คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 462 นอนหรือไม่นอน
จินเฟยเหยาดื่มจนเมามายที่ห้องสยงเทียนคุน นางไม่ได้ใช้พลังวิญญาณรีดฤทธิ์สุราออกมาเนื่องจากรู้สึกว่าทำเช่นนี้ช่างไร้ความหมาย รอจนดื่มได้ครึ่งคืนนางก็พุ่งตัวไปนอนบนเตียงของสยงเทียนคุน
เรื่องนี้ทำให้สยงเทียนคุนกระอักกระอ่วนสุดขีด หัวใจเต้นตึกตักไม่หยุด อาศัยฤทธิ์สุรานั่งอยู่ตรงขอบเตียง เขาตะโกนเรียกนาง “เฟยเหยา เฟยเหยาเจ้าตื่นสิ”
จินเฟยเหยาทำเสียงจิกจัก ยื่นมือไปดึงผ้าห่มมาคลุมตนเอง
เห็นปลุกนางไม่ตื่น สยงเทียนคุนก็นั่งอยู่ข้างเตียงอย่างหงุดหงิด ในใจเริ่มขัดแย้งกันอย่างรุนแรง จะนอนหรือไม่นอนดี!
แต่ฤทธิ์สุราวิญญาณแรงมากพอ เขาตัดใจใช้พลังวิญญาณรีดสุราที่ดื่มกับจินเฟยเหยาออกมาไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงกัดฟันตัดสินใจไม่สนใจมากความ นอน!
สยงเทียนคุนปีนขึ้นเตียงยกเท้าจินเฟยเหยาออกแล้วดึงผ้าห่มอีกผืนที่ถูกนางทับไว้ออกมา จากนั้นห่อผ้าห่มนอนอยู่บนพื้นข้างเตียง
เมื่อจินเฟยเหยารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาคอแห้งก็เป็นเช้าวันที่สองแล้ว นางหรี่ตาพลิกตัวคลำหาน้ำชาบนโต๊ะมาดื่มหลายอึก หลังจากตื่นเต็มตา พอหันหน้าไปมองก็พบสยงเทียนคุนหลับอยู่บนพื้น
“เอ๋ พี่สยง ทำไมท่านนอนบนพื้นล่ะ มีเตียงก็ไม่นอน มานอนตรงนี้ทำไม?” จินเฟยเหยาถามอย่างสงสัย เห็นสยงเทียนคุนไม่มีปฏิกิริยา นางก็ตบอกคิดได้ เมื่อวานพวกเขาสองคนดื่มจนเมามาย
เห็นสยงเทียนคุนห่อผ้าห่มนอนบนพื้น นางก็เตรียมนำผ้าห่มบนเตียงมาคลุมให้เขา ปากยังบ่นพึมพำ “เจ้าคออ่อน ดื่มมากไปก็หลับบนพื้น คออ่อนก็ดื่มน้อยหน่อยสิ ถ้าเจอสตรีหรือบุรุษชั่วร้ายฉวยโอกาสทำเรื่องอย่างว่าตอนเจ้าดื่มมากไป เจ้าตื่นขึ้นมาแม้แต่ใครเป็นคนทำก็ยังไม่รู้เลย”
สยงเทียนคุนไม่ได้ผ่อนคลายขนาดหัวถึงหมอนก็นอนหลับโดยไม่สนใจว่าเป็นที่ใดเหมือนจินเฟยเหยา อีกทั้งยังนอนเหมือนคนธรรมดาไม่ได้ส่งการรับรู้ออกมาระแวดระวังเลยสักนิด
ยามนี้เขากำลังหลับตาพักผ่อน พอจินเฟยเหยาลุกขึ้นมาเขาก็รู้แล้ว ทว่าเขาไม่ยอมขยับ คิดจะดูว่าถ้าจินเฟยเหยาพบว่าเขายังหลับอยู่จะทำอะไร ในใจรู้สึกวาดหวังรอคอยอยู่บ้างแต่กลับไม่รู้ว่ากำลังรอคอยเรื่องใด
ได้ยินจินเฟยเหยาพึมพำกับตนเอง สยงเทียนคุนไม่รู้จะพูดว่าอะไรดี คนที่ดื่มมากไปแล้วหลับตามสบายคือเจ้าต่างหาก หากเมื่อวานมิใช่ตนเองแต่เป็นบุรุษอื่น ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องใดขึ้น คิดถึงตรงนี้ ในใจของเขาเริ่มรู้สึกไม่สงบ ไม่ดูคำพูดของนางเสียบ้าง ช้าเร็วคงต้องเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นแน่
