คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 461 แผนการอันรอบคอบ
“เจ้าไม่ต้องโน้มน้าวข้า ข้าต้องไปให้ได้ เรื่องดีงามแบบนี้จะให้เจ้ายึดครองไปคนเดียวได้อย่างไร พวกเราอยู่สำนักเดียวกันนะ พี่สยงจะฮุบผลประโยชน์ไว้เพียงลำพังได้อย่างไร” จินเฟยเหยาไม่ฟังคำอธิบายของสยงเทียนคุนเลยสักนิด ยิ่งไม่ให้นางไป นางยิ่งจะไป
สยงเทียนคุนปวดศีรษะตุบๆ ทำไมจึงพูดให้เข้าใจยากขนาดนี้นะ “บอกแล้วว่าข้าไม่ได้ไปปล้น เรื่องนี้อันตรายอย่างยิ่ง อีกฝ่ายเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นว่างเปล่าช่วงกลาง อีกทั้งของชิ้นนี้ยังใส่ถุงเฉียนคุนไม่ได้ ขนาดใหญ่มากถึงคิดจะใส่ก็ไม่ได้ ถ้าเจ้าต้องการสิ่งของขนาดนี้ ข้ามีนะ เจ้าต้องการสิ่งใดก็นำไปได้ นำไปทั้งหมดเลยก็ได้” เพื่อโน้มน้าวนาง สยงเทียนคุนจึงนำถุงเฉียนคุนของตนเองออกมายัดใส่มือจินเฟยเหยา หวังว่านางจะนำสิ่งของไปและอย่าก่อเรื่องอีก
จินเฟยเหยาโยนถุงเฉียนคุนลงบนโต๊ะและเอ่ยอย่างไม่พอใจ “เจ้าหมายความว่าอย่างไร หรือรู้สึกว่าข้าเป็นตัวถ่วง พลังบำเพ็ญเพียรของข้าในตอนนี้สูงกว่าเจ้า มีโอกาสหนีเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือเจ้าหอขั้นว่างเปล่ามากกว่าเจ้าเยอะ”
จากนั้นนางก็ขมวดคิ้วเอ่ยอย่างหงุดหงิด “ถ้าเจ้ารู้สึกว่าข้านำสิ่งของในนั้นไปเจ้าจะเสียเปรียบและตัดใจให้ข้าไปไม่ได้ เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะไม่ไป เจ้าไปเองเถอะ คนขี้งก สำนักจินคุนเจ้าก็เปลี่ยนเป็นสำนักสยงคุนเถอะ ข้าไม่คิดจะเอาเปรียบเจ้า ฮึ!”
ว่าแล้วนางก็ทำท่าจะเดินออกไป สยงเทียนคุนรีบขัดขวางนางไว้ “ทำไมเจ้าถึงไม่ฟังคำเกลี้ยกล่อม ทั้งยังคิดจะแยกสำนักกับข้าอีก ข้าให้เจ้าไปคงพอใจแล้วสินะ”
“ก็พอไหว เจ้าวางใจ ถ้าด้านในมีสิ่งของมาก ข้าจะแบ่งให้เจ้า” จินเฟยเหยานั่งลงอย่างพึงพอใจ ท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่อง
สยงเทียนคุนถอนหายใจอย่างจนปัญญา “ใครอยากได้สิ่งของในนั้นกัน ตอนนี้ข้าไม่ขาดแคลนสักอย่าง ต้องการสิ่งใดข้าก็หามาให้เจ้าได้” เขาไม่ได้บอกว่าจะคืนศิลาวิญญาณให้จินเฟยเหยา เขาไม่ยินดีจะแบ่งแยกอย่างชัดเจน ไม่เช่นนั้นอาจจะกลายเป็นสหายธรรมดาจริงๆ
“ข้าต้องการไม้วิญญาณเหล็ก เจ้ามีหรือ?” จินเฟยเหยามองเขาแล้วเอ่ยยิ้มๆ
