คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 458 หอเหอฮวน
เบื้องหน้ามีเมืองที่ลอยอยู่กลางอากาศแห่งหนึ่งจริงๆ บอกว่าเป็นเมืองที่จริงเป็นเรือเหาะขนาดยักษ์ลำหนึ่ง เพียงแต่แตกต่างจากเรือเหาะอันโปร่งโล่งพวกนั้น บนเรือเหาะนี้มีอาคารห้องพักเป็นชั้นๆ ตึกที่สูงมีสิบกว่าชั้น ตึกที่เตี้ยมีเจ็ดแปดชั้น เรือเหาะทั้งลำสร้างได้แออัดอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าเป็นเมืองลอยได้กลางอากาศแห่งหนึ่ง
เห็นเมืองลอยได้บินช้าๆ อยู่กลางอากาศ หวาหวั่นซีรีบมองดูกระจกสภาพโลกวิญญาณในมือ พบว่าบนแผนที่ไม่มีสถานที่แห่งนี้ นางจึงส่ายศีรษะให้จินเฟยเหยา “ไม่มี บนแผนที่ไม่มีเมืองนี้”
“ไม่สนใจแล้ว ลองขึ้นไปดู ห้องมากมายขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนอาศัยอยู่ตามลำพัง รอข้าผนึกชีพจรพั่งจื่อแล้วพวกเราขึ้นเรือไปดูกัน” จินเฟยเหยาคิดครู่หนึ่งก็ตัดสินใจขึ้นเรือดู
สภาพของพั่งจื่อในตอนนี้ดีขึ้นครึ่งหนึ่ง ใช้พลังวิญญาณผนึกชีพจรทั้งหมดของมันไว้ก่อน ภายในเวลาสั้นๆ สามารถหยุดถ่ายทอดปราณวิญญาณได้ ดังนั้นนางจึงผนึกชีพจรหนึ่งร้อยแปดแห่งของพั่งจื่อ หลังจากมั่นใจว่าไม่มีปัญหาก็เก็บมันเข้าถุงสัตว์ภูติ จากนั้นสวมเสื้อคลุมบนศีรษะแล้วให้หวาหวั่นซีเหาะไปใกล้เมือง
ในเมืองนี้ประดับประดาและตกแต่งด้วยโคมไฟจนดูครึกครื้นอย่างยิ่ง รอจนนางเข้าไปใกล้ก็พบว่าเมืองนี้เจริญรุ่งเรืองมาก ถึงบนดาดฟ้าเรือจะถูกบ้านเรือนยึดครองหมดแล้ว ทว่ายังมีรั้วอันสวยงามนอกบ้าน สามารถมองเห็นผู้บำเพ็ญเซียนสตรีที่งดงามและผู้บำเพ็ญเซียนบุรุษที่หล่อเหลาจำนวนมากพิงข้างรั้ว กลิ่นหอมประหลาดพัดมา ทำให้คนรู้สึกปากและลิ้นแห้งผากอยู่บ้าง
“มียาเสน่ห์ ระวังหน่อย เรือลำนี้แปลกๆ” หวาหวั่นซีเอ่ยเตือน
จินเฟยเหยาอดขมวดคิ้วไม่ได้ มีกลิ่นยาเสน่ห์มากขนาดนี้ หรือว่าเป็นเรือที่ใช้ตัณหาราคะปล้นชิงทรัพย์? “ระวังหน่อย พวกเราไปดูกัน”
คนทั้งสองค่อยๆ เข้าไปใกล้ พบว่าบ้านกลางเรือค่อนข้างเตี้ยหน่อย มีแท่นยกสูงที่ว่างเปล่า เวลานี้เห็นผู้บำเพ็ญเซียนสองคนร่อนลงบนแท่นสูงด้วยกัน ในอาคารด้านข้างมีผู้บำเพ็ญเซียนเดินออกมาทันทีและต้อนรับคนทั้งสองเข้าไปอย่างกระตือรือร้น
