงๆ หากมิใช่แสงอาทิตย์ส่องผ่านยอดไม้ลงมาก็แทบจะเหมือนร่มสีดำ แต่นางสังเกตเห็นบนลำต้นมีสีดำไ ไหม้เกรียมปรากฏขึ้นหลายแห่ง ส่วนยอดไม้ก็มีหลายแห่งที่ปรากฏรูโหว่แถบใหญ่ ใบไม้รอบด้านมีสีดำ
พวกนี้น่าจะถูกฟ้าผ่าสินะ ทั้งหมดรวมตัวผ่านเคราะห์สายฟ้าด้วยกัน เกรงว่าอัสนีสวรรค์คงต้องผสมกันเป็นก้อน แต่ละสายหยาบใหญ่กว่าถังน้ำ ภาพในตอนนั้นต้องยิ่งใหญ่อลังการแน่ๆ ไม ม่ทันระวังก็ถูกอัสนีสวรรค์ผ่าบาดเจ็บล้มตายโดยบังเอิญ
ในขณะที่จินเฟยเหยากำลังครุ่นคิดว่าอัสนีสวรรค์ในยามนั้นมีขนาดใหญ่เพียงใด ในที่สุดก็มีเผ่าปิศาจขั้นเทพช่วงต้นที่หน้าตาเหมือนหัวหน้าเผ่าเร่งรุดมา ขนปีกสีขาวดำเทาสามสี ดูไม่อ ออกเลยจริงๆ ว่าเป็นนกอะไร แต่ยามเหยี่ยวเสินซือ[1]ตัวหนึ่งร่อนลงบนกิ่งไม้ไม่ไกลนัก มีขนสีขาวดำเทาสามสีบนร่างเหมือนกับเผ่าปิศาจคนนี้ราวกับพิมพ์เดียวกัน
ที่แท้เป็นเหยี่ยว ท่าทางจะดุร้ายกว่าสัตว์ปิศาจบินได้อื่นๆ เห็นเผ่าปิศาจที่มามีพลังบำเพ็ญเพียรแค่ขั้นเทพช่วงต้น จินเฟยเหยามั่นใจว่าที่นี่ต้องไม่มีบุคคลที่ร้ายกาจยิ่งกว่านี้ แน่ ขนาดเผ่ามนุษย์เผ่ามารยังไม่มี เป็นโลกเทพที่สร้างขึ้นจากเผ่าปิศาจที่เพิ่งเลื่อนขั้น
เผ่าปิศาจที่มาตั้งใจมองดูจินเฟยเหยาอย่างละเอียดจึงมั่นใจว่านางเป็นเผ่าปิศาจ ส่วนขั้นกำเนิดใหม่ช่วงปลายทางด้านข้างคนนั้นดูเหมือนเป็นหุ่นเชิด ถึงจะเหมือนมนุษย์อย่างยิ่ง แต่ถ ถึงเป็นเผ่ามนุษย์ พลังบำเพ็ญเพียรน้อยนิดแค่นี้คงทำอะไรที่นี่ไม่ได้ ทว่าตอนนี้ทุกคนเพิ่งเลื่อนขั้น ระวังไว้ก่อนดีกว่า ดังนั้นเขาจึงสอบถามเจตนาการมาของจินเฟยเหยา
จินเฟยเหยาไม่มีเจตนาจะมาเลยสักนิด ได้ยินว่าเผ่าปิศาจกลุ่มใหญ่รุดมาโลกระดับเทพ ดังนั้นนางจึงบอกว่าตนเองถูกเผ่าเจี่ยวส่งมา เนื่องจากคนไม่พอดังนั้นนางจึงมาก่อนชั่วคราว เผ่าปิ ศาจอื่นๆ กำลังรีบตามหลังมา ส่วนเป้าหมายก็คือเพื่อช่วยเผ่าปิศาจที่เพิ่งผ่านเคราะห์สายฟ้าอย่างพวกเขาให้เสถียร ไม่ถูกคนของเผ่ามนุษย์และเผ่ามารสังหารทิ้งหรือขับไล่
เหตุผลนี้เปี่ยมล้นอย่างยิ่ง ถึงเผ่าปิศาจในโลกเทพกูซู่จะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ แต่ก็รู้สึกว่าเผ่าปิศาจไม่น่าทอดทิ้งพวกเขา ถึงอย่างไรพวกเขาเพิ่งเปลี่ยนจากสัตว์เป็นมนุษย์ยังมีเ เรื่องมากมายที่ไม่เข้าใจ ในอดีตถึงตอนขั้นเก้าจะมีสติปัญญาแล้ว ทว่าการใช้ชีวิตและความเคยชินยังเป็นจำพวกสัตว์ ตอนนี้เลื่อนขั้นกลายร่างเป็นมนุษย์มักจะมีส่วนที่ปรับตัวไม่ได้
