คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 455 ตำนานรัก
จินเฟยเหยาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงแล้วถามอย่างสงสัย “พวกท่านสองคนตกหลุมรักแรกพบสินะ”
เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงยิ้ม “แน่นอนว่าตกหลุมรักแรกพบ วันนั้นข้ากำลังรับลมอยู่ใต้ต้นไม้ เขาร่วงลงมาจากฟ้ากะทันหัน มีสีแดงทั่วร่าง ตอนนั้นเขาเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ข้า พูดประโยคหนึ่งที่ข้าต้องจดจำไปชั่วชีวิต”
“หืม เขาพูดว่าอะไร” จินเฟยเหยาคิดไม่ถึงว่าพี่กระจกยังมีด้านนี้ด้วย
“เขาพูดว่า เจ้าแม่ต้นไม้?” เจ้าแม่ต้นไม้เอ่ยด้วยสีหน้าหวานล้ำ
“หืม?” จินเฟยเหยาตะลึงงัน ทำไมฟังดูแปลกๆ “ต่อมาเล่า?”
“ต่อมา? แน่นอนว่าสลบไป เสื้อผ้าของเขาถูกโลหิตย้อมจนเป็นสีแดง ไหนเลยยังมีเวลาว่างพูดจา” เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงเลิกคิ้ว มีสีหน้าแบบเจ้ารู้ชัดๆ ยังจงใจถามอีก
จินเฟยเหยาหมดวาจา กลายเป็นว่าการตกหลุมรักแรกพบนี้ คือพี่กระจกถูกใครก็ไม่รู้ทุบตีจนบาดเจ็บสาหัส จากนั้นร่วงลงมากระแทกเบื้องหน้านางพอดี สีแดงทั่วร่างนั่นคือโดนโลหิตย้อม ทว่าสาวงามช่วยวีรบุรุษก็นับว่าเป็นละครรักแรกพบที่ดี เพียงแต่เจ้าแม่ต้นไม้มักจะพูดจาไม่ชัดเจนทำให้คนเข้าใจผิดเสมอ
“จากนั้นท่านก็ช่วยเขาไว้ เขาก็รู้สึกขอบคุณท่าน พวกท่านจึงอยู่ด้วยกัน?” จินเฟยเหยาเดาได้เป็นธรรมดา มิน่าเล่าคนอย่างพี่กระจกจึงแต่งงาน หรือก็คือติดค้างน้ำใจผู้อื่น จากนั้นจึงค่อยๆ รักกัน
เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงตอบรับอย่างยิ้มแย้ม “ใช่ ข้าพาเขากลับมารักษาบาดแผล เขาดีขึ้นหน่อยก็รู้สึกละอายใจ บอกว่าบุรุษสตรีไม่ควรใกล้ชิดกัน คิดจะจากไปอย่างเป็นห่วงเป็นใย ข้าไม่สนใจเรื่องพวกนี้ ทว่าเขากลับใส่ใจ ดังนั้นข้าจึงทำให้บาดแผลของเขาสาหัสขึ้น ขอเพียงบาดแผลของเขายังไม่หายดี เขาก็จากไปไม่ได้ มีครั้งหนึ่งเขามาถึงประตูแล้ว ข้ากลับมาเห็นเข้า น่าสงสารแทบตายจริงๆ ลากสังขารที่บาดเจ็บเดินมาได้ไกลขนาดนี้ เพื่อให้เขารักษาบาดแผลได้อย่างวางใจ ข้าจึงทุบตีจนกระดูกทั้งหมดของเขาแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถ้าไม่รักษาตัวสิบกว่าปีก็ไม่หายดี”
“…” จินเฟยเหยามองนางอย่างประหลาดใจ ทำไมฟังดูแล้วไม่ถูกต้องนะ