พอเห็นว่าทุกคนที่นี่เป็นผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์ จินเฟยเหยาจึงไม่ได้ปลอมแปลงใดๆ นางดึงหมวกเสื้อคลุมลงส่งสายตาให้หวาหวั่นซี หวาหวั่นซีพยักหน้าแล้วดึงหมวกเสื้อคลุมของตนเองขึ้นปิดบังใบหน้าไว้กว่าครึ่ง จากนั้นคนทั้งสองจึงเพิ่มการระวังป้องกันแล้วเหาะไปยังแท่นสูงนั้น
เข้าสู่อาณาเขตเมืองลอยได้ก็ไม่พบว่ามีการป้องกัน คนทั้งสองร่อนลงบนแท่นสูงอย่างราบรื่น กลิ่นยาเสน่ห์ยังลอยกำจายอยู่ในอากาศดังเดิม แค่ใช้ในปริมาณน้อยมาก นอกจากทำให้คนอารมณ์คึกคักขึ้นก็ไม่มีที่ใดไม่เหมาะสม
คนทั้งสองเพิ่งเก็บพรมบินก็มีสตรีผู้หนึ่งเดินออกมาจากบ้านข้างๆ ทันที นางเกล้าผมเป็นมวย อายุสามสิบกว่าปีกลับยังทรงเสน่ห์ สวมชุดเปิดเผยเนื้อหนังมาต้อนรับ
“ยินดีต้อนรับท่านเซียนทั้งสองสู่หอเหอฮวน มีบุรุษที่คุ้นเคยหรือไม่?” พอพบหน้าสตรีผู้นั้นก็แย้มยิ้มเอ่ยอย่างกระตือรือร้น คำพูดที่กล่าวกลับทำให้พวกนางสองคนตะลึงงัน
“บุรุษที่คุ้นเคย?” จินเฟยเหยากระพริบตายังไม่ได้สติคืนมาชั่วขณะ
สตรีผู้นั้นเอ่ยอย่างตกตะลึงแกมยินดี “ที่แท้ท่านเซียนทั้งสองเพิ่งมาหอเหอฮวนเป็นครั้งแรก ไม่เป็นไรๆ ท่านทั้งสองไม่ต้องขัดเขิน ไม่ทราบว่าชอบบุรุษหรือชอบสตรี? ที่นี่มีทั้งบุรุษและสตรี บำเพ็ญคู่เล่นสนุกๆ ต่อให้ต้องการเตาหลอมมนุษย์ก็มีอยู่ถมไป”
ครั้งนี้จินเฟยเหยาและหวาหวั่นซีจึงนับว่าฟังเข้าใจ นี่คือหอคณิกากลางอากาศ!
เมื่อก่อนเคยเห็นสถานที่เช่นนี้ที่เมืองผู้บำเพ็ญเซียนจำนวนมาก ทว่าเคยเจอแต่สถานที่รับรองผู้บำเพ็ญเซียนบุรุษเท่านั้น สถานที่ซึ่งรับรองผู้บำเพ็ญเซียนสตรีและกินรวบทั้งบุรุษและสตรีแบบนี้เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก ทั้งยังตั้งอยู่ที่โลกระดับเทพด้วย กลับเหนือความคาดหมายอยู่บ้าง
เห็นสตรีที่มีพลังบำเพ็ญเพียรสูงส่งสองคนยืนโง่งม สตรีที่เพิ่งมีพลังบำเพ็ญเพียรขั้นหลอมรวมช่วงปลายผู้นี้กลับไม่ขัดเขิน มักจะมีผู้บำเพ็ญเซียนสตรีขึ้นหอเหอฮวนผิดบ่อยๆ หรือมาเพราะสงสัยใคร่รู้ ไม่ว่าเป็นสตรีบริสุทธิ์ผุดผ่องหรือเย่อหยิ่งอยู่สำนักมีชื่อเสียง สุดท้ายก็ต้องเสียเงินที่นี่ สิ่งที่หอเหอฮวนมีคือบุรุษรูปงามหลากหลาย มักจะมีแบบหนึ่งถูกรสนิยมของพวกนาง
