คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 463 เคลื่อนไหว
จินเฟยเหยากลับไปก็ไปหาหวาหวั่นซีทันทีและเล่าเรื่องราวให้ฟัง หวาหวั่นซีฟังเรื่องที่นางเล่าก็มองพินิจนางขึ้นลงก่อน จากนั้นถามอย่างดูแคลน “ทำไมเจ้าจงใจหยอกล้อเขา?”
จินเฟยเหยาตะลึงงัน เอ่ยอย่างไม่เข้าใจ “ข้าพูดมากมายปานนี้ จุดสำคัญคือเรื่องขโมยสิ่งของ ใครใช้ให้เจ้าสังเกตเรื่องเมื่อคืน อีกอย่างหนึ่งข้าแค่หยอกเขาเล่นๆ ใครให้เขาแกล้งนอนหลับเล่า”
“ข้าคิดว่าคนส่วนใหญ่สนใจเรื่องนี้ทั้งนั้น เรื่องขโมยสิ่งของที่เจ้าว่าไม่มีอะไรน่ากังวล ด้วยนิสัยของเจ้าคงต้องทำตามใจตนเองแน่ๆ” หวาหวั่นซียักไหล่แสดงออกว่าช่วยไม่ได้
จินเฟยเหยาลูบเส้นผม เดือดดาลอยู่บ้าง “เจ้าพูดสุดโต่งเกินไป นี่ข้ามาหารือกับเจ้าโดยเฉพาะนะ”
“เจ้าคิดจะให้ข้าทำอะไร?” หวาหวั่นซีเอียงศีรษะถามอย่างยิ้มแย้ม
“ให้เจ้าช่วยขโมยป้ายหยกเปิดคลังสมบัติมาแล้วทำสำรองใหม่ เรื่องนี้น่าจะไม่ยากสำหรับเจ้า คนดูแลคลังสมบัติมีสามคน แต่ละคนต่างมีป้ายหยก ยั่วยวนมาคนหนึ่งก็พอ” จินเฟยเหยาบอก
“เรื่องนี้ไม่นับเป็นอย่างไร” หวาหวั่นซีฟังจบก็ตอบรับจากนั้นเอ่ยว่า “เรื่องหลังจากนี้ล่ะ จะทำอย่างไร”
“เรื่องหลังจากนี้ข้ายังไม่ได้คิด รอเจ้าขโมยกุญแจได้ก่อนค่อยว่ากัน ถึงอย่างไรข้าก็ไม่รีบ” จินเฟยเหยายักไหล่หัวเราะหึๆ
หวาหวั่นซีกลอกตาใส่นาง อย่างที่ตนเองคิดไว้จริงๆ นางไม่มีแผนการอะไรเลย คิดอะไรได้ก็ทำ “เจ้าดีต่อคนผู้นี้ยิ่งนัก ถึงอย่างไรก็มีรังเก่าของตนเอง ติดตามเขากลับไปก็พอ มีสำนักเลี้ยงดู ต้องการสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น สุขสบายดีมิใช่หรือ”
“ไม่เอา ข้าพูดอะไรเขาก็เชื่อ เจ้าก็รู้ว่าปกติข้าไม่จริงจัง ถ้าจู่ๆ เกิดความคิดบ้าๆ เสนอเรื่องทำลายสำนักออกมาเมื่อใด เขากคงไม่คัดค้านละพยายามสนับสนุนให้ข้าไปทำอย่างเต็มกำลังเสียมากกว่า ใช้เวลาไม่กี่ปี สำนักจินคุนต้องล่มจมแน่ เจ้าสำนักที่สมองแจ่มใสอย่างเขาก็จะโง่งมกลายเป็นคนไม่มีความคิดของตนเอง เชื่อฟังสตรีโง่เง่าคนหนึ่งทุกเรื่อง” จินเฟยเหยาโบกมือ นางไม่ยอมไปหรอก