ส่วนเจ้าแม่ต้นไม้เอ่ยอีกว่า “แต่ต่อมาเขาก็ไม่จากไปแล้ว เดิมทีก็สมควรเป็นเช่นนี้ บุรุษสตรีไม่ควรใกล้ชิดกันไม่มีผลกับข้า เผ่ามนุษย์ก็ยุ่งยากแบบนี้ ชอบพูดเรื่องคุณธรรมจริยธรรม เวลานานไปเขาก็ไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก”
จินเฟยเหยาอยากจะบอกเหลือเกิน เขาจะกล้าเอ่ยถึงหรือ? ถ้าเอ่ยถึงมิถูกท่านทุบตีจนกระดูกทั่วร่างแตกละเอียดอีกหรือ
“พวกเรารักกันหวานชื่นหลายสิบปี ชีวิตในยามนั้นช่างหวานล้ำและอบอุ่นอย่างยิ่ง ทว่าเขายังจะจากไป!” เล่าไปๆ เจ้าแม่ก็ทำปากยื่นอย่างไม่พอใจ
“ไม่เป็นไร ถ้าท่านไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า” จินเฟยเหยาไม่อยากฟังเลยสักนิด นี่คือคนวิปริตแท้ๆ ยังมาท่านพี่อะไรอีก สิ่งของในถ้ำต้นไม้ เกรงว่าพี่กระจกคงรีบร้อนหนีไปจึงไม่มีเวลาเก็บติดตัวไปด้วย
เจ้าแม่ต้นไม้กลับไม่คิดจะหุบปาก ทว่าเอ่ยด้วยสีหน้าเศร้าเสียใจ “มีวันหนึ่งเขาบอกว่าอยากออกไปเก็บดอกไม้มาให้ บอกให้ข้ารอเขา เขาคิดจะทำให้ข้าประหลาดใจ ข้าไม่ยอมรอเขาอยู่ที่นี่จะออกไปกับเขาด้วย แต่คิดไม่ถึงว่าเขากลับมีโทสะเพราะเรื่องนี้ ทั้งยังลงไม้ลงมือกับข้า ไม่รู้ว่าเขาแอบสร้างวงเวทไว้บนพื้นเมื่อใด เขากักขังข้าไว้ทั้งยังฟันข้าเป็นสองท่อน เจ้าว่าการทะเลาะกันระหว่างสามีภรรยาจำเป็นต้องทำเช่นนี้ด้วยหรือ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับพี่เป่าจริงๆ”
เวลานี้จินเฟยเหยาและเผ่าปิศาจคนอื่นๆ รู้สึกว่าแผ่นหลังเย็นเยียบ หลั่งเหงื่อโซมกาย ไม่สนใจสาเหตุหลังเจ้าแม่ต้นไม้ถูกฟันเป็นสองท่อนยังมีชีวิตอยู่มาจนบัดนี้ เพียงการปฏิบัติของนางต่อคนที่เรียกว่าสามีก็สามารถดูออกว่าคนผู้นี้มีความปรารถนาจะครอบครองอย่างแรงกล้า อีกทั้งยังไม่สนใจท่าทีของผู้อื่น ตนเองเพ้อฝันไปเองทุกอย่าง ถ้าไม่ระวังไปเข้าตานาง ไม่แน่ว่าจุดจบจะอเนจอนาถอย่างยิ่ง ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความสามารถทำร้ายนางแล้วหนีไป
“แต่ตอนพี่เป่าจะไปในยามนั้นเสียใจอย่างยิ่ง น้ำตาสีแดงหยดเต็มพื้น เขาจากไปอย่างเดือดดาล ที่จริงในใจต้องเจ็บปวดอย่างยิ่งแน่” เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงเงยหน้าขึ้นเอ่ยด้วยสีหน้าเสียใจ
มาอีกแล้ว แผ่นหลังของจินเฟยเหยาเหยียดตรง น้ำตาสีแดงอะไรกัน นั่นเป็นโลหิตที่ถูกสังหารต่างหาก ทุบตีและฟันจนกลายเป็นสองท่อนแล้ว พี่กระจกยังไม่อาจถอนตัวล่าถอยโดยปลอดภัยได้