“…” สยงเทียนคุนมองนาง หมดหนทางแล้วจริงๆ ได้แต่เอ่ยว่า “ถ้าเจ้าจะไปให้ได้ แผนการของพวกเราต้องละเอียดรอบคอบ ข้าจะบอกแผนการของข้าให้เจ้าฟังถึงเวลาจะได้ไม่ผิดพลาด ไม่เช่นนั้นถ้าเกิดปัญหาพวกเราคิดจะหนีคงยาก”
“อืม” จินเฟยเหยาพยักหน้า มีท่าทางตั้งใจล้างหูน้อมรับฟัง
ที่แท้สยงเทียนคุนวางแผนจะขโมยป้ายหยกเปิดคลังสมบัติ จากนั้นใช้ศาสตร์ลับทำสำเนาแล้วค่อยหาช่วงปลอดคนเข้าห้องสมบัติ ถ้าจำเป็นก็สามารถสังหารคนในนั้นปิดปากแล้วนำไม้วิญญาณเหล็กออกมา ไม้วิญญาณเหล็กใส่ในถุงเฉียนคุนไม่ได้ ดังนั้นต้องฉวยโอกาสขนย้ายตอนที่รอบด้านไม่มีคน สิ่งที่อันตรายที่สุดคือช่วงเวลานี้
คลังสมบัติอยู่ห่างไกลจากห้องเขา ความคิดของสยงเทียนคุนคือหลอมสร้างแท่นศิลาแล้วติดมันบนไม้วิญญาณเหล็ก ทำให้ไม้วิญญาณเหล็กกลายเป็นรูปปั้น เช่นนี้จึงสามารถใช้ผ้าคลุมแล้วลากไปบอกว่าแขกมอบให้มาได้
จินเฟยเหยารับฟังพลางพยักหน้าหงึกๆ จากนั้นคิดดูแล้วไม่ถูกต้อง ซ่อนสิ่งของใหญ่ขนาดนั้นไว้ในห้อง หรือไม่กลัวถูกคนตรวจสอบ? ดังนั้นนางจึงเอ่ยถาม “ของสิ่งนี้ใหญ่มาก ถ้าหายไปต้องถูกคนพบเห็นทันทีแน่ เจ้าจะซ่อนมันไว้ได้อย่างไร?”
“ข้าใช้เวลาสองชั่วยามหลอมมันได้ ถึงเวลาจะไม่ถูกคนตรวจพบ” สยงเทียนคุนย่อมมีวิธีจึงอธิบายให้นางฟัง
“สองชั่วยาม จะว่านานก็ไม่นาน จะว่าสั้นก็ไม่สั้น” จินเฟยเหยายิ้มให้เขา “วิธีของเจ้าแย่เกินไป มีแผนการที่ดีกว่านี้หรือไม่? ยันต์ซ่อนกายที่ข้าให้เจ้าคงใช้หมดเกลี้ยงไปนานแล้วสินะ เรื่องตั้งหลายปีมาแล้ว อีกสักครู่ข้าจะเอาให้เจ้าสักหน่อย เจ้าติดยันต์ซ่อนกายบนไม้วิญญาณเหล็ก ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าหลบการตรวจสอบของผู้บำเพ็ญเซียนระดับสูงได้ อย่างน้อยที่สุดตอนนำออกมาก็จะไม่ทำให้คนเห็นมันในแวบเดียว”
สยงเทียนคุนไหนเลยจะตัดใจใช้ยันต์ซ่อนกายจนหมดเกลี้ยงได้ ตั้งหลายร้อยปีมาแล้ว แค่เคยใช้ยันต์ซ่อนกายไม่กี่ใบภายใต้สถานการณ์ที่อับจนหนทางไม่กี่ครั้ง หลังจากนั้นก็ใส่ไว้ในถุงเฉียนคุนและไ็ไไม่เคยแตะต้องมาตลอด ได้ยินคำถามของจินเฟยเหยา เขารู้สึกว่าไม่เหมาะจะบอกอยู่บ้าง ถ้าบอกว่าไม่ได้ใช้มาตลอด นางจะเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นคนวิปริตหรือไม่ ขนาดยันต์ซ่อนกายยังตัดใจใช้ไม่ได้
ทว่าเขายังพึมพำตอบ “ใช้ไม่หมด ยังมีอยู่ที่ตัวหลายใบ เพียงแต่ข้าไม่คิดจะใช้”