พี่สยงดีต่อนางมากจริงๆ อีกทั้งเชื่อฟังคำพูดนางอย่างยิ่งจนแทบจะตาบอด ทว่าเช่นนี้กลับทำให้เขาสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจเอง จินเฟยเหยาไม่อยากทำร้ายเขา ขอเพียงตนเองอยู่ข้างกายเขา ในใจเขาจะเปลี่ยนเป็นเกียจคร้าน แบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อเขา ถึงตัวเขาเอไม่รู้แต่จะทำแบบนี้ไม่ได้
เนื่องจากไม่ว่าจะมองอย่างไร จินเฟยเหยาก็รู้สึกว่าสยงเทียนคุนที่ควบคุมสำนักที่มีคนเรือนหมื่น มีศิษย์จำนวนนับไม่ถ้วน และจัดการภารกิจต่างๆ นานาได้จึงนับว่าเป็นบุรุษปกติ ถ้าตนเองติดตามเขากลับไป เขาจะกลายเป็นสาวงามธรรมดาคนหนึ่งที่รู้จักแต่อยู่ว่างๆ จับเจ่าในถ้ำเซียนทั้งวันเหมือนภรรยาที่รอสามีกลับบ้านจริงๆ
นี่คือภาพที่จินเฟยเหยาไม่อยากเห็นเลย จิตใจและการกระทำจะเปลี่ยนเป็นสตรีไปด้วยเนื่องจากหน้าตาเหมือนสตรีไม่ได้
คิดไม่ถึงว่าจินเฟยเหยาจะคิดอ่านเพื่อคนผู้นี้ถึงเพียงนี้ทำให้คนไม่อยากจะเชื่อเลย ต้องมองนางใหม่แล้ว ถ้าเป็นคนอื่นคงเชื่อ แต่หวาหวั่นซีกลับมองนางแล้วเอ่ยยิ้มๆ “เจ้ากลัวว่าภายภาคหน้าไม่ว่าจะไปที่ใดจะมีหางติดตามอยู่ด้านหลัง หรือยามออกจากบ้านก็จะมีบุรุษมาส่งเจ้าถึงประตู จากนั้นก็มองเจ้าอย่างน่าสงสารและเศร้าใจเพื่อให้เจ้ากลับบ้านมาเร็วหน่อย ดังนั้นเจ้าจึงหาเหตุผลดีงามขนาดนี้ออกมา ถึงทำร้ายจิตใจผู้อื่นก็ทำให้ตนเองสบายใจได้”
เห็นหวาหวั่นซีบอกเจตนาของตนเองออกมาโดยไม่ไว้ไมตรี จินเฟยเหยาก็ทำปากยื่นส่งเสียงขึ้นจมูก “เดิมทีข้าคิดอ่านเพื่อเขา อย่าเอ่ยถึงเรื่องนี้เลย เรื่องป้ายหยกมอบหมายให้เจ้าไปขโมย ถ้าไม่ไหวเจ้าขโมยออกมาให้ข้าทำสำรองก็ได้”
“รู้แล้ว เจ้าชี้คนให้ข้าดูก็พอ” เจ้านายจะขโมยของ นางยังปฏิเสธได้หรือ หวาหวั่นซีย่อมตกปากรับคำ
จินเฟยเหยามอบหมายเรื่องตรงนี้เสร็จจึงกลับห้อง พั่งจื่อยังนอนอยู่ในห้อง ต้องไปดูสภาพมันหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ผลักประตูเข้าห้อง ก็เห็นพั่งจื่อนอนอยู่บนเตียง เหล่ดวงตาโตมองดูนาง เห็นนางกลับมาก็เอ่ยอย่างน่าสงสาร “เจ้าหนีไปที่ใดไม่กลับมาทั้งคืน? ข้าอยากดื่มน้ำหน่อยก็ไม่มีคนรินให้ เจ้าคงไม่ได้ไปเล่นสนุกกับบุรุษหรอกนะ ชะตาข้าช่างอาภัพนัก เจ้านายไม่รักสงสาร สัตว์ภูติของผู้อื่นล้วน…”
ยังพูดไม่จบ จินเฟยเหยาก็ขว้างถ้วยใบหนึ่งลอยมาครูดหนังท้องมันแล้วร่วงลงบนเตียง พั่งจื่อตะโกนอย่างมีโทสะแทบแย่ “เกินไปแล้วนะ เจ้าตีข้าอีกแล้ว!”