ทันใดนั้น เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงก็เปลี่ยนสีหน้าส่งเสียงขึ้นจมูกเอ่ยว่า “ถึงตอนเขาจากไปจะร่ำไห้จนหลั่งน้ำตาโลหิต ข้าก็ไม่ยกโทษให้เขา! แต่ข้าปวดใจมาก ข้าแค่คิดจะไปเด็ดดอกไม้กับเขา พี่เป่าก็มีโทสะมากขนาดนี้ ข้าเสียใจสุดขีดจึงทำให้ตนเองเข้าสู่ห้วงหลับลึก ไม่ยินดีนึกถึงพี่เป่า ไม่เช่นนั้นจะทำให้ข้าเจ็บปวดเสียใจจนไม่อยากมีชีวิตอยู่”
คำพูดนี้กลับพูดเสียอ่อนไหว ทว่าจินเฟยเหยาและเผ่าปิศาจทุกคนไม่เชื่อถือ จากในคำพูดนาง ถ้าตัดตรงส่วนที่แสดงความรักพวกนั้นทิ้งไป ความจริงคือนางบีบบังคับให้คนเผ่ามนุษย์ผู้หนึ่งรักนาง แต่เผ่ามนุษย์คนนั้นไม่ได้รักนางเลยสักนิด คิดจะหลบหนีไปหลายครั้ง มีครั้งหนึ่งหลังจากหลบหนีถูกทุบตีจนกระดูกทั่วร่างแตกละเอียดจึงเปลี่ยนจากหลบหนีโดยเปิดเผยเป็นแอบหลบหนีแทน
ส่วนการหลบหนีครั้งสุดท้ายก็เตรียมตัวอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เพียงฟันเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงเป็นสองท่อน ยังไปจากที่นี่ได้อย่างราบรื่น เพียงแต่ถูกทุบตีอย่างรุนแรงดังนั้นจึงบาดเจ็บสาหัส แต่ก็หลบหนีจากอุ้งมือมารของต้นไม้เฒ่าต้นนี้ไปได้ ส่วนเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงเนื่องจากถูกฟันเป็นสองท่อนจึงเข้าสู่ห้วงหลับลึกเพื่อรักษาบาดแผลและเก็บพลังเทพทั้งหมดกลับคืนไป
จินเฟยเหยาหมดวาจาอย่างยิ่ง นางบอกมาตรงๆ ไม่ได้หรือ ฝืนแต่งเติมเรื่องรักใคร่หวานหยดเข้าไปในเรื่องไม่น้อย ทำเสมือนสามีภรรยาที่รักใคร่กันอย่างสุดซึ้ง ไม่รู้ว่านางอยากครอบครองหรือรักพี่กระจกจริงๆ กันแน่ ถ้าได้พบพี่กระจกจะลองถามดู ครุ่นคิดเรื่องนี้อย่างละเอียดแล้วน่าสนุกจริงๆ
แต่สิ่งที่นางครุ่นคิดในยามนี้คือจะรีบไปจากที่นี่ได้อย่างไร สมองของเจ้าแม่ต้นไม้คนนี้มีปัญหา อยู่กับนางเป็นเวลานานจะมีอันตราย มอบนางให้มนุษย์วิหคพวกนี้จัดการดีกว่า ถึงอย่างไรก็เป็นเทพของพวกเขา ก่อนหน้านี้ยังเห็นนางเป็นสิ่งวิเศษที่สามารถสละชีวิตให้ได้มาตลอด
สายตาของจินเฟยเหยากวาดมองบนร่างพวกราชันเฟยเทียนก็เห็นสีหน้าของพวกเขาไม่ค่อยดีนักราวกับถูกเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงทำให้ตกใจ นางรีบฉวยโอกาสเอ่ยอย่างเดือดดาล “ท่านเทพวางใจได้ ข้าต้องช่วยท่านหาเซียวเป่าให้พบและทำให้เขากลับมายอมรับผิดกับท่าน แค่สามีภรรยาทะเลาะกันเล็กน้อยถึงกับออกจากบ้านไป เวลาไม่คอยท่า ข้าจะไปตามหาเขาเดี๋ยวนี้เลย!”