จินเฟยเหยาเดินมากำลังคิดจะหยิบผ้าห่ม พลันพบว่าท่าทางนอนหลับของสยงเทียนคุนช่างน่ามองยิ่งนัก ริมฝีปากแดงเรื่อ ขนตายาว ใบหน้ายังแดงเล็กน้อยเนื่องจากฤทธิ์สุราเมื่อวาน นางอดกล่าวไม่ได้ “พี่สยงหน้าตาน่ามองจริงๆ ทำไมบุรุษอย่างเขาจึงหน้าตางดงามถึงเพียงนี้ ส่วนข้ากลับหน้าตาเหมือนซาลาเปาเนื้อนะ”
เวลานี้สยงเทียนคุนอยากจะบอกอย่างยิ่งว่า ถ้านางเห็นว่าไม่รื่นหูรื่นตา ข้าสามารถทำลายโฉมหน้านี้เพื่อเจ้าได้! แต่เขากลับไม่กล้าและไม่ยอมขยับ เนื่องจากจินเฟยเหยานั่งยองๆ อยู่ข้างกาย ทั้งยังยื่นมือออกมาจิ้มใบหน้าของเขาด้วย
“สัมผัสไม่เลวจริงๆ นุ่มลื่น มิน่าเล่าบุรุษเหล่านั้นจึงชอบเขามาก” นางหัวเราะหึๆ ราวกับผู้เชี่ยวชาญที่เข้าหอคณิกาบ่อยๆ
จากนั้นจินเฟยเหยาก็จ้องมองริมฝีปากของสยงเทียนคุนอีก แดงชุ่มชื้นเป็นประกาย ดูแล้วเหมือนทาอะไรบางอย่าง ดังนั้นนางจึงยื่นมือไปลูบ คิดจะดูว่าสยงเทียนคุนทาของบางอย่างเพื่อยั่วยวนบุรุษหรือไม่
หากมิใช่ควบคุมตนเองสุดขีด ขณะที่นิ้วของนางวางอยู่ตรงปาก สยงเทียนคุนก็คิดจะฉุดดึงนางไว้
จินเฟยเหยาลูบคลำพบว่าเป็นริมฝีปากตามธรรมชาติไม่ได้ทาบางอย่างลงไป จึงส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจ “มีอะไรยอดเยี่ยมกัน เดี๋ยวข้านำเนื้อชิ้นหนึ่งมาทาปากก็เป็นประกายเหมือนกัน”
สยงเทียนคุนพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเองสุดขีด เขาไม่ได้ลืม สำหรับผู้บำเพ็ญเซียนระดับสูงแล้ว ความผิดปกติเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนเองกำลังแกล้งหลับ เขาไม่กล้าขยับทว่ากลับเหงื่อท่วมร่างเนื่องจากตึงเครียด
“หรือว่าอากาศร้อนเกินไป ดื่มมากร่างกายร้อนผ่าว พี่สยงจึงเหงื่อออก!” จินเฟยเหยาพลันแย้มยิ้มเจ้าเล่ห์ พูดเองเออเอง “แบบนี้พี่สยงจะไม่สบายเอา ข้าช่วยเขาถอดเสื้อผ้าหน่อยดีกว่า ไม่เช่นนั้นเหงื่อออกเสื้อผ้าจะเปียกแนบร่าง”
ว่าแล้วมือของนางก็เริ่มขยับ เปิดชายเสื้อของสยงเทียนคุนออกอย่างว่องไว เผยให้เห็นแผ่นอกของเขา ใช้นิ้วไล้บนทรวงอกของเขาไม่กี่ครั้งอย่างเบื่อหน่ายก็เห็นผิวหนังเกิดอาการขนลุกชัน จินเฟยเหยาก้มหน้าลงเป่าหูสยงเทียนคุน เอ่ยอย่างยิ้มแย้มเบาๆ “พี่สยง ท่านจะแกล้งหลับไปถึงเมื่อใด ถ้ายังนอนอีกจะถอดจนเกลี้ยงแล้วนะ”
สยงเทียนคุนลืมตาขึ้นทันควัน ในดวงตาเคร่งเครียด “เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่!”