“ใครใช้ให้หลังจากเจ้าพูดได้ก็พูดจาเหลวไหลทั้งวันเล่า พิษของเจ้าก็ขจัดตั้งนานแล้ว วันก่อนยังเปลี่ยนร่างเล็กลงหนีไปดูสตรีที่ห้องอาบน้ำ วันนี้แกล้งนอนอยู่บนเตียงแม้แต่ดื่มน้ำก็ทำไม่ไหว ข้าให้เจ้าตัณหาจัดหรือ ข้าให้เจ้าแกล้งป่วยหรือ!” จินเฟยเหยากระโดดขึ้นเตียงลงมืออัดพั่งจื่อ
พั่งจื่อถูกทุบตียกหนึ่งอย่างไร้เหตุผล หัวใจเจ็บปวดดั่งถูกมีดกรีดเฉือน นี่มันโลกบ้าอะไรกัน บอกว่าไม่ได้ดื่มน้ำก็ถูกทุบตี ดังนั้นมันจึงแหกปากตะโกนลั่น “อย่าตี ข้ามีธุระจะคุยกับเจ้า”
“ธุระอะไร? ถ้าเป็นเรื่องเรือนร่างของสาวน้อยดีงามอย่างไร ข้าไม่อยากฟัง เจ้าก็แค่อยากจะอวดว่าสามารถวิ่งเข้าห้องอาบน้ำสตรีอย่างถูกต้องเปิดเผยได้มิใช่หรือ! มีอะไรน่ากระหยิ่มกัน” จินเฟยเหยาส่งเสียงขึ้นจมูก ไม่รู้สึกสนใจธุระที่พั่งจื่อเอ่ยถึงสักนิด
พั่งจื่อบ่นอย่างไม่สบอารมณ์ “ยังมีหน้ามาว่าข้าอีก ใครกันคิดจะกลายเป็นเทาเที่ยน้อยเข้าไปแอบดูในห้องอาบน้ำบุรุษ สุดท้ายถูกคนดูแลห้องอาบน้ำเตะออกมาเพราะขนยาว หลังจากกลับมาก็ริษยาที่ข้ามีผิวเรียบลื่นจนเกือบเตรียมจะโกนขนแล้ว”
“ข้าว่าเจ้าวอนโดนอัดนะ!” จินเฟยเหยาคิดไม่ถึงว่าเรื่องที่ตนเองทำลับหลังมันกับหวาหวั่นซีถึงกับถูกพบเห็น เจ้าบ้าพั่งจื่อ ทีเรื่องแบบนี้ทำไมถึงหัวไวนักนะ!
ดังนั้นพั่งจื่อผู้ขมขื่นและโศกเศร้าจึงถูกอัดอีกยก รอจนคลายโทสะแล้วจินเฟยเหยาจึงเอ่ยว่า “ธุระที่เจ้าว่าคืออะไร?”
พั่งจื่อที่โดนทุบตีจนเปลี่ยนจากกบสีขาวกลายเป็นสุกรสีขาวตะโกนอย่างเดือดดาล “ข้าจะปิดด่านกักตนเลื่อนขั้นผ่านเคราะห์สายฟ้า!”