จากนั้นนางรีบเรียกพั่งจื่อและหวาหวั่นซีคิดจะหลบหนีไปอย่างร้อนใจ ทว่าพอมองดูกลับพบว่าไห่หลันอินหายไปแล้ว “เอ๋? ไห่หลันอินล่ะ!”
หวาหวั่นซียื่นกระดาษแผ่นหนึ่งในมือให้นาง “นางบอกว่าไม่มีหน้าจะพบเจ้า ให้ข้าเอากระดาษแผ่นนี้ให้เจ้า”
“ไปแล้ว?” จินเฟยเหยาตะลึงงัน จากไปโดยไม่ลา นางรับแถบกระดาษมาเปิดออกอ่าน เห็นบนนั้นมีเพียงตัวอักษรไม่กี่ตัว ‘วันหน้าจะตอบแทนเจ้า’
“เข้าใจผิดอะไรหรือไม่ แค่หกอักษรเอง เขียนมากหน่อยก็ไม่ได้” จินเฟยเหยาสะบัดแถบกระดาษในมือ เอ่ยอย่างไม่พอใจ “ข้าก็แค่ว่านางสองประโยค คิดไม่ถึงนางจะมีโทสะหนีไป คนสมัยนี้ทำไมถึงเป็นแบบนี้นะ”
จากนั้นนางก็มองเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริง ฉีกแถบกระดาษในมืออย่างดุร้ายแล้วเอ่ยด้วยท่าทางหนักแน่น “ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ ข้าจะต้องตามหาเจ้าคนที่สะบัดก้นจากไปด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้กลับมาให้ได้ ท่านเทพโปรดวางใจ ข้าขออำลาตรงนี้”
เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงมองนาง จากนั้นเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “เจ้าจะช่วยข้าตามหาจริงๆ หรือ?”
“ใช่ ข้าต้องช่วยท่านตามหาเขาแน่นอน” จินเฟยเหยาในยามนี้คิดจะจากไปแต่เนิ่นๆ ไม่คิดจะอยู่ที่นี่ต่ออีกแม้แต่เค่อเดียว
“ก็ได้ เจ้าไปเถอะ” เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงหรี่ตายิ้มแย้มรับปาก
ยังนึกว่าเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงจะทำให้ตนเองลำบากใจสักหน่อย แต่คิดไม่ถึงว่านางจะปล่อยให้จากไปแบบนี้ จินเฟยเหยาสงสัยเจตนาของนางอยู่บ้าง ทันใดนั้นก็เห็นภูติบนหัวพั่งจื่อ จินเฟยเหยาจึงรู้ว่าภูติตัวนี้ต้องมีตรงไหนแปลกๆ แน่ เรื่องนี้วันหน้าค่อยว่ากัน ตอนนี้หลุดพ้นโลกเทพกูซู่ก่อนจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ดังนั้นจินเฟยเหยาจึงประสานมือคารวะบรรดาเผ่าปิศาจที่มองนางตาปริบๆ “ทุกท่าน วันหน้าค่อยพบกันใหม่” จากนั้นหยิบพรมบินออกมารีบพาพั่งจื่อและหวาหวั่นซีจากไป กลัวว่าถ้าไปช้าเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงจะเปลี่ยนใจ
จินเฟยเหยาเหาะออกจากโลกเทพกูซู่แล้วก็ไม่ได้โล่งอก ทว่าห้อตะบึงออกไปอย่างบ้าคลั่ง อยู่ห่างจากเจ้าแม่ต้นไม้วิปริตนี้ยิ่งไกลยิ่งดี นางเหาะมาสองวันจึงจ้องมองภูติที่นั่งอยู่บนหัวพั่งจื่อเงียบๆ มาตลอดและพูดกับหวาหวั่นซี “จะเล่นเล่ห์อะไรหรือไม่? ข้าไม่ค่อยเชื่อว่าเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงจะให้ข้าไปช่วยนางหาคน”