สตรีพวกนี้ล้วนเป็นถุงเงิน ถ้าเจอบุรุษรูปงามที่ตรงใจ ขอเพียงในใจหวั่นไหวเล็กน้อย ตกรางวัลขึ้นมาสิ่งของดีๆ อะไรล้วนมอบให้ได้ ใจกว้างกว่าบุรุษอัปลักษณ์ที่เล่นเบื่อก็ทิ้งขว้างมากนัก
เนื่องจากรับรองแขกสตรี นางจึงไม่ได้บิดเอวชดช้อย ทว่าเอวตั้งตรงแสดงท่าทางจริงจัง จากนั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้มแฉ่ง “ถ้าท่านเซียนทั้งสองไม่รังเกียจสามารถไปพักผ่อนด้านในได้ ที่นี่มีชาหอมที่ดีที่สุดในโลกระดับเทพ สามารถฟังดนตรีลิ้มชิมน้ำชาพักผ่อนได้ ไม่ใช่สถานที่ต่ำช้าแบบที่ท่านทั้งสองคิด”
จินเฟยเหยาไม่สนใจว่าที่นี่เป็นหอคณิกาที่กินรวบทั้งบุรุษและสตรีหรือไม่ ตอนนี้นางต้องการห้องพักอย่างเร่งด่วน ต้องรีบนำพั่งจื่อออกมาและตนเองก็ต้องพักผ่อนโดยไม่มีใครรบกวน ดังนั้นนางจึงถามว่า “ที่นี่นอกจากสนุกกับบุรุษแล้ว มีอย่างอื่นหรือไม่?”
คิดไม่ถึงว่าจินเฟยเหยาจะเถรตรงขนาดนี้ สตรีผู้นั้นชะงักไปจึงกล่าวว่า “นอกจากเรื่องนี้แล้วยังมีบ่อนพนัน มีห้องพักอันแสนสบายและโรงน้ำชาอันหรูหราที่ข้าเอ่ยถึงเมื่อครู่ แต่ละวันยังมีขับร้องและร่ายรำ มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ฝึกบำเพ็ญ…”
“พอแล้ว เอาห้องพักให้ข้าก่อน ส่วนอย่างอื่นรอให้ข้าเข้าพักก่อนค่อยว่ากัน” จินเฟยเหยาตัดบทคำพูดนาง เอ่ยอย่างรีบร้อน
คนของหอเหอฮวนมีสิ่งใดบ้างที่ไม่เคยพบพาน เห็นท่าทางของจินเฟยเหยาสตรีผู้นี้พลันแจ้งใจ นำพวกนางสองคนเดินเข้าไปข้างในอย่างเข้าอกเข้าใจ เดินพลางเอ่ยแนะนำอย่างสนิทสนม “หอเหอฮวนเรามียาขายโดยเฉพาะ ไม่ว่ารักษาบาดแผลหรือเสริมพลังวิญญาณ ขอเพียงเป็นยาที่ข้างนอกมี ที่นี่ก็มีหมด”
จินเฟยเหยากวาดตามองนางแวบหนึ่ง หัวไวใช้ได้จริงๆ สามารถเดาออกเจ็ดแปดส่วนทันที ดังนั้นนางจึงถามอย่างไม่เกรงใจ “มียาแก้พิษหรือไม่? ข้าต้องการอย่างดีที่สุด”
“ยาแก้พิษ?” สตรีตะลึงงัน จากนั้นครุ่นคิด เนื่องจากไม่มีคนซื้อยาแก้พิษดังนั้นปกติไม่ค่อยได้หลอมสร้าง แต่ไม่ได้แสดงว่าไม่มี หลอมสร้างตอนนี้ก็ได้ ดังนั้นนางจึงกล่าวว่า “ยาแก้พิษมีไม่มาก มีแต่แบบธรรมดา ถ้ายังทันเวลา พวกเราสามารถหลอมยาวิเศษแก้พิษ ‘น้ำค้างทองร้อยขจัด’ ให้ท่านเซียนได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลาหน่อย ไม่ทราบว่ารอได้หรือไม่”