“หลายร้อยปีมานี้ข้าเพิ่งได้ยินเจ้าบอกจะฝึกบำเพ็ญเองเป็นครั้งแรก ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกแล้วสินะ ทำให้คนประหลาดใจจริงๆ หรือกินยาผิด? ไม่ถูกสิ เจ้าชอบผู้บำเพ็ญเซียนสตรีคนใดใช่หรือไม่ จึงคิดจะเลื่อนขั้นกลายร่างเป็นมนุษย์เร็วๆ จากนั้นจะได้ไปมีความรักระหว่างคนกับสัตว์?” จินเฟยเหยาคิดไม่ถึงว่า พั่งจื่อที่เกียจคร้านฝึกบำเพ็ญ รักการกินเป็นที่สุด และรอให้พลังบำเพ็ญเพียรเพิ่มขึ้นเองมาตลอด ตอนนี้ถึงกับบอกว่าจะปิดด่านกักตนทะลวงเคราะห์สายฟ้า
“ข้าคิดว่าหลังผ่านเคราะห์สายฟ้าเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นสามารถช่วยเจ้าได้ไม่น้อย ตอนนี้ข้าพูดได้แล้วห่มหนังกบตลอดก็ไม่ค่อยดี เจ้าว่าใช่หรือไม่” พั่งจื่ออธิบาย แต่ในใจกลับคิดว่า ขอเพียงข้าข้ามด่านเคราะห์สายฟ้าได้ก็สามารถมีลักษณะเช่นนั้น ต่อไปจะไม่ถูกทุบตีอีกและสามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายต่อไป
จินเฟยเหยามองพินิจมันอยู่นาน พอแน่ใจว่าที่มันบอกจะปิดด่านกักตนเป็นเรื่องจริงก็มีความรู้สึกหลากหลายสับสนปนเป “เช่นนี้ก็ดี ไม่ว่าเนื่องจากสาเหตุใด คิดจะเลื่อนขั้นนับเป็นเรื่องดี แต่เจ้าปิดด่านกักตนคงไม่ต้องเตรียมอะไร สัตว์ภูติแค่เข้าถุงสัตว์ภูติก็พอสินะ”
“ให้เนื้อมังกรปิศาจที่เหลือแก่ข้าได้หรือไม่ กินสิ่งนั้นแล้วจะมากจะน้อยก็เพิ่มพลังบำเพ็ญเพียร ถึงอย่างไรเจ้าก็รังเกียจว่าเนื้อเหนียวเคี้ยวไม่เข้านี่นา มิสู้ให้ข้ากินดีกว่า เจอเนื้อพวกนี้นิดหน่อยในกระเป๋าเจ้า ถ้ามาหาเรื่องเจ้าอีกจะทำอย่างไร พวกเราต้องทำลายหลักฐาน เอามากินเสียให้หมดเถอะ” พั่งจื่อหัวเราะหึๆ
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหา เจ้าเอาไปให้หมดก็ได้ ถึงพิษของเจ้าเพิ่งขจัดออก ทว่าร่างกายได้รับความเสียหายไม่น้อย ทางที่ดีก็ฟื้นฟูสักหน่อย ไปปิดด่านกักตนในถุงสัตว์ภูติก็ดี เข้าห้องอาบน้ำสตรีทั้งวันเลือดลมจะจู่โจมหัวใจ ไม่มีประโยชน์ต่อการรักษาบาดแผล” จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างใส่ใจ นางไม่เคยคิดเลยว่าพั่งจื่ออยากจะปิดด่านกักตนผ่านเคราะห์สายฟ้าเร็วหน่อยเพื่อจะกลายเป็นคนที่นางไม่หยาบคายด้วย นางนึกว่าพั่งจื่อจะแต่งงานกับเผ่ามนุษย์มาตลอด จึงจงใจทำเช่นนี้
จินเฟยเหยาเก็บพั่งจื่อเข้าถุงสัตว์ภูติ สิ่งที่เข้าไปพร้อมกันยังมีเนื้อมังกรปิศาจที่จินเฟยเหยาแอบตัดลงมา นิสัยเห็นผลประโยชน์ก็ตักตวงทำให้นางตัดเนื้อมังกรปิศาจที่กัดไม่เข้าลงมาเก็บไว้ หมดทางเยียวยาแล้วจริงๆ
พั่งจื่อปิดด่านกักตนครั้งนี้ ถ้าไม่ถึงเวลาผ่านเคราะห์สายฟ้าก็จะไม่ปล่อยมันออกมา ไร้ซึ่งความแข็งแกร่งคือสิ่งที่ถูกรังแกในโลกระดับเทพ จินเฟยเหยาผูกถุงสัตว์ภูติไว้ให้มันปิดด่านกักตนจนเพียงพอ
ส่วนหวาหวั่นซีก็ไปขโมยป้ายหยกคลังสมบัติ นางพบว่าผู้บำเพ็ญเซียนที่มีป้ายหยกสามคนนี้ล้วนมีพลังบำเพ็ญเพียรขั้นกำเนิดใหม่ อีกทั้งสามคนนี้ไม่ค่อยชอบสนุกกับสตรี ปกติไม่เคยเห็นมุดเข้าห้องผู้บำเพ็ญเซียนสตรี ทำงานก็จริงจัง ดูไม่ออกเลยว่ามีจุดอ่อนอะไร ทำเช่นนี้ใช้เสน่ห์ยั่วยวนคงไม่ได้ผล อีกทั้งหวาหวั่นซียังไม่ได้ยั่วยวนธรรมดา
จินเฟยเหยาได้แต่ด่าทออย่างแค้นเคือง “อะไรนะ ทำไมจึงหาคนน่าเบื่อแบบนี้มาเฝ้าคลังสมบัติ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องหาคนที่มีนิสัยชั่วร้ายหลายๆ คนสิ!”