มีคนมานำพาดีกว่าครุ่นคิดเองมากนัก ทั้งยังได้เข้าใจเรื่องของเผ่าปิศาจเพิ่มขึ้นเพื่อจะได้เตรียมตัวเข้าเผ่าปิศาจในวันหน้า ถึงจะมีแค่เผ่าปิศาจขั้นแปลงจิตช่วงต้นมาคนเดียวแต่ก็ดี กว่าไม่มีใครมา
ดังนั้นเผ่าปิศาจคนนี้จึงพาจินเฟยเหยาเข้ามา เมื่อถามชื่อของเขา เขาบอกว่าเพิ่งผ่านเคราะห์สายฟ้ามายังไม่ทันได้ตั้งชื่อ ขอให้จินเฟยเหยาที่มีภูมิความรู้กว้างขวางตั้งชื่อให้หน น่อย ถึงอย่างไรก็แค่ใช้เรียกขานชื่ออะไรก็ไม่เป็นไร
ด้วยชื่อที่จินเฟยเหยาตั้งให้พั่งจื่อและพวกเสี่ยวหงก็ดูออกว่าภูมิความรู้ของนางไม่เท่าไร ทว่าเหยี่ยวเสินซือตัวนี้ไม่รู้ยืนกรานให้นางตั้งชื่อให้ จินเฟยเหยาได้แต่ฝืนใจเอ อ่ยมั่วๆ ไปว่า “ราชันเฟยเทียน[2]เป็นอย่างไร”
เหยี่ยวเสินซือรู้สึกชื่อนี้ดูเหมือนจะแปลกนิดๆ จึงเอ่ยถามอย่างสงสัย “ฟังแล้ว ทำไมดูเหมือนแปลกนิดๆ ราชันเฟยเทียน?”
“ชื่อของเผ่าปิศาจที่ร้ายกาจมากมายล้วนมีคำว่าราชัน แสดงว่าตนเองเก่งกาจ เป็นผู้ปกครอง ข้ารู้จักยุงขนาดใหญ่ตัวหนึ่งชื่อราชันเหวิน เขาผ่านเคราะห์สายฟ้ามา เพิ่งขั้นเทพก็เรียก กว่าราชันแล้ว โลกระดับวิญญาณมีเผ่าปิศาจโดยกำเนิดมากมาย พลังบำเพ็ญเพียรของพวกเขาไม่ดีเท่าพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าเรียกว่าราชันก็น่าจะได้ ราชันเฟยเทียนก็คือราชันที่บินอยู่บ บนท้องฟ้า เหมาะสมกับเจ้าอย่างยิ่ง” จินเฟยเหยารู้สึกว่าเรียกผู้อื่นว่าอวี่เหมา[3]หรือเฟยจื่อล้วนไม่มีรสนิยมเอามากๆ เรียกว่าราชันดีกว่า ถึงอย่างไรเผ่าปิศาจร้ายกาจที่นางเคยพบ มาล้วนมีคำว่าราชันอยู่ด้วย
เหยี่ยวเสินซือฟังคำอธิบายของนางก็รู้สึกว่าชื่อนี้อหังการเป็นพิเศษ ราชันเฟยเทียน ราชันแห่งท้องฟ้า เหมาะสมกับตนเองโดยแท้ ดังนั้นเขาจึงหัวเราะฮ่าๆ “ดี ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าก็คือ อราชันเฟยเทียน”
พอเผ่าปิศาจที่ติดตามด้านข้างได้ยินก็ตื่นเต้น เอ่ยถามเสียงเซ็งแซ่ “พวกเราก็ต้องการชื่อและต้องการคำว่าราชันด้วย สหายเผ่าเจี่ยว เจ้าช่วยตั้งชื่อให้พวกเราหน่อยเถอะ”
จินเฟยเหยารีบโบกไม้โบกมือ “คนมากมายขนาดนี้ข้าจะตั้งได้อย่างไร พวกเจ้าคิดอะไรได้ก็ชื่อนั้นเถอะ ด้านหลังเติมคำว่าราชันก็พอ”
“เจ้าพูดถูก เช่นนั้นข้าชื่อราชันเชวี่ย[4]”
“เจ้าชื่อราชันเชวี่ยแล้วข้าจะทำอย่างไร?”