“น้ำค้างทองร้อยขจัด…” จินเฟยเหยาประหลาดใจในกำลังทรัพย์ของหอเหอฮวนอยู่บ้าง สิ่งหายากขนาดนี้ก็สามารถหลอมสร้างออกมาได้ ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าใช้วัตถุดิบแปลกประหลาด เพียงปริมาณวัตถุดิบก็ต้องใช้จำนวนมาก นี่เป็นยาดีที่สามารถขจัดร้อยพิษได้
“รอได้ แต่ยิ่งเร็วยิ่งดี ข้าต้องรีบใช้” จินเฟยเหยาตอบรับแล้วถามราคา ราคาของน้ำค้างทองร้อยขจัดกลับไม่แน่นอน ปกติไม่เคยขาย ดังนั้นสตรีผู้นี้จึงบอกว่าจะไปสอบถามห้องหลอมยาดู สอบถามกระจ่างแล้วจะมาแจ้งพวกนางทันที
นึกถึงว่าสิ่งนี้คือยาคืนชีพกลับสวรรค์ที่ขจัดพวกพิษ อีกทั้งคนตาบอดยังดูออกว่าตนเองรีบร้อนมาก เกรงว่าราคาคงสูงแน่ แต่เรื่องนี้ก็จนปัญญา ถึงขจัดพิษได้ครึ่งหนึ่งทว่ายังมีปราณพิษที่ต้านทานสุดกำลังประดุจมีชีวิตมาตลอด ไม่ใช้ยาดีๆ ก็ไม่ได้
“เจ้าพาข้าไปห้องพักก่อน หลังเข้าพักแล้วส่งยาขจัดพิษมาให้ข้าก่อน จากนั้นค่อยไปสอบถามเรื่องน้ำค้างทองร้อยขจัด” จินเฟยเหยาพยักหน้าตอบรับ
เป็นลูกค้ารายใหญ่จริงๆ เจอคนที่บาดเจ็บต้องใช้ยาแบบนี้ หาเงินได้เยอะกว่าค้าประเวณีมากนัก สตรีผู้นั้นรับคำแล้วรีบนำทาง ไม่แน่ว่าสองคนนี้ต้องรีบเข้าฌาน ถ้าสองคนนี้ได้รับบาดเจ็บด้วยกัน รอจนได้ยาไม่ไหวตายไปเสียก่อน สิ่งของในตัวพวกนางก็ตกเป็นของหอเหอฮวน
แต่ถ้ามีคนถูกพิษเพียงคนเดียว ยังไม่ทันได้ยาก็ตายไป การค้าใหญ่ของน้ำค้างทองร้อยขจัดก็ทำไม่ได้แล้ว สตรีผู้นั้นไม่กล้าเพิกเฉย เดินนำพวกนางไปยังห้องชั้นบน เดินพลางอธิบายไปด้วย “ห้องพักอยู่ใกล้ด้านล่างเสียงยิ่งอึกทึก ท่านทั้งสองต้องพักรักษาตัวอย่างสงบ ห้องพักชั้นบนกว้างขวางทั้งยังเงียบสงบ ข้าจะพาท่านเซียนสองคนขึ้นไป อีกทั้งราคาก็ไม่แพง วันหนึ่งแค่ห้าร้อยศิลาวิญญาณชั้นกลาง”
จินเฟยเหยาชะงักฝีเท้า ถลึงตาใส่นางแวบหนึ่ง วันละห้าร้อยศิลาวิญญาณชั้นกลางยังบอกว่าไม่แพง นี่อยู่แค่คืนเดียวนะ ชั่วร้ายเกินไปแล้ว ทว่าได้ยินเสียงหัวร่อต่อกระซิกรอบด้าน บางครั้งยังมีบุรุษที่แสร้งวางท่าทางสง่างามเดินผ่านระเบียง นางก็รู้สึกว่าต้องอยู่ให้ดีหน่อยจริงๆ
“นำทาง” ห้าร้อยก็ห้าร้อย จินเฟยเหยากัดฟัน ตนเองยังไม่ยากจนถึงขั้นนั้น ถึงอย่างไรก็อยู่แค่ไม่กี่วัน