จินเฟยเหยาได้แต่ส่ายศีรษะ พี่สยงประหยัดเกินไปแล้ว แม้แต่ยันต์ซ่อนกายไม่กี่ใบก็ตัดใจใช้จนหมดเกลี้ยงไม่ได้ ท่าทางเรื่องตั้งสำนักไม่ใช่ว่าใครก็สามารถทำได้ ประหยัดจนน่าสงสารมาก “พี่สยง เจ้าไม่ต้องประหยัดขนาดนี้ เอาอย่างนี้ ข้าจะสอนวิธีวาดยันต์ซ่อนกายให้ ต่อไปเจ้าสามารถวาดใช้ได้กองใหญ่เลย แต่ระดับของยันต์นี้ต่ำมาก ใช้เป็นบางครั้งยังพอไหว แต่ใช้ต่อหน้าคนที่มีพลังบำเพ็ญเพียรสูงกว่าตนเองจะถูกมองออกในแวบเดียว”
สยงเทียนคุนแทบจะหลั่งน้ำตาอาบหน้า จินเฟยเหยาเข้าใจเขาผิดโดยสิ้นเชิง ไม่ได้คิดว่าเขาเป็นคนวิปริต ทั้งยังเห็นเขาเป็นคนขยันขันแข็งทำงานหนักด้วย เขาต่อต้านอยู่บ้าง คิดจะปฏิเสธความหวังดีของจินเฟยเหยา “ไม่ต้องหรอก ถ้ามียันต์ซ่อนกายมากก็สูญเสียความหมายดั้งเดิมของมันแล้ว”
“หืม?” จินเฟยเหยามองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า “ความหมายอะไร? แค่เอาไว้ใช้มิใช่หรือ?”
“ไม่มีอะไร ความหมายของข้าคือถ้าแพร่ออกไปมีคนรู้มาก ยันต์ซ่อนกายคงไม่มีประสิทธิภาพ ถ้าทุกคนรู้ว่ามีสิ่งของอย่างยันต์ซ่อนกายต้องมีการระวังป้องกันจึงสูญเสียความหมายที่อีกฝ่ายคาดไม่ถึงไป” สยงเทียนคุนไอแค่กๆ แล้วรีบแต่งเหตุผลขึ้นมา
“ที่แท้เป็นเช่นนี้ พี่สยงคิดได้รอบคอบจริงๆ” จินเฟยเหยาจึงยิ้ม “พี่สยงวางใจได้ ข้าไม่บอกใครทั้งนั้น เจ้านำไปใช้อย่างวางใจเถอะ ข้าจะเขียนวิธีทำให้ เจ้าเก็บไว้ให้ดี มีเวลาว่างก็วาดเก็บไว้หลายร้อยใบ อย่าตัดใจใช้ไม่ได้อีกล่ะ เจ้าเป็นถึงเจ้าสำนักแห่งหนึ่ง อย่าทำตัวยาจกนัก”
“รู้แล้ว” สยงเทียนคุนได้แต่รับคำ รอจินเฟยเหยาเขียนวิธีสร้างยันต์ซ่อนกายบนป้ายหยกเสร็จจึงรับมาเก็บไว้
ที่จริงตอนนี้เขาไม่มีโอกาสใช้ยันต์ซ่อนกายเลย ระดับต่ำเกินไปจริงๆ มิสู้ใช้เวทกำบังที่เขาได้จากตาเฒ่านั่นดีกว่า ผู้บำเพ็ญเซียนระดับสูงใครจะใช้ดวงตามอง ใช้การรับรู้กวาดดูเกือบทั้งนั้น ยันต์ซ่อนกายระดับต่ำขนาดนี้จะมีประโยชน์อะไร
“พี่สยง ข้าจะพูดแผนการของข้าให้ฟัง ไม่ต้องใช้แผนของเจ้าก็ได้ ถึงอย่างไรข้าก็จะไป ถ้าเจ้ามีเวลาว่างก็เรียกเจ้าหอไปดื่มกินเล่นสนุก ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าถ่วงเวลาเขาได้ อย่างน้อยที่สุดก็พิสูจน์ได้ว่าตนเองบริสุทธิ์ เขาจะได้ไม่สงสัยเจ้า” จินเฟยเหยากล่าว
“แผนการของเจ้าคืออะไร?” สยงเทียนคุนถามนาง
จินเฟยเหยากลับมองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า “พูดจบแล้ว”
“เจ้าพูดว่าอะไร?”