“เจ้าชื่อราชันเหนี่ยว[5]ก็ได้”
“มีสิทธิ์อะไร ทุกคนก็เป็นเผ่านกกันหมด เจ้าชื่อราชันเหนี่ยวมิใช่ใหญ่กว่าราชันเฟยเทียนหรือ”
“เช่นนั้นข้าจะชื่อราชันไคว่[6] ข้าบินได้เร็ว”
“อย่างนั้นข้าบินได้สูง ข้าชื่อราชันเกา[7]ก็ได้”
“…” จินเฟยเหยามุมปากกระตุก เอ่ยชมเชย “ล้วนเป็นชื่อที่ดีจริงๆ พวกเจ้าสามารถสร้างเผ่าราชันได้เลย”
เผ่าปิศาจขั้นเทพล้วนมีชื่อ ถึงก่อนหน้านี้จะมีชื่อที่ตั้งเอง ก็รู้สึกว่ามีคำว่าราชันค่อนข้างอหังการจึงเพิ่มคำว่าราชันต่อท้ายชื่อของตนเอง เนื่องจากตั้งชื่อจินเฟยเหยาจึงใกล้ชิ ดกับพวกเขามากขึ้น บรรยากาศกลมเกลียวอย่างยิ่ง
เห็นรอบด้านมีแต่เผ่าปิศาจ จินเฟยเหยาก็เอ่ยถามอย่างสงสัย “เหตุใดจึงไม่เห็นเผ่ามารเผ่ามนุษย์ที่นี่สักคน หรือถูกพวกเจ้าขับไล่ไปหมดแล้ว?”
“ไม่ใช่” นึกถึงเมื่อก่อน สีหน้าราชันเฟยเทียนก็ไม่ค่อยดี “ก่อนหน้านี้ที่นี่มีผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์อาศัยอยู่บ้าง ไม่มีอะไรก็มาสังหารพวกเรา ถือว่าที่นี่เป็นพื้นที่ของพวกเขาอ อย่างสมบูรณ์ พวกเราถือกำเนิดที่นี่ตั้งแต่เล็กและเคยชินกับสภาพแวดล้อมที่นี่แล้ว ได้แต่หลบๆ ซ่อนๆ พวกเขาอย่างระมัดระวัง”
จินเฟยเหยาพยักหน้า “ชีวิตเช่นนั้นต้องไม่สุขสบายแน่ เพียงแต่ตอนนี้เหตุใดจึงไม่เห็นเงาของพวกเขา หลังพวกเจ้าเลื่อนขั้นก็สังหารพวกเขาหมดแล้วหรือ?”