จินเฟยเหยาตะลึงงันไปนิดจึงฉีกยิ้มเอ่ยว่า “รู้แน่นอน หลอกเย้าเจ้าเล่นอย่างไรเล่า”
“อย่าบีบคั้นข้า…” สยงเทียนคุนปราศจากความอ่อนโยนในยามปกติมองนางอย่างเคร่งขรึม
“บีบคั้นอะไร?” จินเฟยเหยาเอียงศีรษะ มองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า ถ้าพั่งจื่อและหวาหวั่นซีเห็นท่าทางของนางในตอนนี้ต้องร้องคำรามแน่ ยายนี่ยังแกล้งโง่อีก!
สยงเทียนคุนถูกนางหลอกอีกแล้ว เห็นสีหน้าใสซื่อของนาง เขาหายใจถี่ สะกดความปรารถนาในใจเอาไว้ นางไร้หัวใจ ข้าทำเรื่องที่ทำร้ายนางไม่ได้ ทำไม่ได้เด็ดขาด
ถึงเขาพยายามจะสงบลงแล้วทว่าอารมณ์ยังพลุ่งพล่านเกินไป ขนาดมือยังสั่นน้อยๆ ในใจบังเกิดความคิดบ้าบิ่นถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ นางยังจะจากไปอีกหรือ? มิสู้…
ในเวลานี้เอง พลันมีเสียงคนตวาดด่าผู้รับใช้อย่างเข้มงวดมาจากนอกประตู “เจ้าว่าอะไรนะ ค้างคืนกับผู้อื่นทั้งคืน! ทำไมไม่มาแจ้งข้าให้เร็วกว่านี้ ถ้าหยวนหยาง[1]ของจินคุนเอ๋อร์หมดไป เจ้าจะให้ข้าอธิบายกับเจ้าหอว่าอย่างไร!”
“ข้าน้อยจับตาดูอยู่ เขาไม่ได้ปิดกั้นการมองเห็น ถึงจะมีการป้องกันทำให้ไม่ได้ยินคำสนทนา ทว่าพวกเขาดื่มสุราทั้งคืน ไม่ได้ทำอะไรเกินงาม” เสียงตอบอย่างหวาดกลัวของผู้รับใช้ดังมาจากด้านนอก
“ไม่ได้ ไม่กลัวเรื่องที่คาดการณ์ได้แต่กลัวเรื่องที่คาดไม่ถึงต่างหาก!” เห็นตรงประตูมีแสงสีขาวสว่างวาบ เสียงดังโครม ทั้งการป้องกันและประตูถูกคนใช้กำลังเปิดออก ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีขั้นกำเนิดใหม่ช่วงต้นเรือนร่างผอมแห้งคนหนึ่งบุกเข้ามา
พอเห็นฉากในห้อง นางก็ตะลึงงันไป
จินคุนเอ๋อร์นั่งทับผ้าห่มอยู่บนพื้น ใบหน้าแดงก่ำ กำลังชันร่างเปลือยท่อนบน เสื้อผ้ายุ่งเหยิง ส่วนศีรษะของผู้บำเพ็ญเซียนสตรีคนนั้นอยู่ริมหูราวกับเมื่อครู่กำลังจูบเขา มือข้างหนึ่งกลับวางอยู่บนแผ่นอกของจินคุนเอ๋อร์อย่างเหิมเกริม ถึงมีคนบุกเข้ามานางก็ไม่รั้งมือกลับทว่ามองตนเองด้วยสีหน้าสงสัย
“เจ้าคนกินฟรี คิดไม่ถึงว่าจะใช้กำลังกับจินคุนเอ๋อร์ บังอาจมาก!” สตรีที่ผลักประตูเข้ามาชี้หน้าด่าทอจินเฟยเหยาอย่างเดือดดาล
จินเฟยเหยากระพริบตามองนาง มือยังลูบคลำแผ่นอกของสยงเทียนคุนสองที จากนั้นจึงยิ้มยั่วเย้า “ใครกินฟรี ค่าใช้จ่ายของข้าเจ้าหอเป็นผู้ออกให้ คนอย่างเจ้าหอหรือจะจ่ายค่าค้างคืนกับจินคุนเอ๋อร์ไม่ไหว?”