“ข้าบอกให้ท่านคิดหาวิธีไม่ให้ถูกสงสัย แค่นี้เอง”
สยงเทียนคุนเหงื่อตก นี่คือไม่ได้พูดอะไรเลยแท้ๆ
“เรื่องอื่นข้ายังไม่ได้คิด รอข้าได้ป้ายหยกของคลังสมบัติมาไว้ในมือก่อนค่อยว่ากัน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ใครสงสัยพวกเราอย่าพบกันบ่อย เจ้ามาหาข้าสะดุดตาเกินไป ข้าไปหาเจ้าดีกว่า เจ้าแค่รอคอยก็พอ เรื่องอื่นไม่ต้องสนใจ” จินเฟยเหยาปรบมือว่าเรื่องราวตกลงตามนี้ ขนาดพูดแทรกสยงเทียนคุนยังทำไม่ได้ แผนการของตนเองก็ถูกปฏิเสธ ทั้งยังทำราวกับเขาเป็นเศษสวะคนหนึ่งที่ไม่ต้องทำอะไรเลย
เรื่องนี้ทำให้สยงเทียนคุนรู้สึกแย่อย่างยิ่ง เมื่อก่อนไม่เคยพบว่าตนเองไร้ประโยชน์ ทำไมพอเจอจินเฟยเหยา ตนเองจึงไม่มีประโยชน์เลยสักนิดนะ
จินเฟยเหยาเห็นสีหน้าของเขาย่ำแย่ก็ตบบ่าเขาเอ่ยโน้มน้าว “พี่สยงวางใจเถอะ ข้าต้องช่วยท่านนำไม้วิญญาณเหล็กกลับมาได้แน่ ท่านไม่ต้องกังวลเกินไปนัก มีข้าจัดการ ท่านวางใจได้เลย”
เนื่องจากมีเจ้าจัดการ ดังนั้นข้าจึงไม่วางใจ สยงเทียนคุนพูดประโยคนี้ออกจากปากไม่ได้จริงๆ เวลานี้เขาพบว่าตนเองและจินเฟยเหยามีเรื่องมากมายที่ไม่มีทางสื่อสารกันได้ เรื่องที่ตนเองคิดกับเรื่องที่นางคิดเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง
“เอาน่าๆ ข้าเข้ามาตั้งนานแล้ว เงียบขนาดนี้ก็น่าสงสัยเกินไป ให้พวกเขาส่งสุราอาหารมาหน่อย พวกเรามากินอาหารมื้อใหญ่ด้วยกัน” จินเฟยเหยาหัวเราะฮ่าๆ
สยงเทียนคุนแย้มยิ้มอย่างจนใจและเอ่ยอย่างเอาใจใส่ “เช่นนี้ก็ดี เพียงแต่ต้องคิดบัญชีที่ข้านะ”
“คิดทำไม ค่าใช้จ่ายทุกอย่างในหอเหอฮวนของข้าฟรี เจ้าหอออกให้ข้าทั้งหมด เจ้าพยายามทำให้พวกเขายกอาหารและสุราวิญญาณที่ดีที่สุดมา ไม่กินก็เสียเปล่า” จินเฟยเหยาส่ายมือเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์
คิดไม่ถึงว่าเจ้าหอเหอฮวนกับจินเฟยเหยาจะมีความสัมพันธ์กันแบบนี้ สยงเทียนคุนเริ่มลังเล “เจ้ากับเขามีความสัมพันธ์อันดีขนาดนี้ ถ้าเจ้าช่วยข้าขโมยไม้วิญญาณเหล็กของเขาจะกระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างพวกเจ้าหรือไม่?”