“เชิญ” สตรีผู้นั้นยินดีเป็นที่สุด รีบเดินนำทาง ทั้งยังแนะนำตนเองว่าชื่อหลิวสี่แล้วยื่นป้ายหยกให้จินเฟยเหยา บอกว่าขอเพียงมีเรื่องใดจะสั่งการ แค่ถ่ายทอดพลังวิญญาณลงในป้ายหยกชิ้นนี้นางจะรู้และรุดมาทันที
จินเฟยเหยารับป้ายหยกและติดตามหลิวสี่มาถึงตึกที่สูงสิบเก้าชั้น ระหว่างตึกเหล่านี้มีประตูเชื่อมกันทะลุผ่านตรงกลาง ห้องโถงกลางว่างเปล่า คนทั้งสามเหาะมาถึงชั้นสิบหก ที่นี่เงียบสงบจริงๆ เสียงอึกทึกและกลิ่นยาเสน่ห์หายไปจนเกลี้ยงเกลา
เห็นจินเฟยเหยาสูดดม หลิวสี่ก็ยิ้มแย้ม “เนื่องจากท่านทั้งสองมีความต้องการพิเศษ ดังนั้นที่นี่จึงไม่มีกลิ่นของเหอฮวนเซียง[1] สิ่งนั้นไม่มีประโยชน์ต่อการรักษาบาดแผล”
“ช่างใส่ใจจริงๆ” จินเฟยเหยากล่าว
หลิวสี่ก็ไม่ขัดเขิน “ท่านเซียนชมเกินไป ทุกคนมาที่นี่ก็เพื่อความสำราญ ดังนั้นบางแห่งต้องจุดเหอฮวนเซียงเพิ่มความคึกคัก”
จินเฟยเหยาไม่ส่งเสียง จะสนใจทำไมว่าเหอฮวนเซียงของเจ้าคือสิ่งใด ถึงอย่างไรนางก็ไม่สนใจสิ่งอื่นนอกจากของกิน ก่อนเข้ามาที่นี่ เนื่องจากมีคนมากมายและกลิ่นผสมปนเปกัน นางจึงผนึกจมูกไว้ นางไม่อยากได้กลิ่นที่ส่งออกมายามบุรุษและสตรีพัวพันกัน นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจสักนิด
“ที่นี่คือห้องของท่านเซียนทั้งสอง เชิญเข้า” หลิวสี่เปิดประตูห้องพักห้องหนึ่งและนำคนทั้งสองเข้าไป
พอจินเฟยเหยาเห็น นี่คือห้องชุดที่มีห้องพักสองห้องและห้องโถงหนึ่งห้อง ภายในห้องสะอาดและเป็นระเบียบ เห็นได้ชัดว่ากว้างขวาง เครื่องเรือนที่ตั้งอยู่ก็เป็นสิ่งของคุณภาพเยี่ยม มีกระถางดอกไม้แคระประดับตกแต่ง เป็นสถานที่พักอาศัยที่ไม่เลว แต่เก็บห้าร้อยศิลาวิญญาณชั้นกลางก็เกินไปหน่อย
“เจ้ารีบนำยาแก้พิษมา” จินเฟยเหยากวาดตามองภายในห้องแล้วรีบไล่หลิวสี่ให้ไปนำยามา
หลิวสี่ก็ไม่พูดมาก รับคำและกำลังจะออกจากห้องก็เห็นหวาหวั่นซีนำเสื้อคลุมลงเผยใบหน้าออกมา หลิวสี่อ้าปากค้างมองใบหน้าของนางแล้วตะลึงงันไป มีสตรีที่งดงามถึงเพียงนี้ด้วย
“ตะลึงงันทำไม!” เห็นนางยืนนิ่งอยู่ตรงประตู จินเฟยเหยาก็ถามด้วยเสียงเย็นชา
หลิวสี่ได้สติคืนมาจึงรีบกล่าว “ไม่มีอะไร ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” เอ่ยจบนางก็รีบปิดประตูและวิ่งไปห้องยาก่อน
…………………………………..
[1] เหอฮวนเซียง หมายถึง กลิ่นหอมร่วมสุขสันต์