“เจ้ารีบออกไป ข้าต้องรายงานเรื่องนี้ให้เจ้าหอรู้แน่ จินคุนเอ๋อร์ไม่ใช่บุคคลที่คนอย่างเจ้าจะแตะต้องได้!” ฉินชิงคิดไม่ถึงว่ายายคนกินฟรีจะยื่นอุ้งมือมารมาถึงที่นี่ ทว่าเจ้าหอทำเพื่อรั้งสตรีที่ชื่อหวาหวั่นซีคนนั้นไว้จึงรับปากให้นางพักอยู่ที่นี่ ไม่ได้ จะให้นางแตะต้องเส้นผมสักเส้นของจินคุนเอ๋อร์ไม่ได้เด็ดขาด! ไม่เช่นนั้นตนเองคงถูกเจ้าหอฆ่าตายแน่
นางเอ่ยพลางชี้ไปข้างนอก “นอกจากจินคุนเอ๋อร์ เจ้าสามารถเล่นสนุกกับบุรุษอื่นๆ ได้ตามสบาย แต่คนนี้ไม่ได้ เจ้ารีบออกไปเลย ถึงเจ้ามีพลังบำเพ็ญเพียรขั้นแปลงจิต เจ้าหอก็จะไม่ปล่อยให้เจ้าทำเช่นนี้แน่ สังวรการกระทำหน่อย อย่าให้ต้องฉีกหน้ากัน”
“จริงๆ เลย บอกให้ข้าเล่นสนุกได้ตามสบาย ตอนนี้กลับคิดจะเอาไว้ใช้เอง พวกข้างนอกอัปลักษณ์เกินไป ข้าไม่ถูกใจ” จินเฟยเหยาทำปากยื่นลุกขึ้นอย่างไม่ยินยอม ภายใต้การจับจ้องของฉินชิง เมื่อนางเดินไปถึงประตูก็หยุดลงหันหน้าไปยิ้มให้สยงเทียนคุน “ผิวพรรณของเจ้าให้สัมผัสไม่เลว นายท่านอย่างข้าชอบมาก”
“เจ้ารีบไปเลย!” ฉินชิงด่าทออย่างสุดจะทน ไร้การอบรมสิ้นดี คนที่มาพบจินคุนเอ๋อร์ที่นี่ มีใครบ้างที่ไม่สูงส่งอ่อนโยนสง่างาม ไม่เคยเห็นคนที่กักขฬะขนาดนี้มาก่อน อ้าปากก็นายท่าน เป็นสตรีชัดๆ ไม่เพียงเท่านั้นนางยังคำรามใส่จินเฟยเหยาอีก “จินคุนเอ๋อร์รับแขกบุรุษไม่รับแขกสตรี ต่อไปเจ้าอย่าเข้าใกล้ที่นี่อีก โปรดรักษากฎระเบียบหน่อย!”