เอ่ยถึงเรื่องนี้ ราชันเฟยเทียนก็หัวเราะ “ตอนผ่านเคราะห์สายฟ้า เนื่องจากพวกเรามีปริมาณมากเกินไป เคราะห์สายฟ้าที่ลงมาจากผืนนภาจึงเยอะมาก ไม่เพียงพวกเราที่ถูกผ่าจนรับมือไม่ท ทัน แม้แต่เผ่ามนุษย์ก็เช่นเดียวกัน พวกเขาอาศัยอยู่ใต้ยอดไม้ อัสนีสวรรค์ผ่าลงมาจากด้านบน หนีไม่รอดสักคน บางคนถึงทนได้ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ถูกอัสนีสวรรค์ผ่ากลายเป็นธุลี หนีร รอดไปได้ไม่กี่คน”
“ถูกฟ้าผ่าตายหมดแล้ว? ช่างโชคร้ายจริงๆ เช่นนั้นตอนนี้ที่นี่ก็เหลือแค่พวกเจ้า ต้องปกป้องอาณาเขตไว้ให้ดีๆ ล่ะ อย่าให้เผ่ามารและเผ่ามนุษย์แย่งชิงไปอีก” จินเฟยเหยาหัวเราะหึ ๆ นางแยกไม่ออกว่าตนเองถือเป็นคนเผ่าใด เจอมนุษย์พูดภาษามนุษย์ เจอมารพูดภาษามาร เจอปิศาจก็พูดภาษาปิศาจจริงๆ
“ใช่ พวกเราก็คิดเช่นนี้ เมื่อก่อนถูกเผ่ามนุษย์รังแกจนอเนจอนาถ ครั้งนี้ต้องรักษาไว้ให้ได้ไม่อาจให้เผ่ามนุษย์กลับมาอีก ที่นี่จะกลายเป็นพื้นที่ของเผ่าปิศาจเรา” ราชันเฟยเทียนเ เอ่ยอย่างกระตือรือร้น
แต่พวกเขาก็ลำบากใจอยู่บ้าง “เพียงแต่สิ่งที่พวกเราใช้คือเวทมนตร์ที่มีมาแต่กำเนิด ไม่เป็นพวกวงเวท ของวิเศษแก่นชีวิตแบบผู้บำเพ็ญเซียนก็ไม่ได้หลอมสร้าง ถึงอย่างไรพวกเราก็เพิ่ งกลายร่างเป็นมนุษย์ ยังมีเรื่องอีกมากมายต้องเรียนรู้ จะรักษาที่นี่ไว้คงได้แต่พึ่งพาท่านชี้แนะชั่วคราว”
“ข้า?” จินเฟยเหยามองเขาอย่างตกตะลึง ไม่จริงน่า ทำไมเพิ่งมาก็ต้องรับปัญหาใหญ่
ราชันเฟยเทียนพยักหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ “แน่นอนว่าต้องพึ่งพาท่าน ท่านมาช่วยพวกเราโดยเฉพาะมิใช่หรือ ทุกคนเพิ่งเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ ร่างกายยังอ่อนแออยู่มาก ท่านก็เห็นสภาพของ งที่นี่แล้ว ถึงคิดจะหาสถานที่หลบซ่อนตัวฝึกบำเพ็ญ ก็เป็นไปไม่ได้”
จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมอง จริงเสียด้วย ที่นี่มีแค่ต้นไม้ใหญ่ต้นเดียว ไม่ว่าเจ้าจะหลบซ่อนอย่างไร วนไปวนมาก็ยังอยู่บนต้นไม้นี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะเหมือนสถานที่อื่น หาสถานที่ซึ งไม่มีคนซ่อนตัวคราหนึ่งหลายร้อยปี ถึงเวลาออกมาอย่าว่าแต่ของวิเศษแก่นชีวิตเลย แม้แต่พวกวงเวทก็คิดออกมาได้และกลายเป็นยอดฝีมือที่แท้จริง
แต่พอนางคิดอีกที ตอบตกลงก่อนจากนั้นค่อยสอบถามว่าที่นี่มีวัตถุดิบที่ตนเองต้องการหรือไม่ ถ้ามีก็หลอกพวกเขาสักหน่อย พอได้วัตถุดิบมาไว้ในมือแล้วค่อยชิ่งหนี
ดังนั้นนางจึงพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง “แน่นอน ข้ามาก็เพื่อปกป้องพื้นที่ที่นี่ ทุกคนวางใจ ข้าต้องช่วยเหลือพวกเจ้าแน่ แต่จะสร้างวงเวทต้องใช้วัตถุดิบ พวกเราหาสถานที่นั่งลง พว วกเจ้าบอกผลผลิตซึ่งมีที่นี่มาก่อน ดูว่าจะสร้างวงเวทต้านทานคนภายนอกได้หรือไม่”
…………………………………
[1] เสินซือ หมายถึง สายใยแห่งจิต
[2] เฟยเทียน หมายถึง เหินฟ้า
[3] อวี่เหมา หมายถึง ขนนก
[4] เชวี่ย คือ นกกระจอก
[5] เหนี่ยว หมายถึง นก
[6] ไคว่ หมายถึง เร็ว
[7] เกา หมายถึง สูง