หวาหวั่นซีกลอกตาใส่นาง “เฝ้าคลังสมบัติก็ต้องหาคนแบบนี้แหละ คนอย่างที่เจ้าว่าใครจะเอามาเฝ้าคลังสมบัติ เฝ้าไปเฝ้ามา คงเฝ้าจนสิ่งของด้านในไม่เหลือหลอ พวกเราคิดหาวิธีใหม่ เกรงว่าใช้วิธียั่วยวนไม่ได้แล้ว”
“ไม่ได้ ต้องยั่วยวน! ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกเขาจะไม่ชอบเจ้า” จินเฟยเหยาพานไม่ฟัง นางจะยั่วยวนให้ได้ วิธีอื่นก็คือสังหารคนชิงป้ายหยก ถ้าฆ่าคนมิถูกพบเห็นทันทีหรือ หอเหอฮวนต้องระวังป้องกันมากขึ้นและคงนำสิ่งของในคลังสมบัติจากไปโดยที่ภูติเทพไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้
“แล้วเจ้าคิดจะทำเช่นไร?” หวาหวั่นซีขมวดคิ้วถาม ในใจเกิดความรู้สึกไม่ดีนิดๆ จินเฟยเหยาคงทำเรื่องชั่วร้ายอีก
จริงเสียด้วย เห็นจินเฟยเหยาเอ่ยว่า “ข้าจะไปใส่ผงปลุกกำหนัดในน้ำอาบของพวกเขาสามคน ข้าว่าพวกเขาโดนผงปลุกกำหนัดคงยั่วยวนได้แล้ว!”
“เจ้า…” หวาหวั่นซีหมดวาจาโดยสิ้นเชิง ยายนี่แค่เห็นผู้อื่นเป็นวิญญูชนอันเที่ยงธรรมจึงคิดจะเล่นงานพวกเขาเท่านั้น
ดังนั้นเรื่องนี้จึงตกลงตามนี้ จินเฟยเหยาติดยันต์ซ่อนกายเล็ดลอดเข้าไปในห้องของคนทั้งสามและโรยผงปลุกกำหนัดเล็กน้อยในน้ำอาบของพวกเขา เนื่องจากบนเรือมียาเสน่ห์อยู่ทั่วทุกที่ ยาปลุกกำหนัดชนิดเดียวกันจึงถูกพบเห็นได้ยาก ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่สามคนนี้อาบน้ำก็รู้สึกจิตใจปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูกคิดจะไประบายสักหน่อย
ทว่าพวกเขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติของตนเองทันทีจึงรีบนั่งขัดสมาธิคิดจะใช้ปราณวิญญาณขับยาเสน่ห์ออกจากร่าง
เรื่องนี้ทำให้จินเฟยเหยาไม่พอใจอย่างยิ่ง ตอนแรกยังเกรงว่าพวกเขาจะโดนผงปลุกกำหนัดมากไป การกระทำจะผิดปกติสะกิดความสงสัยได้ ดังนั้นจึงใส่ไม่มาก ตอนนี้ยาถึงกับถูกรีดออกโดยตรง นางจะให้พวกเขาทำสำเร็จได้อย่างไร
นางกำลังติดยันต์ซ่อนกายจำนวนมากและใช้เวทกำบังนอนอยู่ในห้องของผู้บำเพ็ญเซียนคนหนึ่งอย่างระแวดระวัง เห็นเขากำลังรีดเร้นยา จินเฟยเหยาจึงหายตัวออกมาในพริบตาและโปรยผงปลุกกำหนัดกำมือหนึ่งใส่ใบหน้าเขา
……………………………….