“รับแต่แขกบุรุษ? เช่นนั้นเจ้าก็แขวนป้ายไว้สิ ไม่แขวนไว้ใครจะรู้เล่า!” จินเฟยเหยาหันหน้าไปด่าอย่างไม่สบอารมณ์ ยังหยวนหยางอีก รอนำไม้วิญญาณเหล็กไปแล้ว ข้าจะดูสิว่าพวกเจ้าจะขายหยวนหยางของพี่สยงอย่างไร!
“เจ้า!” ฉินชิงถูกนางยั่วโทสะจนเดือดดาลอย่างหนัก ถ้าเป็นยามปกตินางไม่กล้าพูดจาเช่นนี้กับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแปลงจิตหรอก อีกทั้งครั้งที่แล้วคนผู้นี้เพิ่งบีบข้อมือหลิวสี่แตก กระดูกละเอียดเล็กยิ่งกว่าเมล็ดข้าว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เชื่อมกันโดยสมบูรณ์ เพียงแต่จินคุนเอ๋อร์คนนี้เจ้าหอกำชับไว้เป็นพิเศษ อย่าว่าแต่ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแปลงจิตเลย ถึงเป็นขั้นว่างเปล่านางก็ได้แต่ฝืนใจลุย
จินเฟยเหยาแลบลิ้นใส่ฉินชิงยั่วให้นางมีโทสะแทบตายจึงกลับไปอย่างเบิกบาน
สยงเทียนคุนนั่งเงียบกริบบนพื้น สายตายังจ้องมองพื้นอย่างโง่งมอยู่เช่นนั้น ฉินชิงเห็นจินเฟยเหยาจากไปแล้วจึงเดินมากล่าว “จินคุนเอ๋อร์ รีบลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า ข้างนอกมีคนจำนวนมากรออยู่นานแล้ว”
“ไสหัวไป” สยงเทียนคุนเอ่ยด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
“หา?” ฉินชิงนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ในความทรงจำของนาง ถึงจินคุนเอ๋อร์จะเย่อหยิ่งเย็นชาแต่กลับไม่เคยบันดาลโทสะ บางครั้งยังแย้มรอยยิ้มอันงดงามให้พวกนางด้วย นิสัยดีอย่างยิ่ง จึงทำให้นางฟังไม่เข้าใจไปชั่วขณะ
สยงเทียนคุนเงยหน้าขึ้นทันควัน เจตนาสังหารปะทุออกมา เส้นผมแผ่สยาย ในดวงตามีประกายเคร่งเครียด “ไสหัวไป! ไสหัวไปให้หมด!”
รูปลักษณ์ของเจตนาสังหารกลายเป็นรัศมีสีเหลืองลอยขึ้นกรีดใบหน้าของฉินชิง ยามนี้นางจึงนึกขึ้นได้ว่าจินคุนเอ๋อร์เป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ช่วงปลาย นางรีบถอยออกไปแล้วปิดประตู
คิดไม่ถึงว่าจินคุนเอ๋อร์จะมีปฏิกิริยารุนแรงต่อการเกือบถูกสตรีใช้กำลังขืนใจ คนที่ชื่อจินเฟยเหยาน่าชังจริงๆ ต้องรีบรายงานเรื่องนี้ให้เจ้าหอรู้ ฉินชิงนึกว่าสยงเทียนคุนเดือดดาลเพราะเหตุนี้จึงรีบไปหาเจ้าหอ
สยงเทียนคุนลุกจากพื้น รัศมีเข่นฆ่าสีเหลืองยังร่ายรำอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นหลับตาเงียบๆ พลาดโอกาสครั้งนี้ไป บางทีคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว
……………………………………..
[1] หยวนหยาง คือ แก่นปราณหยางในลัทธิเต๋า หรือก็คือ ของเหลวในร่างเพศชายที่หลั่งเวลามีสัมพันธ์กับสตรี