“ใครมีความสัมพันธ์อันดีกับเขา?” จินเฟยเหยากระพริบตา ไม่เข้าใจว่าพี่สยงโหดร้ายกับผู้อื่น เหตุใดพอสนทนากับตนเองก็เปลี่ยนเป็นดีด้วยถึงเพียงนี้
“เจ้าบอกว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายมิใช่หรือ?” สยงเทียนคุนพบว่าดูเหมือนตนเองจะเข้าใจผิดไป
จินเฟยเหยาหัวเราะเสียงดังฮ่าๆ “เจ้าหมอนั่นนึกว่าอย่างมากที่สุดข้าก็เล่นสนุกกับบุรุษของเขาไม่กี่คน ดังนั้นจึงคิดจะให้คนของข้าช่วยเขาทำงาน บอกว่ารวมอาหารและที่พักเสร็จสรรพ ข้าคิดว่าตอนนี้เขาคงเสียใจภายหลังมากกว่า ถ้าข้ายึดครองดาวเด่นของเขาเกรงว่าเขาคงคิดจะขับไล่ข้าออกไปทันที”
“เจ้าอย่าก่อเรื่องทั้งวันเลย คนขั้นว่างเปล่าพวกนี้อารมณ์ไม่แน่นอน ระวังหน่อย” สยงเทียนคุนหมดปัญญาจะทำอย่างไรกับนางจริงๆ ตั้งหลายปีแล้วไม่เห็นเปลี่ยนนิสัยบ้างยังทำอะไรตามใจตนเองอยู่
“ช่างมันเถอะ รีบให้พวกเขาส่งสุราอาหารมา พวกเราสองคนไม่เมาไม่กลับ บรรดาบุรุษที่รออยู่ข้างนอกก็ให้พวกเขาไสหัวไป” จินเฟยเหยาไม่สนใจมากความ นั่งอยู่บนเก้าอี้ตบโต๊ะร้องตะโกนอย่างไม่ใส่ใจ
สยงเทียนคุนส่ายศีรษะ เปิดประตูบอกให้คนข้างนอกยกอาหารที่ดีที่สุดมา ไม่พบใครทั้งนั้นและห้ามผู้อื่นมารบกวนตนเอง
หลังจากเจ้าหอรู้ก็อารมณ์ขุ่นมัวอย่างยิ่ง คิดไม่ถึงว่ายายนี่จะไปยึดครองดาวเด่นของตนเอง หากมิใช่หลายวันนี้มีคนสำคัญมา เขาก็ไม่คิดจะรั้งสตรีผู้นี้ไว้
สตรีอื่นถูกเขาเล่นสนุกจนเบื่อแล้ว ถ้าครั้งนี้ไม่มีสตรีคนใหม่ ความร่วมมือในภายหน้าอาจจะยุ่งยากหน่อย
รอคนจากไปแล้วจะจัดการเจ้าตัวกินฟรีดื่มฟรี ถึงกับกล้าเห็นที่นี่เป็นบ้านของตนเอง!
……………………………………….