“ข้านึกว่านางลงการป้องกันการรับรู้อะไรใส่เจ้าเสียอีก ถ้าไม่ไปหาจะทำให้เจ้าตาย ตอนนั้นเจ้าเสนอว่าจะช่วยนางตามหาคนข้ายังไม่รู้สึกอะไร แต่ต่อมาได้ยินเรื่องที่นางเล่าข้าก็เป็นห่วงอย่างยิ่ง เจ้าแม่ต้นไม้คนนี้อันตรายมาก” หวาหวั่นซีถอนหายใจยาว ความคิดของเจ้าแม่ต้นไม้คนนั้นยากจะคาดเดาได้โดยสิ้นเชิงว่าต่อไปนางคิดจะทำอะไร
“ดังนั้นข้าจึงรู้สึกว่าภูติที่นางให้ตัวนี้มีปัญหาจะฆ่ามันหรือไม่” จินเฟยเหยาจุปาก มองภูติตัวนี้ด้วยสายตาอำมหิต
หวาหวั่นซีกลับส่ายศีรษะ “ไม่ได้ พวกเรายังไม่รู้ว่านี่เป็นสิ่งใดกันแน่ ได้ยินแต่คำพูดฝ่ายเดียวของนาง ก่อนที่จะรู้แน่ชัดว่าสิ่งนี้คืออะไร พวกเราอย่าแตะต้องมันชั่วคราวจะดีกว่า ถ้าภูติตัวนี้มีความสามารถพิเศษค้นหาหญ้าวิญญาณได้จริงก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีใครรู้”
“เอาเถอะ ข้าจะละเว้นนางชั่วคราว ถึงอย่างไรพลังบำเพ็ญเพียรของเจ้าแม่ต้นไม้ก็สูงส่ง อาจจะเล่นลูกไม้เล็กน้อย พวกเราไม่แน่ว่าจะรับมือได้” จินเฟยเหยาครุ่นคิดจึงพยักหน้า สอบถามความเป็นมาของเจ้าสิ่งนี้ก่อนดีกว่า ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็หาสถานที่ขายมันทิ้ง
ระหว่างทางพวกนางยังเจอเผ่าปิศาจกลุ่มใหญ่ มีถึงสามสี่ร้อยคนเต็มๆ พวกเขาเหาะผ่านมาอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร เนื่องจากปรากฏตัวขึ้นกะทัน จินเฟยเหยาจึงเกือบจะเปลี่ยนร่างไม่ทัน หลังจากนำเขาออกมาแบบมือไม้ปั่นป่วนแล้วเผ่าปิศาจกลุ่มนี้ก็มาถึงเบื้องหน้าและสกัดทางพวกนางเอาไว้
จินเฟยเหยาเห็นท่าทางเดือดดาลของคนเหล่านี้ รีบกวาดมองคนทั้งสามสี่ร้อยคน ไม่พบว่าในบรรดานั้นมีคนรู้จักของตนเอง ดังนั้นนางจึงแอบโล่งอก จากนั้นจึงเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ “ขอเรียนถาม มีธุระใด?”
“เจ้ามาจากที่ใด!” มีเผ่าปิศาจขั้นเทพคนหนึ่งก้าวมาข้างหน้าตวาดถามเสียงเคร่งเครียด
จินเฟยเหยาตอบด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “ข้าออกมาจากโลกเทพกูซู่ หลายวันก่อนถูกเผ่ามนุษย์ล้อมกักหลายวัน พอดีเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงที่หลับลึกตื่นขึ้น นางโจมตีเผ่ามนุษย์ล่าถอยจึงรักษาโลกเทพกูซู่ไว้ได้ ข้าเห็นว่าหมดเรื่องแล้วจึงออกมาเตรียมไปยังสถานที่อื่น”
“เจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงตื่นแล้ว!” เผ่าปิศาจผู้นี้ประหลาดใจอย่างยิ่ง มีสีหน้าสงสัย
“ใช่ นี่คือภูติที่นางมอบให้ข้า ไม่เชื่อท่านก็ดู” นี่คือโอกาสดีที่จะตรวจสอบประโยชน์ของภูติให้ชัดเจน จินเฟยเหยาจึงชี้ไปที่ภูติบนหัวพั่งจื่อเป็นการพิสูจน์ต่อเผ่ามารผู้นี้ว่าตนเองไม่ได้กล่าวเท็จ